Beranda / โรแมนติก / ตรวนรักไร้ใจ / บทที่ 6 กลั่นแกล้ง

Share

บทที่ 6 กลั่นแกล้ง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-01 21:26:14

นับจากมานีเดินทางมาพักที่ไร่ส้มเกือบหนึ่งสัปดาห์ ไม่มีวันไหนเลยเดือนฉายจะไม่ถูกหญิงวัยกลางคนรังแกด้วยสารพัดวิธี บ่อยครั้งรู้สึกเจ็บปวดกับการกระทำชั่วร้ายของมานีแต่ไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ ทำได้แค่ข่มความรู้สึกไว้ในใจอย่างเงียบ ๆ

“กาแฟค่ะ”

วันนี้ก็เป็นอีกวัน เดือนฉายต้องคอยดูแลมานีตามคำสั่งของภูเมฆ แม้ไม่อยากทำมากแค่ไหนก็ต้องฝืนทน

“วางสิ! ต้องให้บอกทุกอย่างเลยเหรอ”

“ค่ะ”

ระหว่างเดือนฉายกำลังจะย่างกรายนำเอาเครื่องดื่มไปวางบนโต๊ะตัวเตี้ยตรงหน้ามานีในห้องนั่งเล่น จู่ ๆ อีกคนยื่นขาออกมา ส่งผลให้หญิงสาวสะดุดเกือบล้มลง ทว่าโชคดีจับถาดกาแฟไว้แน่นจึงไม่ตกหล่นกระทบพื้น

“ซุ่มซ่าม” ว่าแล้ว เบะปากใส่เดือนฉายอย่างสะใจ

หญิงสาวทำได้แค่ส่งยิ้มอ่อน ๆ วางของในมือลงอย่างใจเย็น พยายามระงับโทสะไม่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมออกไป

“โอ๊ย!! กาแฟอะไรของเธอเนี่ย ขมชะมัด” ทันทีมานีลิ้มลองรสชาติกาแฟได้เพียงนิดหน่อยถึงขั้นพ่นออกมา แล้วหันไปตำหนิเดือนฉาย

“กาแฟดำไงคะ แบบที่ป้านีต้องการ”

“นี่แกเถียงฉันเหรอ” หญิงวัยกลางคนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงไปประชันหน้ากับเดือนฉาย

“ฉายแค่อธิบายเฉย ๆ ยังไม่ได้เถียงเลย”

เพียะ! คนตัวเล็กพูดจบไม่ถึงนาที ฝ่ามือเหี่ยวฟาดเข้ากับพวงแก้มขาวใสอย่างจัง จนใบหน้าจิ้มลิ้มหันไปอีกด้าน

“จำไว้นะ แกมันก็แค่ผู้อยู่อาศัย อย่าสะเออะมาเทียบกับฉัน” ว่าแล้ว จี้ขมับหญิงสาวแรง ๆ ก่อนหยิบถ้วยกาแฟบนโต๊ะปาลงบนพื้นห้อง จนแตกกระจัดกระจาย

“จัดการด้วย” พูดจบเดินตัวปลิวไปจากห้อง ทิ้งหญิงสาวไว้เพียงคนเดียวด้วยความสะใจที่ได้แกล้ง

“เฮ้อ” พ้นร่างมานีเพียงไม่นาน คนตัวเล็กทรุดกายนั่งลงบนพื้นดั่งคนไร้เรี่ยวแรง พยายามข่มน้ำตาสุดขีดไม่ให้ไหลริน

“อย่าร้องนะเดือนฉาย เธอมันเข้มแข็งอยู่แล้ว” ทำได้แค่พูดปลอบตัวเองเบา ๆ ทั้งที่น้ำตาคลอ

“เป็นยังไงบ้างคะ คุณฉาย” ป้าบัวที่อยู่บริเวณนั้น ทันเห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ เมื่อพ้นร่างมานีรีบรุดมาดูเดือนฉายด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะ” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่ป้าบัว อย่างน้อยทำให้รู้ว่าในบ้านหลังนี้ยังมีป้าบัวคอยห่วงใยตนเอง 

“คุณมานีแกค่อนข้างอารมณ์ร้าย คุณฉายต้องระวังด้วย”

“ค่ะ” อันที่จริงก็พอทราบมาบ้าง เพราะตั้งแต่แต่งงานกับภูเมฆ มักจะโดนมานีรังแกทุกครั้งที่อีกฝ่ายมาพักไร่ส้ม แต่หนนี้รุนแรงกว่าปกติ หากเป็นที่ผ่านมาจะแค่โดนด่าหรือตำหนิเท่านั้น ไม่เคยถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทำลายข้าวของแบบเมื่อสักครู่

“เดี๋ยวป้าช่วยเก็บ”

“ไม่ต้องค่ะ ป้านีเป็นคนสั่งให้ฉายเก็บ ฉายไม่อยากให้ป้าบัวต้องมาพลอยโดนตำหนิไปด้วย”

“แต่...”

“ไม่เป็นไรค่ะ ป้าบัวไปทำงานอย่างอื่นเถอะ”

“ถ้ามีอะไรเรียกป้าได้ตลอดเลยนะคะ”

“ค่ะ” พยักหน้ารับ ก้มหน้าเก็บแก้วบนพื้นต่อ

หลังจากหญิงสาวเก็บเศษแก้วพร้อมกำจัดคราบกาแฟบนพื้นเสร็จเรียบร้อย ก็เตรียมตัวจะเดินกลับห้องนอน แต่ไม่ทันได้ก้าวเท้าขึ้นบันไดบ้าน ทันใดนั้นเสียงสาวใช้คนหนึ่งดังขึ้น

“มีอะไรหรือเปล่า มะลิ” เดือนฉายหันหลังมองตามเสียงเรียก

“คุณมานีสั่งให้มะลิมาบอกคุณฉาย เที่ยงนี้ให้คุณฉายเป็นคนทำอาหารให้ท่านทานค่ะ”

“เขาได้บอกไหมอยากกินอะไรเป็นพิเศษ” เธอมองมะลิหลานสาวป้าบัวอย่างลุ้น ๆ ในคำตอบ

“ไม่ค่ะ แค่บอกว่าอยากให้คุณฉายทำอาหารให้กิน”

“อืม ขอบใจนะมะลิ” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่เด็กสาวตรงหน้า

“มีอะไรจะให้มะลิช่วยไหมคะ” เด็กสาวยังคงยืนนิ่งรอคำสั่งจากคนเป็นเจ้านาย

“ไม่มี มะลิไปช่วยงานป้าบัวเถอะ เรื่องอาหารฉันจัดการเอง”

“ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้ารับและจากไปทันใด

“ทำอาหารเหรอ” เสียงหวานพึมพำด้วยความแปลกใจ รู้สึกตงิดใจกับคำสั่งมานี เนื่องจากอีกคนไม่เคยกินอาหารรสมือเธอสักครั้ง เลยไม่รู้ว่ามานีจะมาไม้ไหนอีกกันแน่ ถึงกระนั้นจำเป็นต้องทำอย่างไม่ขัดข้อง

เมื่อถึงเวลาเตรียมอาหาร ก็มุ่งหน้าไปในห้องครัวทันทีด้วยความกลัวว่าหากทำอาหารเสร็จช้า มานีจะตำหนิเอาได้

เมนูที่เลือกทำ คือแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย เธอเตรียมวัตถุดิบทุกอย่างเพียงลำพัง โดยไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวายหรือช่วยเหลือ

หญิงสาวใช้เวลาไม่นานนัก อาหารทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยทันถึงมื้อเที่ยงพอดี จึงยกไปเสิร์ฟให้แก่มานีที่นั่งคอยอยู่ในห้องอาหาร

“มาแล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะในมือถือถาดอาหาร

“ช้า”

“ขอโทษค่ะ”

“รีบวางลงสิ หิวจะแย่อยู่แล้ว”

“ค่ะ” เมื่อได้ยินคำสั่งดังกล่าว เดือนฉายรีบวางแกงเขียวหวานร้อน ๆ ลงบนโต๊ะตรงหน้ามานี ก่อนรู้สึกประหลาดใจกับสีหน้าอีกคน “มีอะไรหรือเปล่าคะ ป้านี”

“นี่แก!! จงใจจะฆ่าฉันใช่ไหม”

“คะ” ใบหน้าหวานมองมานีอย่างฉงนในคำพูดเมื่อสักครู่ เธอพยายามจะถามซ้ำอีกครั้งว่าสิ่งที่ได้ยินไม่ผิดใช่ไหม แต่กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนมีของร้อนราดใส่มือตัวเอง

“โอ๊ย!!” รีบชักมือหนีทันใด “ป้านีทำแบบนี้ทำไมคะ”

“แกไม่รู้เหรอ ฉันแพ้กะทิ” มานีโวยวายใส่เดือนฉาย

“ฉายไม่รู้ค่ะ” ส่ายหัวไปมาเชื่องช้า “ฉายขอโทษ”

“นังโง่!!” สิ้นคำพูด มานีตบหน้างดงามของเดือนฉายเต็มแรง แล้วเดินสะบัดก้นออกไปจากห้องอาหารทันใด

“แพ้กะทิเหรอ” คนตัวเล็กถึงขั้นแข้งขาไร้เรี่ยวแรง ล้มลงกองกับพื้นห้อง ขณะเดียวกันน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกเจ็บปวดโดนแกงร้อน ๆ ลวกมือ

“คุณฉายเป็นยังไงบ้าง”

ทุกคนในห้องอาหารต่างพากันตกใจกับการกระทำมานี ป้าบัวเป็นคนแรกเข้ามาหาหญิงสาวหลังมานีจากไป

“ป้านีแพ้กะทิเหรอคะ” เงยหน้ามองหญิงวัยกลางคนข้างกาย

“ป้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เหมือนจะเคยเห็นคุณมานีกินอาหารที่มีส่วนผสมกะทิอยู่”

“งั้นเหรอคะ” คำพูดของป้าบัวทำให้เข้าใจได้ทันที มานีไม่ได้แพ้กะทิเพียงแค่หาเรื่องกลั่นแกล้งกันเท่านั้น พอคิดแบบนี้แล้วรู้สึกอยากร้องไห้เหลือเกิน เธอทำอะไรผิดนักหนาเหรอ ทำไมถึงต้องโดนอะไรแบบนี้อยู่เรื่อย

“มือเป็นยังไงบ้าง”

“เจ็บ”เสียงหวานสั่นเครือ

“นังมะลิ แกรีบหยิบทิชชูสิ ฉันจะรีบเช็ดคราบแกงบนมือคุณฉายออก” ป้าบัวหันไปกล่าวกับหลานสาว ซึ่งยืนมองเดือนฉายด้วยความเป็นห่วงกับสิ่งที่ต้องประสบ

“เอานี่ยาย” เด็กสาวทำตามคำสั่งผู้เป็นยายอย่างรีบร้อน ป้าบัวซับคราบแกงบนหลังมือเรียวจนหมดเกลี้ยง

“เดี๋ยวป้าไปหายามาให้นะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉายอยากพักแล้ว” พยุงกายลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากก่อนตรงไปห้องนอน จากนั้นทิ้งตัวลงบนเตียงขนาดคิงไซซ์

“พ่อแม่...ฉายทำอะไรผิดนักหนาเหรอ ทำไมทุกคนถึงเกลียดฉายมากขนาดนี้”

ร่างเล็กโอบกอดตนเองด้วยความรู้สึกเดียวดาย หยาดน้ำใสไหลรินตกลงบนหมอนใบใหญ่ กระทั่งผล็อยหลับในที่สุด

ณ ช่วงเวลาเย็น เดือนฉายหลับใหลไปหลายชั่วโมงกว่าจะตื่นก็เป็นช่วงเวลาเลิกงานของภูเมฆพอดี

“พี่เมฆกลับมาแล้วเหรอ” ขณะกำลังเบิกตาขึ้นบังเอิญได้ยินเสียงรถแล่นจอดหน้าบ้าน ไม่ต้องเดาพอรู้เป็นรถใคร จึงรีบลุกขึ้นและกระโดดจากเตียงเพื่อตรงไปหาเขาเนื่องจากมีเรื่องสำคัญจะคุย

“พี่เมฆ” เธอวิ่งมาหยุดตรงหน้าคนกำลังจะเดินเข้ามาในบ้าน

“มีอะไร” สายตาคมมองคนตัวเล็กตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “เพิ่งตื่นเหรอ”

“ค่ะ” พยักหน้าหงึก ๆ แล้วจัดแต่งทรงผมให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม

“เธอมีอะไรจะพูดกับฉัน”

“ฉายคิดว่าป้านีป่วย พี่เมฆต้องพาไปรักษานะคะ ฉายทนไม่ไหวแล้ว”

“พูดอะไรของเธอ” เขาทำสีหน้างุนงงกับประโยคนั้น

“ก็ป้านีเอาแต่กลั่นแกล้งฉาย ทำอะไรไม่ถูกนิดหน่อยก็มาตบตีฉาย คนปกติที่ไหนเขาจะทำถึงขนาดนั้นคะ”

“นี่เธอ! หาว่าป้าฉันเป็นบ้าเหรอ” ด้วยความโมโหเดือนฉายต่อว่ามานีคนที่เขานับถือเยี่ยงมารดา เลยเอื้อมมือหนาบีบหัวไหล่กลมกลึงอย่างแรง “อย่าพูดจาพล่อย ๆ นะเดือนฉาย ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“ฉายพูดจริงนะคะ ป้านีเคยถูกทิ้งมาก่อน บางทีอาจส่งผลต่อจิตใจก็ได้ ฉายว่าพี่เมฆควรพาไปรักษาเถอะ”

“หยุดพูดอะไรไร้สาระได้แล้ว!!” ตะคอกใส่หน้าคนตัวเล็ก

“มันไม่ได้เสียหายเลยนะคะ แค่ลองพาป้านีไปพบจิตแพทย์ก่อนก็ได้”

“รำคาญวะเดือนฉาย รู้ไหมวันนี้ฉันเหนื่อยแค่ไหน ไร่ก็เพิ่งโดนไฟไหม้กลับบ้านต้องมาฟังเธอพูดจาน่าหงุดหงิดอีก เคยรับรู้อะไรบ้างไหมนอกจากเรื่องของตัวเอง” เขาพลั้งมือผลักคนตัวเล็กเต็มแรง จนอีกคนล้มลงกระแทกพื้นอย่างจัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตรวนรักไร้ใจ   บทที่ 37 บทส่งท้าย Nc

    “เฮ้อ...ดื้อจริง ๆ ลูกสาวใครเนี่ย” เดือนฉายบ่นอุบอิบพลางส่ายหัวไปมาอย่างเชื่องช้าด้วยความเอ็นดูกว่าจะกล่อมเด็กแฝดทั้งสองคนให้หลับ เล่นเอาปาดเหงื่อไม่น้อยทีเดียวเพราะลูกสาวรบเร้าให้อ่านนิทานให้ฟัง เอย่าไม่เท่าไรหรอกว่านอนสอนง่าย แต่อันย่านี่สิค่อนข้างดื้อ ไม่ยอมหลับง่าย ๆ หากไม่อ่านนิทานให้ฟัง“แม่รักลูกทั้งสองนะคะ” ก้มหน้าจูบหน้าผากเล็กของหนูน้อยทั้งสอง ก่อนกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง“มาแล้วเหรอ”ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปข้างใน ภูเมฆกระโดดลงจากเตียงตรงมาหาเธออย่างไว แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบกอดคนตัวเล็กอย่างออดอ้อน“มีอะไรคะ” ท่าทางของอีกคนทำเอาแปลกใจ ทำให้เธอรู้ได้ทันทีต้องมีบางอย่างแน่ที่เขาต้องการ“เรามาปั๊มลูกเพิ่มดีไหม” กระซิบบอกข้างหูเธอทำคนฟังหน้าร้อนผ่าว“ไม่เอาด้วยหรอก” เธอผลักเขาไปพ้นแล้วก้าวเดินเร็ว ๆ“นะครับ” ภูเมฆสวมกอดเธอจากด้านหลัง“จนป่านนี้แล้วยังไม่เลิกหื่นอีกเหรอคะ”อดไม่ได้จะตำหนิเขา จะไม่ให้เธอว่าได้ไงล่ะในเมื่อหนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน เขารังแกเธอไปแล้วสามวัน“ก็ใครให้เมียพี่น่าเอาอย่างนี้ล่ะ”“พี่เมฆ!!”“ครับ...” เขาลากเสียงยาวตอบเธอ “ขอนะครับ”“ไปที่เตียงสิคะ” สุดท้ายพ่

  • ตรวนรักไร้ใจ   บทที่ 36 แค่ช่วยอาบน้ำ18+

    “อีกไม่นานก็จะได้เจอกันแล้วนะคะ” มือเรียวลูบหน้าท้องนูนใหญ่แผ่วเบา ขณะยืนจ้องมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่เพื่อเตรียมตัวจะอาบน้ำเสียงเปิดประตูดังขึ้นเรียกความสนใจจากเธอหันไปมอง ก่อนพบกับชายหนุ่มในสภาพนุ่งแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว เผยให้เห็นอกแกร่งแสนสมบูรณ์“เข้ามาทำไมคะ”“พี่มาช่วยฉายอาบน้ำ” คนเจ้าเล่ห์ตอบ“ฉายอาบคนเดียวได้ค่ะ” เธอรู้สึกไม่ชอบมาพากล“พี่ไม่ทำอะไรหรอก แค่ช่วยอาบน้ำให้ฉายเฉย ๆ”“แน่นอนนะคะ” ไม่รู้ทำไมเหมือนกำลังตกหลุมพราง“แน่สิครับ”“งั้นก็ตามใจค่ะ”ภูเมฆประชันหน้ากับเดือนฉาย เขาช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากเธอจนหมด ก่อนจุ๊บท้องนูนเบา ๆ จากนั้นจูงข้อมือเล็กให้เดินตามหลังไปใต้ฝักบัว“ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอคะ”“พี่อยากดูแลฉายนี่ครับ” ไม่พูดเปล่า ฝ่ามือหยาบกร้านเอื้อมไปเปิดก๊อกน้ำหยดน้ำไหลชโลมทั่วเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนตัวเล็ก พ่อเลี้ยงหนุ่มซึ่งยืนซ้อนแผ่นหลังเล็ก ยื่นมือไปบีบเคล้นกอดบัวตูมเบา ๆ“อื้อ พี่เมฆ” เธอรู้สึกเคลิ้มเมื่ออีกคนคลึงเคล้ายอดปทุมถันก่อนจะหลับตาพริ้ม ขณะเดียวกันมือเรียวจิกเล็บบนท่อนขาแกร่ง“ไม่ต้องเกร็งนะครับ” เขายังคงลูบวนทรวงอกอวบอั๋นไปมา ก่อนเลื่อนมือข้างหน

  • ตรวนรักไร้ใจ   บทที่ 35 สะสาง

    ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ภูเมฆกำลังสะสางเอกสารในห้องทำงานเงยหน้าขึ้นมอง เพราะคิดว่าเป็นเดือนฉายเนื่องจากเธอมักจะนำอาหารมาให้เขาช่วงพักเที่ยงเป็นประจำ แต่น่าแปลกวันนี้มาเร็วกว่าปกติ“หยาด” คนที่เปิดประตูเข้ามาไม่ใช่เดือนฉายกลับเป็นหยาดทิพย์ ทำพ่อเลี้ยงหนุ่มเด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างอึ้ง“เมฆขา”“หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามาใกล้ผม” นิ้วแกร่งชี้สั่ง รู้สึกรังเกียจเธอเต็มทน“ทำไมล่ะ เมฆรู้ไหมว่าหยาดต้องพยายามมากแค่ไหนถึงจะเข้ามาหาเมฆได้”“มาทำไม ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณทั้งนั้น”“ฮือ ๆ หยาดขอโทษ” หยาดทิพย์ไม่สนใจคำสั่งของเขา เธอวิ่งไปกอดเขาแน่น“ปล่อยนะเว้ย” พยายามแกะแขนอีกฝ่ายออกแต่รัดแน่นเหลือเกิน วินาทีนี้ทำได้แค่ภาวนาไม่ให้เดือนฉายเข้ามา กลัวจะเข้าใจผิดกันอีก“ไม่ปล่อย เมฆอย่าทำแบบนี้กับหยาดเลย”“ปล่อยหยาด!! รู้ไหมว่าผมรังเกียจคุณมากแค่ไหน”“เมฆโกรธหยาดที่ขโมยข้อมูลสินค้านั้นเหรอ หยาดถูกไอ้ธาดาขู่ หยาดไม่ได้อยากทำมันเลย” เงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา หวังขอความเห็นใจจากอีกคน ชีวิตของเธอตอนนี้ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเขาคงลำบากแน่“มันไม่ใช่แค่นั้นไงหยาด คุณหลอกผม ทรยศความรักที่ผมมอบให้คุณ

  • ตรวนรักไร้ใจ   บทที่ 34 เคลียร์ใจ

    หลังจากคนทั้งคู่แลกเปลี่ยนความรู้สึกแก่กันจนเข้าใจกันดี เดือนฉายจึงคะยั้นคะยอให้ภูเมฆกลับไปพัก เพราะรู้สึกเป็นห่วงที่เพิ่งตกจากต้นไม้มาหมาด ๆ ซึ่งภูเมฆไม่ดื้อรั้นในเมื่อเป็นความประสงค์ของหญิงสาวก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย“เข้าข้างในเถอะ” ทันทีที่รถเคลื่อนตัวจอดจุดหมายปลายทาง พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่รอช้ารีบเปิดประตูรถให้เธอ ก่อนประคองเข้าข้างในอย่างระมัดระวัง “อ้าว” ป้าบัวชะงักเมื่อเห็นคนทั้งสองเดินเข้ามาด้วยกัน“ผมขอพาฉายขึ้นไปพักก่อนนะครับ” พ่อเลี้ยงรีบตัดบท ไม่ทันที่ป้าบัวจะอ้าปากถาม หญิงวัยกลางคนทำได้แค่มองตามหลังคนทั้งสองพลางเผยยิ้มกรุ้มกริ่ม“เดี๋ยวพี่มานะครับ ขอตัวไปอาบน้ำก่อน” ภูเมฆพูดขึ้นหลังเดินมาส่งคนตัวเล็กยังเตียงนอน เขาเพิ่งรู้ประเดี๋ยวนี้เองตนเองเหม็นคราบเหงื่อ จนอยากอาบน้ำให้สะอาดเสียก่อนจะใกล้ชิดเธอ“รีบไปรีบมานะคะ ฉายมีเรื่องจะคุยกับพี่เมฆอีกเยอะ” ถึงจะปรับความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาเข้าใจแล้ว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องคาใจจึงอยากถามให้แน่ใจอีกที“ครับ”พ้นกายแกร่งไปไม่กี่นาที เดือนฉายขึ้นไปนั่งบนเตียงโดยนำหมอนใบใหญ่พิงหลัง จากนั้นหยิบหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลู

  • ตรวนรักไร้ใจ   บทที่ 33 ยกโทษ

    นับจากวันนั้นผ่านมาแล้วหลายเดือน ที่หญิงสาวพูดจาไม่น่าฟังใส่ภูเมฆ ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองยิ่งห่างเหินมากขึ้นกว่าเดิม ภูเมฆยอมเว้นระยะห่างเพราะกลัวเธออึดอัดแต่ยังคอยเป็นห่วงไกล ๆการกระทำของชายหนุ่ม สร้างความน้อยใจแก่หญิงตั้งครรภ์อย่างเดือนฉายยิ่งนัก“ป้าบัวครับ พ่อเลี้ยงตกจากต้นไม้”เดือนฉายบังเอิญมาได้ยินบทสนทนาระหว่างนาวินกับป้าบัว ก่อนรีบเดินไปหาคนทั้งสองและพูดแทรกขึ้น“พี่เมฆเป็นอะไรคะ” จ้องมองนาวินอย่างรอคอยคำตอบ“เอ่อ พ่อเลี้ยงตกต้นไม้”“เป็นยังไงบ้างคะ ช่วยพาฉายไปหาพี่เมฆหน่อยได้ไหม” หญิงสาวทำหน้าจะร้องไห้หลังจากได้ยินประโยคนั้น“เอ่อ...”“ขอร้องละ พาฉายไปหาพี่เมฆหน่อยเถอะ” ส่งสายตาเว้าวอนอีกคน ขณะนี้ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรทั้งนั้น หากไม่ได้เห็นภูเมฆปลอดภัย“พาคุณฉายไปเถอะ” ป้าบัวช่วยพูดเสริม นาวินจึงยอมพาเดือนฉายไปไร่ส้มทันทีมาถึงจุดหมายปลายทาง เดือนฉายรีบเปิดประตูลงจากรถและถามหาภูเมฆจากผู้คนบริเวณนั้น ก่อนเยื้องย่างไปตามทางอย่างระมัดระวังเพราะท้องใหญ่“ฮือ ๆ อย่าเป็นอะไรนะพี่เมฆ” เดือนฉายไปหยุดข้างกายคนตัวโตซึ่งนอนแผ่บนพื้นหญ้าเขียวขจี ก่อนทรุดกายนั่งลงและปล่อยโฮออกมาอย่าง

  • ตรวนรักไร้ใจ   บทที่ 32 จะใจร้ายไปถึงไหน

    หลังจากคนทั้งสองรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เดือนฉายไม่รอช้าไปหาสายหมอกบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งภูเมฆก็ตามไปด้วยเช่นกันอย่างรอคอยว่าเธอจะเปลี่ยนใจไปกับเขาแทนรถคันหรูแล่นจอดตรงหน้าเดือนฉาย เจ้าของรถเปิดประตูก้าวเดินลงมาหาหญิงสาว เอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตรพร้อมส่งยิ้มหวาน“วันนี้ก็สวยเหมือนเดิมนะครับ” ผู้จัดการหนุ่มชำเลืองมองเพื่อนสนิทครู่หนึ่ง ซึ่งอีกคนทำตัวเหมือนสุนัขหวงก้างเตรียมพร้อมจะสวบเขาประเดี๋ยวนี้“ขอบคุณค่ะ” ส่งยิ้มแก่คนตรงหน้า“จะไปเลยไหมครับ”“ค่ะ”“ฉาย พี่ไปด้วยนะครับ” ฝ่ามือหยาบกร้านจับท่อนแขนเล็ก ส่งสายตาเว้าวอนเพื่อขอร้องให้เธอยอมพาตัวเองไปด้วย“ฉายไปกับพี่หมอกได้ค่ะ ไม่รบกวนพี่เมฆดีกว่า”“ไม่เป็นไรครับ พี่เต็มใจ”“พี่หมอกคะ เราไปกันเถอะ” เดือนฉายแกะมือหนาออกห่าง จากนั้นย่างกรายไปขึ้นรถ ไม่แม้จะเอี้ยวหน้ามองท่าทางหงอยของภูเมฆสายหมอกมองเพื่อนสนิท ก่อนจะอมยิ้มกับการแสดงออกทางสีหน้าของอีกฝ่าย เพราะไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นเช่นนี้มาก่อน“ยิ้มอะไร ไอ้หมอก”“เปล่า ไปแล้วดีกว่า” สายหมอกเดินไปขึ้นรถด้วยท่าทางอารมณ์ดี“พี่ไม่ยอมให้ฉายไปกับไอ้หมอกกันสองคนหรอก” พ่อเลี้ยงหนุ่มหมุนตัวเข้าไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status