Masuk“โอ...ขอโทษนะแองจี้ แต่ฉันแทบจะทนไม่ไหวตอนที่ได้อยู่ใกล้ๆ เธออย่างนี้” เขาบอกด้วยเสียงกระเส่า ตอนนี้ภายในห้องมีเพียงแสงไฟจากด้านนอกซึ่งสาดแสงผ่านบานกระจกหน้าต่างเข้ามา ประกอบกับแสงฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่บ่อยหนนั่นก็ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสีน้ำผึ้งชัดเจนยิ่งขึ้น
“ไม่...มันไม่ถูกต้อง คุณมีเมียอยู่แล้ว และฉันไม่ใช่...นางบำเรอของคุณอีกต่อไป”
กว่าจะตอบเขาได้จบประโยค ลมหายใจของคุณแม่ลูกสองก็แทบจะหมดจากช่องท้อง โจนาธานใช้ฝ่ามือร้อนๆ สำรวจร่างกายคุณแม่ยังสาวทุกซอกทุกมุมราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงห้ามปรามจากผู้เป็นเจ้าของ
“ถอดเสื้อออกเร็วๆ ที่รัก ฉันแทบจะกินเธอโดยที่ยังมีเศษผ้านี่ขวางอยู่”
เขาผละออกจากร่างของแม่แองจี้น้อย หลังจากใช้ทั้งฝ่ามือ ปลายลิ้นและปลายจมูกสำรวจหล่อนตั้งแต่ซอกคอถึงขาพับด้านล่าง กลิ่นหอมจรุงของเนื้อเนียนสีน้ำผึ้งที่ติดตาตรึงใจยังลอยอ้อยอิ่งที่ปลายจมูก
นิลอรไม่ได้ทำตามที่หนุ่มใหญ่ร้องขอแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกำลังหาทางหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์อันล้ำลึกเกินขอบเขตในคราวนี้อยู่
“ไม่...ฉัน...ฉันจะไปนอนห้องลูก”
เมื่อพูดจบคุณแม่ลูกสองก็พาร่างที่สวมชุดนอนหลุดลุ่ยลงจากเตียง แต่ทว่าโจนาธานก็กระโจนมาคว้าร่างงามไว้จนทั้งสองล้มหงายไปบนเตียงอีกครั้ง
หนุ่มใหญ่สลัดเสื้อผ้าทิ้งด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะโน้มกายลงมาคร่อมร่างเหนือยอดทรวงบวมเป่งของนิลอร เสื้อตัวสวยถูกมือหนาดึงทึ้งจนหลุดออกจากร่างบางในเวลาอันรวดเร็ว ปากเขายังครอบครองเรียวปากหล่อนอย่างเร่าร้อนรุนแรงจนหญิงสาวคิดว่ามันคงเห่อแดงอย่างน่าทุเรศที่สุด สองฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นกอบกุมสองปทุมอันอวบหยุ่นที่ยังเต่งตึงสู้มือ บีบขยำอย่างเมามันมิได้แยแสต่อเสียงต่อต้านแม้แต่น้อย ปลายลิ้นสากหนาเลื่อนลงมาไล้เล็มลำคอระหงของนิลอรอย่างตะกละตะกราม จนเส้นขนทั่วร่างหล่อนลุกเกรียวด้วยความเสียวซ่าน
ตอนนี้คุณแม่ลูกสองทิ้งร่างให้นอนแผ่อยู่กลางเตียงอย่างสิ้นท่า ไฟปรารถนาอันแรงกล้ามันรุมเร้าจนยากจะต้านทาน มิหนำซ้ำคนที่ปลุกให้มันลุกฮือยังเป็นบุรุษเพียงหนึ่งเดียวที่ร่างกายนี้โหยหา พอได้สัมผัสแนบชิดอีกครั้ง มันจึงต่อติดไวและพร้อมจะโจนทะยานขึ้นสวรรค์หรือลงนรกไปกับผู้นำทางโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
“โอ...แองจี้...เธอสวยเหลือเกิน...” หนุ่มใหญ่ครางกระเส่าชิดร่องทรวงอวบอัด เขาซุกปลายจมูกสูดดมกลิ่นเนื้อนวลครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่กายส่วนล่างก็เริ่มรุกล้ำเป้าหมายในส่วนที่ลี้ลับเกินบรรยาย
“ช้าๆ หน่อย...ฉันไม่ได้ทำแบบนี้มา...สี่ปีแล้วนะ!”
นิลอรพยายามบอกคนที่กำลังใช้ความภาคภูมิใจของเขารุกล้ำเข้ามาในส่วนที่เป็นความภาคภูมิใจของเธอ แต่ดูเหมือนว่าถ้อยคำสารภาพอันน่าอับอายจะเป็นโอสถทิพย์ที่ชโลมหัวใจเหี่ยวแห้งของโจนาธาน
“โอ...พระเจ้า! แองจี้ เธอ...ยังเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้วไม่มีผิด เธอ...น่ารักเหลือเกิน” เขายังพร่ำพรรณนาถึงความงดงามที่เกิดขึ้นระหว่างการดื่มด่ำกับความหฤหรรษ์บนเตียงไม่หยุดปาก ปลายจมูก ปลายลิ้นสาก สองฝ่ามือ และความแข็งขึงที่อยู่ด้านล่างยังทำหน้าที่ของมันไปเรื่อยๆ ไม่มีขาดตกบกพร่อง
นาทีนี้นิลอรประจักษ์แล้วว่า ในอายุสี่สิบกว่าปีของบุรุษผู้นี้ มิได้ลดทอนความสามารถในเรื่องเพศรสลงไปได้เลย กลับกันด้วยซ้ำ เธอรู้สึกว่าการกลับมาพบกันใหม่คราวนี้ โจนาธาน คิงส์ พกพาเอาความหื่นกระหายมาลงที่เธออย่างล้นปรี่เลยทีเดียว
___________
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ






![เพลินพิศวาส [20++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
