ยั่วรักอาจารย์เถื่อน

ยั่วรักอาจารย์เถื่อน

last updateآخر تحديث : 2026-01-07
بواسطة:  ม้าน้ำสีเงินمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
43فصول
1.9Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เป็นความรักในรั้วมหาลัย นางเอกชอบพระเอก เลยยั่วพระเอก เธอก็อย่างรู้ว่าพระเอกจะขึ้นชื่อความเถื่อนสะแค่ไหนกัน

عرض المزيد

الفصل الأول

1 คำโปรย

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นในช่วงเวลาเที่ยงครึ่ง ความเงียบสงบภายในห้องเรียนถูกแทนที่ด้วยคลื่นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะบรรยาย

หลังโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้ม อาจารย์หนุ่มใบหน้าคมกำลังนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งแต่แฝงอำนาจดิบ ๆ ในแววตา เป็นเหตุผลว่าทำไมนักศึกษาหลายคนถึงพร้อมใจกันตั้งฉายาให้เขาว่า ‘อาจารย์เถื่อน’

ชื่อเรียกนั้นดูเหมือนจะมีทั้งคนหวั่นเกรงและคนหลงใหล โดยเฉพาะเหล่านักศึกษาสาวที่มักกระซิบกันว่าชายหนุ่มผู้นี้มีเสน่ห์อันตรายเกินห้ามใจ

“ขออนุญาตค่ะ”

เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับประตูห้องที่ค่อย ๆ ถูกผลักออก ร่างเล็กในชุดนักศึกษาก้าวเท้าเข้ามาอย่างระมัดระวัง มือเรียวถือแฟ้มรายงานไว้แน่น เธอก้าวตรงไปที่โต๊ะอาจารย์ทันที

“ส่งงานค่ะ” ร่างเล็กเอ่ย พร้อมวางแฟ้มรายงานลงบนโต๊ะของอาจารย์เบา ๆ

“ครับ” เขาเอ่ยตอบรับสั้น ๆ ไม่ได้เงยหน้ามามองเธอด้วยซ้ำ

“อาจารย์ตรวจตอนนี้เลยไหมคะ” เธอเอ่ยถามเขาน้ำเสียงยั่ว โน้มตัวเขาหาชายหนุ่มตรงข้ามเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำหอมลอยแตะจมูกเขาอย่างจงใจ

ปลายนิ้วเรียววางพาดไว้บนขอบโต๊ะไม้อย่างแผ่วเบา ท่วงท่าดูเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับชวนให้สายตาชายหนุ่มหลังโต๊ะต้องเงยหน้าขึ้นมามองเธอ

ชายหนุ่มละสายตาจากเอกสารในมือตามสัญชาตญาณ แววตาคมสบเข้ากับดวงตากคราแรกลมโตที่มองเขาอย่างมีเลศนัย ความนิ่งเฉยในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก

“อยากให้ตรวจตอนนี้เลยเหรอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยถาม แววตาคมของอาจารย์แทบอ่านไม่ออกเลยว่าคิดอะไรอยู่

“ค่ะ ถ้าอาจารย์ไม่ว่าง... หนูรอได้ค่ะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบกลับเสียงเบา ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับเหมือนมีแผนร้ายในใจ

“แน่ใจ?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงเอ่ยถาม

“ค่ะ” เธอยังคงยืนยันคำเดิมไม่เปลี่ยน

“งั้นก็นั่งรอสิ”

“นั่งตรงไหนค่ะ?” ร่างเล็กเอ่ยถาม ทว่าสายตาของเธอเหมือนมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว

“อยากนั่งตรงไหนก็นั่ง”

“งั้นขอ...” เธอเอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มแล้วทิ้งตัวนั่งลงที่ตักของชายหนุ่มทันที “นั่งตรงนี้แล้วกันนะคะ”

“...”

ระยะห่างของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ปลายนิ้วเอื้อมถึง กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผิวเนียนของเธอลอยแตะจมูกเขาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามกับไม่หลบเหมือนครั้งก่อน

“อาจารย์...อื้อ~” เธอเอ่ยเรียกชื่อเขายังไม่ทันจบประโยค คำพูดของเธอก็ถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีที่ถูกอีกฝ่ายปิดปากด้วยริมฝีปากหน้าของเขาทันที โดยที่ไม่รอให้เธอได้ยั่วต่อ

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
43 فصول
1 คำโปรย
ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นในช่วงเวลาเที่ยงครึ่ง ความเงียบสงบภายในห้องเรียนถูกแทนที่ด้วยคลื่นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะบรรยายหลังโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้ม อาจารย์หนุ่มใบหน้าคมกำลังนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งแต่แฝงอำนาจดิบ ๆ ในแววตา เป็นเหตุผลว่าทำไมนักศึกษาหลายคนถึงพร้อมใจกันตั้งฉายาให้เขาว่า ‘อาจารย์เถื่อน’ชื่อเรียกนั้นดูเหมือนจะมีทั้งคนหวั่นเกรงและคนหลงใหล โดยเฉพาะเหล่านักศึกษาสาวที่มักกระซิบกันว่าชายหนุ่มผู้นี้มีเสน่ห์อันตรายเกินห้ามใจ“ขออนุญาตค่ะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับประตูห้องที่ค่อย ๆ ถูกผลักออก ร่างเล็กในชุดนักศึกษาก้าวเท้าเข้ามาอย่างระมัดระวัง มือเรียวถือแฟ้มรายงานไว้แน่น เธอก้าวตรงไปที่โต๊ะอาจารย์ทันที“ส่งงานค่ะ” ร่างเล็กเอ่ย พร้อมวางแฟ้มรายงานลงบนโต๊ะของอาจารย์เบา ๆ“ครับ” เขาเอ่ยตอบรับสั้น ๆ ไม่ได้เงยหน้ามามองเธอด้วยซ้ำ“อาจารย์ตรวจตอนนี้เลยไหมคะ” เธอเอ่ยถามเขาน้ำเสียงยั่ว โน้มตัวเขาหาชายหนุ่มตรงข้ามเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำหอมลอยแตะจมูกเขาอย่างจงใจปลายนิ้วเรียววางพาดไว้บนขอบโต๊ะไม้อย่างแผ่วเบา ท่วงท่าดูเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับ
اقرأ المزيد
2
คลับอินเว่อร์คลับอินเว่อร์ตั้งอยู่ริมถนนเส้นหลักของย่านชานเมือง ไม่ไกลจากใจกลางกรุงเทพมากนัก แต่ก็ไกลพอให้ผู้คนรู้สึกเหมือนหลุดออกจากความวุ่นวายของโลกจริงด้านนอกมีป้ายไฟนีออนสีม่วงแดงกะพริบเป็นจังหวะ บางช่วงติด ๆ ดับ ๆ เสริมบรรยากาศให้ดูยั่วเย้าและลึกลับ กลิ่นควันบุหรี่ลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นน้ำหอมของคนที่เดินผ่านเข้าออก เสียงหัวเราะแหลมของผู้คนแทรกเข้ากับเสียงเครื่องยนต์รถหรูที่จอดเรียงรายริมถนนเมื่อประตูบานใหญ่ถูกผลักเข้าไป โลกอีกใบก็เปิดออกทันที แสงไฟสลัว สีสันหมุนวนจากไฟสปอตไลต์บนเพดาน เสียงเพลงดังจนแทบกลืนเสียงพูดคุย ผู้คนเต้นกันอยู่กลางโถงใหญ่ ร่างกายขยับตามจังหวะดนตรีอย่างไร้ขอบเขตกลิ่นแอลกอฮอล์ กลิ่นเหงื่อ และน้ำหอมแพง ๆ ผสมกันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่ เสียงกระซิบ เสียงหัวเราะ เสียงจูบแผ่วเบาตามมุมมืด ล้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืน“คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ” เสียงใสเอ่ยขึ้น พร้อมกับยกแก้วเหล้าในมือขึ้นชูเหนือศีรษะอย่างเมา ๆ“ก็แค่ผู้ชายคนเดียว มึงอย่าไปร้องไห้ให้มันดิ เสียดายน้ำตาวะ” ลิน สาวสวยประจำคณะศีลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ ปี3เธอเป็นสาวน้อยน่ารัก ตัวเล็ก ผมส
اقرأ المزيد
3
เสียงเพลงในคลับเริ่มเปลี่ยนจังหวะเป็นช้าลง แต่ก็ยังดังพอจะกลบเสียงพูดของผู้คนในคลับได้เกือบทั้งหมดร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำ หลังจากที่เธอตั้งสติอยู่ในห้องน้ำมาสักพักใหญ่ ๆ หน้าห้องน้ำไม่มีใครยืนอยู่แล้ว เธอสูดหายใจลึก ๆ พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่ยังติดอยู่ในลำคอ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะเดิมบนโต๊ะเต็มไปด้วยแก้วเหล้าที่พร่องไปเกือบหมด ลินยังคงหัวเราะคิกคักอยู่ในอาการเมาแต่ก็ยังพอพูดรู้เรื่องบ้าง ปิ่นนั่งลงข้าง ๆ แล้วตัดสินใจดื่มต่อ ทั้งที่หัวใจยังหน่วงหนัก“มึงโอเคป่ะปิ่น...”เสียงลินถามพลางเอนหัวพิงไหล่เพื่อน“โอเคสิ...” ปิ่นตอบยิ้มจาง ๆ “กูจะไม่คิดถึงมันอีกแล้ว”แต่ยิ่งพูด เธอก็ยิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังโกหก ความขมในอกยิ่งเพิ่มขึ้นตามปริมาณแอลกอฮอล์ในแก้วเวลาไหลไปช้า ๆ จนตอนนี้ทั้งคู่เริ่มเมาหนัก ลินฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เส้นผมปรกแก้ม ส่วนปิ่นเองก็แทบลืมตาไม่ขึ้น ร่างกายโงนเงนแต่ยังพยายามขยับมือปลุกเพื่อน“ลิน! ลิน.. ตื่นก่อนดิ! ไหวไหม กลับเลยไหมมึง...” ร่างเล็กเขย่าไหล่เพื่อนเบา ๆ“อืม... ขออีกแป๊บหนึ่ง...” ลินพึมพำเสียงเบาแทบไม่ได้ยินปิ่นถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้ว
اقرأ المزيد
4
หลังจากที่สายตัดไป เธอก็ยืนงงอยู่ที่หน้าคลับสักพักใหญ่ ๆ คนที่เธอจูบเมื่อคืนคือเพื่อนเฮียเลย์ แล้วก็ชื่อภีมเหรอ...อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ ปิ่นเองก็ไม่ได้ประชดประชันด้วยการจูบคนที่ไม่รู้จัก ทว่าวินาทีนั้นเธอเองก็คิดอะไรออกจริง ๆ คิดแค่ว่า..มึงจูบได้ กูก็จูบได้เหมือนกันร่างเล็กเรียกรถแล้วตรงกลับคอนโดทันที เธอกลับมาอาบน้ำชำระล้างร่างกายแล้วเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาให้เรียบร้อย ในเวลาแค่ไม่กี้นาที ก่อนที่จะตรงไปที่มหาลัยทันทีมหาวิทยาลัย..ตึกคณะศิลปกรรมบรรยากาศรอบ ๆ แตกต่างจากคณะอื่นอย่างเห็นได้ชัด มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยสีสันตั้งแต่ประตูทางเข้าไปจนถึงระเบียงชั้นบนสุดผนังตึกถูกแต่งแต้มด้วยงานเพนต์จากรุ่นพี่ในแต่ละปี สีสันสดใสตั้งแต่โทนพาสเทลไปจนถึงแนวกราฟฟิตี้จัดจ้าน มีลายเส้นของศิลปินมากหน้าหลายตาแสดงฝีมือไว้เป็นเหมือนลายเซ็นของแต่ละรุ่นสนามหญ้าหน้าตึกถูกใช้เป็นพื้นที่ซ้อมเต้น วาดรูป หรือถ่ายแบบอยู่เสมอ ทุกมุมเต็มไปด้วยอุปกรณ์ศิลปะ ขาตั้งภาพเปื้อนสี ถังพู่กัน กระดาษสเก็ตช์ที่ปลิวตามลม และกลิ่นสีอะคริลิกเจือจางปะปนกับกลิ่นกาแฟจากคาเฟ่เล็ก ๆ ข้างตึก“ปวดหัวฉิบหายเลย” ปิ่นเอ่ยบ่นน้ำเสี
اقرأ المزيد
5
'ขายหน้าฉิบหาย...' คำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของปิ่น ตั้งแต่วินาทีที่สายตาคมของเขากวาดมาสบตาเธอพอดี หัวใจเธอกระตุกแรงจนแทบหลุดออกมาเต้นอยู่ข้างนอก มือเล็กเย็นเฉียบเหมือนถูกจับได้ว่าทำผิดอะไรสักอย่าง ทั้ง ๆ ที่มันก็แค่จูบเพียงครั้งเดียว แถมยังเป็นเธอที่เริ่มก่อนอีกด้วย โคตรขายหน้าเลยปิ่นแทบอยากจะแทรกโต๊ะมุดพื้นหนีให้พ้นจากสายตาคมแบบนั้น แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะชอบแกล้ง เพราะที่นั่งของเธออยู่แถมหน้า และเขา... ก็ดันยืนอยู่ตรงกระดานพอดี“โอเคครับ งั้นวันนี้เราจะเริ่มกันที่พื้นฐานของการเล่าเรื่องด้วยภาพ” อาจารย์ภีมเอ่ยพูดเสียงนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอาการใด ๆ เลย“เดี๋ยวผมขอชื่อคนในคลาสก่อนนะครับ จะได้จำได้ว่าใครเป็นใครบ้าง”ตายแน่กู!...ร่างเล็กกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน พยายามก้มหน้าจดอะไรสักอย่างลงในสมุด ทั้งที่สมองก็ว่างเปล่า“ลลินดาใช่ไหมครับ?” อาจารย์ภีมเอ่ยขึ้น สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ลิน ก่อนจะเลื่อนสายตามาทางเธอ “แล้ว..คนข้าง ๆ ล่ะครับ”“ปิ่นค่ะ” เธอพยายามไม่สบตาเขา ทว่าเหมือนอีกฝ่ายจงใจมอง“ขอชื่อจริงครับ”“ปิยาพรค่ะ”“อ๋อ.. ปิ่น” อาจารย์ภีมทวนชื่อเล่นของเธอน้ำเสียงเรียบ ทว่าสาย
اقرأ المزيد
6
หลังจากที่หมดคาบเรียนแล้ว อาจารย์ภีมสั่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาทุกคนก็พากันแยกย้าย บางคนรีบเก็บของกลับบ้าน บางคนก็เดินไปจับกลุ่มคุยกันต่อที่หน้าตึก ทว่าร่างเล็กกลับยังนั่งนิ่งอยู่กับที่ เหมือนสมองยังประมวลผลไม่เสร็จจากสิ่งที่เกิดขึ้น“มึงไหวปะเนี่ย” ลินเอ่ยถามพลางเก็บดินสอกับไอแพดใส่กระเป๋า“ไหว” ปิ่นตอบเสียงเบา พยายามยิ้ม ทั้งที่ในใจมันยังวนเวียนอยู่กับใบหน้าของคนที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่“ไม่มีอะไรหรอก เฮียภีมคงแกล้งมึงไปงั้นแหละ อย่าคิดมาก”“อืม”“งั้นวันนี้กูกลับก่อนนะ วันนี้แม่เรียกให้กลับบ้านไปกินข้าว เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน” ลินเอ่ยพูด“เรียกไปกินข้าวหรือเรียกไปทำโทษ ฮ่า ๆ”“ระวังกูจะฟ้องแม่มึง” ลินเอ่ยขึ้น พร้อมกับโบกมือให้กับปิ่น แล้วเดินออกจากห้องไปทันที เพราะเฮียเลย์คงมารอรับอยู่ข้างล่างแล้วบนห้องเหลือแค่เธอที่นิ่งอยู่ในห้องเงียบ ๆ กับอาการปวดหัวตุบ ๆ ที่ยังไม่หายดีจากเมื่อคืน ร่างเล็กคว้าขวดน้ำขึ้นมาจิบเล็กน้อย พลางถอนหายใจยาว ๆ“เลิกสักที อยากกลับไปนอนจะแย่แล้ว”แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ลุกขึ้น เสียงทุ้มก็ดังขึ้นจากประตูหลังห้อง“ยังไม่กลับเหรอ”เสียงนั้นทำให้เธอชะงัก
اقرأ المزيد
7
ปิ่นยืนพิงขอบหน้าต่าง มองรถที่แล่นผ่านไปผ่านมาในเมืองหลวงที่ทอดยาวสุดสายตาอยู่เงียบ ๆ เธอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า ความคิดในหัวเริ่มว่างเปล่าจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดหลังจากที่ยืนนิ่งอยู่นานหลายนาที เธอก็รอบถอนหายใจเบา ๆ อีกครั้ง ก่อนจะละสายตาจากทิวทัศน์ด้านนอก แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องนอนทันที ร่างเล็กเปิดตู้เสื้อผ้าออกช้า ๆ หยิบผ้าขนหนูผืนสีขาวออกมาอย่างเคยชิน แล้วเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำทันทีสิบนาทีต่อมา..เสียงน้ำหยุดลง พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องน้ำเบา ๆ ไออุ่นจากไอน้ำยังคลุ้งอยู่ทั่วห้องน้ำ ปิ่นเดินออกมาพร้อมผ้าขนหนูพันเรือนร่าง ผมยาวสลวยแนบกับแผ่นหลังขาวเนียน น้ำหยดจากปลายผมไหลลงมาตามลำคอขาวจนถึงไหปลาร้าเธอเดินไปหยุดอยู่ที่กระจกบานใหญ่หน้าตู้เสื้อผ้า มองเงาตัวเองนิ่ง ๆ ดวงตาคู่สวยยังดูอ่อนล้า แม้จะอาบน้ำแล้วก็ตาม ความสดชื่นจากน้ำก็ไม่ได้ช่วยอะไรเธอได้เลย“ทำใจสงบไว้ปิ่น ทำใจสงบไว้” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆร่างเล็กหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมา เสียงลมเบา ๆ ดังคลอในห้องนอน เธอเป่าผมไปเรื่อย ๆ พลางปล่อยให้ความอบอุ่นของลมช่วยคลายความคิดที่พันกันยุ่งอยู่ในหัวพอผมแห้งดีแล้ว ปิ่นก็เดินไ
اقرأ المزيد
8
เสียงปิดประตูรถดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นฝนที่อบอวลเข้ามาภายในรถ ร่างเล็กในชุดนอนที่เปียกปอนไปทั้งตัวนั่งตัวสั่นเบา ๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นเสยปอยผมที่แนบติดแก้ม ก่อนจะหลุบตาลงเพราะรู้สึกอายกับสภาพของตัวเองในตอนนี้เขาหันมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูสีน้ำตาลจากเบาะหลังแล้วยื่นให้กับเธอ“เอาไปคลุมไว้ เดี๋ยวไม่สบาย” ภีมเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ขอบคุณค่ะ” ปิ่นรับผ้ามาคลุมตัวไว้แน่น ความอบอุ่นจากผ้าขนหนูทำให้เธอเริ่มรู้สึกดีขึ้น แม้เสื้อผ้าที่ใส่อยู่จะเปียกก็ตามภีมเอื้อมมือไปปรับระดับแอร์ลง เสียงลมภายในรถแผ่วเบาลงจนเหลือเพียงเสียงฝนกระทบกระจกดังแปะ ๆ เป็นจังหวะ เขาเหลือบตามองร่างเล็กข้าง ๆ เห็นไหล่ของเธอสั่นเล็กน้อย ภีมก็เผลอถอนหายใจออกมาเบา ๆ“ทำไมไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้อง” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งปนตำหนิเธอเล็กน้อย“เห็นว่าลงมาแป๊บเดียวค่ะ เลยไม่ได้เปลี่ยน” เธอตอบพลางห่มผ้าให้มิดชิดขึ้น ทว่าเสียงฝนข้างนอกยิ่งทำให้บรรยากาศในรถอบอวลด้วยความอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก“เป็นผู้หญิงที่หลังจะออกไปไหนก็แต่งตัวให้เรียบร้อย”“ทำไมคะ?” ปิ่นหันขวับไปมองใบหน้าคม อยู่ ๆ ก็รู้สึกอย
اقرأ المزيد
9
เขานั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง มือข้างหนึ่งยังคอยพัดเบา ๆ ใกล้หน้าเธอ อีกมือแตะข้อมือเช็กชีพจรตามสัญชาตญาณของคนที่เคยเรียนปฐมพยาบาลมาก่อน“ไม่ไหวก็ยังฝืนมาเรียน เธอนี่มันดื้อจริง ๆ” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงผสมทั้งความหงุดหงิดและความห่วงใยที่เขาเองก็แยกไม่ออกไม่นานลินก็เดินกลับมาพร้อมกับยาในมือ ลินรีบวิ่งเข้ามาดูเพื่อนสนิททันที สายตาของลินเป็นห่วงปิ่นมาก ลินยื่นยาดมให้กับภีม“เฮียเป็นห่วงมันเหรอ” ลินเลิกคิ้วสูงเอ่ยถาม เธอไม่ได้มองหน้าภีม ทว่าสายตาเธอจับจ้องอยู่ที่เพื่อนสนิทมากกว่า“ถามมาก” ภีมเอ่ยตอบน้ำเสียงไม่จริงจังมากนัก“ก็อาการมันฟ้อง”“อย่าเยอะ”“อย่าโหดนักเลยค่ะอาจารย์ภีม” ลินเอ่ยน้ำเสียงติดเล่น“วางยาไว้ตรงนี้แหละ เดี๋ยวที่เหลือเฮียดูแลต่อเอง” เขาเอ่ยเสียงเรียบ“แต่ว่าปิ่น..”“ไม่เป็นไร หนูไปกินข้าวก่อนก็ได้ เดี๋ยวตรงนี้เฮียเคลียร์เอง” ภีมเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาจริงจัง ลินทำได้แค่พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง“ดื้อจริง ๆ” เขาบ่นกับคนที่หลับตาพริ้ม มือข้างหนึ่งก็คอยประคองศีรษะของเธอเอาไว้ไม่ให้เอนตกนิ้วมือใหญ่ไล้ปอยผมเปียกที่ปรกหน้าเธอออกเบา ๆ แววตาคมที่เคยเฉยชากลับอ่อน
اقرأ المزيد
10
ร่างเล็กเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย จ้องมองหน้าเพื่อนสาวอย่างจริงจัง เถื่อน! เขาเถื่อนยังไง?ยังไม่ทันที่ลินจะได้เอ่ยพูดต่อ นักศึกษาคนอื่น ๆ ก็พากันเดินเข้ามาภายในห้องเรียน เดินกลับมานั่งประจำที่ของตัวเอง อาจารย์ภีมก็เดินกลับเข้ามาในห้องเรียนด้วยเช่นกัน ปิ่นยกมือเล็กขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือ นาฬิกาบอกเวลาบ่ายโมงตรง ได้เวลาเรียนต่อแล้ว“เอาล่ะ เราจะมาเริ่มเรียนกันต่อ” อาจารย์ภีมเอ่ย พลางเลื่อนสายตามาที่ร่างเล็ก “ถ้าใครรู้ตัวว่าไม่ไหวให้แจ้ง”“ค่ะ/ครับ” นักศึกษาชายหญิงเอ่ยตอบรับพร้อมกันเสียงตอบรับของนักศึกษาดังขึ้นทั่วห้อง ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มเปิดหนังสือตามคำสั่งของอาจารย์ภีม บรรยากาศในห้องเรียนกลับมาเงียบสงบอีกครั้งปิ่นพยายามตั้งสมาธิกับบทเรียนตรงหน้า แต่สายตาเธอกลับเผลอมองไปทางอาจารย์เป็นระยะโดยไม่รู้ตัว เขายืนอยู่หน้าห้องในชุดเชิ้ตสีเข้มแขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดและกล้ามเนื้อชัดเจน ท่าทางของเขาเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยพลังที่ยากจะละสายตา“เถื่อน..” เสียงของลินกระซิบขึ้นข้างหูเบา ๆ พร้อมกับยักคิ้วให้กับปิ่น“พูดเบา ๆ หน่อยสิ เดี๋ยวอาจารย์ได้ยิน”“ก็เถื่อนจริ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status