Mag-log inด้านคนที่กอดเอวคอดของเธออยู่นั้นยังไม่ลืมตาแต่ขยับตัวเล็กน้อย ทำให้กีรกานรู้ว่าไม่ได้นอนอยู่คนเดียวและทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่นานก็แล่นเข้ามาทำให้ดวงตาคู่นี้ช้ำร้าว เพราะการกระทำและคำพูดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีไม่ต่างจากอาวุธร้ายหลายชนิดที่พุ่งเข้ามาทิ่มแทงหัวใจ
เขาคงเห็นว่าเธอเป็นเพียงนางบำเรอบำบัดความใคร่เท่านั้น และทุกอย่างที่เขาทำ เธอก็คิดว่ามันไม่ใช่ความหึงหวงที่มีต่อเธอกับอัครัฐ แต่เขาคงอยากจะแก้แค้นและไม่อยากให้เธอได้พบกับความสุข ถึงคิดจะกักขังกันไว้แบบนี้ต่อไป
กีรกานกัดปากบวมช้ำไว้แน่นเนื่องจากพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ยิ่งเมื่อพลิกตัวไปมองใบหน้าของคนข้างกาย หล่อนก็ยิ่งต้องยกมือขึ้นมาปิดปาก เพราะความเจ็บปวดมันกระหน่ำเข้ามาทักทายทุกนาที
ทำไมภามถึงทั้งใจร้ายและเลือดเย็นได้ถึงขนาดนี้ หล่อนเคยคิดว่าจะสู้ความเย็นชาของเขาด้วยความรักและความหวังดีที่มีให้ไม่เคยเปลี่ยน แต่ในเวลานี้เธอก็รู้ว่าเขาไม่เคยเปิดรับมัน แถมยังทวีคูณความเย็นชามากกว่าเก่า ขนาดตอนที่เธอเสียลูกไป ยังไม่เคยได้รับอ้อมกอดอบอุ่นจากเขาสักครั้ง แล้วน้ำตาเม็ดโป้งก็ไหลลงมาเพียงไร้เสียงสะอื้น กีรกานขยับตัวเพื่อที่จะลงจากเตียงและยกมือเขาออกจากตัวให้เบาที่สุด เธอจะไม่อยู่ให้มันช้ำใจอีก หญิงสาวก้าวไปคว้าเสื้อผ้าที่เขาปลดออกจากตัวขึ้นมาสวมใส่มือไม้สั่น น้ำตาเม็ดโตก็ยังพรั่งพรูออกมาไม่หยุดสายตาสอดส่ายมองหาสิ่งที่จะช่วยพาออกไปจากที่แห่งนี้ได้ นั่นก็คือโทรศัพท์มือถือของเขา แต่ก็ไม่เห็นแม้จะไปค้นในกางเกงของชายหนุ่มแต่ก็ไม่พบ
หญิงสาวจึงเปลี่ยนความคิดมองหากุญแจรถแทน กลับไม่พบมันเช่นกัน เธอไม่รู้ว่าเขาโยนมันไปที่ส่วนใดของห้อง มองและค้นหาเกือบห้านาทีแล้วแต่ก็ยังไม่พบหญิงสาวไม่อาจจะค้นหามันอีกต่อได้ เพราะกลัวว่าร่างสูงจะตื่นและเขาก็อาจจะกักขังเธอไว้ต่อไปอีก ในตอนนี้เธออยากกลับไปหาลูก เพราะลูกคือแรงใจที่ดีที่สุดในตอนนี้
เท้าเล็กก้าวขยับออกจากห้องและตรงออกจากบ้าน เธอฉกฉวยเงินในกระเป๋าของภามมาจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นค่าโดยสาร ทว่าเพียงออกมายังหน้าบ้าน กีรกานก็มีความหวั่นวิตกเพราะท้องฟ้ากำลังแปรปรวนมันมืดครึ้มโดยกลัวว่าเม็ดฝนจะโปรยปรายลงมาเสียก่อนที่เธอจะหารถได้สำเร็จ
เพียงขยับเท้าก้าวออกมาจากบ้านได้ไม่ถึงยี่สิบก้าวเท่านั้น มันก็ตกลงมาจริง ๆ และตกลงมาอย่างหนัก เนื้อตัวของหญิงสาวเปียกปอนไปหมด แถมลมก็พัดกรรโชกแรงจนต้นไม้ยังไหวเอน
กีรกานแทบจะขยับเท้าไปต่อไม่ได้เพราะแรงลม แต่เจ้าหล่อนยังคงพยายามเดินและต้องยกมือขึ้นมากอดกายตัวเองต่อสู้กับความหนาว พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ยังไหลเท้าคู่นี้ยังคงพยายามก้าวต่อไป แต่ในที่สุดกีรกานก็ล้มคะมำไปกับพื้นเพราะไม่สามารถต้านแรงลมได้ แถมทรายก็ปลิวมาเข้าตาจนหญิงสาวปวดและแสบระคาย
ฝนที่กระหน่ำตกลงมาราวกับพายุเข้ายังไม่มีทีท่าจะเบาลง กีรกานมองหาที่หลบฝน ที่รู้ ๆ คือไม่มีทางเดินกลับไปเส้นทางเดิมแน่ หล่อนจะไม่หวนคืนไปหาคนใจดำ
และก็เห็นต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีกิ่งก้านสาขาพลางคิดว่าในตอนนี้มันคงจะเป็นที่หลบฝนที่ดีที่สุดสำหรับเธอ จะให้เดินต่อไปเพื่อไปหาบ้านหลังอื่นแล้วขอหลบฝน เธอคิดว่าคงไม่สามารถทำได้ เพราะคงจะสู้แรงฝนไม่ได้ฟากคนที่หลับสนิทเพราะใช้พละกำลังไปมากกับสนามรักก็รู้สึกตัวแล้ว เขาขยับตัวและรู้สึกถึงบางอย่างที่หายไป นั่นคือกลิ่นหอมของคนข้างกาย และแม้จะควานหาแต่ก็ไม่พบ จนต้องเปิดดวงตาขึ้นและก็พบว่าข้างกายของตนเองมีแต่ความว่างเปล่า
ภามกระเด้งตัวขึ้นจากที่นอนและกวาดสายตามองหา ก่อนจะลงจากเตียงคว้ากางเกงขึ้นมาสวมอย่างลวก ๆ แล้วหาตัวของภรรยา ในห้องนี้ไม่มีแน่ ประตูห้องน้ำก็เปิดกว้างและเขาก็เห็นว่ามันว่างเปล่า
ชายหนุ่มคว้าเสื้อขึ้นมาสวมและเร่งฝีเท้าตามหา ใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะกลัวเหมือนกันว่ากีรกานจะหนีไป และสุดท้ายความกลัวของเขาก็เป็นจริง ก่อนจะต้องสะดุ้งเพราะเสียงของฟ้าที่พิโรธพร้อมกับปรากฏแสงวาบสีขาว
สองเท้าเดินย่ำไปเปิดผ้าม่านดูและต้องหัวเสียเพราะเพิ่งจะรู้ว่าฝนตก ชายหนุ่มสบถในใจและโมโหตัวเองที่หลับสนิทจนไม่รู้ว่ากีรกานลงจากเตียงไปตอนไหน และเจ้าหล่อนไปนานแค่ไหนแล้ว
ความห่วงและร้อนใจเกิดแก่ภาม เขาไม่รอช้าเร่งตามหาหญิงสาว
อกด้านซ้ายเต้นระส่ำเพราะไม่รู้ว่าป่านนี้กีรกานจะเปียกแค่ไหน แถมตอนนี้ไปอยู่ที่ใดแล้ว เขาลองดูเงินในกระเป๋าก็พบว่ามันหายไป เจ้าหล่อนคงจะใช้มันในการกลับบ้าน และเขาก็ขอให้กีรกานทำสำเร็จ เพราะคงดีกว่าเจ้าหล่อนติดฝนอยู่ที่ใดที่หนึ่ง
พิรุณยังไม่เลิกเทลงมา แถมบ้านพักก็อยู่ติดกับชายทะเล คลื่นที่สาดซัดเข้าฝั่งยิ่งน่ากลัว ไม่รู้ว่าจิตใจของอีกฝ่ายจะย่ำแย่แค่ไหน
แม้ฝนจะตกหนัก แต่ภามก็วิ่งออกจากบ้านมาด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม สองตามองซ้ายมองขวาเพราะต้องเลือกว่าจะไปตามหาทิศทางใดก่อน และชายหนุ่มก็เลือกทางซ้าย โดยภาวนาให้ถูกทาง
“กั้งอยู่ไหน กั้ง”
ตะโกนเรียกเสียงดังลั่นและมองหารอยเท้าของหญิงสาวแต่ลมก็พัดมันไปหมด ขนาดเขาที่ออกมาต่อสู้กับแรงลมและฝนเพียงไม่กี่นาทียังรู้สึกหนาวขนาดนี้ แล้วกีรกานจะเป็นอย่างไร แถมความกลัวยังเด่นขึ้นในหัวใจ เพราะรู้ว่าการกระทำในไม่กี่ชั่วโมงของตัวเองที่ผ่านมานั้นร้ายกาจเพียงใด และเขากลัวว่ามันอาจจะทำให้คนตัวเล็กอ่อนแอจนอาจจะทำเรื่องที่ไม่สมควรได้นอกจากจะมองหาตามเส้นทางแล้ว ภามยังมองลงไปในท้องทะเล และภาวนาทุกครั้งไม่ให้มันเป็นจริงกับความคิดที่กำลังทำให้ใจของเขาเริ่มกระวนกระวายจนรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่หายใจเข้าออก เขากลัวกีรกานจะคิดสั้น
สิบนาทีแล้ว แต่ผลของการตามหายังว่างเปล่าและทรมานใจคนตามหาได้ดี ฟากกีรกานในตอนนี้ก็เม้มกลีบปากช้ำแน่น เพราะความหนาวเหน็บกำลังเล่นงาน
และไม่ใช่เป็นเพราะสายฝนเท่านั้นที่ทำให้หล่อนหนาว แต่เป็นการกระทำของเขาด้วยที่ทำให้เหน็บหนาวไปถึงขั้วหัวใจ และภายในนั้นก็มีแต่แผลเหวอะหวะเต็มไปหมด มือยังคงยกขึ้นมากอดตัวเองเอาไว้แน่นและในเวลานี้ก็แทบจะลืมตาไม่ได้เลย เพราะเม็ดทรายที่ถูกพัดมาจะเข้าตากระบอกตาก็ปวดจากการร้องไห้แต่มันคงไม่ปวดเท่าที่อกซ้าย เนื้อตัวของกีรกานสั่นไม่ต่างจากลูกนกที่ตกน้ำ เธอไม่รู้เลยว่าสวรรค์จะเห็นใจเธอบ้างไหม
เธอขอเพียงให้ฝนหยุดตกเพื่อที่จะเดินต่อไปได้ พร้อมกับไม่เข้าใจว่าทำไมท่านถึงใจร้ายกับเธอนัก ทำไมไม่ให้หนทางหนี หรือว่าเธอยังชดใช้กรรมไม่หมดกันความสุขอีกอย่างหนึ่งของเขานอกจากจะได้นอนกอดภรรยาแล้ว ก็คือการนอนกอดลูกสาวตัวน้อย เจ็ดคืนที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก และคงไม่มีวันลืมคืนแรกที่ได้นอนกอดทั้งลูกและเมียตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว ด้านกีรกานก็ยิ้มรับคำของเขาก่อนจะเข้าไปสวมกอดและแนบใบหน้ากับอกแกร่ง หล่อนดีใจที่เขาให้โอกาสเธอได้รักและทำหน้าที่ภรรยาของเขา ด้านภามก็ตอบรับด้วยการกดจมูกลงที่ศีรษะทุย ก่อนจะบอกรักให้กีรกานได้ยิ้มและมีความสุข ซึ่งภามสัญญาว่าเขาจะบอกรักเธอทุกวันไม่มีวันขาด รวมถึงจะกอดกีรกานไว้แน่น ๆ แบบนี้ไปตลอดกาลบทพิเศษ ผ่านมาแล้วร่วมสามเดือนจา
“ใช่ครับ” “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้กั้งขนาดนี้ กั้งรักคุณกับลูก” “ฉันก็รักกั้งกับลูกนะ และอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ขอโทษที่ปกป้องลูกอีกคนของเราเอาไว้ไม่ได้” แล้วคนตัวโตก็ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ต่อหน้าภรรยาออกมาอย่างไม่อาย แถมยังกอดเอวคอดไว้ เขายอมรับว่าระมัดระวังเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพอ หัวอกของผู้เป็นพ่อทุกข์ระทม เขาเสียน้ำตาแต่ก็แสดงออกให้ใครรู้ไม่ได้ และแม้อยากจะดึงกีรกานมาปลุกปลอบให้คลายความเศร้าก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าคนของคุณยายจับตาดูกีรกานอยู่ที่โรงพยาบาล กีรกานเองก็สะอื้น แต่ก็พยายามเรียกน้ำตาให้กลับคืน เพราะไม่อยากจะทำให้สามีรู้สึกแย่และโทษตัวเอง เนื่องจากเขาไม่ใช่คนผิด แต่เขาคือคน
“ผมจะจัดการศพของคุณยายเองครับ ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเสียงเข้มก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนพาคนที่เขารักทั้งคู่ไปโรงพยาบาล ภามทิ้งตัวลงต่อหน้าศพของเขมจิราและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาคงเป็นหลานที่แย่มากที่สุดและท่านคงจะเกลียดเขามาก แต่หากเขาไม่เลือกทำแบบนี้ก็เท่ากับจะปล่อยให้ท่านสร้างบาปไปเรื่อย ๆ และคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ท่านพรากลมหายใจของคนที่รักไป เพียงแค่อัยย์ญาดา ตอนนั้นเขาก็เจ็บหนักแล้ว และรู้ว่าคนที่เจ็บหนักกว่าเขานั้นคงไม่พ้นกีรกาน ก่อนภามจะก้มลงกราบที่เท้าท่าน และกล่าวขออโหสิกรรมน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรักคุณย
ซึ่งขณะเดียวกันชายทั้งสามคนที่ถูกจ้างมาด้วยเงินก้อนโตก็ตากันล่อกแล่ก เพราะความกลัวและวิตก เนื่องจากรักชีวิตมากกว่าเงินทองอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง ทั้งสามมองหาทางรอดพ้นจากตำรวจและกำลังคิดจะถอย “ใช่ครับ ผมรักกั้ง แต่เหตุผลที่ผมเลือกทำแบบนี้ก็เพราะคุณยายไม่หยุด คุณยายยังคิดแค้น ถึงสั่งให้ฆ่ากั้งกับลูกอีก” ใจมันเจ็บปวด และเสียงของชายหนุ่มก็สั่นเครือ ในคอรู้สึกมีรสปร่า ดวงตาเกิดการวูบไหว “แล้วแกตบตาฉันมาตลอดเลยใช่ไหมว่าเกลียดนังกั้ง แต่ที่จริงแกรักมันและต้องการปกป้องมัน” หล่อนเริ่มกระจ่างในสิ่งที่สงสัยแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ “ใช่ครับ ผมตบตาคุณยายว่าเกลียดกั้งเพื่อให้กั้งปลอดภัย เพราะยิ่งผมแสดงว่ารักกั้ง คุณย่าก็ยิ่งจะแค้นกั้ง แล้วตอนนี้ผมจับสุรชัชได้แล้ว และมันก็ยอมสารภาพทั้งหมดแล้วว่าคุณยายสั่งให้ไปฆ่าใครบ้าง ตอนนี้ผมก็ส่งมันให้ตำรวจแล้ว” แบบนี้สินะ เธอถึงติดต่อสุรชัช มือปืนของเธอไม่ได้ “แกคิดจะจับฉันเข้าคุกหรือ แกมันเนรคุณ” ดวงตาของท่านวาววับราวกับปีศาจ “ผมเลือกไม่
แล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเขมจิรารักลูกสาวมากเพียงใด คงจะหาคำมาเปรียบเปรยไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น “ฉันไม่รับ” คนโกรธจนคลั่งตะคอกเสียงบอกและแววตาก็ยังเปล่งประกายว่ามีเปลวไฟลูกใหญ่เต้นระริกอยู่ในนั้น “กั้งขอโทษแทนแม่มลด้วยค่ะ” กีรกานก้มลงไปกราบที่พื้นพร้อมกับสะอื้นอย่างเสียใจ เธอรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำให้มันทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเป็นทุกข์และเสียน้ำตา โดนเฉพาะกัลยกร ซึ่งท่านดีกับเธอมาตลอด เธอจึงละอายแก่ใจยิ่งนัก “ฉันไม่รับ วันนี้แกสองคนต้องตาย อ้อ แต่ฉันจะบอกอะไรไว้ให้แกรู้ก่อนตายนะนังกั้ง แม่แกตายเพราะฝีมือฉัน” แล้วก็เห็นรอยยิ้มแห่งความสะใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนพูด ก่อนท่านจะหัวเราะลั่นคล้ายคนคลั่ง&nb
แม้จะรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แต่อัครัฐก็ยังฝืนคุยกับน้องชาย เพราะใจกำลังเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณได้ “ผมไม่รู้ แต่กลัวว่าจะใช้เป็นวิธีล่อกั้งให้ออกมา” ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น นอกจากยายของเขา ก็เพราะย่าของเขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ก็คิดเหตุผลที่ท่านจับตัวของย่าของเขาไปไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ ท่านคงทำตามที่พูดแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยกีรกานและจะรังควานคนที่กีรกานรัก หญิงสาวก็ทั้งรักและเคารพขวัญเกล้า “แกรีบไปดูกั้ง ฉันใจคอไม่ดี นี่มันเกือบจะห้าชั่วโมงแล้วที่ฉันสลบไป”







