LOGINChapter 4
พันแสงขับรถกระชากไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปถึงบริษัทที่พี่ชายพี่สาวของเขาทำงานอยู่ เขาลงจากรถเดินตรงไปที่ลิฟต์ กดไปชั้นที่ต้องการ พอลิฟต์เปิดออกเขาก็เข้าไปด้านใน รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านเป็นที่สุด
พอลิฟต์เปิดออกเขาก็ตรงไปห้องทำงานของพี่ชาย พอเปิดประตูเข้าไปก็ต้องชะงัก พี่ชายของเขากำลังนั่งทำงาน ส่วนทับทิมนั่งอยู่ข้าง ๆ ส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ นี่มันเรื่องอะไรกัน? “อ้าว จะมาก็ไม่โทรมาบอก แล้วที่มานี่มีธุระอะไรกับพี่ไหม?” ตะวันเอ่ยถาม มองน้องชายอย่างงุนงง “ทับทิม เธอ…” “อ๋อ ทับทิมรู้จักกันเหรอ มีอะไรหรือเปล่า?” “เอ่อ เรารู้จักกันค่ะพี่ตะวัน เขาเป็นเพื่อนทิม ทิมขอคุยกับเขาก่อนนะคะ” “อ๋อ ได้สิ” “พันจำผู้ชายที่ทิมเคยเล่าให้ฟังตอนอยู่ต่างประเทศได้ไหม คนนี้แหละ” ทับทิมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยิ้มหวาน รอยยิ้มนั้นกลับเป็นเข็มเล่มยาว ทิ่มแทงหัวใจเขา “ทิมชอบเขา ตอนนี้กำลังทำคะแนน” “เขาเป็นพี่ชายพัน” “ตายจริง โลกกลมจัง เป็นพี่ชายพันก็ดีสิ ทิมชอบเขา” พันแสงหน้าชามากกว่าเดิม รู้สึกจุกเจ็บที่ใจดวงน้อย เขาอกหักทั้งที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกับเธอเลย “ช่วยทิมด้วยนะ ทิมกำลังจีบพี่ชายพัน” “…” พันแสงอึ้ง “แล้วพันล่ะทิม” “พันอะไร?” ทับทิมทำหน้างง “ทิมก็รู้ว่าพันชอบทิม ที่ผ่านมาพันพยายามแสดงออกมาตลอด แต่ทิม…” “ทิมไม่ได้ชอบพัน ทิมชอบพี่ตะวัน” เหมือนฟ้าผ่ากลางหัวใจ พันแสงเซเล็กน้อย แล้วหัวใจของชายหนุ่มก็ถูกขย้ำด้วยมือล่องหน บีบมันอย่างแรงจนแตกละเอียด ผู้หญิงที่เขารักมาตลอดชอบพี่ชายของเขา มันสร้างความเสียใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก เขาเสียใจเป็นที่สุด ที่ต้องมารับรู้อะไรแบบนี้ “อ๋อ เราก็แค่ล้อเล่นน่ะ ทิมอย่าคิดมากนะ” ชายหนุ่มพยายามปรับเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ความเจ็บปวดจะกัดกินหัวใจราวกับฝูงมดนับล้านรุมทึ้ง พยายามข่มความรู้สึกของตัวเอง ร้อนผ่าวเต็มกระบอกตา “อืม ขอบคุณที่เข้าใจนะ เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม?” “ได้สิ เราเป็นเพื่อนกันมาตลอดนิ่ทับทิม” “อืม” ทับทิมพยักหน้า “ทิมจะได้ทำงานอย่างสบายใจ” “อืม” ชายหนุ่มพยักหน้า “ผมกลับก่อนนะพี่” พันแสงหันไปบอกพี่ชาย ที่กำลังง่วนกับเอกสารกองโต “อืม” ตะวันทำเสียงในลำคอ เงยหน้าให้ยิ้มให้เล็กน้อย แล้วก้มเคลียร์งานกองโต พันแสงเดินออกมาจากห้องราวกับคนกำลังหมดแรง หัวใจของเขาแตกสลาย อกหักเจ็บปวด ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกับทับทิมเลย ฿฿฿฿฿ คลับเอพีคิว แก้วแล้วแก้วเหล้าที่เขาสาดน้ำเมาลงคอ เขาต้องการดื่มให้เมา ดื่มให้ลืมเรื่องแย่ ๆ มันน่าตลกดีเหลือเกินที่ต้องมาเจอเรื่องเฮงซวยแบบนี้ “แม่งเอ้ย!” เขาใช้มือทุบโต๊ะแรง ๆ แต่คนรอบตัวก็ไม่ได้สนใจเขา เพราะเสียงเพลงในคลับดังมาก ผู้คนมากมายต่างหัวเราะมีความสุข ต่างจากหัวใจของเขาซะเหลือเกิน เจ็บปวดทุกข์ทรมาน เจ็บปวดแทบขาดใจ “มาดื่มคนเดียวเหรอคะ?” น้ำหวานนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามพันแสง “ครับ” “ฉันชื่อน้ำหวานนะคะ ส่วนคุณชื่อพันแสงใช่ไหม?” “อืม” เขาพยักหน้า “จำหวานได้ไหม?” “ใคร?” เขาขมวดคิ้ว แม้ตอนนี้จะไม่เมามาก แต่สมองก็ไม่อยากจะรับรู้อะไรแล้ว ตั้งแต่รู้เรื่องของทับทิม สมองของเขามันก็ลูปวนแต่เรื่องของเธอ พยายามทำใจลืม แต่ก็ลืมไม่ได้เลย “เพื่อนสมัยมัธยม” “….” พันแสงขมวดคิ้ว จ้องมองหน้าอยู่นาน “อ๋อ น้ำหวาน ภัสรา” กว่าจะถึงบางอ้อก็คิดตั้งนาน ที่จริงเธอไม่ได้เป็นเพื่อนที่สนิทอะไร เธอเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นเรียนแค่นั้นเอง “ใช่ค่ะ” เธอฉีกยิ้มหวาน “ให้เกียรติดื่มกับฉันสักแก้วหน่อยนะคะ” เธอสั่งพนักงานชงเหล้าสูตรพิเศษให้ วันนี้เธอพุ่งตรงเข้าหาพันแสงเลย ถ้าเป็นไปตามแผนแล้วจบลงที่เตียง ถ้าฟลุ๊คแล้วได้เป็นผู้หญิงของเขา นั่นคือสบายไปทั้งชาติ เขาทั้งหล่อและรวย เป้าหมายของเธอคือผู้ชายรวย ๆ “ได้สิ” เขาเสียงเรียบรับแก้วเหล้ามาถือ เขามองมันอยู่นาน ก่อนจะกระดกมันรวดเดียวราวกับเป็นน้ำเปล่าไร้รสชาติ “อีกแก้วค่ะ” “ได้สิ” พันแสงพยักหน้าแล้วรับแก้วเหล้ามาดื่ม น้ำหวานหันไปมองเด็กเสิร์ฟ ทั้งสองมองตากันก็เข้าใจในแผนการ เด็กเสิร์ฟจัดการชงเหล้าสูตรพิเศษให้ โดยเพิ่มเหล้าให้แรงกว่าเดิม แล้วผสมบางอย่างลงไป “หายไปนานเลย หลังจากเรียนจบ พันไปต่อที่ไหน?” “พ่อกับแม่ให้ไปเรียนต่อที่สวีเดน เพิ่งจบ กลับมาไทยยังไม่ถึงเดือน” “อ๋อ แล้วพันมีแฟนหรือยัง?” สิ่งที่น้ำหวานถาม ทำให้พันแสงต้องหัวเราะออกมาเบา ๆ มีแฟนบ้าอะไร ในเมื่อวันนี้เขาเพิ่งเจอสิ่งที่ทำให้เขาช็อค เจ็บปวดแทบขาดใจ “ยัง!” เขาหยิบแก้วเหล้าที่เด็กเสิร์ฟยื่นให้ มากระดกรวดเดียว เหล้าแก้วนี้ทำเอาเขาตาลาย มองเห็นภาพซ้อน ทรงกายแทบไม่อยู่ ร่างกายก็ร่านร้อน ความต้องการบางอย่างวิ่งวนในช่องท้อง ก่อนจะมารวมที่กลางกาย “หล่อขนาดนี้ยังไม่มีแฟน” “อืม ฉันจะกลับแล้ว” “เดี๋ยวสิคะ? นั่งคุยกันก่อนค่ะ” น้ำหวานพยายามยื้อสุดกำลัง ถ้าเธอพลาดในวันนี้ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้จับคนรวย ๆ แบบพันแสงอีกไหม “ไม่ได้ ฉันต้องกลับบ้าน” พันแสงแกะมือของน้ำหวานออก เดินเซออกจากคลับ แต่ไม่วายมีน้ำหวานวิ่งตาม “พันกลับไม่ได้หรอก ไปค้างกับหวานก่อนไหม พอส่างเมาค่อยกลับ” น้ำหวานพยายามยื้อ แต่พันแสงแกะมือของเธอออก “ไม่ได้ เมาขนาดไหนก็ต้องกลับบ้าน” พันแสงแกะแขนน้ำหวานออก ตอนอยู่สวีเดนจะใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าอยู่ไทยเมาต้องกลับบ้าน เขาไม่ได้เกรงใจพอกับแม่ เพราะท่านค่อนข้างตามใจ เขาเกรงใจคุณปู่คุณย่า ท่านทั้งสองค่อนข้างเป็นคนเจ้าระเบียบ ห่วงลูกห่วงหลานเป็นที่สุด ถ้าเกิดเขาไม่กลับ คืนนี้ทั้งคืนย่าเขาคงนอนไม่หลับ “มีเรื่องอะไรกัน?” การ์ดของคลับเดินตรงมา น้ำหวานจึงยิ้มเจื่อน ๆ ให้ “ไม่มีอะไรค่ะ” น้ำหวานยิ้มเจื่อน ๆ ให้กับการ์ดรักษาความปลอดภัย พอหันมาหาพันแสงเขาก็ขับรถออกไปแล้ว “โธ่เว้ย!” เธอสบถออกมาอย่างหงุดหงิด แล้วหันไปมองหน้าการ์ดอย่างไม่พอใจ เพราะไอ้การ์ดหน้าปลาหมอนี่คนเดียวเลย ทำให้เธอพลาดโอกาสทอง รถหรูขับกระชากไปจอดที่โรงจอดรถ พันแสงลงจากรถในสภาพเมามาย พอเปิดประตูลงจากรถก็กลิ้งไปนอนกับพื้น ร่างกายของเขาร่านร้อนมากกว่าเดิม มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข “พี่พัน” ชบาแก้วเดินมาปิดประตูหน้าต่างตึกใหญ่เพราะท้องฟ้ามืดครึ้ม ทำให้เห็นพันแสงลงจากรถในสภาพเมามาย “ทิมใช่ไหม? ทำไมใจร้าย ทำไมใจร้าย” “ลุงเอกคะ ช่วยชบายกพี่พันไปนอนที” ชบาเอ่ยเรียกลุงเอกที่เดินออกมาหน้าบ้าน “โอ้ย สภาพ ลุงนึกว่าถังเหล้า” ลุงเอกบ่นอุบพลางหิ้วปีกพันแสง แต่เขาก็ทำตัวปวกเปียกซะเหลือเกิน “หนูชบา หิ้วปีกคนล่ะข้าง อ่อนปวกเปียกแบบนี้ ลุงพาไปไม่ถึงห้องแน่” “ค่ะคุณลุง” ชบาแก้วว่าแล้วหิ้วปีกพันแสงเดินขึ้นข้างบน “โอ๊ย หนัก” ลุงเอกกับชบาแก้วพาพันแสงขึ้นห้องอย่างทุลักทุเล พอไปถึงเตียงทั้งสองก็วางชายหนุ่มลงบนเตียงอย่างแรง “แฮ่ก ๆ หนักฉิบหาย” “เกือบไม่รอดแล้วลุงเอก” “ไป ๆ แยกย้าย ห้องใครห้องมัน!” “ค่ะ” ชบาแก้วพยักหน้าแล้วเดินตามลุงเอกออกไปจากห้อง32“เข้าบ้านกันดีกว่าค่ะพี่พันแสง ชบามีเรื่องจะพูดด้วยเหมือนกัน” ชบาแก้วดึงแขนพันแสงให้เดินตามจนกระทั่งไปถึงกลางบ้าน บ้านที่เคยผุพังตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“ชอบไหมชบา?” บิดาของเธอเอ่ยถาม ชบาแก้วยิ้มมองไปรอบ ๆ บ้านถูกรีโนเวทเอาไว้อย่างสวยงาม ข้าง ๆ ที่เคยเป็นป่ากระถิน ก็ถูกตัดออกแล้วเทปูนปูกระเบื้อง ติดไฟส่องสว่างไปทั่วบริเวณ มันต่างจากเดิมราวฟ้ากับเหว ไม่ต้องกลัวว่าบ้านจะพังลงมาทับ ตอนหลับก็ไม่ต้องเป็นกังวล”“ชอบค่ะ บ้านสวยมากเลยค่ะ”“บ้านหลังนี้สวยได้ เพราะเงินคุณพันแสงด้วยส่วนหนึ่ง คราวก่อนลูกมาอยู่ บ้านผุพัง ไหนจะมีคนมาแอบมองอีก เขาก็เลยให้เงินพ่อมาทำ ส่วนพ่อทำรั้วทำหลังบ้านให้”“แอบเอาเงินให้พ่อตอนไหน ทำไมชบาไม่รู้เลย”“ก็ตอนพ่อชบาเอาต้นไม้ไปลงให้ พี่ไปพูดคุยด้วยก็เลยได้รู้ว่าพ่อชบาจะไปรับเหมาแถวบ้าน บ้านยังไม่ดีเลยจะไปซ่อมแซมให้ชบา พี่ก็เลยให้เงินท่านไปทำ แต่…” พันแสงยิ้มก่อนจะทำหน้าตกใจ “ชะ ชบากลัดเข็มกลัด มะ…หมายความว่ายังไง?”“ก็หมายความว่า ลูกของเรายังอยู่ไงคะ?” ชบาแก้วฉีกยิ้ม “ชบาก็เพิ่งรู้เหมือนกัน คุณอลิซเพิ่งส่งข้อความมาบอก” ชบาแล้วรีบเปิดโทรศัพท์ให้พันแสงดู“โอ๊ยคุณย่า พ
31ชบาแก้วนั่งรถมาเรื่อย ๆ แวะดูนั่นดูนี่ บิดาของเธอจอดรถพาซื้อของอยู่หลายครั้ง ซื้อทุเรียนอยู่หลายหน เธออยากกินพ่อก็หามาให้กิน “อร่อยไหมลูก?”“ก็น่าจะอร่อย แต่ชบากินอะไรไม่ค่อยลงค่ะ”“อย่าคิดมากเลย เดี๋ยวทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดี คิดมากไปก็มีผลต่อสุขภาพนะ ปล่อยปลงบ้างก็ดี”“ชบาจะพยายามนะคะ”“แล้วหนูตั้งชื่อยัยอาจหนูไว้หรือยัง?”“ชื่อยัยหนูอะไรกันคะ พ่อก็รู้ว่าชบาแท้งลูก” ชบาแก้วเสียงเครือ“พ่อไม่รู้นะ ไม่มีใครบอกพ่อว่าหนูแท้ง คุณ ๆ บอกพ่อว่าหนูตกบันไดไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตอนที่หนูหลับพ่อก็เห็นหมอมาตรวจท้องหนูอยู่นะ”“อะ…อะไรกันคะ?” ชบาแก้วทำหน้าตกใจ มือเล็กประสานกันที่หน้าท้อง จริงสินะ บางครั้งหล่อนก็รู้สึกว่าลูกยังอยู่ แต่ก็คิดว่าตัวเองคิดไปเอง ท้องสี่เดือนท้องแรกลูกดิ้นจะไม่ค่อยรู้สึก หรือหล่อนจะยังไม่แท้งเพราะความเสียใจหล่อนจึงละเลยไม่ได้สนใจร่างกาย คิดว่าตัวเองสูญเสีย ร้องไห้ฟูมฟายอยู่หลายวันติ๊ง! ข้อความโทรศัพท์ของเธอดัง ชบาแก้วหยิบโทรศัพท์ของเธอมากดดู ก็เห็นข้อความที่อลิซส่งมา ท่านพิมพ์มาบอกกับเธอว่า ตอนหมอบอกว่าเธอแท้งลูกหมอบอกผิดเพราะคนไข้มารักษาตัวพร้อมกับเธอสองค
30“ไม่ไปไม่ได้เหรอชบา?” ชบาแก้วหันไปมองเจ้าของเสียง พันแสงเดินตรงมาหาเธอแล้วคว้าข้อมือเดินตรงไปที่ข้างบ้าน“พี่พันแสง”“ไม่ไปไม่ได้เหรอชบา?” พันแสงเอ่ยถามอีกครั้ง แววตาของเขาเจือปนไปด้วยความเศร้า การสูญเสียลูกมันต่างกรีดลึกลงในหัวใจของทั้งสอง เขาเสียใจ ชบาแก้วเองก็เสียใจ ที่ไม่สามารถดูแลลูกจนคลอดออกมาลืมตาดูโลกได้“ชบาอยากกลับค่ะ” เธอยิ้มเศร้า แต่น้ำตาเอ่อคลอเต็มสองตา “ชบาทำใจมองตรงบันไดไม่ได้ ชบา ฮึก ชบาอยากกลับไปอยู่บ้าน”“ชบาไปอยู่คอนโดพี่ก็ได้ ชบาอยู่ต่อได้ไหม ไม่กลับบ้านได้ไหม?” พันแสงกุมมือเธอเอาไว้ เขาอยากจะรั้งเธอเอาไว้ ไม่อยากให้เธอออกไปจากชีวิตเขา “ตอนนี้เราไม่มีพันธะต่อกันแล้วค่ะพี่พันแสง ลูกเราไม่อยู่แล้ว เราต่างมีชีวิตของตัวเอง พี่เองก็ควรใช้ชีวิตของตัวเอง” ชบาแก้วเสียงสั่น พยายามข่มน้ำเสียงให้นิ่ง ตอนนี้ไม่มีพันธะต่อกันแล้ว ไม่มีลูกถ่วงกันเอาไว้แล้ว เขาก็ควรได้เดินหน้าต่อใช้ชีวิตของตัวเอง “ชีวิตพี่อยากมีชบานะ”“เราไม่ได้รักกันค่ะพี่พันแสง พี่ต้องเดินต่อไป ชบาก็จะเดินหน้าต่อไปเหมือนกัน” ชบาแก้วใช้มือปาดน้ำตา ยิ้มเจื่อน ๆ เธอรักเขามาก รักมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่พันแสงไม่ได
29“พันแสง” พิมพ์รดาวิ่งเข้าไปหาลูกชายที่กำลังนั่งกุมขมับของตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม“ครับ” เมื่อลูกชายเงยหน้าขึ้นมอง ก็ทำให้ได้เห็นว่าเขากำลังตาแดงเหมือนกำลังจะร้องไห้“ไม่เป็นไรนะพันแสง ชบากับลูกต้องปลอดภัย” คนเป็นย่านั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ แล้วจับมือหลานชายมาบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ“ผมกลัว ผมกลัวชบากับลูกจะ…” ชายหนุ่มเสียงเครือ คนเป็นย่าก็เลยรั้งมากอด “ถ้าผมลงมาพร้อมเธอคงไม่เกิดเรื่อง ผมผิดเองครับคุณย่า ผมผิดเอง”“ไม่เป็นไรนะหลาน ชบากับลูกต้องปลอดภัย” อลิซปลอบใจหลานชาย นางเองก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรเลย นางกลัวชบากับลูกเป็นอะไรไป ใจแสนเจ็บแค้นเหลือเกิน ที่ดวงดาราทำแบบนี้“ผมกลัวครับย่า ผมกลัว”“อย่าเพิ่งกังวลไปเลยนะหลานชาย” โนอาห์ว่าแล้วตบบ่าหลานชายเบา ๆ พิมพ์รดาได้แต่มองลูกชายอย่างสงสารพันแสงยังมือขึ้นลูบหน้า ต่อให้มีคำปลอบโยนมากมาย ก็ไม่สามารถเบาบางความเจ็บความทุกข์ระทมในหัวใจของเขาได้ ผ่านไปหลายชั่วโมงประตูบานหนาก็ถูกเปิดออก พันแสงลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปหาหมอ“ชบาเป็นยังไงบ้างครับ?”“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ” คำพูดของหมอเรียกรอยยิ้มของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เขาดีใจโล่งอก เหมือนยกภูเขาออกจาก
28“ยะ…อย่านะ” ชบาแก้วหน้าซีดเผือดดึงเสื้อดวงดาราเอาไว้แน่น เธอกลัวตกลงไป ตอนนี้ไม่ใช่ห่วงตัวเอง แต่เธอเป็นห่วงลูกในท้อง“แกกำลังกลัวอยู่ใช่ไหม?” ดวงดาราแค่นหัวเราะอย่างสะใจ หล่อนหาจังหวะทำเรื่องนี้มาตลอดหลายวัน แต่ไม่มีโอกาสได้ทำเลย วันนี้แหละหล่อนจะปาดเลือดแค้น ทำให้ชบาแก้วต้องกระอักเลือด เจ็บปวดให้กับความสูญเสีย “ฉันชอบจังเวลาที่ได้เห็นแกทำหน้ากลัวแบบนี้”“อย่านะดารา อย่าทำอะไรชบากับลูกเลยนะ อย่าทำเลยนะ”“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม? ว่าต่อให้เธออยากแย่ง ฉันก็จะไม่มีทางยอม ฉันไม่มีทางยอมให้เธอมาแย่งเขาไปจากฉัน ฉันไม่มีวันยอมให้แกเอาเขาไป”“ชบาไม่ได้ต้องการแย่งพี่พันแสงเลยนะ”“แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธเขาเลย แกอยากเป็นเมียเขาจนตัวซีดตัวสั่นมาตลอด”“ไม่ใช่แบบนั้นเลยดารา”“ทำไมจะไม่ใช่” ดวงดารากำผมชบาแก้วจนหน้าหงาย “แกคิดว่าฉันโง่นักเหรอนังชบา แกคิดว่าฉันไม่รู้ทันคนอย่างเธอเหรอ?”“ดารา ชบาเจ็บนะ ปล่อยชบาเถอะ” ชบาแก้วเบ้หน้า เมื่อถุกกำผมแรง ๆ จะต่อสู้ก็กลัวตกลงไป ได้แต่หาหนทางถ่วงเวลาเอาไว้ เผื่อพันแสงออกมาเจอเธอกับดวงดาราตอนนี้“เจ็บตายไปเลยนังร่าน ฉันเกลียดที่แกทำหน้าตาใสซื่อ เกลียดที่แกทำท่าทางอ่อน
27ชบาแก้วทำตามความต้องการของคุณอลิซ ท่านคงอยากให้หล่อนมาอยู่บนตึกใหญ่ จะได้มีพันแสงดูแล แม้จะไม่ได้อยากมาอยู่ หล่อนก็ปฏิเสธไม่ได้มันเป็นความหวังดี เธอจะได้อยู่ใกล้ ๆ สายตา พันแสงจะได้ดูแลเธอกับลูกได้ ชบาแก้วยอมทำตาม เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ท่านพูดเต็มไปด้วยความหวังดี“อ้าวดารามาพอดีเลย ไปช่วยขนของชบาแก้วมาที่ตึกใหญ่ด้วยนะคะ” “ทำไมต้องขนขึ้นมาคะ?”“ก็ชบาแก้วท้องลูกหลานชายฉัน ชบาแก้วเป็นเมียเป็นแม่ของลูกหลานชายฉัน ก็ต้องมาอยู่ตึกใหญ่สิ”“แต่ดาราก็เป็นเมียคุณพันแสงเหมือนกัน” คำพูดของดวงดาราทำเอาชบาแก้วหัวใจเต้นถี่รัว เธอเคยเห็นพันแสงกับดวงดาราบนเตียงมาแล้ว สิ่งที่เธอเห็นกับสิ่งที่พันแสงบอกมันย้อนแย้งกัน เธอไม่กล้าเชื่อเขาเลยว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริง เมื่อเธอเห็นกับตาว่าดวงดารากับพ่อของลูกนอนอยู่ด้วยกัน“ธ…เธอว่ายังไงนะ?”“ดารากับคุณพันแสงเคยนอนด้วยกัน ดาราก็เป็นเมียเหมือนกัน ทำไมดาราถึงไม่ได้มาอยู่บนตึกใหญ่?”“จริงเหรอพันแสง หลานเคยทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”“จริงสิคะ ชบาแก้วเองก็เคยเห็นดารากับคุณพันนอนด้วยกัน”“จริงเหรอชบาแก้ว น้องชายฉันทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ?” ตะวันถามเสียงเข้ม “ค่ะ” หญิงสาวพย







