LOGINโจนาธานเคลื่อนร่างสูงหนาเข้าหาแม่ของลูกอีกนิดก่อนจะดึงร่างสั่นน้อยๆ ของหล่อนเข้ามากอดปลอบอย่างที่เคยทำเมื่อนานมาแล้ว แน่นอนว่าหล่อนดิ้นพล่านราวกับปลาถูกน้ำร้อนทีเดียว แต่เขาก็ไม่มีวันปล่อยจนตอนนี้หล่อนสิ้นฤทธิ์ยืนหายใจหอบถี่ไปเรียบร้อย
“ฟังนะแองจี้ ฉันหย่ากับเมียตั้งนานแล้ว ฉันจะอธิบายให้ฟังชัดๆ นะ บางทีผู้หญิงคนนั้นที่เธอเคยพบเมื่อนานมาแล้ว อาจจะเป็นเพียงอดีตภรรยาของฉัน และฉันคิดว่าบางทีพวกเธอคงจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ”
“ฉันไม่ได้โง่นะ ฉันจบมหาลัยตอนอายุยี่สิบด้วยซ้ำ ฉันเก่งภาษาอังกฤษกับภาษาจีนกลาง ถ้าฉันฟังเมียคุณพูดผิดไปแสดงว่าวันนั้นหูฉันคงผิดปกติแล้ว” นิลอรอดเถียงไม่ได้ เขากำลังกล่าวหาเธอใช่ไหมว่าสี่ปีที่ผ่านมาเป็นเพราะเธอเองที่พาลูกๆ มาพบกับความยุ่งยาก ทุกอย่างมันเป็นเพราะความเข้าใจผิดของเธออย่างนั้นหรือ เข้าใจคิดเหลือเกินนะ
“โอเคๆ ฉันจะไม่โทษใครก็ได้ เอาเป็นว่าเรื่องทั้งหมดทั้งมวลถือว่าฉันผิดคนเดียวก็แล้วกันนะที่รัก ฉันผิดที่ไม่ยอมตามหาเธอ ฉันไม่อาจปฏิเสธได้เลยในข้อนี้ และที่ฉันอยากจะบอกเธออีกเรื่องก็คืออดีตภรรยาของฉันชื่อเอลิซ และตอนนี้ฉันก็หย่ากับหล่อนมามากกว่าเจ็ดปีแล้ว ก่อนหน้าที่ฉันจะเจอกับเธอ หล่อนก็แต่งงานใหม่ไปแล้วด้วยซ้ำ ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้อีกเพราะเราคงทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้น เอาเป็นว่าฉันจะยอมรับความผิดทั้งหมดเอาไว้เอง โอเค?”
“ไม่โอเค! ถ้าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด คุณก็ต้องเอาเวลาสี่ปีที่แล้วมาคืนฉัน! คุณรู้ไหมว่าฉันลำบากแค่ไหนที่ต้องทำงานงกๆ เลี้ยงเด็กสองคนนั้น คุณรู้บ้างไหม!”
นิลอรสาดซัดวาจาใส่โจนาธานเสียจนชุ่มโชก เธอเหนื่อยและเจ็บเหลือเกินที่ต้องมาแบกรับทั้งความจริงและสิ่งที่เขาบอกกล่าว เธอไม่ได้หูฝาด ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเป็นภรรยาของเขาจริงๆ แต่ก็อย่างว่าละนะ เขาอาจจะเชื่อใจคนที่เขาบอกว่าเป็นอดีตภรรยามากกว่าเชื่อนางบำเรออย่างเธอ
“ฉันขอโทษนะแองจี้ ขอโทษจริงๆ” หนุ่มใหญ่กอดรัดร่างของอดีตนางบำเรอด้วยความสงสารเห็นใจยิ่งนัก ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นอย่างไร แต่สี่ปีที่ผ่านมาก็เป็นเพราะเขาเองที่ไม่เชื่อใจหล่อนและไม่ยอมออกตามหา เขาผิดเองที่ทอดทิ้งช่วงเวลาดีๆ ไปถึงสี่ปี
“ปะ...ปล่อย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!” นิลอรเริ่มรู้สึกตัวเพราะแรงกอดรัดที่มากเกินปกติ แถมไอ้กระแสไฟวูบวาบที่มาจากร่างหนาก็ทำให้เธอต้องรีบไปให้ห่างจากอ้อมแขนคู่นี้ ให้ตายเถอะ กี่ปีๆ เขาก็ยังเปี่ยมล้นด้วยแรงดึงดูดทางเพศอย่างที่เธอไม่สามารถต้านทานได้เลย เขายังมีมันอยู่ล้นปรี่เหมือนวันแรกที่ได้พบกันไม่มีผิด
“ไม่ปล่อย...ฉันจะไม่ปล่อยเธออีกแล้ว เราจะกลับสิงคโปร์ด้วยกันและสร้างครอบครัวเล็กๆ ของเรากันใหม่นะแองจี้ เราเริ่มต้นกันใหม่นะที่รัก”
โจนาธานวอนขอแม่ของลูก แล้วทำในสิ่งที่นิลอรไม่คาดคิด
“มะ...ไม่! อย่านะ! อ่อยอ๊ะ!”
เสียงร้องทัดทานเริ่มฟังไม่ได้ศัพท์ในประโยคท้ายๆ นั่นเพราะนิลอรถูกริมฝีปากของโจนาธานปิดกั้นเสียงเอาไว้ ร่างบางถูกจู่โจมด้วยความรวดเร็ว เขาผลักประตูให้ปิดลงด้วยการใช้เท้าเข้าช่วย และนั่นทำให้คนที่อยู่ในอ้อมแขนยิ่งดิ้นแรงยิ่งกว่าเดิม
“อืม...จะดิ้นทำไมแองจี้ ทั้งดิ้นทั้งทุบจนฉันน่วมไปทั้งตัวแล้วเนี่ย” เขาว่าอย่างงอนๆ แต่ยังไม่ยอมปล่อยร่างอรชรให้เป็นอิสระ รู้สึกว่าเรือนร่างของหล่อนเต็มไม้เต็มมือดีเหลือเกิน หล่อนคงอวบขึ้นนิดหน่อยกระมัง
“ฉันจะฆ่าคุณแล้วหั่นศพยัดลงชักโครก ตาแก่บ้ากาม!”
นิลอรประณามเขาด้วยสิ่งที่เขารังเกียจนักหนา ไม่ใช่เรื่องคำขู่ฆ่าแน่นอน เพราะเรื่องเดียวที่จะทำให้เขาเป็นเดือดเป็นร้อนได้ก็คือเรื่องที่ว่าเขาแก่ชรานี่กระไร
“ฉันคิดว่าคงต้องทวนความจำเธอเสียหน่อยนะที่รักว่าฉันไม่ใช่ตาแก่ แต่ถ้าเรื่องบ้ากามละก็ฉันหยวนๆ ให้ก็แล้วกัน เพราะถึงฉันจะไม่ได้บ้ากามอย่างที่เธอกล่าวหาแต่ฉันก็ว่ามันใกล้เคียงทีเดียว ยิ่งได้มากอดจูบลูบคลำเนื้ออ่อนๆ ของสาวๆ อย่างเธออย่างนี้ อื้อหืม...ฉันรู้สึกคึกคักขึ้นมาเชียว เอาเป็นว่าเรามารื้อฟื้นความหลังกันสักหน่อยดีกว่านะแองจี้ หึๆๆ”
เสียงครางทุ้มต่ำปนเสียงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ทำเอานิลอรขนลุกเกรียว เขาคงไม่คิดรวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัวเธอหรอกนะ ถึงแม้มันอาจจะเกิดขึ้นแต่ก็ไม่น่าจะเร็วอย่างนี้นี่นา ขอเวลาเตรียมใจก่อนไม่ได้หรืออย่างไร
“ความหลงความหลังอะไรยะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ มีสิทธิ์อะไรมาทำอย่างนี้กับฉัน! ฉันไม่ใช่นางบำเรอของคุณแล้วนะ!” นิลอรเตือนความจำเขาในข้อนี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำเป็นว่าเธอยังไม่ได้ส่งเสียงใดๆ
“ฉันว่าเราเข้านอนดีกว่า วันนี้ฉันเหนื่อยมากอยากพักผ่อน”
พรึ่บ!
ดวงไฟดวงใหญ่ที่ติดอยู่บนฝ้าเหนือศีรษะ ถูกทำให้สิ้นแสงด้วยมือหนาของโจนาธาน เขาช่างสังเกตจนรู้ว่าสวิตซ์ไฟมันติดอยู่ที่ผนังซึ่งอยู่ข้างประตู เขาเอื้อมมือยาวๆ ไปปิดมันแล้วรั้งร่างในอ้อมแขนให้ตามเขาไปล้มลงบนเตียง
ตุ้บ!
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ!”
คุณแม่ลูกสองร้องเสียงหลง เธอโดนร่างคิงคองของเขาทับจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับฟูกอยู่แล้ว
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







