INICIAR SESIÓNในวันที่กู้มู่เฉินได้เลื่อนขั้นเป็นอัครเสนาบดีคำแรกที่เขาเอ่ยกับนางคือต้องการรับ ฉินหยวนหยวน รักแรกของเขาเข้ามาเป็นภรรยาเท่าเทียม
Ver másตลอดเวลาที่อยู่ร่วมจวน ยามใดที่หงุดหงิดงุ่นง่านจากราชสำนัก หรือยามที่เห็นนางทำท่าทีเย็นชาเฉยเมยใส่ เขาก็มักจะหาเรื่องลากนางขึ้นเตียง บดขยี้และตักตวงความสุขจากเรือนร่างของนางเพื่อระบายอารมณ์แต่แล้วก็ยังคงหลอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเขาไม่ได้รักนาง... ช่างโง่เง่านัก ที่แท้หัวใจของเขาเป็นของนางมาตั้งแต่ต้น และเป็นเขาเองที่ไม่เคยขาดนางได้เลยแม้แต่วันเดียว“ข้าเป็นสามีที่โง่เขลาจริง ๆ” เขากระซิบในความมืด ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วหลับไปพร้อมกับนางแต่เมื่อตื่นขึ้น...“หลินอัน...” เว่ยหลินอันที่เพิ่งลุกออกไปชำระร่างกายตอนเช้า เพราะคนบ้านทำให้นางปวดเมื่อยไปหมดพลันเอ็ดเขาเสียงดัง“จะโวยวายอะไรของท่าน”“ข้ากลัวเจ้าหายไป” เขาลุกพรวดขึ้นมีเพียงแค่กางเกงชั้นใน ทำเอาสาวใช้รีบถอยฉากหน้าแดงออกไป“ท่านตื่นก็อาบน้ำให้เรียบร้อย อย่าได้เอะอะโวยวายอีก”เว่ยหลินอันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ใด เมื่อคืนคนบ้านตักตวงนางค่อนคืน ต่อให้หูไม่หนวกก็คงได้ยินเสียงดังออกไปข้างนอกช่างน่าอับอายนัก!ต้าฉินมั่นคงเป็นปึกแผ่นแล้ว เว่ยลู่เซียนนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาในกองทัพ เพราะไม่อยากรับหน้าที่หนัก เนื่องด้วยยามนี้ต้าฉินต่างทำให้แคว้นใกล้
แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง ทาบทับลงบนเตียงไม้กว้างที่มีม่านโปร่งทิ้งตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอกกู้มู่เฉินไม่ได้ผลีผลามแม้ในใจจะร้อนรุ่มดั่งกองเพลิง ชายหนุ่มโน้มกายลงต่ำ จรดริมฝีปากอุ่นร้อนพรมจูบอย่างแผ่วเบาตั้งแต่หน้าผากมน เปลือกตาทั้งสองข้าง ก่อนจะเลื่อนลงมาคลอเคลียที่พวงแก้มเนียนละเอียดที่ซับสีเลือดฝาดมือหนาประคองดวงหน้างดงามไว้ด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแตกสลาย ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ผ่านลำคอระหง แผ่วเบาแต่นำพาประกายไฟร้อนผ่าวแล่นริ้วไปตามผิวเนื้อ“หลินอัน... คนดีของข้า...” เสียงกระซิบพร่าชิดใบหูเจือไปด้วยความเว้าวอนเขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า สัมผัสผิวกายเนียนนุ่มดั่งหยกเนื้อดีที่เขาเฝ้าถวิลหาทุกลมหายใจ มือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้ตามแนวเอวคอดกิ่ว แผ่นหลังเนียนลื่น ไปจนถึงสะโพกกลมกลึงทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความละเมียดละไมและหนักแน่นในคราเดียวกัน เว่ยหลินอันส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ร่างกายบิดเร่าตอบรับสัมผัสอันช่ำชองอย่างไม่อาจต้านทาน เรียวแขนบางที่เคยผลักไส บัดนี้ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งกู้มู่เฉินประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้
“นายท่านไม่สบายหนักมาสองวันแล้วขอรับ พิษไข้ขึ้นสูงจนตัวร้อนดั่งถ่านไฟ แต่ไม่ว่าข้าน้อยจะอ้อนวอนอย่างไร นายท่านก็ดื้อรั้นไม่ยอมกลับจวนไปหาหมอดีๆ ข้าวปลาไม่ยอมกิน เอาแต่นอนเพ้อเรียกหาแต่นายหญิงกับคุณชายน้อยทั้งวันทั้งคืนเลยขอรับ!”“หลิน... หลินอัน...ข้ารักเจ้า พ่อขอโทษ... หรันเอ๋อร์...”เสียงพึมพำแหบพร่าหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก ดวงตาคมที่พร่ามัวพยายามจะลืมขึ้นมองชายกระโปรงของนาง มือหนาที่สั่นเทาพยายามจะเอื้อมออกมาไขว่คว้า ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรงจนตกลงกระแทกพื้นดัง ตุบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะแน่นิ่งไปทั้งที่ยังจับไข้สูงเว่ยหลินอันยกสองมือขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบๆ พลางสูดหายใจเข้าลึกอย่างระอาใจเหลือแสนบุรุษผู้นี้... ทั้งโง่เขลา ทั้งดื้อรั้น หัวแข็งยิ่งกว่าลาโง่ไม่มีผิดเพี้ยน! ยามมีอำนาจก็โง่งมจนน่าโมโห ยามจะง้อคนก็ใช้วิธีสิ้นคิดจนพาตัวเองเกือบตายเช่นนี้!“เสิ่นซู! หลินเฮ่อ!” เว่ยหลินอันตวาดเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด“พวกเจ้าสองคนมัวยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบไปลากคอเจ้าตัวปัญหานี้เข้าไปในเรือนพักด้านข้าง แล้วไปตามท่านปู่เซี่ยมาต้มยาขับพิษไข้ให้เขาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะกลายเป็นผีเฝ้าห
แสงอรุณแรกของวันเพิ่งจะจับขอบฟ้า สายลมยามเช้าพัดพากลิ่นไอดินและความสดชื่นลอยอบอวลไปทั่วจวนตระกูลเว่ยทว่าความเงียบสงบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่ก้าวกระโดดลงบันไดเรือนอย่างคล่องแคล่ว เจ้าก้อนแป้งอันหรันตื่นแต่เช้าตรู่ ล้างหน้าอย่างเรียบร้อยใบหน้ากลมผ่องฉายแววตื่นเต้น สองแขนป้อมกวัดแกว่งไปมา พลางหันไปกวักมือเร่งรัดคนดูแลข้างกายอย่างร้อนรน“พี่เสิ่นซู เร็วเข้าสิขอรับ! เดี๋ยวร้านหมั่นโถวน้ำตาลแดงหัวมุมถนนจะหมดเสียก่อน หมั่นโถวร้านนั้นทั้งนุ่มทั้งหวานอร่อยมาก ข้าชอบกินเป็นที่สุด แล้วยังมีน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ของป้าจางอีก อร่อยเด็ดจนต้องซื้อมาฝากท่านตากับท่านปู่เซี่ยให้ทันตอนตั้งโต๊ะ!”“โธ่... ท่านบรรพบุรุษน้อยของข้าน้อย เดินช้าๆ หน่อยเถิดขอรับ อย่าเพิ่งวิ่ง!”เสิ่นซูยกมือขึ้นปาดเหงื่อกาฬที่ซึมตามหน้าผาก พลางสาวเท้ายาวๆ กึ่งวิ่งกึ่งเดินตามร่างป้อมอย่างเหนื่อยอ่อน เด็กคนนี้ช่างมีเรี่ยวแรงมหาศาลดั่งลูกวัวตัวน้อย ทั้งวันวิ่งเล่นซุกซนไม่เคยหยุดพัก ยามค่ำหัวถึงหมอนก็หลับสนิท แต่พอเช้าตรู่ไก่ยังไม่ทันขันดีก็ดีดตัวลุกขึ้นมาวิ่งพล่านได้อีกแล้ว ช่างเหมือนท่านแม่ทัพเว่ยไม่มีผิดเพี้ยน“ชักช้าจริ