LOGINคิมหันต์มัวแต่ยุ่งกับธรกิจ พิงค์เองก็ยุ่งกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศเหมือนกัน ทั้งสองจึงได้คุยกันนับครั้งได้ กว่าที่คิมหันต์จะรู้ตัวอีกที พิงค์ ลูกสาวบุญธรรมของเขา ก็อายุครบ 20 กลายเป็นสาวสวยที่เพียบพร้อม ใครจะคาดคิดว่าในคืนวันเกิดอายุ 20 ปี เธอจะสารภาพรัก “พิงค์รักป๊านะคะ” “ป๊ารู้” “ไม่ได้รักแบบปาป๊าค่ะ” คิมหันต์ชะงักทันที เขาดุเสียงขุ่น “เหลวไหล เธอรักฉันแบบอื่นไม่ได้” “ทำไมหนูรักป๊าไม่ได้ล่ะคะ” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสบริสุทธิ์แต่ดื้อรั้น “เส้นกั้นระหว่างพ่อลูกไม่มีวันข้ามได้แม้แต่ก้าวเดียว หนูรู้ไหมว่าคำว่า ‘ป๊า’ หมายถึงอะไร” เด็กสาวตรงหน้าทั้งสวยและเย้ายวน…เสน่ห์รุนแรงจนผู้ชายคนไหนก็ยากจะต้านทาน แต่สำหรับเขา…เธอคือเด็กที่เขาเลี้ยงมากับมือ เป็นคนเดียวที่เขาไม่อาจครอบครอง เขาปฏิเสธ เธอรั้น พอเขายื่นคำขาด เธอก็เริ่มประชดด้วยการไปเดทกับพวกหนุ่มๆ จนเขาเริ่มจะเก็บอาการทั้งหึง ทั้งหวง เอาไว้ไม่อยู่
View Moreบ้านพักที่พวกเขาเดินทางไปถึง เป็นคฤหาสน์ที่ดูเก่าแก่หลังหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากความวุ่นวายของเมือง รอบนอกคฤหาสน์มีต้นไม้สูงใหญ่เรียงราย มีรั้วเหล็กขนาดใหญ่ และมีอาณาบริเวณกว้างขวางจนพิงค์มองแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ฉากในภาพยนตร์ฝรั่งย้อนยุคอย่าง เดอะบริดเจอร์ตันพิงค์กาดตามองความอลังการตรงหน้าแล้วอดถามไม่ได้ “นี่บ้านพักเหรอคะ?”“อืม”“ใหญ่เกินไปรึเปล่าคะ”คิมหันต์ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน “ฉันก็คิดเหมือนกัน แต่คฤหาสน์หลังนี้เป็นสมบัติตกทอดจากปู่”พิงค์หันขวับ“เป็นของคุณปู่ของคุณ?”“ตอนนี้เป็นของฉัน” คิมหันต์ตอบง่ายๆ แล้วจูงมือลูกบุญธรรมที่กลายเป็นภรรยาเดินเข้าไปด้านในเพิ่งจะเดินเข้ามาถึงห้องรับแขก โทรศัพท์ของคิมหันต์ก็ดังขึ้นเธอหันมองทันทีคิมหันต์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเธอพิงค์หรี่ตาถาม “เรื่องงานอีกแล้งเหรอคะ?”“อาจจะ”“คุณคิมหันต์”คิมหันต์แบมือทั้งสองข้างขึ้นชูเหนือหัว เป็นนัยว่ายอมแพ้ “ฉันแค่จะดูว่าใครโทรมา”“แล้วถ้าเป็นเรื่องงานล่ะ?”“ฉันก็จะ...” คิมหันต์เมิมริมฝีปากเข้าหากัน เพราะนึกคำจะพูดไม่ทันพิงค์กอดอกถาม “จะอะไรคะ?”“จะให้มาร์โกรับ”พิงค์ยิ้มอย่างพอใจ “ดีค
เวลาผ่านไปอีกหลายวันนับจากวันนั้น...ในที่สุด คิมหันต์ก็ยอมทำตามคำสั่งของแพทย์อย่างที่พิงค์บังคับเอาไว้ทุกอย่างอย่างน้อย...ก็เกือบทุกอย่าง“คุณคิมหันต์ อย่าขยับค่ะ” เสียงของพิงค์ดังขึ้นภายในห้องพักฟื้น ขณะที่คิมหันต์กำลังพยายามยื่นมือไปหยิบเสื้อสูทที่แขวนอยู่ไม่ไกลชายหนุ่มชะงักทันที เขาหันกลับมามองภรรยาที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งวางอยู่บนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเพียงเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องเขาเขม็ง“ฉันแค่จะหยิบเสื้อ”“พิงค์เห็นค่ะ”“งั้นก็รู้สิว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิด”พิงค์ยกคิ้วขึ้น “คนโดนยิงเพิ่งจะได้ออกจากโรงพยาบาล เขาจะพยายามเอื้อมมือไปหยิบของเองแบบคุณเหรอคะ?”คิมหันต์ตอบเสียงเบา “ฉันแขนเจ็บ ไม่ได้พิการ”“เถียงอีกแล้ว”“ฉันแค่พูดความจริง”“งั้นพิงค์ก็พูดความจริงเหมือนกันค่ะ” พิงค์ลุกขึ้นจากโซฟา เดินไปหยิบเสื้อสูทตัวนั้นมาส่งให้เขา “คุณเป็นคนไข้ที่ดื้อที่สุดเท่าที่พิงค์เคยเจอมา”คิมหันต์รับเสื้อสูทจากมือเธอมาสวม ด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้ม “แต่เธอก็ยังรักคนไข้คนนี้อยู่ดี”“...คนหลงตัวเอง...” เธอพึมพำ“ขอบคุณครับ”“พิงค์ไม่ได้ชม!”เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นภายในห้องหลังจากนั้นไม่นาน
ริมฝีปากของคิมหันต์แตะไล้อยู่บนริมฝีปากของพิงค์เพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ผละออกจากริมฝีปากเนียนนุ่มพิงค์ยังอยู่ในอ้อมแขนของเขา มือเล็กๆ ของเธอโอบอยู่รอบตัวเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่ภายในใจเต็มไปด้วยความคิดมากมายอิตาลี…ตระกูลวาเลนเต้...ไคลน์…และคำว่า ‘ดอนน่า’ผ่านไปครู่หนึ่ง พิงค์ถึงสังเกตเห็นว่าคิมหันต์มองเธออยู่“มองอะไรคะ?”เสียงของพิงค์ทำให้คิมหันต์ยิ้มน้อยๆ “มองภรรยา”“พิงค์ถามจริงๆ ค่ะ”“ฉันก็ตอบจริงๆ”พิงค์ขมวดคิ้วใส่ แต่คิมหันต์ยิ้มกว้างขึ้น เขาใช้มือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บลูบเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา“เรื่องดอนกับดอนน่า...เธอเข้าใจไหม” เขาถาม“คุณหมายถึงดอนที่เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย...พิงค์รู้ค่ะ พิงค์เคยดูหนังมา”“เรื่องจริงก็ไม่ค่อยต่างกันนักหรอก”“เหรอคะ” พิงค์ถามด้วยความแปลกใจมากกว่ากังวล“...เธอกล้ากว่าที่ฉันคิด...” คิมหันต์จูบหน้าผากเธอเบาๆ อย่างห้ามใจไม่อยู่“พิงค์เนี่ยนะคะ?”“อืม...”“ที่จริงแล้วพิงค์กลัวจะตาย”“แต่เธอก็ยังบอกว่าจะไปกับฉัน แถมอารมณ์ยังดูปกติกว่าที่ฉันคิด”พิงค์นิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินใช่...เธอไม่ได้กลัวมากเท่าที่ตัวเองคิด...ตั้งแต่วันที่รู้
ภายในห้องสอบสวน ความเงียบยังคงกดทับอยู่เหนือโต๊ะตัวเดิมธีรภพยังคงนั่งอยู่ตรงข้ามเรวัตร โดยมีออสตินยืนเยื้องไปทางด้านหลังเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างของออสตินกอดอก ดวงตาคู่คมของเขาจับจ้องทนายหนุ่มอยู่งียบๆ โดยไม่พูดอะไร“ตอนนี้คุณกำลังกลัวอะไร”คำถามของธีรภพยังคงค้างอยู่กลางห้องเรวัตรนิ่งไปนาน นานจนเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่เหนือศีรษะ กลายเป็นเสียงเดียวที่ทุกคนได้ยิน ในที่สุดเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ผู้การคิดว่าผมกลัวอะไรล่ะครับ?”ธีรภพตอบทันที “กลัวตาย”รอยยิ้มของเรวัตรหายไป “ไม่ใช่”ธีรภพเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเรวัตรเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย “ถ้าผมแค่กลัวตาย เรื่องมันคงง่ายกว่านี้มาก”ออสตินหรี่ตาลงธีรภพยังคงเลิกคิ้วมองเงียบๆ ปล่อยให้ชายตรงหน้าพูดต่อ“คนอย่างผม...” เรวัตรหัวเราะเยาะตัวเอง “อยู่ในวงการกฎหมายมานานพอที่จะรู้ว่าการติดคุกไม่ใช่จุดจบของชีวิต...ต่อให้โดนโทษเป็นสิบปี ถ้าได้ลดโทษบ่อยๆ แป๊บๆ ก็ได้ออกจากคุก แล้วถ้ามีเงิน...คุณจะซื้อได้แม้กระทั่งคน...คนคุ้มกันในคุกตัวเป้งๆ”“อืม”เรวัตรพึมพำเหมือนหมดอาลัยตายอยาก “ก็ตามนั้น...คนมีเงินมีอำนาจติดคุก
ประตูห้องนิรภัยเปิดออกด้วยเสียงกลไกที่หนักแน่น ชั่วอึดใจนั้น เขาดันเธอให้เดินเข้าไปด้านในพิงค์ทรุดตัวลงนั่งทันทีที่เขาปล่อยมือ น้ำตารินไหลออกมาเงียบๆครั้งนี้เธอไม่ได้พยายามกลั้นเอาไว้อีกแล้ว“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้…” เสียงเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินคิมหันต์ยังคงยืนมองเธอจากหน้าประตู มือที่วางอยู่บนแผงค
แสงสีขาวนวลจากโคมเพดานส่องลงมาทั่วทั้งห้อง พิงค์ยืนอยู่กลางห้องนิรภัยนิ่งงัน ดวงตากวาดมองไปรอบๆ อย่างช้าๆโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ทีวีจอยักษ์เตียงขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดเคาน์เตอร์ครัวเล็กๆตู้เย็นชั้นวางอาหารตู้แช่เครื่องดื่มที่มีตั้งแต่น้ำแร่ไปจนถึงตู้แช่ไวน์เรียงรายอย่างเป็นระเบียบทุกอ
รถบัสปรับอากาศสภาพใหม่เอี่ยมสองคันเลี้ยวออกจากถนนใหญ่เข้าสู่ถนนที่ค่อยๆ แคบลงเรื่อยๆ ตึกปูนห้างร้านค่อยๆ หายไปจากสายตา เหลือเพียงบ้านชั้นเดียวสลับกับร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางและแผงขายขนมสายไหมผ่านไปไม่นาน ทิวทัศน์เปลี่ยนเป็นทุ่งนาสีเขียวเข้มที่ทอดยาวสุดสายตา ด้านหน้ารถมีเด็กสองคนปั่นจักรยานคันเล็กจ้อยสว
คิมหันต์ดันเธอออกจากอ้อมอกช้าๆ สีหน้าเคร่งขรึมกลับมาแทนที่ความอ่อนโยน ถึงอย่างนั้นความเป็นห่วงก็ห้ามกันไม่ได้เขาพูดเสียงแข็ง “ตั้งแต่วันนี้เธอห้ามออกไปไหนคนเดียว เดทเดิทอะไร ยกเลิกให้หมด”พิงค์ที่ยังมีน้ำตาคลอเคล้าอยู่เต็มเบ้าช้อนตาขึ้นสบตาเขา “ใช้สิทธิ์อะไรคะ”คิมหันต์ตอบทันที “สิทธิ์ของผู้ปกครอง
reviews