LOGINคิมหันต์มัวแต่ยุ่งกับธรกิจ พิงค์เองก็ยุ่งกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศเหมือนกัน ทั้งสองจึงได้คุยกันนับครั้งได้ กว่าที่คิมหันต์จะรู้ตัวอีกที พิงค์ ลูกสาวบุญธรรมของเขา ก็อายุครบ 20 กลายเป็นสาวสวยที่เพียบพร้อม ใครจะคาดคิดว่าในคืนวันเกิดอายุ 20 ปี เธอจะสารภาพรัก “พิงค์รักป๊านะคะ” “ป๊ารู้” “ไม่ได้รักแบบปาป๊าค่ะ” คิมหันต์ชะงักทันที เขาดุเสียงขุ่น “เหลวไหล เธอรักฉันแบบอื่นไม่ได้” “ทำไมหนูรักป๊าไม่ได้ล่ะคะ” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสบริสุทธิ์แต่ดื้อรั้น “เส้นกั้นระหว่างพ่อลูกไม่มีวันข้ามได้แม้แต่ก้าวเดียว หนูรู้ไหมว่าคำว่า ‘ป๊า’ หมายถึงอะไร” เด็กสาวตรงหน้าทั้งสวยและเย้ายวน…เสน่ห์รุนแรงจนผู้ชายคนไหนก็ยากจะต้านทาน แต่สำหรับเขา…เธอคือเด็กที่เขาเลี้ยงมากับมือ เป็นคนเดียวที่เขาไม่อาจครอบครอง เขาปฏิเสธ เธอรั้น พอเขายื่นคำขาด เธอก็เริ่มประชดด้วยการไปเดทกับพวกหนุ่มๆ จนเขาเริ่มจะเก็บอาการทั้งหึง ทั้งหวง เอาไว้ไม่อยู่
View Moreพิงค์ ชื่อเต็ม ‘ชมพู สุรศักดิ์ศิระบำรุง’ สูญเสียพ่อแม่และพี่ชายไปในอุบัติเหตุรถยนต์ เธอเป็นเพียงคนเดียวที่รอดมาได้ ในตอนที่ญาติๆ รุมทึ้งเธอ และทะเลาะกันเองเรื่องแย่งรับเลี้ยงเธอเพราะหวังเงินประกันมหาศาลที่พ่อ แม่ และพี่ชายเธอทิ้งไว้ให้ คิมหันต์ วาเลนเต้ วรศักดิ์ไชยบำรุง ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ใครต่อใครต่างรู้ว่ามีเบื้องหลังเป็นกลุ่มมาเฟียยุโรป ก็ถือจดหมายจากพ่อของพิงค์มาอ้างเป็นพินัยกรรมที่ฝากฝังพิงค์ไว้กับเขา พิงค์ที่เพิ่งจะอายุ 15 จึงถูกเขาในวัย 30 ช่วยมา นั่นทำให้เธอตกหลุมรักเขาทันที
คิมหันต์มัวแต่ยุ่งกับธรกิจ พิงค์เองก็ยุ่งกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศเหมือนกัน ทั้งสองจึงได้คุยกันนับครั้งได้ กว่าที่คิมหันต์จะรู้ตัวอีกที พิงค์ ลูกสาวบุญธรรมของเขา ก็อายุครบ 20 กลายเป็นสาวสวยที่เพียบพร้อม
ใครจะคาดคิดว่าในคืนวันเกิดอายุ 20 ปี เธอจะสารภาพรัก
“พิงค์รักป๊านะคะ”
“ป๊ารู้”
“ไม่ได้รักแบบปาป๊าค่ะ”
ไม่มีการอ้อมค้อมไม่มีการเตรียมคำพูดสวยหรู เธอโยนมันออกไปตรงๆ แบบนั้น
สายลมรอบตัวเหมือนหยุดพัด
กล้ามเนื้อกรามของคิมหันต์เกร็งเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง
“ล้อเล่นอะไรของเธอ”
“ไม่ได้ล้อเล่นค่ะ พิงค์คิดมานานแล้ว คิดจนแน่ใจ”
“เธอแค่สับสน เธอก็แค่ชอบที่ฉันดีต่อเธอ ปกป้องเธอ นั่นไม่ใช่ความรัก”
“ไม่ใช่นะคะ” เธอช้อนตาขึ้นสบตาเขา “พิงค์เข้าใจความรู้สึกของตัวเองดีค่ะ”
“เธอไม่เข้าใจ”
“พิงค์เข้าใจค่ะ” เธอยืนกราน “ก็เราสองคนไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรม ไม่มีกฏหมายข้อไหนห้ามพ่อบุญธรรมกับลูกบุญธรรมรักกันนี่คะ”
“แต่มันไม่เหมาะสม”
“ไม่เหมาะสมสำหรับใคร”
“สำหรับโลกนี้”
เธอจ้องลึกลงในตาเขา บอกอย่างไม่ยอมแพ้ “โลกนี้ไม่ได้เป็นคนช่วยพิงค์ ดูแลพิงค์ ทะนุถนอมพิงค์นะคะ”
“เหลวไหล เธอรักฉันแบบอื่นไม่ได้” เขาหันหน้าหนี เหมือนต้องการตัดบท
“ทำไมหนูรักป๊าไม่ได้ล่ะคะ” เธอขยับเข้าหาเขา ดวงตาใสบริสุทธิ์ฉายแววดื้อรั้น
“เส้นกั้นระหว่างพ่อลูกไม่มีวันข้ามได้แม้แต่ก้าวเดียว หนูรู้ไหมว่าคำว่า ‘ป๊า’ หมายถึงอะไร” เด็กสาวตรงหน้าทั้งสวยและเย้ายวน…เสน่ห์รุนแรงจนผู้ชายคนไหนก็ยากจะต้านทาน แต่สำหรับเขา…เธอคือเด็กที่เขาเลี้ยงมากับมือ เป็นคนเดียวที่เขาไม่อาจครอบครอง
เขาปฏิเสธ เธอรั้น พอเขายื่นคำขาด เธอก็เริ่มประชดด้วยการไปเดทกับพวกหนุ่มๆ จนเขาเริ่มจะเก็บอาการทั้งหึง ทั้งหวง เอาไว้ไม่อยู่
ความรักที่เจ็บปวดจนเหมือนถูกฉุดรั้งลงเหว ทั้งรัก ทั้งเจ็บ ทั้งอยากหนีแต่ไปไหนไม่ได้, ความทรมานของการที่ต้องพยายาม “ตัดใจ” ทั้งที่หัวใจยังร้องไห้เรียกชื่อเขาไม่หยุด, ความรักหวานละมุนที่กลายเป็นความปวดแปลบ เพราะยิ่งรัก…ก็ยิ่งเจ็บ คือสิ่งที่พิงค์และคิมหันต์ต้องเผชิญ ทางออกของเรื่องนี้ง่ายมาก ถ้าเขาแค่ยอมรับความรู้สึกของเธอและตัวเอง แต่ศีลธรรมกับใบหน้าของเพื่อนสนิทในความทรงจำ ทำให้คิมหันต์ไม่อาจก้าวข้ามเส้นที่เขาขีดกั้นเอาไว้ได้ แต่พิงค์ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น
ภายในห้องสอบสวน ความเงียบยังคงกดทับอยู่เหนือโต๊ะตัวเดิมธีรภพยังคงนั่งอยู่ตรงข้ามเรวัตร โดยมีออสตินยืนเยื้องไปทางด้านหลังเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างของออสตินกอดอก ดวงตาคู่คมของเขาจับจ้องทนายหนุ่มอยู่งียบๆ โดยไม่พูดอะไร“ตอนนี้คุณกำลังกลัวอะไร”คำถามของธีรภพยังคงค้างอยู่กลางห้องเรวัตรนิ่งไปนาน นานจนเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่เหนือศีรษะ กลายเป็นเสียงเดียวที่ทุกคนได้ยิน ในที่สุดเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ผู้การคิดว่าผมกลัวอะไรล่ะครับ?”ธีรภพตอบทันที “กลัวตาย”รอยยิ้มของเรวัตรหายไป “ไม่ใช่”ธีรภพเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเรวัตรเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย “ถ้าผมแค่กลัวตาย เรื่องมันคงง่ายกว่านี้มาก”ออสตินหรี่ตาลงธีรภพยังคงเลิกคิ้วมองเงียบๆ ปล่อยให้ชายตรงหน้าพูดต่อ“คนอย่างผม...” เรวัตรหัวเราะเยาะตัวเอง “อยู่ในวงการกฎหมายมานานพอที่จะรู้ว่าการติดคุกไม่ใช่จุดจบของชีวิต...ต่อให้โดนโทษเป็นสิบปี ถ้าได้ลดโทษบ่อยๆ แป๊บๆ ก็ได้ออกจากคุก แล้วถ้ามีเงิน...คุณจะซื้อได้แม้กระทั่งคน...คนคุ้มกันในคุกตัวเป้งๆ”“อืม”เรวัตรพึมพำเหมือนหมดอาลัยตายอยาก “ก็ตามนั้น...คนมีเงินมีอำนาจติดคุก
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายในอาคารสำนักงานของบริษัทเอเชีย โกลบอล คอนซัลติ้ง ไฟบางส่วนยังคงเปิดสว่างอยู่ทั้งที่เวลาล่วงเลยเข้าสู่กลางดึกชั้นบนสุดของอาคารเงียบสนิท ไม่มีพนักงาน ไม่มีเสียงเครื่องถ่ายเอกสาร ไม่มีเสียงโทรศัพท์สำนักงาน แต่ห้องห้องหนึ่งกลับยังมีคนอยู่ภายในห้องห้องนั้น ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เขากำลังมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งเต็มไปด้วยรายการธุรกรรมทางการเงินจู่ๆ โทรศัพท์มือถือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นขึ้นเมื่อเขาหยิบขึ้นมาดู สีหน้าของชายคนนั้นก็เปลี่ยนไปทันที เพราะข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์มีเพียงไม่กี่คำ“ตำรวจรู้เรื่องแล้ว”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับ“ระดับไหน?”ข้อความถูกอ่านทันที แต่คำตอบที่ได้รับกลับมา ทำให้สีหน้าของเขาซีดขาวลงกว่าเดิม“บุก”ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นทันที “บุก?” เขารีบลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินไปยังตู้เอกสารด้านหลังห้อง จากนั้นก็เปิดลิ้นชักอย่างรวดเร็วแฟ้มหลายเล่มถูกหยิบออกมา จากนั้นก็เป็นฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ์ โทรศัพท์สำรอง เอกสารการโอนเงิน และกล่องโลหะขนาดเล็กอีกหนึ่งกล่องเขากำลังจะกวาดทุกอย่างลงกระเป๋า โทรศัพท์มือถือก็สั่น
หลังคำถามของธีรภพ ภายในห้องสอบสวนก็ตกอยู่ในความเงียบงัน“คุณกลัวเขามากขนาดนั้นเลยหรือ?”เรวัตรไม่ได้ตอบ เขาเพียงก้มหน้ามองโต๊ะ ราวกับกำลังชั่งใจว่าควรจะพูดอะไรต่อ และอะไรที่ไม่ควรหลุดปากพูดออกมาอย่างเด็ดขาดแต่ในอีกห้องหนึ่งด้านหลังกระจก เสียงโทรศัพท์ของออสตินกลับสั่นขึ้น เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย‘คิมหันต์’ออสตินกดรับสายด้วยความสงสัย “ว่าไง?”เสียงของคิมหันต์ดังมาตามสายทันที “พ่ออยู่กับผู้การธีรภพใช่ไหม?”ออสตินหันไปมองธีรภผ่านกระจก ก่อนตอบน้ำเสียงจริงจัง “ใช่”“เรื่องเรวัตร?”“ลูกรู้แล้ว?”ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาเรียบๆ “ผมรู้เรื่องซองแล้ว”ออสตินหรี่ตาลง ก่อนถาม “ใครบอก?”“ไม่สำคัญครับ” คิมหันต์ตอบสั้นๆ ก่อนพูดต่อ “สิ่งสำคัญคือ พ่อเปิดซองหรือยัง?”ออสตินมองผ่านกระจกเข้าไปในห้องสอบสวน พลางพูด “เปิดแล้ว”“ข้างในมีอะไร?”ออสตินกำลังจะบอกปัด แต่ธีรภพที่เดินมาที่ห้องฝั่งทางนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยกมือขึ้นโบกมือให้ “บอกไอ้หลานชายไป”ออสตินจึงตอบตามตรง “เอกสารโอนเงินปลอม ที่มีรหัสในระบบของบริษัทเอเชีย โกลบอล คอนซัลติ้ง อ
ภายในห้องสอบสวนเรวัตรนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาจับจ้องซองสีน้ำตาลบนโต๊ะธีรภพเองก็ไม่ได้รีบร้อน เขาเพียงมองซองซองนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ด้านนอกเมื่อประตูห้องเปิดออก เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมถุงมือยางสีขาว เขาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ ก่อนเอ่ยถามตามขั้นตอน“จะให้เปิดต่อหน้าคุณเรวัตรเลยไหมครับ?”ธีรภพพยักหน้า “เปิด”เจ้าหน้าที่สวมถุงมืออย่างระมัดระวัง ก่อนหยิบซองสีน้ำตาลขึ้นมาเรวัตรมองทุกการเคลื่อนไหวโดยไม่พูดอะไรปลายนิ้วของเจ้าหน้าที่ค่อยๆ เปิดผนึก เสียงกระดาษเสียดสีกันเบาๆ ดังขึ้นภายในห้อง จากนั้นเอกสารชุดหนึ่งก็ถูกนำออกมาวางบนโต๊ะแผ่นแรกเป็นสำเนารายการโอนเงิน แผ่นที่สองเป็นเอกสารการรับเงิน แผ่นที่สามเป็นสำเนาสัญญาทางธุรกิจ และแผ่นสุดท้ายเป็นภาพถ่ายธีรภพหยิบเอกสารแผ่นแรกขึ้นมาอ่าน ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ดวงตารียาวหรี่ลงเล็กน้อย“สามล้านยูโร” ธีรภพพูดเป็นเชิงถามเรวัตรไม่ได้ตอบ ธีรภพเองก็ไม่ได้สนใจจะรอฟัง เขาพลิกเอกสารอีกด้าน หลังกวาดตาดูครู่ใหญ่ก็พึมพำออกมาประโยคหนึ่ง “บัญชีต้นทาง...ไทยอิตาลีคิมหันต์คอร์ปอเรชั่น”ออสตินท
หลังจากนั้น คิมหันต์ก็แทบจะไม่ยอมลุกไปไหนอีก แม้แต่ตอนที่วีกิจต้องมารายงาน เขาก็เรียกให้เลขาคนสนิทเข้ามารายงานข้างในห้องนิรภัยพิงค์นอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเงียบๆถึงจะไม่อยากฟัง แต่ก็ได้ยินที่พวกเขาคุยกันทุกคำ“นายครับ” วีกิจเปิดแท็บเล็ตให้เจ้านายดู “ทีมสเปนส่งข้อมูลกลับมาแล้วครับ”“พูดมา”“ชาญได้รับ
อีกด้านหนึ่ง ที่คฤหาสน์ วาเลนเต้ วรศักดิ์ไชยบำรุงภายในห้องนิรภัย พิงค์นอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายอ่อนแรงจนแทบไม่อยากขยับ ความเจ็บหน่วงๆ ยังคงหลงเหลือจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเธอไม่เคยคิดว่าครั้งแรกของตัวเองจะเป็นแบบนั้น ทั้งรุนแรง ทั้งเร่าร้อน และยาวนาน...พิงค์หลับตาแน่น พยายามไล่ความรู้สึกบางอ
ห้องประชุมชั้นบนสุดของคิมหันต์คอร์ปอเรชั่นเปิดไฟสว่างตั้งแต่เช้าโต๊ะยาวสีเข้มสะท้อนเงาคนที่นั่งเรียงกันอยู่รอบด้านอย่างชัดเจน หน้าจอขนาดใหญ่ด้านหน้าห้องแสดงกราฟหุ้น และเส้นกราฟบางอย่างที่พุ่งขึ้นเป็นเส้นชันสีแดงสด ตัดกับพื้นหลังสีดำกราฟแสดงยอดการค้นหา ยอดการแชร์ จำนวนบทความข่าว ทุกอย่างพุ่งขึ้นไป
เสียงจากหูฟังขนาดเล็กดังขึ้นในหูคิมหันต์“นายครับ”เป็นเสียงวีกิจคิมหันต์ถอนสายตาจากพิงค์ เดินออกมาจากห้องนิรภัยเมื่อกลับขึ้นไปที่ด้านบน ก็พบว่าวีกิจยืนรออยู่“มีอะไร”“มีความเคลื่อนไหวใหม่ครับ” วีกิจรีบรายงาน “มีคลิปใหม่ถูกปล่อยออกมา...”คิมหันต์ชะงักเมื่อได้ยิน“คลิปอะไร”วีกิจลังเลเล็กน้อย ก่อน
reviews