เข้าสู่ระบบ_____
บทที่ 3
คุณแม่ตัวร้าย
_____
...สองชั่วโมงต่อมา
ตุ๊กตาหลายตัวที่นิลอรวางพิงไว้ที่หัวเตียง บัดนี้หล่นลงมากองบนพื้นห้อง เสื้อผ้าอาภรณ์ของคนทั้งสองตกเรี่ยราดอยู่ข้างเตียงเช่นกัน ตอนนี้แขนแกร่งกำยำของบุรุษผู้รักษาสุขภาพดีอยู่เสมอ วางพาดอยู่กับเอวคอดของคุณแม่ลูกสอง ที่เขาแน่ใจแล้วว่าหล่อนคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นภรรยาของเขาจนวันสุดท้ายที่มีลมหายใจ
“แองจี้...”
“คะ” เธอขานรับเบาๆ ขณะที่มือลูบไล้ไปบนแผงอกหนั่นแน่นซึ่งมีไรขนอ่อนๆ ขึ้นอยู่ประปราย วันนี้ตาแก่โจนาธานได้เติมเต็มเรื่องที่เธอขาดหายมากว่าสี่ปี มาให้จนล้น ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าเขาจะแข็งแรงขนาดนี้ทั้งที่อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว
“มีความสุขหรือเปล่า” เขาถามพลางเชยคางมนขึ้นมาแล้วประกบเรียวปากหยักหนาอันรุ่มร้อนลงไปอย่างมิอาจหักห้าม กี่ปี่ๆ นิลอรก็ยังดึงดูดเขาให้เข้าหาเจ้าหล่อนได้อยู่เสมอ และดูเหมือนว่าแรงดึงดูดดังกล่าวจะมากขึ้นตามเวลาที่หมุนผ่านเสียด้วย
“ค่ะ...มากๆ เลย...คุณ...เก่งมาก” นิลอรตอบเขินๆ เธอกับเขามักมีช่วงเวลาอ่อนหวานร่วมกันเสมอเวลาที่อยู่บนเตียง และมันก็ถูกทำลายลงเพราะผู้หญิงที่ชื่อ เอลิซ เกรย์
“คุณ...เลิกกับภรรยาแน่แล้วนะคะ” เธอถามต่ออย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
“แน่นอนที่รัก ฉันไม่เคยมีใครตั้งแต่ได้เจอเธอ คนสวย..”
เขาสารภาพแล้วขบเม้มติ่งหูบอบบางของคุณแม่ลูกสองอย่างยั่วกิเลสในร่างอรชรให้ก่อเกิดอีกหน
“แล้ว...ทำไมเอลิซถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ฉันไม่ได้โกหกนะ เธอพูดจริงๆ ไม่งั้นฉันจะโกรธจนหนีคุณมาเหรอ”
โจนาธานกลับไปนอนหงายอย่างระอาในสิ่งที่ได้ฟัง เขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว แต่ดูแม่ของลูกสิ รู้สึกว่าหล่อนจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะหาทางพิสูจน์ได้ว่าหล่อนพูดความจริง
“เอลิซไม่ใช่คนอย่างนั้นนะแองจี้ ฉันอยู่กับหล่อนตั้งหลายปีก่อนที่เราจะเลิกรากัน”
นิลอรผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมๆ กับโทสะที่เริ่มเดือดปุดๆ
“แล้วไงคะ คุณเลยเลือกที่จะเชื่อว่าฉันแต่งเรื่องมาโกหกคุณงั้นเหรอ ใช่สิ! ฉันมันแค่นางบำเรอนี่นา จะมีค่าอะไรให้คุณเชื่อใจล่ะ ฉันมันโง่จริงๆ ที่ได้แต่หวังว่าคุณจะตามหาฉันกับลูก แต่ฉันคิดผิด ขณะที่ฉันกำลังลำบากคุณคงมีความสุขอยู่กับการให้อดีตภรรยาปลอบใจละมั้ง” ประชดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ปีนลงจากเตียงในสภาพเปลือยล่อนจ้อน มิได้อนาทรร้อนใจต่อสายตาคมของเขาแม้แต่น้อย
“โธ่...แองจี้ ฉันไม่อยากทำให้เธอไม่สบายใจหรอกนะ แต่ฉันก็ไม่อยากโกหกเพราะตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่สาบานให้ตายว่าฉันกับเอลิซจบลงไปแล้วจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้เอลิซจะเป็นม่ายเพราะสามีเธอเสียไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่มีวันกลับไปคืนดีกับเอลิซแน่นอน” โจนาธานอธิบาย
นิลอรเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่ข้างเตียง ก่อนจะส่งยิ้มเย้ยมาให้เขาอย่างไม่มีปกปิด ร่างสูงหนาที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ตามเนื้อตัวมีรอยเล็บของเธอข่วนเต็มไปหมด แต่เชื่อไหมละว่าใบหน้านั้นกลับอิ่มเอิบด้วยความสุขจนน่าหมั่นไส้
“แต่ดูเหมือนว่าเอลิซจะไม่คิดอย่างนั้นน่ะสิ เจ้าหล่อนพร้อมที่จะกลับมาเป็นศรีภรรยาของคุณอยู่ทุกๆ วินาทีทีเดียว บางทีอาจจะตั้งแต่สามีหล่อนยังอยู่ก็ได้” นิลอรมั่นใจเหลือเกินในข้อนี้
“โอ...แองจี้ เธอพูดบ้าอะไรเนี่ย เลิกพูดจาอย่างนั้นเสียที ฉันไม่อยากเห็นเธอเป็นนางมารร้ายเที่ยวระรานใครไปทั่ว แม้แต่กับคนตายก็ไม่เว้น”
เขาว่าหล่อนอย่างเหลืออด บางทีความเป็นเด็กในตัวนิลอรก็น่าจับเจ้าหล่อนมาทำโทษด้วยการตีที่ก้นแรงๆ สักสองสามที
“ช่วยไม่ได้ในเมื่อฉันมันนางมารร้ายจริงๆ นี่ คุณเป็นคนพูดกรอกหูฉันเองนะ!” นิลอรถลึงตาใส่พ่อของลูกขณะประกาศประโยคที่เป็นเหมือนหลักฐานยืนยันออกไป เขาเป็นคนพูดเองนี่นาว่าเธอคือนางมารร้าย แล้วจะมาโอดโอยเอาอะไรมิทราบ
ครืดๆ ครืดๆ
เสียงสมาร์ตโฟนครางครืดๆ ดังแทรกการปะทะคารม ทำให้คนทั้งคู่ต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่แล้วแลหาต้นตอของเสียง และนิลอรก็คว้ากางเกงของเขาที่หล่นอยู่บนพื้นได้ก่อนที่เขาจะคว้ามันไป ในระหว่างนั้นสมาร์ตโฟนเจ้ากรรมก็ยังส่งเสียงไม่หยุด
“ไม่ต้องเลยนะ! ฉันจะรับเอง” นิลอรชี้มือใส่สามีทางพฤตินัย ลางสังหรณ์บอกว่าคนที่โทรมาอาจจะเป็นเอลิซ และเธอขอฉะกับยัยปีศาจสักตั้งเถอะ โทษฐานบ่อนทำลายครอบครัวชาวบ้านได้อย่างหน้าด้านๆ
“อะแฮ่ม!” แม่สาวผิวสีน้ำผึ้งส่งเสียงกระแอมก่อนจะกดรับสาย ใช่แล้ว เป็น เอลิซ เกรย์ จริงๆ ที่โทรเข้ามา ยัยป้ามหาภัยตัวแสบ “สวัสดีค่ะ มิสซิสเกรย์” นิลอรทักทายเป็นภาษาอังกฤษช้าๆ ดูเหมือนว่าปลายสายจะประหลาดใจไม่น้อยเพราะเจ้าหล่อนบ่นพึมพำเชียวละว่าอาจต่อสายผิด
“คุณไม่ได้โทรผิดหรอก ถ้าคุณตั้งใจโทรหามิสเตอร์คิงส์ ตอนนี้เขา...ไปเข้าห้องน้ำค่ะ” นิลอรหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ขณะเอ่ยวาจาโป้ปดมดเท็จ เธอเดินมานั่งบนเตียงที่โจนาธานนั่งอยู่ เขายกมือขอยอมแพ้ตั้งแต่ที่เธอคว้าสมาร์ตโฟนได้ก่อนเขาแล้ว
‘เธอเป็นใคร คู่นอนคนใหม่ของคิงส์เหรอ’
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







