LOGIN“แด็ดดีกับมามี้ทำอาลาย เจสซี่ล้องเลียกตั้งนานแล้ว” หนูน้อยเจสซี่บ่นบิดามารดาอย่างเคืองๆ ส่วนเจ้าเจคน้อยคู่แฝดตอนนี้หาได้สนใจใคร เพราะเขากำลังจับมือนุ่มๆ ของพี่เลี้ยงคนใหม่อยู่ ฝ่ามือพี่เอลลี่นุ่มกว่ามือพี่ต้นตาลพี่เลี้ยงคนเก่าเยอะเลย
“โอ...ขอโทษทีครับสาวน้อยมานี่มา อึ๊บ!”
แล้วเจสสิก้าก็ถูกบิดาอุ้มไว้ นาทีต่อมานิลอรก็ออกมาสมทบกับทุกคนที่ยืนออกันอยู่หน้าห้อง แต่เธอไม่คิดว่าจะเจอคนแปลกหน้าในเวลานี้ เจ้าหล่อนคนนั้นกำลังแนะนำตัวกับสามีเธอ หน้าตานี่สะสวย ผิวขาวเป็นหยวกกล้วยเชียว หรือว่า...อีตาโจนาธานริจะมีเมียน้อย!
ฝันไปเถอะตาแก่บ้ากาม! ข้ามศพฉันไปก่อนก็แล้วกัน!
“อะแฮ่ม! คุยอะไรกันอยู่หรือคะ”
คุณแม่ลูกสองถามยิ้มๆ พลางเดินเข้าไปคล้องแขนข้างที่ว่างอยู่ของสามีเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ สตรีแปลกหน้าคนนั้นยกมือไหว้เจ้าบ้านอีกคน แต่ทำเอานิลอรเป็นงง เพราะหน้าตาเจ้าหล่อนมองอย่างไรก็ต้องฟันธงว่าลูกครึ่ง ทว่ากลับมือไม้อ่อนไหว้สวยกว่าเธอเสียอีก
“นี่พี่เลี้ยงของลูกๆ จ้ะแองจี้ ฉันให้มาช่วยเลี้ยงลูกของเราไงจ๊ะ”
หนุ่มใหญ่แนะนำ เขาให้คนรู้จักช่วยหาพี่เลี้ยงให้เด็กๆ ด้วยว่าไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยจนเกินไป
“สวัสดีค่ะคุณแองจี้ ฉันชื่ออรุณฉัตรค่ะ เรียกว่าเอลลี่ก็ได้ค่ะ”
นิลอรงงเล็กน้อย เธอไม่ได้บอกว่าต้องการพี่เลี้ยงสักนิด และที่สำคัญก็คือ ทำไมพี่เลี้ยงของเด็กๆ ถึงได้สวยขนาดนี้! โอย...ไม่ไหวหรอก เดี๋ยวตาแก่โจนาธานควบคุมความหื่นตัวเองไม่ไหว กลายร่างเป็นสมภารแก่ๆ ย่องกินลูกไก่ในวัดพอดี
“ฉันไม่รับ เธอกลับไปเถอะ ฉันเลี้ยงลูกเองได้ไม่ต้องการพี่เลี้ยง”
นิลอรปฏิเสธ นัยน์ตาดำดุปรากฏชัดเจนบนใบหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์
“เอ้า? ทำไมละแองจี้ คุณครูเอลลี่คนนี้ฉันอุตส่าห์ให้เพื่อนหามาให้นะ”
โจนาธานชักงง เขาอุตส่าห์ได้คนเก่งอย่างครูเอลลี่มาเป็นพี่เลี้ยง ค่าจ้างหรือก็แพงกว่าพี่เลี้ยงเด็กธรรมดาเพราะเจ้าหล่อนเรียนจบปริญญาสายนี้มาโดยตรง มิหนำซ้ำเรื่องภาษาไทย ครูเอลลี่ก็สามารถสื่อสารกับเด็กๆ และภรรยาที่รักได้ไม่มีติดขัด แล้วแม่แองจี้จะเอาอะไรอีกละทีนี้
“ทำไมหรือคะคุณแองจี้ หรือว่าเอลลี่ทำอะไรผิด ขอร้องเถอะค่ะ เอลลี่ต้องได้งานนี้นะคะ เอลลี่จำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ รับเอลลี่เข้าทำงานเถอะนะคะคุณแองจี้”
อรุณฉัตรอ้อนวอนขอร้องเพราะเธอมีความจำเป็น แม้ว่าเรื่องที่นำมาใช้เป็นข้ออ้างจะปั้นแต่งขึ้นมา แต่มันก็พอมีความจริงอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ เงินทองก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เธออาสารับงานนี้มาจากคุณลุงทันทีที่ท่านเอ่ยปาก
เรื่องของเรื่องก็คือ เธออยากเปิดโรงเรียนอนุบาล แต่ว่าลุงของเธอไม่ยอมเพราะเห็นว่ายังไม่มีประสบการณ์ ท่านจึงท้าทายด้วยการให้หลานสาวอย่างเธอลองมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านของเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งก็คือคุณโจนาธานคนนี้ และถ้าเธอถูกปฏิเสธตั้งแต่เริ่มงานวันแรก ก็มีหวังได้กินแห้วเรื่องโรงเรียนอนุบาลกันพอดี
“ฉันชื่อนิลอร ถ้าจะให้ดีเรียกฉันว่านายหญิงด้วย”
นิลอรเอามาดคุณนายเข้าข่มคนที่สวยกว่า ดูจากหน้าตาคงเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยกระมัง หน้าเด็กเหลือเกิน และมันก็น่าหมั่นไส้ตรงหน้าเด็กนี่แหละ
โจนาธานรู้แกวคุณภรรยา เล็บคมๆ ของหล่อนเริ่มจิกเข้าท่อนแขนเขา มันแรงขึ้นตามลำดับ แปรผันตามเสียงแข็งๆ ที่กดต่ำลงเรื่อยๆ คนขี้หึงนี่ดูง่ายจริงๆ
“มามี้! เจคจาเอาคูเอลี่ คูเอลี่น่าล้าก เจคจาแต่งงานกะคูเอลี่!”
เจ้าเจคจอมแสบประกาศเสียงดังฟังชัด สองแขนกอดขาครูเอลลี่ ว่าที่เจ้าสาวในอนาคตของตน
สองสามีภรรยามองมาที่ลูกน้อยเป็นตาเดียว เจ้าเจคตัวแสบบอกว่าจะแต่งงานกับครูพี่เลี้ยงที่ชื่อเอลลี่อย่างนั้นหรือ
“เชื้อพ่อมันแรงจริงๆ” นิลอรค่อนขอดสามี
“ฉันเปล่านะแองจี้ ฉันอยู่ของฉันดีๆ เจ้าเจคมันแก่แดดของมันเอง จริงไหมเจสซี่ลูกรัก” หนุ่มใหญ่ถามลูกสาวที่อุ้มอยู่ แม่หนูเจสสิก้าก็พยักหน้าหงึกๆ เหมือนจะเห็นด้วย แต่กลับตอบว่า
“มามี้ถูกค่า เจสซี่อยู่ข้างมามี้ดีกว่า เวลามามี้โกดมามี้ชนะทุกที”
ครูสาวอมยิ้มให้กับคำตอบของแม่หนูน้อย ครอบครัวนี้น่ารักดี เธอชักจะชอบและอยากทำงานที่นี่จริงๆ ตอนนี้สองขาเธอถูกแขนปลาหมึกของคุณหนูเจคจอมแก่แดดกอดไว้แน่นหนึบ แกะออกไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องเลยตามเลย ยอมยืนนิ่งๆ ให้เจ้าหนูกอดรัดได้ตามใจ อย่างน้อยๆ ก็มีคนหนึ่งละที่อยากให้เธออยู่
นิลอรยิ้มถูกใจที่บุตรสาวเข้าข้าง รีบอ้าแขนรอรับร่างหนักของบุตรสาวอย่างไม่มีเกี่ยงงอน แม้ว่าจะต้องแบกรับน้ำหนักของแม่หนูน้อยที่ไม่ค่อยจะน้อยก็ตาม
คุณแม่ยังสาวจะกลับเข้าห้องเมื่อไม่มีธุระใดให้จัดการต่อ แต่ว่าเสียงของเจ้าเจคตัวแสบนี่สิ มันเหลือเกินจริงๆ
“มามี้!”
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







