تسجيل الدخول“ไม่ว่าแม่จะผิดแค่ไหน ท่านก็เป็นแม่ของกั้ง ถ้าเกลียดท่านมากก็อย่ามายุ่งกับกั้ง” เธอว่าน้ำตาคลอและสำนึกดีว่ามารดาสร้างรอยร้าวให้เกิดแก่ครอบครัวธีรวานนท์อย่างร้ายแรงจนไม่น่าให้อภัย และเธอก็ก้มหน้ายอมรับความผิดและพยายามจะชดใช้ให้เขา
“ไม่ยุ่งไม่ได้หรอก ก็เธอเป็นเมียฉันนี่” ภามเค้นเสียงพูดและเหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อย และก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังน้ำตาไหลซึ่งมันเสียดแทงหัวใจของภามอย่างจัง แต่ชายหนุ่มกลับยังทำสีหน้าเย็นชาไร้หัวใจเช่นเดิม เพราะในตอนนี้เขายังไม่สามารถเป็นคนเดิมได้ แต่ก็อีกไม่นานเท่านั้น เขาคนเดิมจะกลับมา
“ถ้ายังสนุกกับการอยากจะแก้แค้นกั้ง ก็ทำเลยค่ะ แต่ถ้าพอใจแล้วส่งกั้งกลับไปหาลูก และอย่ามาให้กั้งเห็นหน้าอีก” หญิงสาวบอกเสียงเครือด้วยหัวใจมันเต็มไปด้วยบาดแผล
“ฉันยังคงสนุกกับเธอไปอีกนาน”
วาจาของเขาไม่ต่างจากสายฟ้าฟาดลงมาหัวใจ กีรกานกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตา เพราะไม่อยากให้เขาสมเพชตัวเองไปมากกว่านี้ แม้ว่าจะเจ็บแทบกระอักเลือดออกมาก็ตามสุดท้ายก็ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะขืนมองเขาต่อไป ความอ่อนแอก็คงจะไหลทะลักกลับเข้ามาในอกอีก เธอจะไม่ต่อต้าน จะให้เขาแก้แค้นจนพอใจ แต่เขาจะไม่มีวันได้หัวใจจากเธอไปอีกแน่ มันเพียงพอแล้วกับคำว่าชดใช้และเจ็บปวด แต่แม้จะบอกกับตัวเองแบบนั้น หญิงสาวก็รู้ว่ามันทำยาก และไม่รู้เลยว่าเมื่อถึงเวลาจริง ๆ แล้ว เธอจะทำได้จริงหรือไม่ และต่อจากนั้นในรถก็มีแต่ความเงียบ
เขาเงียบ เธอก็เงียบ จนในเวลานี้ภามได้ขับรถเข้ามาในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชายหนุ่มมีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่นี่ ใช้เวลาต่อจากนั้นประมาณสามสิบนาทีก็มาถึงจุดหมายปลายทาง
เท้าหนาก้าวลงมาจากรถอย่างเร็วเมื่อมาถึงและเดินด้วยท่าทีที่ไม่ได้ลดความคุกรุ่นในอารมณ์ลง เพราะพายุบางอย่างได้ก่อเกิดขึ้นในความรู้สึก มันก็เป็นพายุจากแรงหึงหวง
“ลงมาจากรถ”
เขาสั่งเสียงวางอำนาจ แต่ก็เห็นว่ามันไม่ได้มีผลกับคนตรงหน้าสักนิด หญิงสาวไม่ได้ขยับเขยื้อนตัว ลมหายใจของคนที่มีความโกรธอยู่แล้วยิ่งร้อนระอุ พายุแรงหึงหวงมันแรงกว่าพายุใด ๆ คราวนี้ภามไม่พูดซ้ำ ชายหนุ่มเข้าไปอุ้มกีรกาน แม้บอกว่าจะไม่ขัดขืนแต่กีรกานก็ทำมันไม่ได้ มือบางออกแรงทั้งทุบทั้งตีไปที่อกของภาม อยากจะให้เขารู้สึกเจ็บเหมือนกันบ้าง ทว่ายามได้เห็นสีหน้าของชายหนุ่ม กีรกานก็พอจะเดาออกได้ว่ามันไม่ได้ระคายผิวของเขาสักนิด และมันคงไม่มีทางทำให้เขารู้สึกแบบนั้นได้หัวใจทั้งสั่นเป็นระลอกคลื่นและเต้นไวเพราะเห็นได้ชัดว่าเขากำลังพาตนไปที่ห้องใด เธอเคยมาที่นี่สองถึงสามครั้งในตอนที่เรื่องราวมันไม่ได้เลวร้าย
ห้องนอนขนาดใหญ่ถูกเปิดออก และภามก็พากีรกานเข้าไปข้างใน และที่หมายของเขาในตอนนี้ก็คือเตียงนอน ทันทีที่ถูกโยนลงบนเตียงและตั้งตัวได้ กีรกานก็ตะเกียกตะกายจะคลานหนี กระนั้นข้อเท้าก็ถูกจับและดึงรั้งไว้
“อย่าทำแบบนี้กับกั้ง” หล่อนส่ายหน้าพรืดเพื่อปฏิเสธสิ่งที่เขากำลังจะหยิบยื่นให้ทั้งที่เธอไม่ได้ต้องการมัน
“คงไม่ได้หรอก เพราะฉันจะย้ำให้เธอรู้ว่าผู้ชายเพียงคนเดียวที่เธอต้องคิดถึงคือฉันเท่านั้น” พูดจบภามก็ยกยิ้มราวกับผู้มีชัย แล้วริมฝีปากร้อนก็ทาบลงไปที่กลีบปากนุ่มครอบครองอย่างคนหิวกระหายและหวงแหน กีรกานยกมือขึ้นมาดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ก็ไม่สำเร็จ แถมบัดนี้ข้อมือก็ถูกรั้งขึ้นให้ไปอยู่เหนือศีรษะ ทั้งที่พยายามต่อต้านสักเพียงใด แต่มันก็ไม่สำเร็จสักทาง เขารู้ทันเธอตลอด
รสจูบของภามมันทั้งดุดันและมีความป่าเถื่อนผสม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความหวาน คนหัวใจสะบักสะบอมรั้งสติไม่ให้ถูกเขาหลอกล่อด้วยความชำนาญเหมือนครั้งที่แล้ว แต่มันก็ริบหรี่เสียเหลือเกินกับความพยายาม
เพราะเขากำลังใช้ความช่ำชองของเขามาทำให้เธอโอนอ่อน ก่อนภามจะถอยห่างจากเรียวปากหยักแล้วสั่งเสียงแหบพร่า
“เรียกชื่อฉันกั้ง”
“ไม่ กั้งเกลียดคุณ”
คนที่ยังรั้งสติเอาไว้ได้ก็ตอบเสียงแข็ง และต่อท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ใบหน้าของคนฟังต้องกระด้างกว่าเก่า และมันยิ่งเป็นผลเสียกับกีรกาน คราวนี้ภามก้มลงไปบดเบียดจูบหนักหน่วงกว่า ดวงตาคมก็เปล่งประกายราวกับปีศาจ เพราะเขาไม่เคยอยากจะได้คำนี้เนื่องจากมันทำให้ใจเจ็บจี๊ดเสียงครางประท้วงเริ่มแผ่วเบาและในที่สุดมันก็หายไป แต่ภามก็ยังรุกหนักอย่างต่อเนื่องและมันก็ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังหลงมัวเมากับความวาบหวามที่ตนปลุกปั้นให้เกิด ภามก็ลดความดุดันลงและเติมความเร่าร้อนเข้าไปแทนที่
“เรียกชื่อฉัน”
เขาสั่งอีกหน และเชื่อว่าคนใต้ร่างไม่มีทางจะปฏิเสธมันได้ เหตุผลก็เพราะอยากจะให้คนตัวเล็กรู้ว่ามีเขาเพียงคนเดียวที่จะแตะต้องเนื้อตัวของเจ้าหล่อนได้ทั้งที่หัวสมองบอกให้ปฏิเสธคำสั่งแต่ปากกลับทำตาม และใบหน้าคมของภามก็มีรอยยิ้มเกิดขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“คุณภาม”
“จำเอาไว้ ฉันคนเดียวที่จะทำแบบนี้ได้” พูดจบภามก็ก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน ทั้งขบทั้งฝากรอยรักเอาไว้ ทุกการกระทำก็แปรเปลี่ยนจากดิบเถื่อนเป็นสอดแทรกความหวานละมุน
ฟากกีรกานก็สติหลุดไปกับมันแล้ว หัวสมองขาวโพลน ขนาดที่ว่าเสื้อผ้าหลุดไปจากตัวตอนไหนหญิงสาวยังไม่รู้ ตอนนี้ภามก็เปลือยเปล่าเช่นกัน
การหลอมรวมเกิดขึ้นอีกครั้ง และบทเพลงรักก็ถูกบรรเลง บางจังหวะก็เร่งเร้าเอาแต่ใจ แต่บางจังหวะก็หอมหวานจนรัญจวนใจ ไฟเสน่หาปั่นป่วนให้คนด้อยประสบการณ์ขาดสติ แถมยังให้ความร่วมมือไปกับเขาผ่านมาแล้วเกือบสามสิบนาที คนทั้งสองต่างหอบเหนื่อย แต่ผู้นำเกมนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้มันนี้จบลง ทั้งที่เธอทักท้วงเสียหลายครั้งเพราะกำลังจะขาดใจ แต่เขาก็ยังเดินหน้าต่อหยิบยื่นความเสน่หาให้
กว่าภามจะยอมหยุดก็ทำให้กีรกานไม่สามารถฝืนเปลือกตาที่หนักอึ้งได้อีกต่อไป ความเหนื่อยหอบเล่นงานจนต้องปิดเปลือกตาลงแล้วเข้าสู่ห้วงของนิทราและภามก็ไม่ต่างกันบรรยากาศรอบนอกจากที่มีแสงส่องสว่างในตอนนี้มันเริ่มมืดครึ้มเพราะฝนตั้งเค้าว่าจะตก เสียงคำรามของท้องฟ้าที่เหมือนจะพิโรธทำให้คนที่หลับใหลไปเพราะความเหนื่อยค่อย ๆ กะพริบตาลืมขึ้น และกะพริบมันอีกสองสามครั้งเพื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับความสว่างของห้อง
ความสุขอีกอย่างหนึ่งของเขานอกจากจะได้นอนกอดภรรยาแล้ว ก็คือการนอนกอดลูกสาวตัวน้อย เจ็ดคืนที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก และคงไม่มีวันลืมคืนแรกที่ได้นอนกอดทั้งลูกและเมียตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว ด้านกีรกานก็ยิ้มรับคำของเขาก่อนจะเข้าไปสวมกอดและแนบใบหน้ากับอกแกร่ง หล่อนดีใจที่เขาให้โอกาสเธอได้รักและทำหน้าที่ภรรยาของเขา ด้านภามก็ตอบรับด้วยการกดจมูกลงที่ศีรษะทุย ก่อนจะบอกรักให้กีรกานได้ยิ้มและมีความสุข ซึ่งภามสัญญาว่าเขาจะบอกรักเธอทุกวันไม่มีวันขาด รวมถึงจะกอดกีรกานไว้แน่น ๆ แบบนี้ไปตลอดกาลบทพิเศษ ผ่านมาแล้วร่วมสามเดือนจา
“ใช่ครับ” “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้กั้งขนาดนี้ กั้งรักคุณกับลูก” “ฉันก็รักกั้งกับลูกนะ และอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ขอโทษที่ปกป้องลูกอีกคนของเราเอาไว้ไม่ได้” แล้วคนตัวโตก็ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ต่อหน้าภรรยาออกมาอย่างไม่อาย แถมยังกอดเอวคอดไว้ เขายอมรับว่าระมัดระวังเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพอ หัวอกของผู้เป็นพ่อทุกข์ระทม เขาเสียน้ำตาแต่ก็แสดงออกให้ใครรู้ไม่ได้ และแม้อยากจะดึงกีรกานมาปลุกปลอบให้คลายความเศร้าก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าคนของคุณยายจับตาดูกีรกานอยู่ที่โรงพยาบาล กีรกานเองก็สะอื้น แต่ก็พยายามเรียกน้ำตาให้กลับคืน เพราะไม่อยากจะทำให้สามีรู้สึกแย่และโทษตัวเอง เนื่องจากเขาไม่ใช่คนผิด แต่เขาคือคน
“ผมจะจัดการศพของคุณยายเองครับ ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเสียงเข้มก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนพาคนที่เขารักทั้งคู่ไปโรงพยาบาล ภามทิ้งตัวลงต่อหน้าศพของเขมจิราและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาคงเป็นหลานที่แย่มากที่สุดและท่านคงจะเกลียดเขามาก แต่หากเขาไม่เลือกทำแบบนี้ก็เท่ากับจะปล่อยให้ท่านสร้างบาปไปเรื่อย ๆ และคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ท่านพรากลมหายใจของคนที่รักไป เพียงแค่อัยย์ญาดา ตอนนั้นเขาก็เจ็บหนักแล้ว และรู้ว่าคนที่เจ็บหนักกว่าเขานั้นคงไม่พ้นกีรกาน ก่อนภามจะก้มลงกราบที่เท้าท่าน และกล่าวขออโหสิกรรมน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรักคุณย
ซึ่งขณะเดียวกันชายทั้งสามคนที่ถูกจ้างมาด้วยเงินก้อนโตก็ตากันล่อกแล่ก เพราะความกลัวและวิตก เนื่องจากรักชีวิตมากกว่าเงินทองอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง ทั้งสามมองหาทางรอดพ้นจากตำรวจและกำลังคิดจะถอย “ใช่ครับ ผมรักกั้ง แต่เหตุผลที่ผมเลือกทำแบบนี้ก็เพราะคุณยายไม่หยุด คุณยายยังคิดแค้น ถึงสั่งให้ฆ่ากั้งกับลูกอีก” ใจมันเจ็บปวด และเสียงของชายหนุ่มก็สั่นเครือ ในคอรู้สึกมีรสปร่า ดวงตาเกิดการวูบไหว “แล้วแกตบตาฉันมาตลอดเลยใช่ไหมว่าเกลียดนังกั้ง แต่ที่จริงแกรักมันและต้องการปกป้องมัน” หล่อนเริ่มกระจ่างในสิ่งที่สงสัยแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ “ใช่ครับ ผมตบตาคุณยายว่าเกลียดกั้งเพื่อให้กั้งปลอดภัย เพราะยิ่งผมแสดงว่ารักกั้ง คุณย่าก็ยิ่งจะแค้นกั้ง แล้วตอนนี้ผมจับสุรชัชได้แล้ว และมันก็ยอมสารภาพทั้งหมดแล้วว่าคุณยายสั่งให้ไปฆ่าใครบ้าง ตอนนี้ผมก็ส่งมันให้ตำรวจแล้ว” แบบนี้สินะ เธอถึงติดต่อสุรชัช มือปืนของเธอไม่ได้ “แกคิดจะจับฉันเข้าคุกหรือ แกมันเนรคุณ” ดวงตาของท่านวาววับราวกับปีศาจ “ผมเลือกไม่
แล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเขมจิรารักลูกสาวมากเพียงใด คงจะหาคำมาเปรียบเปรยไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น “ฉันไม่รับ” คนโกรธจนคลั่งตะคอกเสียงบอกและแววตาก็ยังเปล่งประกายว่ามีเปลวไฟลูกใหญ่เต้นระริกอยู่ในนั้น “กั้งขอโทษแทนแม่มลด้วยค่ะ” กีรกานก้มลงไปกราบที่พื้นพร้อมกับสะอื้นอย่างเสียใจ เธอรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำให้มันทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเป็นทุกข์และเสียน้ำตา โดนเฉพาะกัลยกร ซึ่งท่านดีกับเธอมาตลอด เธอจึงละอายแก่ใจยิ่งนัก “ฉันไม่รับ วันนี้แกสองคนต้องตาย อ้อ แต่ฉันจะบอกอะไรไว้ให้แกรู้ก่อนตายนะนังกั้ง แม่แกตายเพราะฝีมือฉัน” แล้วก็เห็นรอยยิ้มแห่งความสะใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนพูด ก่อนท่านจะหัวเราะลั่นคล้ายคนคลั่ง&nb
แม้จะรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แต่อัครัฐก็ยังฝืนคุยกับน้องชาย เพราะใจกำลังเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณได้ “ผมไม่รู้ แต่กลัวว่าจะใช้เป็นวิธีล่อกั้งให้ออกมา” ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น นอกจากยายของเขา ก็เพราะย่าของเขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ก็คิดเหตุผลที่ท่านจับตัวของย่าของเขาไปไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ ท่านคงทำตามที่พูดแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยกีรกานและจะรังควานคนที่กีรกานรัก หญิงสาวก็ทั้งรักและเคารพขวัญเกล้า “แกรีบไปดูกั้ง ฉันใจคอไม่ดี นี่มันเกือบจะห้าชั่วโมงแล้วที่ฉันสลบไป”







