เข้าสู่ระบบ“โอย...ขอโทษคร้าบคนเก่ง มามี้ขอโทษน้า แบบว่าวันนี้มามี้ไปเจอเพื่อนมาครับเลยมาสายนิดหน่อย” นิลอรแก้ต่างกับบุตรชายทั้งๆ ที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันเชื่อหรอก เจค็อบฉลาดเกินกว่าจะโป้ปดว่าเชื่อในสิ่งที่มารดาแก้ต่างให้ตัวเอง
“ม่ายเชื่อ มามี้นัดหนุ่มใช่ปะ เจคงอนจริงๆ ด้วย ฮึ!”
หนูน้อยย่นยู่จมูกใส่มารดา ริมฝีปากล่างถูกดันขึ้นมาแทบจะชนปลายจมูกโด่งคมโดดเด่นของเขา นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลมีหยาดน้ำใสแวววาวเจืออยู่
“มามี้เปล่าน้า เพื่อนก็เพื่อนสิเอ้า” นิลอรพยายามอธิบาย บทจะงอนขึ้นมาละก็พ่อลูกชายง้อเท่าไหร่ก็ไม่หายหรอก
“ม่ายเชื่อ เจค...เจค...” หนุ่มน้อยที่จ้อเก่งเกินอายุหยุดพูดกะทันหันเมื่อเห็นบุรุษร่างสูงใหญ่เดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังมารดา อะไรก็ไม่สะดุดตาเท่ากับนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลของคนที่ยืนอยู่
“เดี๋ยวนี้พาหนุ่มเข้าบ้านนะ เจ้!” หนุ่มน้อยเปลี่ยนจากมามี้เป็น เจ้ ตามที่สาวๆ ในร้านกาแฟเรียกเมื่อเห็นคู่เดตคนล่าสุดของมารดา
“โอ๊ย! ลูกฉัน! ชักจะแก่แดดขึ้นทุกวันแล้วนะ เฮ้อ!”
นิลอรโบกลมเข้าหาตัวเมื่อได้ฟังพ่อลูกชายพูดจา เธอปล่อยเขาไว้ที่ร้านกาแฟบ่อยเกินไปกระมัง พ่อลูกชายถึงได้ซึมซับเอาคำว่า เจ้ มาจากพนักงานในร้าน
โจนาธานหัวใจเต้นเร็วแรงมาเกือบสองนาทีแล้ว นาทีแรกมันเต้นเพราะได้ยินสรรพนามที่นิลอรกับเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังใช้สนทนากัน และนาทีที่สองมันเต้นระรัวเพราะดวงตาสีฟ้าครามที่กำลังจ้องมองเขาไม่วางตาอยู่ในขณะนี้
“นั่นคาย?” หนูน้อยที่ยังออกเสียงคำไม่ชัด ชี้ไม้ชี้มือถามไถ่ชายแปลกหน้า นิลอรไม่ตอบ เธอรอดูว่าโจนาธานจะสะกิดใจหรือเปล่าที่ได้เห็นเด็กน้อยจอมแก่นคนนี้
“โอ...ขอโทษทีสุดหล่อ ฉันชื่อโจนาธาน คิงส์ เธอจะเรียกฉันว่าคิงส์ก็ได้เพราะใครๆ ก็เรียกฉันอย่างนั้น” หนุ่มใหญ่กระชับสูทให้เข้าที่เล็กน้อยก่อนจะย่อกายลงนั่งยองๆ เพื่อจะได้ทำความรู้จักหนูน้อยอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม
พ่อหนูเจค็อบหรี่ตามองมาอย่างใช้ความคิด โจนาธานไม่แปลกใจเลยที่นิลอรจะปรักปรำพ่อหนูว่าแก่แดดแก่ลม
“มามี้?”
“ครับลูกชาย” นิลอรขานรับคำเรียกขานของลูกชาย เริ่มเห็นความเป็นปรปักษ์ในหน่วยตาสีฟ้าครามจากพ่อหนู
“คาย?” เจค็อบชี้นิ้วใส่แผ่นอกบึกบึนของบุรุษร่างสูงใหญ่ที่มีริ้วรอยตามวัยขึ้นตามใบหน้าประปราย อย่างเช่นที่หางตาเป็นต้น เขาเห็นมันได้ชัดเจนตอนที่ผู้มาใหม่เผยรอยยิ้มให้เขา และมารดาควรจะเคลียร์ให้เขารับรู้เสียทีว่าบุรุษแปลกหน้าคนนี้คือใครกัน
“อืม...ก็...ก็ ‘แด็ดดี’ ของลูกไงครับ” นิลอรตอบแล้วพยายามไม่ให้น้ำตาผุดซึม นาทีนี้เธอหวังเพียงว่าตาแก่จอมเผด็จการจะไม่ปฏิเสธสถานะที่เธอหยิบยื่นให้
ไม่เพียงเจค็อบที่นิ่งอึ้งกับคำประกาศของมารดา โจนาธานเองก็อึ้งเสียยิ่งกว่าอึ้งเช่นกันที่ได้ยินนิลอรตอบว่าอย่างนั้น เขานี่นะจะมีลูกชายโตขนาดนี้ ถ้าเดาไม่ผิดเจ้าหนูคงอายุไม่ต่ำกว่าสองขวบเป็นแน่ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็แสดงว่านิลอรตั้งท้องตั้งแต่หนีมาจากสิงคโปร์แน่นอน!
“โอ...พระเจ้า! ฉันจะฆ่าเธอแน่ๆ นางมารร้าย!”
โจนาธานถอยห่างทั้งร่างของพ่อลูกชายและอดีตนางบำเรอ พลางใช้สองมือขยุ้มผมบนศีรษะอย่างไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรกับความจริงที่เพิ่งรับรู้ นาทีต่อมาเขาก็เปลี่ยนเป็นเดินเร็วๆ วกกลับไปกลับมาในระยะทางสั้นๆ เพื่อเรียกสติและขวัญเจ้าเอยที่หลบลี้ตีจากให้กลับมาโดยไว ตอนนี้เขากำลังสติแตกขวัญกระเจิงแทบจะกู่ไม่กลับ เค้าลางเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเริ่มปรากฏตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาแลเห็นนัยน์ตาสีเดียวกันกับเขาแล้ว
นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน นิลอรปิดบังเรื่องนี้ไม่ให้เขารู้ได้อย่างไรตั้งสี่ปี และเรื่องราวทั้งหมดมันเป็นอย่างไรกันแน่ ใครกันที่เล่นตลกกับเขาและแม่ของลูกอย่างแสบสันถึงเพียงนี้ ใครกันที่อยู่เบื้องหลังการจัดฉากลวงโลก!
นิลอรทอดมองร่างสูงหนาที่เดินวกไปวนมาอยู่หน้าประตูเข้าบ้าน เธอเข้าใจว่าเขาอาจจะตกใจที่จู่ๆ รู้ว่าตัวเองมีลูก แต่อย่างน้อยเขาก็น่าจะกอดลูกชายเธอไว้ด้วยความตื่นเต้นดีใจ ไม่ใช่ปล่อยให้เจค็อบยืนงงอยู่อย่างนี้
“เข้าบ้าน...กันเถอะลูก...” นิลอรกระซิบเสียงเครือพลางรุนหลังบุตรชายให้เข้าบ้าน ทว่าหนุ่มน้อยยังยินดีที่จะปักหลักรอชายแปลกหน้าอยู่ตรงนี้ เพื่อจะถามว่าชายแปลกหน้าเป็นบิดาของเขาจริงๆ หรือเปล่า
“เดี๋ยว! เดี๋ยวสิ! เธอจะเดินหนีอย่างนี้ไม่ได้นะ เธอต้องคุยกับฉันให้รู้เรื่องก่อน”
โจนาธานคว้าข้อมือของนิลอรเอาไว้ได้ ก่อนที่สาวเจ้าจะหลบเข้าบ้านไป
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ถ้าคุณยอมรับไม่ได้ในความจริงที่ฉันเพิ่งบอกไป เราสองคนก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดกันอีก ฉันไม่ขอบคุณที่มาส่งนะคะมิสเตอร์คิงส์ ลาขาดค่ะ”
นิลอรยิ้มทั้งน้ำตาพลางแกะมือหนาให้หลุดออกจากข้อมือเล็ก
“มามี้...โจนาธานเปนแด็ดดีของเจคจริงอ่า?” หนูน้อยโพล่งคำถามถามไถ่มารดาด้วยความไม่แน่ใจ เพราะเขาเคยเห็นเพื่อนๆ ที่โรงเรียนมีพ่อมารับก็ไม่เห็นว่าพ่อของเพื่อนๆ จะอายุมากขนาดนี้นี่นา ไม่ไหวอ่า...เฮ้อ...
คราวนี้นิลอรไม่อาจตอบคำถามของบุตรชาย เธอพยายามปาดน้ำตาทิ้งไปก่อนที่บุตรชายจะสังเกตเห็น และนาทีนี้ก็กำลังภาวนาให้ตาแก่โจนาธานพูดอะไรสักคำเถอะ
“เอ่อ...ถ้ามามี้เธอว่าอย่างนั้นก็คงจะจริงล่ะหนุ่มน้อย ว่าไง...นายอยากให้ฉันเป็นแด็ดดีของนายไหม...” โจนาธานถามออกไปแล้วพลันหยาดน้ำตาก็คลอขังในหน่วยตาสีฟ้าครามเช่นกัน เขารู้สึกเหมือนมีใครเอากองอิฐหินดินทรายมาทับถมที่ตำแหน่งหัวใจยามที่ต้องรอฟังคำตอบจากพ่อหนูน้อย
“ม่าย...มามี้! เจคจาเอาแด็ดดีกล้ามหญ่ายๆ และหล่อเหมือนดาลา...ม่ายช่าย คุณตา คนนี้!”
“ปะ...ปล่อย ได้โปรดเถอะชาร์ลส์ อย่าทำแบบนี้เลย ฉันขอร้อง” เสียงของนิลอรไร้พลังเกินกว่าจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ มันเจ็บแสบในลำคอที่ยังอักเสบ และต่อให้ร้องเสียงดังสักเท่าไหร่คนที่อยู่บนบ้านหลังใหญ่ก็คงไม่มีใครได้ยิน“ปล่อย! ชาร์ลส์...ปล่อยนะ ขอร้อง...ฉัน...ฉันเป็นเมียของเจ้านายคุณนะชาร์ลส์!” ชาร์ลส์ไม่ฟังเสียง เขาหมดสิ้นแล้วซึ่งสติที่สมควรจะมี พอช้อนร่างบางขึ้นมาได้ก็แทบจะเหาะเข้าไปในห้องนอนตุ้บ!ร่างบอบบางของนิลอรร่วงหล่นลงบนฟูกหนา หญิงสาวดิ้นรนจนตกจากอ้อมแขนของชาร์ลส์ก่อนที่เขาจะวางลงบนเตียงให้เรียบร้อย เวลานี้ชาร์ลส์ถูกฤทธิ์ยานรกที่เอลิซผสมมาในบรั่นดี ปลุกสัญชาติญาณอันดิบเถื่อนจนพลุ่งพล่านทั่วเรือนกาย และในที่สุด เขาก็มิอาจต้านทานแรงปรารถนาอันล้ำลึกในครั้งนี้ นิลอรถูกจับตรึงไว้กับเตียง ร่างของเธอจมลงในฟูกนุ่มเกือบครึ่งค่อน ใบหน้าสีน้ำผึ้งอ่อนจางบัดนี้สีสันเพียงหนึ่งเดียวก็คือสีเดียวกับแผ่นกระดาษ หยดน้ำตารินรดทางหางตาเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มผู้ซึ่งสามีรักประดุจญาติพี่น้องตรงเข้าซุกไซ้ซอกคอระหงอย่างหื่นกระหาย ลมหายใจของชาร์ลส์รินรดลำคอเธอจนร้อนผ่าว ประดุจหยอกเย้าด้วยลมหายใจแห่งมัจ
“นายรักแองจี้หรือชาร์ลส์” เอ่ยถามตรงๆ ยังผลให้ชาร์ลส์ตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาสีเทาแสนเซ็กซี่กวาดไปรอบๆ บริเวณชานระเบียงที่นั่งอยู่ และเขาก็ประหลาดใจนักที่เวลานี้ไม่มีแสงอาทิตย์ให้เห็น นี่เขานั่งดื่มมานานแค่ไหนแล้วนะ“ชาร์ลส์...อย่าทำเป็นนิ่งหน่อยเลยน่า ถ้ารักแองจี้จริงๆ ฉันมีทางช่วยนะ” เอลิซเปิดทางพร้อมๆ กับรินบรั่นดีที่เหลือเพียงค่อนขวดให้ชายหนุ่ม ใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อใต้แสงไฟสลัวทำให้ใบหน้าของชาร์ลส์ยิ่งดูน่ามอง น่าเสียดายนักที่วันนี้ไม่อาจพาชายหนุ่มคนนี้ไปเริงรักบนเตียงตามที่ใจปรารถนา ด้วยว่าวันนี้มีงานใหญ่ที่สำคัญกว่าเรื่องนั้น รอท่าอยู่“หึๆ ช่วยเหรอ ไม่มีทางหรอก แองจี้รักโจนาธาน และผมคงไม่มีวันหักหลังเขาอย่างเด็ดขาด” ชาร์ลส์ตอบ แม้ว่าเสียงจะฟังเหมือนเยาะเย้ยตัวเอง แต่เขาก็มั่นใจในคำพูดของตน เขาคงดึงแองจี้ที่รักมาแนบชิดไม่ได้หากว่าโจนาธานยังอยู่ข้างๆ หล่อน“ฉันก็ไม่ได้บอกให้หักหลังเขานี่นา ฉันแค่อยากให้เธอหาความสุขใส่ตัว ตอนนี้โจนาธานไม่อยู่ และแองจี้ก็นอนอยู่คนเดียวบนตึก ฉันว่าผู้หญิงที่ยังสาวและสวยอย่างแองจี้คงไม่ปฏิเสธหนุ่มๆ รูปหล่ออย่างนายหรอกชาร์ลส์ นายก็รู้ดีนี่นาว่าโจนาธานอ
แล้วทำไมเขาต้องอยากเห็นใบหน้าตื่นๆ ของเจ้าหล่อนด้วยเล่า คนที่เขาสมควรคิดถึงคือนิลอรมิใช่หรือ?...........บ่ายแก่ๆ ของวันที่สาม หลังจากที่เจ้าของบ้านและผู้ช่วยหนุ่มเดินทางสู่ประเทศสหรัฐฯ สายลมแห่งกาลเวลาพัดแผ่วเบาอย่างเงียบเชียบ น่าแปลกใจนักที่คนทั้งสองมิได้ส่งข่าวคราวมาบ้างว่าการเจรจาเรื่องคดีความเป็นอย่างไร นิลอรที่ป่วยนอนซมมาตั้งแต่วันนั้นจนตอนนี้ก็ยังไม่หายดี หญิงสาวเป็นหวัดและปวดศีรษะอยู่เป็นนิจ บางเวลาก็คลื่นไส้อาเจียนจนสาวใช้ต้องส่ายหน้าเพราะนายสาวรับประทานอะไรลงไปก็มีแต่จะคายออกมาหมด นิลอรต้องสั่งให้พวกเขาไม่ต้องเอาอะไรมาให้เธอกินอีก และตั้งแต่คำสั่งนั้นจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาหนึ่งวันเต็มๆ ที่เธอไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยแม้แต่อย่างเดียว คุณแม่ลูกแฝดนอนแบ็บอยู่บนเตียง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันที่เท่าไหร่หรือเวลาเท่าไหร่ของวัน แสงอาทิตย์สีส้มจัดสาดทะลุผ้าม่านกระทบกับบานกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้งเข้ามาแยงตาจนไม่สามารถนอนต่อได้ และนั่นก็เป็นสาเหตุให้เจ้าตัวต้องลุกขึ้นนั่งพร้อมอาการหายใจหอบถี่ นาทีนี้แม้แต่การลุกนั่งนิลอรก็ยังต้องใช้เรี่ยวแรงมากมายสาวใช้นางหนึ่งเดินเข้ามาดูอาการข
ชาร์ลส์ก่นด่าตัวเองอยู่อีกหลายประโยค ไม่ได้สังเกตเลยว่าบัดนี้ไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง นาทีนี้อรุณฉัตรมั่นใจแล้วว่าสตรีที่อยู่ในหัวใจของพ่อเทพบุตรรูปงามที่แท้ก็คือศรีภรรยาของโจนาธานนี่เอง น่าสงสารเขาเหลือเกินที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาคงอึดอัดและทรมานอย่างหาที่เปรียบมิได้ เธอเข้าใจดีว่ามันทรมานแค่ไหนกับการหลงรักคนที่เขามิได้มีใจ แต่ชาร์ลส์คงทรมานมากกว่าเธอหลายเท่า เมื่อต้องเฝ้ามองเจ้านายที่เคารพทั้งสองหมั่นแสดงความรักต่อกันให้เขาได้เห็น จะพูดออกมาก็คงไม่ได้ จะทำร้ายเจ้านายที่เคารพด้วยการแย่งนายสาวมาครอบครองก็คงไม่สมควร น่าเวทนาแท้ๆ“คุณน่าจะเช็ดตัวสักหน่อย หรือไม่ก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นี่มันจะค่ำแล้วนะคะ ฝนก็ทำท่าว่าจะตก เดี๋ยวจะไม่สบาย”อรุณฉัตรเอ่ยกับแผ่นหลังกว้างอยู่เบื้องหน้า มันเปียกชุ่มด้วยหยาดธาราเพราะเขาเพิ่งลงไปช่วยนายสาวขึ้นมาจากสระกระมัง เมื่อครู่นี้เธอเดินสวนกับโจนาธานและแองจี้ที่โถงทางเดิน โจนาธานบอกว่าให้เธอช่วยเรียกคุณหมอมาให้ด้วยเพราะคุณแองจี้จมน้ำ นาทีนั้นเธอตกใจจนกายสั่นเทิ้ม ยิ่งเห็นวงหน้าสีน้ำผึ้งนวลเนียนในวงแขนของผู้เป็นเจ้านายซีดเผือด เธอก็ยิ่งหวั่นกลัว แต่เมื่อโจนาธา
คุณแม่ลูกแฝดถอยหลังเล็กน้อยเมื่อสามีขยับเข้ามาใกล้ ในเมื่อโจนาธานอยากให้ภรรยาของเขาเป็นผิดในเรื่องนี้ เธอก็จะทำให้เขาสมหวัง“ไม่เอาน่าแองจี้ เธออย่าพูดเรื่องนั้นได้ไหม เราคุยกันจบไปแล้วนะ และมันไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” หนุ่มใหญ่โอดครวญอย่างเหนื่อยหน่าย ก้าวขาเข้าใกล้ศรีภรรยามากยิ่งขึ้นนิลอรโบกมือให้เขาว่าอย่าเข้ามา และก้าวถอยหลังไปจนชิดขอบสระ“ในเมื่อคุณคิดว่าฉันผิด ฉันก็จะพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้ทำ”นิลอรเอ่ยขึ้นพร้อมหยดน้ำตา ในขณะที่โจนาธานกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างอิดหนาระอาใจ แม่ศรีภรรยาของเขาเอาแต่ใจที่สุด ช่างประชดประชันและไม่ยอมรับความจริงเอาเสียเลย“เอาเถอะแองจี้! เธอจะทำอะไรก็ทำ ถ้าการที่เธอจะกระโดดลงไปมันจะช่วยพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์ก็เอาเลย!”ตูม!สิ้นเสียงท้าของโจนาธาน นิลอรก็ทิ้งกายลงสู่ผิวน้ำ ร่างอรชรที่เรี่ยวแรงอ่อนล้าถูกสายธาราบีบอัดจนเนื้อในแทบปริแยก เธอพยายามใช้เท้าและแขนพุ้ยน้ำให้มากที่สุดเพื่อลดแรงกระแทกที่ก้นสระ อากาศที่สูบเข้าปอดก่อนทิ้งกายลงมาเริ่มหมดไปทีละน้อย หมดไปพร้อมๆ กับภาพพร่ามัวของสามีที่ยืนอยู่ขอบสระ เขาช่างใจดำไม่ทำแม้แต่จะลงมาช่วยเธอ เขาจะรู้บ้างไหมว่าเธ
...........บทที่ 13ซ้อนแผน...........“ขอโทษเอลิซเถอะแองจี้ ถ้าเธอยังพอมีหัวใจ”นิลอรตัวแข็งทื่อ แขนขาชาดิกไร้ความรู้สึก สามีที่รักเอ่ยออกมาแบบนี้แสดงว่าเขาตัดสินไปแล้วว่าใครเป็นคนผิด ช่างน่าขันนักที่เรื่องความเชื่อใจกำลังมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้อีกแล้ว “ถ้าฉันบอกว่าไม่มีละคะโจนาธาน ตอนนี้หัวใจฉันถูกคำพูดของคุณทำลายจนหมดสิ้นแล้ว เอลิซทำยังไงนะ เธอถึงทำให้คุณเชื่อได้ว่าฉันเป็นคนผิด ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย” นิลอรตีหน้าเศร้าลงอีกเท่าตัว จ้องมองเอลิซด้วยดวงตาที่กำลังจะปลดปล่อยหยดน้ำตา แม่ม่ายพราวเสน่ห์หรี่ตามองนิลอรอย่างใช้ความคิด อยากรู้นักว่านิลอรจะแก้เกมหนนี้อย่างไร โจนาธานไม่มีวันเชื่อหรอกว่าภรรยาของเขาไม่ผิดในเมื่อสิ่งที่เขาเห็นและสิ่งที่เธอใส่ไคล้เข้าไปสามารถช่วยให้เขาเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในทันที และเขาก็กล่าวหาภรรยาของเขาในทันทีเช่นกัน“อย่า! พยายามโยนความผิดให้กับเจ้าทุกข์ที่นั่งเปียกซ่กอยู่ต่อหน้าเธอเลยแองจี้ เห็นๆ กันอยู่ว่าเอลิซเกือบจะจมน้ำในขณะที่เธอนั่งดูอยู่เฉยๆ” โจนาธานเหวี่ยงผ้าเช็ดตัวลงพื้น การได้รับรู้ว่าภรรยาที่รักเป็นสตรีที่ใจไม้ไส้ระกำกระทำต่อเพื่อนมน







