Masukภูเมฆกระโดดลงจากเตียงเพื่อวิ่งตามหลังคนตัวเล็กอย่างรวดเร็ว ก่อนคว้าเธอเข้าสู่วงแขนได้ทัน กระชับกอดเธอแน่นเพื่อรั้งไม่ให้หนีไปไหน
“ปล่อยนะพี่เมฆ ฉายจะไปอาบน้ำ” พยายามขัดขืนสุดฤทธิ์ ขณะนี้อยากเอาตัวเองออกห่างเขามากที่สุด เนื่องจากบทสนทนาระหว่างกันก่อนหน้ายังคงตอกย้ำความรู้สึกได้ดี เจ็บปวดรวดร้าวไปหมดทั้งใจ ไม่ต่างถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทง
“ที่เธอพูดเมื่อกี้หมายความว่าไง”
“ก็อย่างที่พูดนั่นแหละค่ะ”
“เดือนฉาย!!” บีบท่อนแขนเล็กแน่น จ้องเขม็งคนในอ้อมกอดด้วยแววตาเกลียดชังปนขยะแขยงในถ้อยคำนั้น
“ทำไมล่ะคะ ฉายจะให้เด็กที่พ่อไม่ต้องการเกิดมาทำไม”
“ฉันไม่คิดเลยเธอจะจิตใจโหดเหี้ยมขนาดนี้ เลวที่สุด!!” ตะคอกใส่หน้าหวานเสียงดังสนั่น จนเธอสะดุ้งเฮือกหนึ่ง
“ใช่ ฉายมันเลว เพราะฉายไม่เคยเป็นที่ต้องการของใครเลย” ประโยคท้ายเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ ตามด้วยเสียงสะอึก
“ไม่ต้องมาแกล้งบีบน้ำตาหรอกนะ ฉันเคยบอกแล้วไงน้ำตาของเธอไม่ได้ทำให้ฉันหวั่นไหวสักนิดเดียว”
“ทำไมฉายต้องรักคนอย่างพี่เมฆด้วยนะ ฉายเกลียดตัวเองเหลือเกิน” ยกหลังมือเล็กขึ้นซับน้ำตาบริเวณพวงแก้มนวล
เธอไม่เข้าใจตัวเองสักนิด ทำไมถึงยังรักผู้ชายคนนี้ คนที่ทำให้เจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ต่างจากคนโง่เขลา
ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้อง หลังสิ้นสุดคำพูดของเดือนฉายก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากคนทั้งสอง
กว่าภูเมฆจะเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัด ก็ล่วงเลยผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ
“อาบน้ำกันเถอะ” ไม่พูดเปล่า คนตัวโตช้อนเดือนฉายในท่าเจ้าสาวเข้าสู่อ้อมแขนเพื่อมุ่งหน้าเข้าห้องน้ำ หญิงสาวไม่ได้ขัดขืนยอมจำนนต่อการกระทำของเขาง่าย ๆ
ทั้งสองคนแช่ตัวด้วยน้ำสมุนไพรในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ที่ภูเมฆเป็นคนเตรียมเองทั้งหมด โดยชายหนุ่มโอบกอดเดือนฉายจากด้านหลัง และเธอพิงศีรษะกับแผงอกล่ำสัน
‘เธอไม่ได้สำคัญกับฉันด้วยซ้ำ ทำไมถึงปล่อยไปไม่ได้สักทีนะ’
ทำได้แค่พูดในใจพลางปรายตามองคนตัวเล็ก ซึ่งเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วด้วยความเหนื่อยล้ากับบทรัก
“ฮึก ฉายเจ็บเหลือเกิน” คนหลับละเมอออกมา ทำให้ภูเมฆเหลือบมองเห็นคราบหยาดน้ำใส จึงช่วยซับออกอย่างเบามือที่สุดด้วยความกลัวจะทำเธอตื่น
“ความรู้สึกนี้คืออะไรแน่” รู้สึกปวดหนึบตรงหน้าอกข้างซ้าย เลยยกมือขึ้นบีบหวังหยุดอาการเหล่านั้น
ก่อนความคิดกับความรู้สึกจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ภูเมฆไม่รีรอทำการอาบน้ำให้เดือนฉายกับตัวเองจนเสร็จสิ้น แล้วพากันออกไปข้างนอกก่อนแต่งตัวให้เรียบร้อย
“หลับสบายเลย” นอนตะแคงข้างมองดูหญิงสาวหลับอย่างเอ็นดู จากนั้นดึงเข้าสู่วงแขนพร้อมหลับใหลไปด้วยกันตลอดทั้งคืน
นับจากเหตุการณ์เมื่อคืนกระทั่งถึงเช้าวันใหม่ เดือนฉายกับภูเมฆแทบไม่ได้พูดคุยกันสักคำ ทั้งคู่เพียงแค่มองหน้ากันเงียบ ๆ แต่ก็รับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกัน
ทว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มกลับรู้สึกหงุดหงิดถึงพฤติกรรมของเดือนฉาย เพราะผ่านมาแล้วครึ่งวัน อีกคนยังไม่มีท่าทีจะเอ่ยปากพูด แถมวันนี้ดันเป็นวันหยุดของเขาจึงไม่ต้องเข้าไร่ เลยมีเวลาว่างอยู่กับเธอ
ขณะนี้เขากับเธอกำลังอยู่ในห้องนั่งเล่น ซึ่งเดือนฉายเอาแต่จ้องมองภาพเคลื่อนไหวในจอโทรทัศน์ ไม่แม้เหลือบมองคนข้างกายสักนิด นั่นยิ่งส่งผลให้ภูเมฆขุ่นเคือง
“นี่เธอ” ในที่สุดทนไม่ไหวกับสงครามประสาทของเธอ จึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
เธอเหลือบมองเขาด้วยหางตาแวบหนึ่ง และให้ความสนใจทีวีต่อทำราวกับเขาคือธาตุอากาศ ไม่จำเป็นต้องแยแส
“เดือนฉาย จะเอาแบบนี้จริงเหรอ” คว้าข้อมือเล็กขึ้นมาบีบด้วยอารมณ์เดือดพล่าน
“ฉายทำอะไรคะ”
“เป็นอะไรของเธอ คิดจะเล่นสงครามประสาทกันใช่ไหม”
“ตอนฉายพูดก็ผิดพอไม่พูดก็ผิดอีกเหรอ สรุปพี่เมฆต้องการอะไรกันแน่คะ” ไม่รู้ต้องทำตัวหรือวางตัวยังไงแล้ว อีกฝ่ายถึงจะพึงพอใจ บางครั้งดีบางครั้งร้ายแต่ส่วนใหญ่จะร้ายมากกว่า
“ฉันไม่ชอบที่เธอเอาแต่เงียบ”
“พี่เมฆก็ถามมาสิ ไม่ใช่เรียกนี่เธออยู่ได้” ประโยคท้ายเสียงหวานพึมพำแทบไม่ได้ยิน แต่พ่อเลี้ยงหนุ่มได้ยินชัดเจนก่อนพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“เธอว่าอะไร เมื่อกี้ฉันได้ยินนะ”
“ตามนั้นแหละค่ะ”
“เฮอะ!! อยากให้ฉันเมตตาเธอ แต่ดูเธอสิเถียงคำไม่ตกฟาก ใครเขาอยากจะใจดีด้วยวะ” ใช้มืออีกข้างบีบปลายคางมนอย่างแรง
“เอ่อ ขอโทษค่ะ พอดีจะแจ้งว่าคุณมานีมาค่ะ” เสียงของป้าบัวแทรกขึ้นเรียกความสนใจจากภูเมฆหันมอง
“ป้านีมาเหรอครับ” ถามเสียงสุภาพกับผู้มีอายุมากกว่า
“ค่ะ ตอนนี้รออยู่ในห้องรับรองแขก”
“เดี๋ยวผมตามไปครับ”
“ค่ะ” หลังจากแจ้งเจ้านายเสร็จ ป้าบัวจากไปทันที
“รีบตามมาล่ะ อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ชายหนุ่มปล่อยเธอเป็นอิสระ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนออกจากห้องอย่างไว โดยไม่รอกัน
“เฮ้อ...” เดือนฉายถอนหายใจยืดยาว ทันทีที่รู้ว่าใครมา
เธอรวบรวมความกล้าครู่หนึ่งตรงไปห้องรับรองแขก เพราะหากช้ากว่านี้คงได้โดนใครสักคนตำหนิ
“กว่าจะมาได้ ชักช้าอยู่นั่นแหละ” ทันทีที่เธอปรากฏ มิวายโดนมานีหรือป้าของภูเมฆตำหนิด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“สวัสดีค่ะป้านี”
“เธอนี่มันไร้มารยาทที่สุด แทนที่จะขอโทษที่ทำให้ผู้ใหญ่รอนานแต่กลับเมินเฉย แย่” จ้องมองเดือนฉายด้วยแววตาเหยียดหยามปนรังเกียจ
“ขอโทษค่ะ ฉายทำตัวเสียมารยาทแล้ว” มือเรียวยกขึ้นไหว้หญิงวัยกลางคน
ถึงเธอจะช้าแค่ไม่กี่นาทีก็ไม่อาจโต้กลับได้ ยังไงอีกคนเป็นถึงผู้ใหญ่ แถมยังมีศักดิ์เป็นญาติฝ่ายสามี มิหนำซ้ำต่อให้อธิบายอย่างไรก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี เนื่องจากมานีเกลียดเธอมาก
สาเหตุมาจากปมในใจเกี่ยวกับสามีทิ้งไปหาเมียน้อย ทำให้เธอต้องช้ำใจ เลยมองว่าการที่เดือนฉายแต่งงานกับภูเมฆ เป็นต้นเหตุทำลายความรักของหลานชายกับคนรัก จนอีกคนต้องหนีไป
สำหรับมานี เดือนฉายคือมือที่สามทำลายความรักของคนอื่นพัง เธอจึงรู้สึกเกลียดหญิงสาวมาก
“เมฆ...ป้าจะพักที่นี่สักอาทิตย์นะ” มานีไม่สนใจเดือนฉายซึ่งกำลังยืนพนมมือไหว้เธอกลางห้อง แต่หันไปคุยกับหลานชายแทน
“ได้สิครับ สำหรับป้านีคนสวยได้เสมอ”
“ปากหวานจริงเลยหลานชายคนนี้” เธออารมณ์ดีเพราะถ้อยคำของภูเมฆ ก่อนหุบยิ้มเมื่อสายตาปะทะเดือนฉาย
“เธอไปจัดห้องให้ฉันสิ นั่นกระเป๋ายกขึ้นไปบนห้องด้วย”
“เอ่อ ป้านีครับ เดี๋ยวผมให้คนอื่นไปจัดห้องแทนดีกว่า” ภูเมฆเห็นท่าไม่ดีรีบแทรกขึ้น
“เมฆจะขัดใจป้าเหรอ ตั้งแต่เมฆของป้าแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มไม่เหมือนเดิม มันคงทำให้เมฆไม่สนใจป้าแก่ ๆ คนนี้แล้วสินะ” หญิงวัยกลางคนแสร้งตีหน้าเศร้าพร้อมตีโพยตีพายยกใหญ่
“ผมว่าให้คนอื่นจัดห้องแทนเดือนฉายดีกว่านะครับ ผมกลัวเดือนฉายจะจัดห้องไม่ถูกใจป้านี”
“ช่างเถอะ ป้าพูดอะไรไปเมฆคงไม่สนใจหรอก”
“ป้านีครับ”
“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉายจัดห้องให้ป้านีเอง” ก่อนสองป้าหลานจะผิดใจกันไปมากกว่านี้ เพราะสาเหตุมาจากเธอ เดือนฉายเลยอาสาจัดห้องแทน
“จริงเหรอ”
“ค่ะ” ว่าพลางพยักหน้าตอบรับ
“งั้นก็รีบไปสิ ยืนเอ้อระเหยอีกทำไม”
“ค่ะ ฉายจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
หญิงสาวเดินพ้นห้องรับรองแขกไม่กี่ก้าว ทันใดนั้นฝ่ามือใหญ่ของพ่อเลี้ยงหนุ่มรั้งไว้
“เดี๋ยว”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ พี่เมฆ” เงยหน้ามองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ คาดไม่ถึงจะเดินตามหลังเธอแทนที่จะอยู่กับมานี
“เธอไหวเหรอ ให้คนอื่นไปทำแทนเถอะ เมื่อคืนฉันทำเธอเจ็บมากไม่ใช่เหรอ” ว่าแล้ว มองดูเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
“สนใจฉายด้วยเหรอคะ”
“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอต้องมาล้มป่วยตายในบ้านฉัน อย่าคิดว่าฉันจะห่วงใยผู้หญิงแบบเธอ”
“งั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ถ้าฉายจะตายจะไปไกล ๆ บ้านพี่เมฆเลย ขอตัวก่อนนะคะ” แกะมือหนาและผลักเขาหนึ่งทีจนอีกคนเซ อาศัยจังหวะนั้นหนี ไม่แม้เหลียวหลังมองคนตัวโตกำลังตะโกนเรียกตัวเองเสียงดังสนั่น
“เฮ้อ...ดื้อจริง ๆ ลูกสาวใครเนี่ย” เดือนฉายบ่นอุบอิบพลางส่ายหัวไปมาอย่างเชื่องช้าด้วยความเอ็นดูกว่าจะกล่อมเด็กแฝดทั้งสองคนให้หลับ เล่นเอาปาดเหงื่อไม่น้อยทีเดียวเพราะลูกสาวรบเร้าให้อ่านนิทานให้ฟัง เอย่าไม่เท่าไรหรอกว่านอนสอนง่าย แต่อันย่านี่สิค่อนข้างดื้อ ไม่ยอมหลับง่าย ๆ หากไม่อ่านนิทานให้ฟัง“แม่รักลูกทั้งสองนะคะ” ก้มหน้าจูบหน้าผากเล็กของหนูน้อยทั้งสอง ก่อนกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง“มาแล้วเหรอ”ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปข้างใน ภูเมฆกระโดดลงจากเตียงตรงมาหาเธออย่างไว แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบกอดคนตัวเล็กอย่างออดอ้อน“มีอะไรคะ” ท่าทางของอีกคนทำเอาแปลกใจ ทำให้เธอรู้ได้ทันทีต้องมีบางอย่างแน่ที่เขาต้องการ“เรามาปั๊มลูกเพิ่มดีไหม” กระซิบบอกข้างหูเธอทำคนฟังหน้าร้อนผ่าว“ไม่เอาด้วยหรอก” เธอผลักเขาไปพ้นแล้วก้าวเดินเร็ว ๆ“นะครับ” ภูเมฆสวมกอดเธอจากด้านหลัง“จนป่านนี้แล้วยังไม่เลิกหื่นอีกเหรอคะ”อดไม่ได้จะตำหนิเขา จะไม่ให้เธอว่าได้ไงล่ะในเมื่อหนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน เขารังแกเธอไปแล้วสามวัน“ก็ใครให้เมียพี่น่าเอาอย่างนี้ล่ะ”“พี่เมฆ!!”“ครับ...” เขาลากเสียงยาวตอบเธอ “ขอนะครับ”“ไปที่เตียงสิคะ” สุดท้ายพ่
“อีกไม่นานก็จะได้เจอกันแล้วนะคะ” มือเรียวลูบหน้าท้องนูนใหญ่แผ่วเบา ขณะยืนจ้องมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่เพื่อเตรียมตัวจะอาบน้ำเสียงเปิดประตูดังขึ้นเรียกความสนใจจากเธอหันไปมอง ก่อนพบกับชายหนุ่มในสภาพนุ่งแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว เผยให้เห็นอกแกร่งแสนสมบูรณ์“เข้ามาทำไมคะ”“พี่มาช่วยฉายอาบน้ำ” คนเจ้าเล่ห์ตอบ“ฉายอาบคนเดียวได้ค่ะ” เธอรู้สึกไม่ชอบมาพากล“พี่ไม่ทำอะไรหรอก แค่ช่วยอาบน้ำให้ฉายเฉย ๆ”“แน่นอนนะคะ” ไม่รู้ทำไมเหมือนกำลังตกหลุมพราง“แน่สิครับ”“งั้นก็ตามใจค่ะ”ภูเมฆประชันหน้ากับเดือนฉาย เขาช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากเธอจนหมด ก่อนจุ๊บท้องนูนเบา ๆ จากนั้นจูงข้อมือเล็กให้เดินตามหลังไปใต้ฝักบัว“ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอคะ”“พี่อยากดูแลฉายนี่ครับ” ไม่พูดเปล่า ฝ่ามือหยาบกร้านเอื้อมไปเปิดก๊อกน้ำหยดน้ำไหลชโลมทั่วเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนตัวเล็ก พ่อเลี้ยงหนุ่มซึ่งยืนซ้อนแผ่นหลังเล็ก ยื่นมือไปบีบเคล้นกอดบัวตูมเบา ๆ“อื้อ พี่เมฆ” เธอรู้สึกเคลิ้มเมื่ออีกคนคลึงเคล้ายอดปทุมถันก่อนจะหลับตาพริ้ม ขณะเดียวกันมือเรียวจิกเล็บบนท่อนขาแกร่ง“ไม่ต้องเกร็งนะครับ” เขายังคงลูบวนทรวงอกอวบอั๋นไปมา ก่อนเลื่อนมือข้างหน
ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ภูเมฆกำลังสะสางเอกสารในห้องทำงานเงยหน้าขึ้นมอง เพราะคิดว่าเป็นเดือนฉายเนื่องจากเธอมักจะนำอาหารมาให้เขาช่วงพักเที่ยงเป็นประจำ แต่น่าแปลกวันนี้มาเร็วกว่าปกติ“หยาด” คนที่เปิดประตูเข้ามาไม่ใช่เดือนฉายกลับเป็นหยาดทิพย์ ทำพ่อเลี้ยงหนุ่มเด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างอึ้ง“เมฆขา”“หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามาใกล้ผม” นิ้วแกร่งชี้สั่ง รู้สึกรังเกียจเธอเต็มทน“ทำไมล่ะ เมฆรู้ไหมว่าหยาดต้องพยายามมากแค่ไหนถึงจะเข้ามาหาเมฆได้”“มาทำไม ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณทั้งนั้น”“ฮือ ๆ หยาดขอโทษ” หยาดทิพย์ไม่สนใจคำสั่งของเขา เธอวิ่งไปกอดเขาแน่น“ปล่อยนะเว้ย” พยายามแกะแขนอีกฝ่ายออกแต่รัดแน่นเหลือเกิน วินาทีนี้ทำได้แค่ภาวนาไม่ให้เดือนฉายเข้ามา กลัวจะเข้าใจผิดกันอีก“ไม่ปล่อย เมฆอย่าทำแบบนี้กับหยาดเลย”“ปล่อยหยาด!! รู้ไหมว่าผมรังเกียจคุณมากแค่ไหน”“เมฆโกรธหยาดที่ขโมยข้อมูลสินค้านั้นเหรอ หยาดถูกไอ้ธาดาขู่ หยาดไม่ได้อยากทำมันเลย” เงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา หวังขอความเห็นใจจากอีกคน ชีวิตของเธอตอนนี้ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเขาคงลำบากแน่“มันไม่ใช่แค่นั้นไงหยาด คุณหลอกผม ทรยศความรักที่ผมมอบให้คุณ
หลังจากคนทั้งคู่แลกเปลี่ยนความรู้สึกแก่กันจนเข้าใจกันดี เดือนฉายจึงคะยั้นคะยอให้ภูเมฆกลับไปพัก เพราะรู้สึกเป็นห่วงที่เพิ่งตกจากต้นไม้มาหมาด ๆ ซึ่งภูเมฆไม่ดื้อรั้นในเมื่อเป็นความประสงค์ของหญิงสาวก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย“เข้าข้างในเถอะ” ทันทีที่รถเคลื่อนตัวจอดจุดหมายปลายทาง พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่รอช้ารีบเปิดประตูรถให้เธอ ก่อนประคองเข้าข้างในอย่างระมัดระวัง “อ้าว” ป้าบัวชะงักเมื่อเห็นคนทั้งสองเดินเข้ามาด้วยกัน“ผมขอพาฉายขึ้นไปพักก่อนนะครับ” พ่อเลี้ยงรีบตัดบท ไม่ทันที่ป้าบัวจะอ้าปากถาม หญิงวัยกลางคนทำได้แค่มองตามหลังคนทั้งสองพลางเผยยิ้มกรุ้มกริ่ม“เดี๋ยวพี่มานะครับ ขอตัวไปอาบน้ำก่อน” ภูเมฆพูดขึ้นหลังเดินมาส่งคนตัวเล็กยังเตียงนอน เขาเพิ่งรู้ประเดี๋ยวนี้เองตนเองเหม็นคราบเหงื่อ จนอยากอาบน้ำให้สะอาดเสียก่อนจะใกล้ชิดเธอ“รีบไปรีบมานะคะ ฉายมีเรื่องจะคุยกับพี่เมฆอีกเยอะ” ถึงจะปรับความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาเข้าใจแล้ว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องคาใจจึงอยากถามให้แน่ใจอีกที“ครับ”พ้นกายแกร่งไปไม่กี่นาที เดือนฉายขึ้นไปนั่งบนเตียงโดยนำหมอนใบใหญ่พิงหลัง จากนั้นหยิบหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลู
นับจากวันนั้นผ่านมาแล้วหลายเดือน ที่หญิงสาวพูดจาไม่น่าฟังใส่ภูเมฆ ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองยิ่งห่างเหินมากขึ้นกว่าเดิม ภูเมฆยอมเว้นระยะห่างเพราะกลัวเธออึดอัดแต่ยังคอยเป็นห่วงไกล ๆการกระทำของชายหนุ่ม สร้างความน้อยใจแก่หญิงตั้งครรภ์อย่างเดือนฉายยิ่งนัก“ป้าบัวครับ พ่อเลี้ยงตกจากต้นไม้”เดือนฉายบังเอิญมาได้ยินบทสนทนาระหว่างนาวินกับป้าบัว ก่อนรีบเดินไปหาคนทั้งสองและพูดแทรกขึ้น“พี่เมฆเป็นอะไรคะ” จ้องมองนาวินอย่างรอคอยคำตอบ“เอ่อ พ่อเลี้ยงตกต้นไม้”“เป็นยังไงบ้างคะ ช่วยพาฉายไปหาพี่เมฆหน่อยได้ไหม” หญิงสาวทำหน้าจะร้องไห้หลังจากได้ยินประโยคนั้น“เอ่อ...”“ขอร้องละ พาฉายไปหาพี่เมฆหน่อยเถอะ” ส่งสายตาเว้าวอนอีกคน ขณะนี้ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรทั้งนั้น หากไม่ได้เห็นภูเมฆปลอดภัย“พาคุณฉายไปเถอะ” ป้าบัวช่วยพูดเสริม นาวินจึงยอมพาเดือนฉายไปไร่ส้มทันทีมาถึงจุดหมายปลายทาง เดือนฉายรีบเปิดประตูลงจากรถและถามหาภูเมฆจากผู้คนบริเวณนั้น ก่อนเยื้องย่างไปตามทางอย่างระมัดระวังเพราะท้องใหญ่“ฮือ ๆ อย่าเป็นอะไรนะพี่เมฆ” เดือนฉายไปหยุดข้างกายคนตัวโตซึ่งนอนแผ่บนพื้นหญ้าเขียวขจี ก่อนทรุดกายนั่งลงและปล่อยโฮออกมาอย่าง
หลังจากคนทั้งสองรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เดือนฉายไม่รอช้าไปหาสายหมอกบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งภูเมฆก็ตามไปด้วยเช่นกันอย่างรอคอยว่าเธอจะเปลี่ยนใจไปกับเขาแทนรถคันหรูแล่นจอดตรงหน้าเดือนฉาย เจ้าของรถเปิดประตูก้าวเดินลงมาหาหญิงสาว เอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตรพร้อมส่งยิ้มหวาน“วันนี้ก็สวยเหมือนเดิมนะครับ” ผู้จัดการหนุ่มชำเลืองมองเพื่อนสนิทครู่หนึ่ง ซึ่งอีกคนทำตัวเหมือนสุนัขหวงก้างเตรียมพร้อมจะสวบเขาประเดี๋ยวนี้“ขอบคุณค่ะ” ส่งยิ้มแก่คนตรงหน้า“จะไปเลยไหมครับ”“ค่ะ”“ฉาย พี่ไปด้วยนะครับ” ฝ่ามือหยาบกร้านจับท่อนแขนเล็ก ส่งสายตาเว้าวอนเพื่อขอร้องให้เธอยอมพาตัวเองไปด้วย“ฉายไปกับพี่หมอกได้ค่ะ ไม่รบกวนพี่เมฆดีกว่า”“ไม่เป็นไรครับ พี่เต็มใจ”“พี่หมอกคะ เราไปกันเถอะ” เดือนฉายแกะมือหนาออกห่าง จากนั้นย่างกรายไปขึ้นรถ ไม่แม้จะเอี้ยวหน้ามองท่าทางหงอยของภูเมฆสายหมอกมองเพื่อนสนิท ก่อนจะอมยิ้มกับการแสดงออกทางสีหน้าของอีกฝ่าย เพราะไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นเช่นนี้มาก่อน“ยิ้มอะไร ไอ้หมอก”“เปล่า ไปแล้วดีกว่า” สายหมอกเดินไปขึ้นรถด้วยท่าทางอารมณ์ดี“พี่ไม่ยอมให้ฉายไปกับไอ้หมอกกันสองคนหรอก” พ่อเลี้ยงหนุ่มหมุนตัวเข้าไ







