Masuk“ลุกขึ้นไปจากตัวฉายเดี๋ยวนี้เลยนะคะ ฉายหนัก” คนตัวเล็กพยายามออกแรงผลักคนเหนือร่างไปพ้น แต่แรงอันน้อยนิดไม่ทำให้เขาขยับตัวแม้แต่น้อย
“เมื่อกี้ฉันทำให้เธอมีความสุขแล้ว เธอต้องตอบแทนกันบ้างสิ” เขาเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยที่เธอต่อต้านไม่เลิก ก่อนถอดอาภรณ์ออกจากกายแกร่งจนหมดแล้วทาบกายลงบนร่างเล็กอีกครั้ง
“ฉายไม่ได้ขอ พี่เมฆ...อุ๊บ” เสียงหวานกลืนหายลงในลำคอ เมื่อถูกริมฝีปากหยักได้รูปจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว คนตัวเล็กดิ้นพล่านไปมาใต้กายแกร่งหวังให้หลุดพ้นจากการกระทำดิบเถื่อน
ความปรารถนาของเขาไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น พ่อเลี้ยงหนุ่มเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ลำคอขาวเนียน กลิ่นกายเฉพาะจากตัวเธอทำเอาหลงใหลยิ่งนัก ก่อนกดจูบอย่างหนักหน่วง ไม่วายทิ้งรอยแดงสีกุหลาบมากมาย
“อื้อ พี่เมฆ”
“หลังจากนี้ฉันจะไม่หยุดแล้วนะ” ฝ่ามือใหญ่ประคองแก้มนุ่มนิ่ม สบตาคู่งามของเธอพลางทาบริมฝีปากหยักบนหน้าผากมน
ภูเมฆคุกเข่าตรงหน้าคนตัวเล็ก จับขาเรียวชันขึ้นเป็นรูปตัวเอ็มพร้อมแยกออกกว้าง ๆ นำท่อนเอ็นขนาดใหญ่ถูไถร่องสวาทเปียกชื้น สอดเข้าข้างในโพรงอ่อนนุ่มจนสุดลำ
“อ๊ะ พี่เมฆ” ร่างเล็กสะดุ้งตัวโหยงอย่างตกใจ เดือนฉายกำผ้าปูเตียงแน่นด้วยความรู้สึกเจ็บ ถูกสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในตัว แม้จะเคยร่วมรักกันหลายครั้ง ทว่าไม่เคยชินกับความเป็นชายของเขาสักที
“เจ็บเหรอ” เอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มอ่อนโยน เอื้อมมือหนาเช็ดคราบเม็ดเหงื่อบนหน้ากลมกลึงอย่างนุ่มนวล ก่อนประสานนัยน์ตาคมดำขลับกับดวงตากลมโตราวกับต้องการได้ยินคำยืนยันจากปากนุ่ม
“ช่วยอ่อนโยนกับฉายหน่อยได้ไหม” มองเขาด้วยสายตาเว้าวอน
“ฉันจะพยายามละกัน”
“อืม” เธอยกแขนเรียวคล้องต้นคอแกร่งแน่น ปลดปล่อยเรือนร่างให้ผ่อนคลายตามการกระทำของเขา
ภูเมฆเริ่มละเลงบทรักด้วยจังหวะเนิบนาบตามคำขอร้องของคนใต้ร่าง เขาพยายามทำอย่างนุ่มนวลที่สุด ไม่รู้ทำไมถึงต้องตามใจเธอขนาดนั้น รับรู้เพียงแค่ว่าไม่อาจทำให้เธอเจ็บปวดจากการร่วมรักในครั้งนี้ แววตาของหญิงสาวมองมาทำเอาใจหนุ่มอ่อนยวบ
“อ๊ะ อ๊า เดือนฉาย...ฉันรู้สึกดีเหลือเกิน” มือหนาประสานกับนิ้วเรียวพร้อมกำแน่น ใบหน้าหล่อก้มมองจุดเชื่อมระหว่างกัน ยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่าน จนเผลอกระแทกท่อนลำใส่กลีบกุหลาบหนักหน่วง
“อื้อ” คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเพื่อข่มเสียงร้องครวญคราง เธอรู้สึกเหมือนอีกคนกำลังกระทำรุนแรง แต่ไม่ได้เจ็บสักเท่าไร มิหนำซ้ำกลับรู้สึกดีอีกต่างหาก
ขณะนี้สติหญิงสาวเริ่มพร่ามัวเต็มที ก่อนปิดตาสนิท ปลดปล่อยร่างกายไปกับสัมผัสของเขา
“เดือนฉายลืมตาสิ มองฉัน”
คำสั่งของชายหนุ่มทำคนใต้ร่างไม่อาจขัดขืนง่ายดาย เธอเบิกตาขึ้นมองเขาด้วยสีหน้างุนงง
“แลบลิ้นออกมา”
“คะ” ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาเอ่ยขึ้น เนื่องจากกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งรัก
“ฉันบอกให้แลบลิ้นออกมา”
“อ๋อ” เธอทำตามคำพูดนั้นอย่างว่าง่าย ซึ่งอีกคนไม่รอช้านำปลายลิ้นเร่าร้อนเกี่ยวพันลิ้นเล็ก สอดเข้าในโพรงปากสาวและกวาดต้อนชิมความหวานอย่างหนำใจ
“อื้อ”
ภูเมฆเพิ่มแรงกระแทกกระทั้นเข้าออกในตัวเธอมากขึ้นกว่าเดิม เพราะใกล้ถึงปลายทางเต็มที
“อ๊ะ อ๊า พี่เมฆคะ ฉายใกล้เสร็จแล้ว”
“ฉันขอเอาแรง ๆ กว่านี้หน่อยนะ”
“อืม” พยักหน้าหงึก ๆ อย่างว่าง่าย มือเล็กจิกเล็บบนท่อนแขนแกร่งแน่นเพื่อข่มความเจ็บ
เมื่อได้รับคำอนุญาตจากหญิงสาว ภูเมฆจึงบรรเลงบทรักอย่างดิบเถื่อน ใส่แท่งร้อนเข้าออกในกลีบดอกไม้แบบไม่ยั้ง กระทั่งกายแกร่งเกร็งกระตุกสองสามที ปลดปล่อยน้ำเชื้อใส่ตัวเธอ
ชายหนุ่มซบหน้าลงบนทรวงอกอวบอิ่มดั่งคนหมดแรง ทว่าเต็มไปด้วยความสุขเปี่ยมล้น ก่อนกดจูบแก้มขาวใสอย่างมันเขี้ยว
“พี่เมฆลงไปจากตัวฉายได้แล้ว มันหนักนะคะ” ไม่พูดเปล่า มือเล็กพยายามผลักหัวไหล่แกร่งไปพ้น
“ก่อนหน้านี้ไม่เห็นบ่น พอเสร็จแล้วจะไล่กันเลยเหรอ” เขารวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะ แอบรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยกับถ้อยคำและการกระทำของเธอ
“ก็...เอ่อ”
“ถ้าไม่รู้จะเถียงอะไรก็เงียบไปเลย” พูดจบ จูบปากอมชมพูเบา ๆ
“ฉายอยากนอนแล้วค่ะ” พูดเสียงอ่อน ในเมื่อเถียงเขาไม่ได้ สุดท้ายจึงเลือกวิธีการอื่นโดยหนีคนตัวโตด้วยการหลับ
“ใครบอกฉันจะพอแค่รอบเดียวล่ะ” ชายหนุ่มยักไหล่ใส่คนใต้ร่างอย่างคนเหนือกว่า
“พี่เมฆ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตะลึง คาดไม่ถึงเขาจะไม่พออีก เพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว
“ทำไม”
“พรุ่งนี้พี่เมฆต้องทำงานแต่เช้านะคะ” พยายามหาเหตุผลมาเกลี้ยกล่อมให้คนเอาแต่ใจหยุด
“ฉันไหวอยู่แล้ว”
“แต่ฉายไม่อยากทำแล้ว พี่เมฆเห็นฉายเป็นอะไรกันแน่” คนตัวเล็กบอกอย่างน้อยใจ เผลอนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับเขาเมื่อใด อดเสียใจไม่ได้เลยเนื่องจากเขาชอบทำเหมือนเธอเป็นนางบำเรอ ที่มีค่าแค่บนเตียง
“เมียไง”
คำตอบสั้น ๆ เสียงดังฟังชัดกลับไม่ได้ทำให้เดือนฉายดีใจสักนิด นั่นเพราะเขาไม่เคยทำหน้าที่เป็นสามีที่ดี ดูแลภรรยาอย่างเธอ
“พี่เมฆคะ รักฉายไม่ได้เหรอ” มือเรียวเอื้อมขึ้นไปสัมผัสแก้มสากอย่างอ้อนวอน ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะรักตนเองเหมือนกับที่เขารักคนเก่า ขอแค่เพียงเสี้ยวเดียวของใจเขาเท่านั้น ไม่เคยหวังอะไรไปมากกว่านี้
“อย่าฝันสูงเดือนฉาย” เอ่ยพูดเสียงเย็น
“ระหว่างเราจะไม่มีทางเลยเหรอ” นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะถามเช่นนี้ หากคำตอบของเขายังเหมือนเดิมก็จะไม่เอ่ยขึ้นมาอีกและจะอดทนถึงที่สุด ก่อนจะเลิกรักเขาแล้วจากไปในที่สุด
“ไม่มี”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“เข้าใจแล้วก็ดี งั้นอ้าขาให้ฉันเอาสักที”
หญิงสาวไม่ตอบกลับคนเหนือร่าง ข่มตาหลับลงเพราะไม่อยากเห็นใบหน้าคนใจร้าย ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เป็นที่ต้องการของเขาสักครั้ง
พ่อเลี้ยงหนุ่มมองหน้างดงาม ไม่ได้แยแสสักนิดเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร นอกจากอยากระบายความใคร่
กิจกรรมเข้าจังหวะระหว่างคนทั้งสองดำเนินตลอดชั่วค่ำคืน ชายหนุ่มตักตวงความสุขจากเรือนร่างงดงามอย่างหนำใจ แม้บทรักจะจบลงหลายครั้งไม่ได้ทำให้ภูเมฆพึงพอใจสักที
“พอสักทีเถอะพี่เมฆ ฉายไม่ไหวแล้ว ยังไม่พออีกเหรอ” เอ่ยบอกด้วยเสียงแหบพร่า เธอง่วงจนลืมตาแทบไม่ไหว
“ยัง”
“แต่ฉายเหนื่อย”
“ทีหลังอย่าดื้อสิ”
“ไม่มีใครบอกว่าฉายดื้อสักหน่อย มีแต่พี่เมฆนั่นแหละ” อดไม่ได้จะแขวะใส่ คนอะไรไม่เคยยอมรับความจริงสักครั้ง หยิ่งในศักดิ์ศรีชะมัด
“งั้นเหรอ คนพวกนั้นคงไม่รู้จักธาตุแท้ของเธอนะสิ”
“ใครมันจะไปเหมือน...” เดือนฉายพูดไม่ทันจบ จำเป็นต้องปิดปากลงทันใด เมื่อสบเข้ากับดวงตาแข็งกร้าวของคนเหนือร่าง
ด้วยความโกรธเคืองที่เธอกำลังจะเอ่ยถึงใครคนหนึ่งที่อยู่ในใจของเขาตลอดมา จึงกระแทกกระทั้นแท่งร้อนใส่ช่องทางรักอย่างป่าเถื่อนทำเอาเดือนฉายทรมานยิ่งนัก จากนั้นปล่อยน้ำรักใส่โพรงสวาท วินาทีต่อมาถอดถอนท่อนลำและทิ้งตัวนอนข้างกายเธอ
เดือนฉายมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นพลิกกายหันหลังให้
“ยังกินยาคุมอีกไหม” เสียงทุ้มถามขึ้นทำให้เธอเอี้ยวหน้ามอง
“ค่ะ”
“อืม”
“พี่เมฆไม่อยากมีลูกกับฉายขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาจะทำยังไงคะ”
“เลี้ยงไง แต่ฉันไม่ได้รักเธอ ฉันไม่แน่ใจจะมอบความรักให้ลูกที่เธอเป็นคนอุ้มท้องมาได้หรือเปล่า”
“ถ้าเป็นลูกของผู้หญิงคนนั้น ต่อให้ท้องกับใครก็ตาม พี่เมฆคงรักได้ง่าย ๆ ใช่ไหม เผลอ ๆ อาจยอมเป็นพ่อให้ด้วยก็ได้” เธอแค่อยากประชดเท่านั้น แต่คาดไม่ถึงคำตอบจากคนข้างกายจะทำให้รู้สึกแย่เหลือเกิน
“แน่นอนอยู่แล้ว ขอแค่เป็นลูกของคนที่ฉันรัก ไม่ว่ายังไงฉันก็รับได้หมด”
“งั้นพี่เมฆไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าฉายท้องขึ้นมาจริง ๆ ฉายจะเอาเด็กออก” พูดจบ เดือนฉายคว้าผ้าห่มขึ้นคลุมเรือนร่างเปลือยเปล่าพร้อมวิ่งเข้าห้องน้ำทันใด
“เดือนฉาย!!”
“เฮ้อ...ดื้อจริง ๆ ลูกสาวใครเนี่ย” เดือนฉายบ่นอุบอิบพลางส่ายหัวไปมาอย่างเชื่องช้าด้วยความเอ็นดูกว่าจะกล่อมเด็กแฝดทั้งสองคนให้หลับ เล่นเอาปาดเหงื่อไม่น้อยทีเดียวเพราะลูกสาวรบเร้าให้อ่านนิทานให้ฟัง เอย่าไม่เท่าไรหรอกว่านอนสอนง่าย แต่อันย่านี่สิค่อนข้างดื้อ ไม่ยอมหลับง่าย ๆ หากไม่อ่านนิทานให้ฟัง“แม่รักลูกทั้งสองนะคะ” ก้มหน้าจูบหน้าผากเล็กของหนูน้อยทั้งสอง ก่อนกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง“มาแล้วเหรอ”ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปข้างใน ภูเมฆกระโดดลงจากเตียงตรงมาหาเธออย่างไว แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบกอดคนตัวเล็กอย่างออดอ้อน“มีอะไรคะ” ท่าทางของอีกคนทำเอาแปลกใจ ทำให้เธอรู้ได้ทันทีต้องมีบางอย่างแน่ที่เขาต้องการ“เรามาปั๊มลูกเพิ่มดีไหม” กระซิบบอกข้างหูเธอทำคนฟังหน้าร้อนผ่าว“ไม่เอาด้วยหรอก” เธอผลักเขาไปพ้นแล้วก้าวเดินเร็ว ๆ“นะครับ” ภูเมฆสวมกอดเธอจากด้านหลัง“จนป่านนี้แล้วยังไม่เลิกหื่นอีกเหรอคะ”อดไม่ได้จะตำหนิเขา จะไม่ให้เธอว่าได้ไงล่ะในเมื่อหนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน เขารังแกเธอไปแล้วสามวัน“ก็ใครให้เมียพี่น่าเอาอย่างนี้ล่ะ”“พี่เมฆ!!”“ครับ...” เขาลากเสียงยาวตอบเธอ “ขอนะครับ”“ไปที่เตียงสิคะ” สุดท้ายพ่
“อีกไม่นานก็จะได้เจอกันแล้วนะคะ” มือเรียวลูบหน้าท้องนูนใหญ่แผ่วเบา ขณะยืนจ้องมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่เพื่อเตรียมตัวจะอาบน้ำเสียงเปิดประตูดังขึ้นเรียกความสนใจจากเธอหันไปมอง ก่อนพบกับชายหนุ่มในสภาพนุ่งแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว เผยให้เห็นอกแกร่งแสนสมบูรณ์“เข้ามาทำไมคะ”“พี่มาช่วยฉายอาบน้ำ” คนเจ้าเล่ห์ตอบ“ฉายอาบคนเดียวได้ค่ะ” เธอรู้สึกไม่ชอบมาพากล“พี่ไม่ทำอะไรหรอก แค่ช่วยอาบน้ำให้ฉายเฉย ๆ”“แน่นอนนะคะ” ไม่รู้ทำไมเหมือนกำลังตกหลุมพราง“แน่สิครับ”“งั้นก็ตามใจค่ะ”ภูเมฆประชันหน้ากับเดือนฉาย เขาช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากเธอจนหมด ก่อนจุ๊บท้องนูนเบา ๆ จากนั้นจูงข้อมือเล็กให้เดินตามหลังไปใต้ฝักบัว“ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอคะ”“พี่อยากดูแลฉายนี่ครับ” ไม่พูดเปล่า ฝ่ามือหยาบกร้านเอื้อมไปเปิดก๊อกน้ำหยดน้ำไหลชโลมทั่วเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนตัวเล็ก พ่อเลี้ยงหนุ่มซึ่งยืนซ้อนแผ่นหลังเล็ก ยื่นมือไปบีบเคล้นกอดบัวตูมเบา ๆ“อื้อ พี่เมฆ” เธอรู้สึกเคลิ้มเมื่ออีกคนคลึงเคล้ายอดปทุมถันก่อนจะหลับตาพริ้ม ขณะเดียวกันมือเรียวจิกเล็บบนท่อนขาแกร่ง“ไม่ต้องเกร็งนะครับ” เขายังคงลูบวนทรวงอกอวบอั๋นไปมา ก่อนเลื่อนมือข้างหน
ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ภูเมฆกำลังสะสางเอกสารในห้องทำงานเงยหน้าขึ้นมอง เพราะคิดว่าเป็นเดือนฉายเนื่องจากเธอมักจะนำอาหารมาให้เขาช่วงพักเที่ยงเป็นประจำ แต่น่าแปลกวันนี้มาเร็วกว่าปกติ“หยาด” คนที่เปิดประตูเข้ามาไม่ใช่เดือนฉายกลับเป็นหยาดทิพย์ ทำพ่อเลี้ยงหนุ่มเด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างอึ้ง“เมฆขา”“หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามาใกล้ผม” นิ้วแกร่งชี้สั่ง รู้สึกรังเกียจเธอเต็มทน“ทำไมล่ะ เมฆรู้ไหมว่าหยาดต้องพยายามมากแค่ไหนถึงจะเข้ามาหาเมฆได้”“มาทำไม ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณทั้งนั้น”“ฮือ ๆ หยาดขอโทษ” หยาดทิพย์ไม่สนใจคำสั่งของเขา เธอวิ่งไปกอดเขาแน่น“ปล่อยนะเว้ย” พยายามแกะแขนอีกฝ่ายออกแต่รัดแน่นเหลือเกิน วินาทีนี้ทำได้แค่ภาวนาไม่ให้เดือนฉายเข้ามา กลัวจะเข้าใจผิดกันอีก“ไม่ปล่อย เมฆอย่าทำแบบนี้กับหยาดเลย”“ปล่อยหยาด!! รู้ไหมว่าผมรังเกียจคุณมากแค่ไหน”“เมฆโกรธหยาดที่ขโมยข้อมูลสินค้านั้นเหรอ หยาดถูกไอ้ธาดาขู่ หยาดไม่ได้อยากทำมันเลย” เงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา หวังขอความเห็นใจจากอีกคน ชีวิตของเธอตอนนี้ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเขาคงลำบากแน่“มันไม่ใช่แค่นั้นไงหยาด คุณหลอกผม ทรยศความรักที่ผมมอบให้คุณ
หลังจากคนทั้งคู่แลกเปลี่ยนความรู้สึกแก่กันจนเข้าใจกันดี เดือนฉายจึงคะยั้นคะยอให้ภูเมฆกลับไปพัก เพราะรู้สึกเป็นห่วงที่เพิ่งตกจากต้นไม้มาหมาด ๆ ซึ่งภูเมฆไม่ดื้อรั้นในเมื่อเป็นความประสงค์ของหญิงสาวก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย“เข้าข้างในเถอะ” ทันทีที่รถเคลื่อนตัวจอดจุดหมายปลายทาง พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่รอช้ารีบเปิดประตูรถให้เธอ ก่อนประคองเข้าข้างในอย่างระมัดระวัง “อ้าว” ป้าบัวชะงักเมื่อเห็นคนทั้งสองเดินเข้ามาด้วยกัน“ผมขอพาฉายขึ้นไปพักก่อนนะครับ” พ่อเลี้ยงรีบตัดบท ไม่ทันที่ป้าบัวจะอ้าปากถาม หญิงวัยกลางคนทำได้แค่มองตามหลังคนทั้งสองพลางเผยยิ้มกรุ้มกริ่ม“เดี๋ยวพี่มานะครับ ขอตัวไปอาบน้ำก่อน” ภูเมฆพูดขึ้นหลังเดินมาส่งคนตัวเล็กยังเตียงนอน เขาเพิ่งรู้ประเดี๋ยวนี้เองตนเองเหม็นคราบเหงื่อ จนอยากอาบน้ำให้สะอาดเสียก่อนจะใกล้ชิดเธอ“รีบไปรีบมานะคะ ฉายมีเรื่องจะคุยกับพี่เมฆอีกเยอะ” ถึงจะปรับความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาเข้าใจแล้ว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องคาใจจึงอยากถามให้แน่ใจอีกที“ครับ”พ้นกายแกร่งไปไม่กี่นาที เดือนฉายขึ้นไปนั่งบนเตียงโดยนำหมอนใบใหญ่พิงหลัง จากนั้นหยิบหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลู
นับจากวันนั้นผ่านมาแล้วหลายเดือน ที่หญิงสาวพูดจาไม่น่าฟังใส่ภูเมฆ ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองยิ่งห่างเหินมากขึ้นกว่าเดิม ภูเมฆยอมเว้นระยะห่างเพราะกลัวเธออึดอัดแต่ยังคอยเป็นห่วงไกล ๆการกระทำของชายหนุ่ม สร้างความน้อยใจแก่หญิงตั้งครรภ์อย่างเดือนฉายยิ่งนัก“ป้าบัวครับ พ่อเลี้ยงตกจากต้นไม้”เดือนฉายบังเอิญมาได้ยินบทสนทนาระหว่างนาวินกับป้าบัว ก่อนรีบเดินไปหาคนทั้งสองและพูดแทรกขึ้น“พี่เมฆเป็นอะไรคะ” จ้องมองนาวินอย่างรอคอยคำตอบ“เอ่อ พ่อเลี้ยงตกต้นไม้”“เป็นยังไงบ้างคะ ช่วยพาฉายไปหาพี่เมฆหน่อยได้ไหม” หญิงสาวทำหน้าจะร้องไห้หลังจากได้ยินประโยคนั้น“เอ่อ...”“ขอร้องละ พาฉายไปหาพี่เมฆหน่อยเถอะ” ส่งสายตาเว้าวอนอีกคน ขณะนี้ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรทั้งนั้น หากไม่ได้เห็นภูเมฆปลอดภัย“พาคุณฉายไปเถอะ” ป้าบัวช่วยพูดเสริม นาวินจึงยอมพาเดือนฉายไปไร่ส้มทันทีมาถึงจุดหมายปลายทาง เดือนฉายรีบเปิดประตูลงจากรถและถามหาภูเมฆจากผู้คนบริเวณนั้น ก่อนเยื้องย่างไปตามทางอย่างระมัดระวังเพราะท้องใหญ่“ฮือ ๆ อย่าเป็นอะไรนะพี่เมฆ” เดือนฉายไปหยุดข้างกายคนตัวโตซึ่งนอนแผ่บนพื้นหญ้าเขียวขจี ก่อนทรุดกายนั่งลงและปล่อยโฮออกมาอย่าง
หลังจากคนทั้งสองรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เดือนฉายไม่รอช้าไปหาสายหมอกบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งภูเมฆก็ตามไปด้วยเช่นกันอย่างรอคอยว่าเธอจะเปลี่ยนใจไปกับเขาแทนรถคันหรูแล่นจอดตรงหน้าเดือนฉาย เจ้าของรถเปิดประตูก้าวเดินลงมาหาหญิงสาว เอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตรพร้อมส่งยิ้มหวาน“วันนี้ก็สวยเหมือนเดิมนะครับ” ผู้จัดการหนุ่มชำเลืองมองเพื่อนสนิทครู่หนึ่ง ซึ่งอีกคนทำตัวเหมือนสุนัขหวงก้างเตรียมพร้อมจะสวบเขาประเดี๋ยวนี้“ขอบคุณค่ะ” ส่งยิ้มแก่คนตรงหน้า“จะไปเลยไหมครับ”“ค่ะ”“ฉาย พี่ไปด้วยนะครับ” ฝ่ามือหยาบกร้านจับท่อนแขนเล็ก ส่งสายตาเว้าวอนเพื่อขอร้องให้เธอยอมพาตัวเองไปด้วย“ฉายไปกับพี่หมอกได้ค่ะ ไม่รบกวนพี่เมฆดีกว่า”“ไม่เป็นไรครับ พี่เต็มใจ”“พี่หมอกคะ เราไปกันเถอะ” เดือนฉายแกะมือหนาออกห่าง จากนั้นย่างกรายไปขึ้นรถ ไม่แม้จะเอี้ยวหน้ามองท่าทางหงอยของภูเมฆสายหมอกมองเพื่อนสนิท ก่อนจะอมยิ้มกับการแสดงออกทางสีหน้าของอีกฝ่าย เพราะไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นเช่นนี้มาก่อน“ยิ้มอะไร ไอ้หมอก”“เปล่า ไปแล้วดีกว่า” สายหมอกเดินไปขึ้นรถด้วยท่าทางอารมณ์ดี“พี่ไม่ยอมให้ฉายไปกับไอ้หมอกกันสองคนหรอก” พ่อเลี้ยงหนุ่มหมุนตัวเข้าไ







