Beranda / โรแมนติก / ตราบาปมลทิน / บทที่ 5 ยิ่งเจ็บช้ำ 06

Share

บทที่ 5 ยิ่งเจ็บช้ำ 06

Penulis: r.mustang
last update Tanggal publikasi: 2026-07-16 20:00:56

ภามยังมองหาและฝีเท้าก็ยังไม่ได้หยุดวิ่ง แม้ว่ากีรกานอาจจะหนีสำเร็จและขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ไปแล้วก็ได้ แต่เขาก็ยังไม่คิดที่จะหยุดตาม เพราะต้องการความมั่นใจว่าเจ้าหล่อนไม่ได้ติดฝนอยู่ที่ใด

                 แล้วไม่นานดวงตาคู่นี้ก็พบคนที่ตามหา เจ้าหล่อนกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สภาพคงไม่ต้องบอกว่าแย่แค่ไหน

                ร่างสูงกระโจนตัวเข้าไปอย่างเร็วและยิ่งเข้าไปใกล้หญิงสาวหัวใจดวงนี้ก็ถูกบีบอัดไปหมด เพราะเสียงสะอื้นไห้ของกีรกานมันบาดหัวใจของภาม 

                 ในขณะที่กีรกานก็เห็นสามีแล้วเช่นกัน หล่อนลุกฉับไวและคิดจะหนีไปให้ไกล แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจคิด เพราะเกิดอาการเหน็บชาที่เท้า ริมฝีปากบางตอนนี้ซีดสั่นไม่ต่างจากใบหน้าที่ขาวซีดราวกับคนตาย

                ร่างบางได้ลองมันอีกครั้งและผลก็ไม่เปลี่ยนแปลง เหน็บชาเล่นงานอย่างหนัก แถมในตอนนี้ภามก็มาถึงตัวของหล่อนแล้ว

                “ใครใช้ให้หนีมาเฮอะ”          

                เขาถามน้ำเสียงห้าวห้วนทั้งที่ตั้งใจว่าจะพูดดี แต่สุดท้ายก็ติดนิสัยเดิม แม้จะดีใจที่ตามหาภรรยาเจอ กีรกานน้ำตาคลอและสายตามีแต่ความตัดพ้อ      

                ที่สำคัญคือไม่อยากจะกลับไปกับภามอีกแล้ว ก่อนภามจะเข้าไปใกล้อีกนิด เพราะต้องการจะช้อนร่างระหงขึ้นและพากลับบ้านพักให้ไวที่สุด ทว่ากลับถูกมือเล็กผลักให้ออกห่าง

                “อย่ามาเข้าใกล้กั้ง กั้งเกลียดคุณภาม” หล่อนว่าน้ำเสียงแหบแห้ง

                “อย่ามาอวดดีตอนนี้ อยากจะหนาวตายที่นี่หรือไง” ภามสวนกลับไปรวดเร็วและนึกโมโหที่กีรกานยังแข็งไม่ยอมอ่อน ทั้งที่เธอก็สั่นและคงไม่พ้นไข้หวัดจะถามหา

                “ปล่อยให้กั้งตายดีกว่ากลับไปกับคุณ”

                คนฟังเลือดขึ้นหน้าเพราะโมโห หากไม่ปราบพยศ เขาว่าคงจะไม่ได้เสียแล้ว   

                คราวนี้ชายหนุ่มเปลี่ยนจากจะช้อนร่างระหงขึ้นเป็นกระชากให้เข้ามาใกล้แล้วก้มลงไปกระแทกจูบดุเดือดให้ มือหนารั้งท้ายทอยของคนพยศไว้เพื่อให้จูบได้ถนัด    

                สำหรับกีรกานมันยิ่งชอกช้ำระกำใจไปกันใหญ่ เพราะในสถานการณ์แบบนี้เขายังกล้าทำแบบนี้ เขาคงไม่เคยให้เกียรติกันและเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความใคร่เท่านั้น พร้อมกับยกมือขึ้นมาหวังจะต่อต้าน แต่ทว่าอยู่ ๆ มันกลับไม่มีแรงและดวงตาก็เริ่มพร่าและเลือนราง จนในที่สุดดวงตาคู่อมโศกนี้ก็ปิดลงในที่สุด

                หญิงสาวเป็นลมพับไปอาจจะเป็นเพราะความเสียใจที่วิ่งมาในใจระลอกแล้วระลอกเล่า ทั้งความเหนื่อยล้าและเหน็บหนาว ซึ่งนั่นก็ทำให้ภามตกใจไม่น้อย พร้อมผละห่างเพื่อดูอาการของภรรยาสาวอย่างไว

                “กั้ง”       

                 มือหนาตบที่ใบหน้าซีดเบา ๆ แต่กีรกานก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบกลับมา ทำให้หัวใจของชายหนุ่มร้อนรน ใบหน้าซีดลงและพลันช้อนร่างระหงขึ้นฉับไว        

                เขาร้อนใจจนแทบจะบ้าเพราะร่างกายของเจ้าหล่อนกำลังร้อนผ่าว เพียงเท่านี้ก็รู้ว่าภรรยาจับไข้แน่

                ภามเร่งฝีเท้าให้ไวที่สุดและนึกอยากจะมีปีกเสียจริง เพราะอยากจะบินพาร่างบางไปให้ถึงโรงพยาบาลอย่างไว เมื่อถึงที่รถ ชายหนุ่มไม่ได้ออกรถในทันที แต่เขาวิ่งเข้าไปในบ้านและคว้าผ้าห่มผืนใหญ่ติดมือมาด้วยก่อนจะนำมาห่มกายเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่กีรกาน

                รถถูกติดเครื่องยนต์อีกครั้งและมันก็เคลื่อนออกไปยังโรงพยาบาล ขณะที่เร่งเครื่องเพื่อไปให้ถึงโรงพยาบาล ภามก็มองไปยังหลังรถบ่อยครั้งเพราะความเป็นห่วง ร่างเล็กยังไม่ไหวติง แถมยังเห็นได้ชัดว่าดวงตาคู่เล็กบวมเป่งบ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาหนักแค่ไหน หัวใจของภามหวิววับและใกล้จะขาด

                สิบห้านาทีต่อมาภามก็สามารถส่งตัวของกีรกานถึงมือของหมอได้และตอนนี้ชายหนุ่มก็มานั่งหน้าเครียด สองมือกุมกันไว้แน่น ขณะที่ดวงตาก็เอาแต่จับจ้องที่หน้าห้อง         

                แม้หญิงสาวจะเข้าไปเพียงแค่ห้านาที แต่สำหรับคนด้านนอกกลับรู้สึกนานไม่ใช่น้อย ความกระวนกระวายเกิดขึ้นจนภามนั่งนิ่งไม่ได้ต้องลุกไปมองเข้าไปด้านใน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีคนออกมา 

               

           ฝ่ามือที่เหี่ยวย่นไปตามวัยฟาดใส่หน้าหลานชายอย่างไม่ได้ออมแรง และขวัญเกล้าไม่ได้ตบเพียงครั้งเดียว ผู้เป็นย่าตบถึงสองครั้งราวกับต้องการจะเตือนสติหลานชาย ดวงตาที่มองก็ขุ่นคลั่ก เพราะหล่อนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ตั้งแต่เกิดมาแทบจะไม่เคยโกรธใครมากเท่านี้ และไม่เคยจะลงมือทำร้ายใคร แต่ครั้งนี้หล่อนทนไม่ไหวจริง ๆ

                ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหลานชายถึงทำตัวเยี่ยงคนไร้หัวใจได้ถึงขนาดนี้ เธอนึกอยากจะแหวกหัวใจของหลานดูเสียจริงว่าเป็นสีดำหรือไม่

                “คิดจะเล่นอะไรของแก ตอนยัยกั้งรักแกกลับผลักไส แต่ตอนที่ยัยกั้งจะหย่าแกกลับรั้ง เป็นบ้าอะไรของแกตาภาม”     

                ถามน้ำเสียงเขียว ทันทีที่ได้รับสายจากหลานชายและรับรู้เรื่องราวหล่อนก็โมโหจนแทบจะยับยั้งอารมณ์ไว้ไม่ไหว เพราะภามคนเดียวที่ทำให้กีรกานต้องมานอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลแบบนี้ หล่อนคาดคั้นจนหลานบอกเรื่องราวทั้งหมดและรีบบึ่งรถมา นี่ดีแค่ไหนแล้วที่กีรกานไม่ได้เป็นอะไรมาก

                ภามหน้าสลดและยอมรับความผิดโดยที่ไม่ได้ตอบโต้อะไรออกมา

                “จะทำอะไรก็คิดถึงลูกแกบ้าง ยัยกี้ร้องหาแต่แม่” ดวงตาของผู้เป็นพ่อวูบไหวทันทีที่รับรู้

                “ผมขอโทษครับ” พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ เรื่องในครั้งนี้เขาผิด

                “คนที่แกควรขอโทษคือยัยกั้ง แล้วต่อไปนี้ถ้าแกยังให้คำตอบฉันไม่ได้ว่าทำแบบนี้ไปทำไม แกก็ไม่ต้องมาเหยียบที่บ้านฉันอีก” เพราะเธอจะไม่ยอมจริง ๆ ต่อให้ต้องแจ้งตำรวจเพื่อจับหลานชายออกไป หล่อนก็จะทำ

                “ออกไป คนของฉันและหลาน ฉันจะดูแลเอง”    

                 ขวัญเกล้าเอ่ยไล่อย่างไม่ไยดี และยังยกมือชี้ให้หลานชายออกไป สีหน้ายังคงบึ้งตึงไม่ลดความโกรธลง

                “ผมทำให้เธอป่วย ผมก็สมควรจะอยู่เฝ้า” ภามว่าและมองไปยังคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ซึ่งในเวลานี้ยังไม่ได้สติ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตราบาปมลทิน   บทพิเศษ

    ความสุขอีกอย่างหนึ่งของเขานอกจากจะได้นอนกอดภรรยาแล้ว ก็คือการนอนกอดลูกสาวตัวน้อย เจ็ดคืนที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก และคงไม่มีวันลืมคืนแรกที่ได้นอนกอดทั้งลูกและเมียตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว ด้านกีรกานก็ยิ้มรับคำของเขาก่อนจะเข้าไปสวมกอดและแนบใบหน้ากับอกแกร่ง หล่อนดีใจที่เขาให้โอกาสเธอได้รักและทำหน้าที่ภรรยาของเขา ด้านภามก็ตอบรับด้วยการกดจมูกลงที่ศีรษะทุย ก่อนจะบอกรักให้กีรกานได้ยิ้มและมีความสุข ซึ่งภามสัญญาว่าเขาจะบอกรักเธอทุกวันไม่มีวันขาด รวมถึงจะกอดกีรกานไว้แน่น ๆ แบบนี้ไปตลอดกาลบทพิเศษ ผ่านมาแล้วร่วมสามเดือนจา

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 06

    “ใช่ครับ” “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้กั้งขนาดนี้ กั้งรักคุณกับลูก” “ฉันก็รักกั้งกับลูกนะ และอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ขอโทษที่ปกป้องลูกอีกคนของเราเอาไว้ไม่ได้” แล้วคนตัวโตก็ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ต่อหน้าภรรยาออกมาอย่างไม่อาย แถมยังกอดเอวคอดไว้ เขายอมรับว่าระมัดระวังเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพอ หัวอกของผู้เป็นพ่อทุกข์ระทม เขาเสียน้ำตาแต่ก็แสดงออกให้ใครรู้ไม่ได้ และแม้อยากจะดึงกีรกานมาปลุกปลอบให้คลายความเศร้าก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าคนของคุณยายจับตาดูกีรกานอยู่ที่โรงพยาบาล กีรกานเองก็สะอื้น แต่ก็พยายามเรียกน้ำตาให้กลับคืน เพราะไม่อยากจะทำให้สามีรู้สึกแย่และโทษตัวเอง เนื่องจากเขาไม่ใช่คนผิด แต่เขาคือคน

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 05

    “ผมจะจัดการศพของคุณยายเองครับ ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเสียงเข้มก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนพาคนที่เขารักทั้งคู่ไปโรงพยาบาล ภามทิ้งตัวลงต่อหน้าศพของเขมจิราและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาคงเป็นหลานที่แย่มากที่สุดและท่านคงจะเกลียดเขามาก แต่หากเขาไม่เลือกทำแบบนี้ก็เท่ากับจะปล่อยให้ท่านสร้างบาปไปเรื่อย ๆ และคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ท่านพรากลมหายใจของคนที่รักไป เพียงแค่อัยย์ญาดา ตอนนั้นเขาก็เจ็บหนักแล้ว และรู้ว่าคนที่เจ็บหนักกว่าเขานั้นคงไม่พ้นกีรกาน ก่อนภามจะก้มลงกราบที่เท้าท่าน และกล่าวขออโหสิกรรมน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรักคุณย

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 04

    ซึ่งขณะเดียวกันชายทั้งสามคนที่ถูกจ้างมาด้วยเงินก้อนโตก็ตากันล่อกแล่ก เพราะความกลัวและวิตก เนื่องจากรักชีวิตมากกว่าเงินทองอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง ทั้งสามมองหาทางรอดพ้นจากตำรวจและกำลังคิดจะถอย “ใช่ครับ ผมรักกั้ง แต่เหตุผลที่ผมเลือกทำแบบนี้ก็เพราะคุณยายไม่หยุด คุณยายยังคิดแค้น ถึงสั่งให้ฆ่ากั้งกับลูกอีก” ใจมันเจ็บปวด และเสียงของชายหนุ่มก็สั่นเครือ ในคอรู้สึกมีรสปร่า ดวงตาเกิดการวูบไหว “แล้วแกตบตาฉันมาตลอดเลยใช่ไหมว่าเกลียดนังกั้ง แต่ที่จริงแกรักมันและต้องการปกป้องมัน” หล่อนเริ่มกระจ่างในสิ่งที่สงสัยแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ “ใช่ครับ ผมตบตาคุณยายว่าเกลียดกั้งเพื่อให้กั้งปลอดภัย เพราะยิ่งผมแสดงว่ารักกั้ง คุณย่าก็ยิ่งจะแค้นกั้ง แล้วตอนนี้ผมจับสุรชัชได้แล้ว และมันก็ยอมสารภาพทั้งหมดแล้วว่าคุณยายสั่งให้ไปฆ่าใครบ้าง ตอนนี้ผมก็ส่งมันให้ตำรวจแล้ว” แบบนี้สินะ เธอถึงติดต่อสุรชัช มือปืนของเธอไม่ได้ “แกคิดจะจับฉันเข้าคุกหรือ แกมันเนรคุณ” ดวงตาของท่านวาววับราวกับปีศาจ “ผมเลือกไม่

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 03

    แล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเขมจิรารักลูกสาวมากเพียงใด คงจะหาคำมาเปรียบเปรยไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น “ฉันไม่รับ” คนโกรธจนคลั่งตะคอกเสียงบอกและแววตาก็ยังเปล่งประกายว่ามีเปลวไฟลูกใหญ่เต้นระริกอยู่ในนั้น “กั้งขอโทษแทนแม่มลด้วยค่ะ” กีรกานก้มลงไปกราบที่พื้นพร้อมกับสะอื้นอย่างเสียใจ เธอรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำให้มันทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเป็นทุกข์และเสียน้ำตา โดนเฉพาะกัลยกร ซึ่งท่านดีกับเธอมาตลอด เธอจึงละอายแก่ใจยิ่งนัก “ฉันไม่รับ วันนี้แกสองคนต้องตาย อ้อ แต่ฉันจะบอกอะไรไว้ให้แกรู้ก่อนตายนะนังกั้ง แม่แกตายเพราะฝีมือฉัน” แล้วก็เห็นรอยยิ้มแห่งความสะใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนพูด ก่อนท่านจะหัวเราะลั่นคล้ายคนคลั่ง&nb

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 02

    แม้จะรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แต่อัครัฐก็ยังฝืนคุยกับน้องชาย เพราะใจกำลังเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณได้ “ผมไม่รู้ แต่กลัวว่าจะใช้เป็นวิธีล่อกั้งให้ออกมา” ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น นอกจากยายของเขา ก็เพราะย่าของเขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ก็คิดเหตุผลที่ท่านจับตัวของย่าของเขาไปไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ ท่านคงทำตามที่พูดแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยกีรกานและจะรังควานคนที่กีรกานรัก หญิงสาวก็ทั้งรักและเคารพขวัญเกล้า “แกรีบไปดูกั้ง ฉันใจคอไม่ดี นี่มันเกือบจะห้าชั่วโมงแล้วที่ฉันสลบไป”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status