FAZER LOGINสวนหลังคฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 14:00 น.ต่อ...“ยุคสมัยนี้แล้ว ชิงหลี! ยาบำรุงดี ๆ มีเยอะแยะไป” จ้าวเมิ่งตอบอย่างสบายใจ พลางโบกมือปัดกลางอากาศ “แค่ทีมแพทย์ในโรงพยาบาลในเครือตระกูลของสามีเรา ก็จัดหาเทคโนโลยีช่วยให้เธอมีเจ้าตัวเล็กได้ไม่มีปัญหา พี่ถึงได้บอกไงว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับยาตัวนี้ พวกพี่ก็เลยไม่ได้สนใจมันจนกระทั่งมันหายนั่นแหละ”ในสายตาของจ้าวเมิ่งผู้เป็นหมอและผู้เชี่ยวชาญด้านยา พิษชนิดนี้เป็นเพียงเศษซากความเชื่อที่ล้าสมัย ในโลกที่การแพทย์ก้าวไกลไปถึงการผ่าคลอดและเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ พิษที่ตั้งใจจะให้ผู้หญิงตายพร้อมลูกในท้องจึงกลายเป็นเพียงขยะสารเคมีเท่านั้น“แต่มันก็เป็นความผิดพลาดของพวกเรานั่นแหละ...” หลีอวิ่นยอมรับอย่างตรงไปตรงมา แววตาที่เคยมั่นใจกลับฉายแววรู้สึกผิดต่อน้องสะใภ้คนเล็กที่ต้องมารับเคราะห์จากรอยรั่วในบ้านของพวกเธอเองชิงหลีมองหน้าพี่สะใภ้ทั้งสามคนที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียดราวกับแบกโลกเอาไว้บนบ่า ทั้งที่พวกเธอคือหญิงแกร่งที่คุมอำนาจหลังบ้านพยัคฆ์มานาน เธอจึงหลุดขำออกมาเบาๆ เพื่อทำลายความอึดอัดที่ปกคลุมอยู่ “ยุ่งยากจริงๆ นะคะ... ตระกูลหยางของเรานี่”คำพูด
ห้องใต้ดิน 01ต่อ...ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความแค้นและการแตกสลาย หยางเปียงที่ก้าวเท้าเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องใต้ดินอย่างเงียบเชียบ ทุกคำพูดของชิงหลีที่ดังเข้าหู เขาก็ถึงกับชะงักเท้าที่ก้าวลงบันใดไปชั่วขณะเขามองภาพชิงหลีที่นั่งอยู่บนตักของหยางเป่ยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ผู้หญิงที่เคยดูเปราะบางคนนั้น บัดนี้ถูกหล่อหลอมโดยหยางเป่ยจนกลายเป็นเพชฌฆาตทางจิตวิณญาณที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ การทำให้คนสติแตกแล้วเย็บปะชุนด้วยตรรกะที่บิดเบี้ยวเพื่อสร้างบาดแผลทางใจที่ไม่มีวันรักษาหาย มันคือการสังหารวิญญาณที่เหี้ยมโหดกว่าการใช้กระสุนปืนเสียอีกหยางเปียงไม่ได้ตั้งใจจะลงมาที่คุกใต้ดินแห่งนี้เลยสักนิด เขามักจะกันตัวเองออกห่างจากเรื่องการเข่นฆ่ากันในสายเลือดมาตลอดเพราะความขยาด แต่เป็นเพราะวันนี้คฤหาสน์ทั้งหลังเงียบเชียบผิดปกติ เมื่อเขาถามลูกน้องของหยางเป่ย จึงถูกพามาที่นี่เพื่อส่งข่าวสำคัญ...ในมือของเขาคือเอกสารที่เพิ่งได้รับการอนุมัติ... โครงการคาสิโนและป้อมปราการหมื่นล้านสามารถที่เริ่มดำเนินการได้ทันทีทว่าเมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างของหยางจิงอวี่ที่เกาะซี่กรงเหล็ก
ห้องใต้ดิน 01 | เวลา 10:20 น.เช้าวันต่อมา...ต่อ...หยางเป่ยยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจในตัวโสเภณีตัวน้อยของเขา จึงโน้มใบหน้าที่คมสันไปหอมแก้มนวลเนียนอย่างเอาแต่ใจ“ได้สิ... พาฉันไปหาเขา ฉันจะฆ่าเขา แต่ก่อนจะฆ่า ฉันต้องถามเขาให้หายคาใจ” จิงอวี่ตอบเสียงแหบพร่า“เรื่องไหนล่ะ? เรื่องแม่ของเธอ... หรือเรื่องที่เขาแยกเธอออกจากสี่คนนี้ดีล่ะ?” ชิงหลีถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางใจจิงอวี่ “อ้อ... ให้ฉันเล่าเรื่องแม่เธอเพิ่มอีกนิดดีไหม?”จังหวะที่ลูกน้องเอาเก้าอี้มาวางให้คนทั้งแปด หยางเป่ยกลับไม่ยอมให้ชิงหลีนั่งแยกออกไป เขาจัดการรั้งร่างบางลงมานั่งบนตักแกร่งของเขา สองแขนโอบรัดเอวบางไว้แน่นไม่ยอมปล่อยภาพความรักความหวงแหนที่หยางเป่ยมีต่อชิงหลี ยิ่งเป็นดั่งน้ำกรดเข้มข้นที่สาดซัดลงบนใจที่บิดเบี้ยวของจิงอวี่ ทำให้เธอยิ่งโหยหาที่จะปลิดชีพเจ้าของชีวิตที่บิดเบี้ยวนี้ทิ้งเสียความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินจนได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้น และเสียงลมหายใจที่ติดขัดของหยางจิงอวี่ พยัคฆ์ร้ายทั้งสี่และพี่สะใภ้อีกสามคนต่างนั่งนิ่ง สายตาคมกริบหลายคู่ต่างจับจ้องไปที่ชิงหลีที่นั่งอยู่บน
คฤหาสน์ตระกูลหยางหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ห้องทำงานของหยางเป่ยกลายเป็นศูนย์บัญชาการลับที่ไร้การหลับใหล สี่พี่น้องตระกูลหยางขลุกตัวอยู่แต่ในนั้นจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ เหล่าพี่สะใภ้ต้องทำหน้าที่เป็นกองกำลังบำรุง ขนเสื้อผ้าชุดใหม่มาส่งให้ถึงที่และบังคับให้เหล่าพยัคฆ์ยอมวางปากกามากินข้าว เพราะพี่ชายทั้งสามเริ่มพ่ายแพ้ต่อสังขารด้วยอาการปวดหลัง ไม่ใช่หนุ่มกระทงที่มีพลังล้นเหลือเหมือนเมื่อก่อนยกเว้นหยางเป่ยเพียงคนเดียว...ด้วยความเป็นลูกหลงที่อายุยังน้อยและร่างกายที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนัก พลังงานของเขาจึงยังเต็มเปี่ยม และเขามักจะหาวิธีเติมไฟให้ตัวเองด้วยการปลีกตัวออกจากกองเอกสารแวบเข้าไปหาชิงหลีที่ห้องนอนทุกวัน จนปานันต้องทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกจำเป็น คอยเดินมาเคาะประตูเรียกเจ้านายให้กลับไปทำงานตลอด"คุณ! ออกไปได้แล้ว ปานันเคาะประตูจนมือจะหักแล้ว!" ชิงหลีแหวใส่สามีที่ยังไม่ยอมถอนอ้อมกอด"งานมันเครียด... มึงคือที่พักพิงและที่ระบายความเครียดที่ดีที่สุดของกูไง" หยางเป่ยตอบหน้าตาย พลางซุกหน้าลงกับซอกคอขาวกรุ่น บ่งบอกชัดเจนว่า สามถึงสี่ชั่วโมงที่เขาหายไปนั
สวนหลังคฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 09:30 น.บรรยากาศยามสายในสวนหลังคฤหาสน์ที่เคยถูกชิงหลีขุดจนเละเทะเพื่อเอาฮิกันบานะออก เพราะไม่มีใครกล้ามานั่งเล่นในสวน บัดนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ด้วยรสนิยมอันเฉียบคมของหยางเป่ย กลิ่นหอมของดอกไม้เมืองหนาวแซมดอกกุหลาบสีแดงสดและเสียงน้ำพุเบาๆ ทำให้ที่นี่ดูเหมือนสรวงสวรรค์ที่ตัดขาดจากโลกอันโหดร้ายภายนอกสะใภ้ทั้งสี่แห่งตระกูลหยางนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะน้ำชาหินอ่อน ทุกคนต่างมีกลิ่นอายของนางพญาพยัคฆ์ในความงาม“สามีเธอนี่รสนิยมเฉียบขาดจริงๆ ชิงหลี ดีกว่าหยางซีของฉันอีก ที่บ้านมีแต่อะไรก็ไม่รู้ รกไปหมด” หลินอวิ่นเอ่ยทักขึ้นพลางจิบน้ำชาอย่างสุนทรีย์“ใช่ๆ จัดใหม่แล้วสวยจริงๆ นั่นแหละ” จ้าวเมิงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันมาหรี่ตามองน้องสะใภ้คนเล็ก “แล้วไอ้ทุ่งดอกฮิกันบานะของเธอล่ะ ขุดไปไว้ที่ไหนแล้ว? คราวที่แล้วฉันมา มันยังแดงเถือกเต็มสวนอยู่เลยนะ แค่เดินผ่านยังรู้สึกเย็นสันหลังวาบ”ชิงหลีฉีกยิ้มกว้างแล้วชี้นิ้วไปที่เนินดินเล็กๆ ทางทิศเหนือของสวน “ฉันนำพวกมันไปปลูกไว้บนดินที่ฝังพวกศัตรูหมดแล้วค่ะ ตรงเนินตรงนั้นแหละค่ะ... จะได้ดูสดใสหน่อย”“เธอนี่... ชอบอะไรแปลกๆ จริ
ห้องทำงานหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยางต่อ...“ก็จริงอย่างที่แกพูดเป่ยตี้...” หยางซีแทรกขึ้นมาจากกองพิมพ์เขียว “แต่ถ้าลูกแกมันจะหลุดโลก ก็ให้มันหลุดมาทางแม่มันบ้างเถอะ ฉลาดเป็นเลิศแบบเนี้ย... ตระกูลหยางเราจะได้มีคนใช้สมองมากกว่าใช้ปืนซะที”“ฉันจะไปเผาร้านเน่าๆ นั้นซะ!” หยางเป่ยสบถลั่นเมื่อเห็นพี่ชายทั้งสองยังคงขำขันกับเรื่องของเขาไม่เลิกหยางหนานและหยางซีหัวเราะลั่นจนตัวโยน ดูเหมือนการได้แกล้งน้องชายคนเล็กจะเป็นความสุขเดียวท่ามกลางกองพิมพ์เขียวที่น่าปวดหัวทว่าหยางตงกลับเปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “จริงๆ แล้ว... อารองไม่ควรเป็นอารองหรอกนะชิงหลี เขาควรจะเป็นอาสี่ต่างหาก”ชิงหลีเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน “ห๊ะ... ทำไมคะ?”“ก็เหมือนที่เธอพูดเรื่องยีนเด่นยีนด้อยนั่นแหละ” หยางตงอธิบาย “ก่อนที่อารองจะเกิด ย่าเคยให้กำเนิดเด็กแฝดคู่หนึ่งมาก่อน แต่แฝดคู่นั้นไม่มีโอกาสได้โต... พวกเขาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นทารกเพราะร่างกายไม่แข็งแรงพอที่จะรับภาระของสายเลือดนี้ได้”“ใช่ๆ เรื่องนี้ตาแก่เล่าให้ฟังบ่อยมากเลยนะ” หยางหนานรีบสมทบ ท่าทางขี้เล่นเมื่อครู่หายไปกลายเป็นความจริงจังขึ้นมา “ป๊าบอกว่ามั
![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






