3
เจ็บจังเลยจ้ะพี่จอมจ๋า
“แม่จ๋าอันนี้เอาใส่กล่องเลยไหมจ๊ะ”
จันจ้าวตื่นเช้ามากกว่าทุกวันเพราะว่าวันนี้นั้นมีลูกค้าที่สั่งขนมไว้จำนวนมาก บอกไว้ว่าจะมาเอาก่อนแปดโมงเช้า จันจ้าวเองก็ไม่มีเรียนเลยรีบลุกขึ้นจากเตียงมาช่วยแม่จ๋าทันที พี่แป๋วและพี่นุชเองก็รีบมาที่บ้านของสองแม่ลูกคู่นี้เช่นกัน
“เอาไปใส่เลย เดี๋ยวแม่ต้มบัวลอยเสร็จแล้วเราเตรียมใส่แก้วแล้วก็กล่องให้ลูกค้าได้เลยนะ”
“ได้จ้ะ”
จันจ้าวทำตามคำสั่งของแม่จ๋าอย่างดี
‘อ๊ะ’
เสียงร้องของจันจ้าวดังขึ้นมา สามคนที่เหลือที่อยู่ภายในบ้านต่างก็หันมามองและวิ่งเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าจันจ้าวนั้นลืมไปหม้อต้มขนมเมื่อกี้เพิ่งลงมาจากเตาร้อน ๆ แต่ตนเองเอื้อมมือไปจับโดยไม่ได้ใช้ผ้ารองเลยทำให้มือนั้นพองจนขึ้นรอยแดงจาง ๆ
“เจ็บไหมเนี่ยนั่งรอแม่ก่อน ๆ แป๋วหยิบน้ำแข็งใส่ตู้เย็นให้น้าหน่อยจ๊ะ”
“นี่จ้ะน้าภา”
แม่จ๋ารีบรับน้ำแข็งก้อนน้อยที่มีอยู่ในตู้เย็นมาประคบบริเวณรอยแดงให้กับลูกชาย
“ผิวขาว ๆ ของน้องจันเกิดรอยเลยค่ะ” เสียงของพี่นุชที่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ารอยแดงนั้นเริ่มที่จะเป็นรอยสีแดงขึ้นเรื่อย ๆ
“แสบเลยแม่จ๋า”
“เรานี่นะ เดี๋ยวแม่ทำต่อเองเรานั่งรอตรงนี้แหละ”
“แต่ว่า..” ยังไม่ทันที่จันจ้าวจะเอ่ยจบประโยค แม่จ๋าก็เอ่ยขึ้นมาก่อน
“เดี๋ยวไปทำกับแป๋วกับนุชเอง เรานั่งไปเถอะใกล้จะเสร็จแล้วด้วย”
“น้องจันนั่งพักเถอะจ้ะ เดี๋ยวพวกพี่ช่วยกับน้าภาเอง”
“จริงจ้ะ ไปนั่งพักเถอะนะจ๊ะ”
ทั้งพี่แป๋วและพี่นุชพูดเสริมขึ้นมาทำให้จันจ้าวนั่งมองทั้งสามคนตักขนมใส่กล่อง ใส่แก้วโดยที่ตัวเองไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เมื่อจันจ้าวเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วรอเพียงแค่ลูกค้าตอบกลับมาว่านัดรับที่ไหน ในตอนนี้จันจ้าวเลยคิดอะไรดี ๆ ออกมา
‘โทรไปขอให้พี่จอมขับรถให้ดีกว่า’
พูดมุบมิบอยู่เพียงคนเดียวแต่ทว่าสามคนที่อยู่ภายในหลังเดียวกันก็เห็นท่าทางโก๊ะ ๆ ของจันจ้าวแบบนั่นด้วย คนที่แสดงออกมาแบบนั่นไม่รู้เลยว่ามีใครบ้าง
“น้องจันพูดคนเดียวอีกแล้วเหรอจ๊ะ” เสียงของแป๋วที่แอบไปกระซิบถามกับแม่จ๋า คนเป็นแม่นั้นเห็นภาพแบบนี้จนชิน
รอสายเพียงชั่วครู่ตอมราชก็ได้รับสาย
“พี่จอมจ๋า” จันจ้าวพูดด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ ออกแนวอ้อน
“อะไรของมึง เพิ่งจะเจ็ดโมงมึงตื่นแล้วหรือไง” เสียงอีกคนที่ตอบกลับมาติดน้ำเสียงงัวเงียนิดหน่อย
“พี่จอมเพิ่งตื่นเหรอจ๊ะ” เมื่อได้ยินน้ำเสียงแบบนั้นแล้วจันจ้าวอดที่จะถามไม่ได้
“เออ”
อีกฝ่ายของปรายสายเหมือนกำลังทำอะไรสักอย่างมีเสียงตะกุกตะกักดังแทรกขึ้นมา
“พี่จอมทำอะไรเหรอ..”
“พับผ้าห่ม” ปรายสายตอบกลับมานิ่ง ๆ
“ให้หนูไปพับให้ไหมจ๊ะ”
“อย่ามาแก่แดดนักจันจ้าว มึงนี่นะเริ่มจะมากขึ้นทุกวัน”
“จีบทุกวัน เมื่อไหร่คนทางนั้นใจอ่อนนะ”
“ไม่มีวันนั้น... ตกลงโทรมาทำไม”
“อ๋อเกือบลืมไปเลยพี่จอมจ๋าว่างหรือเปล่าจ๊ะ”
“ว่างมึงมีอะไร”
“ขับรถพาหนูไปส่งขนมหน่อยสิจ๊ะ หนูเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย”
“อุบัติเหตุ?” จอมราชเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ใช่จ้ะ เกิดอุบัติเหตุ พี่ช่วยขับรถไปพาหนูไปส่งขนมให้ลูกค้าได้ไหมจ๊ะ”
“มึงอยู่บ้านใช่ไหม เดี๋ยวกูรีบไป”
“ใช่จ้ะ”
เอ้า... ทำไมน้ำเสียงพี่จอมดูรีบแปลก ๆ จันจ้าวได้แต่สงสัยแต่ไม่ได้รู้เลยว่าปรายสายตกใจกับคำว่าอุบัติเหตุขนาดไหน
รอเพียงไม่นานนักจอมราชก็เดินเข้ามาภายในบ้านของจันจ้าวโดยที่ถามน้าภาไว้แล้วเพราะเจอหน้ากันที่หน้าบ้าน น้าภารดน้ำต้นไม้อยู่อีกฝ่ายตกใจไม่น้อยที่เห็นจอมราชในช่วงเวลานี้ เห็นว่าจอมราชดูรีบเร่งแปลกเลยรีบบอกไปว่าลูกชายของตนเองนั้นนั่งอยู่บริเวณโซฟาหน้าโทรทัศน์ จอมราชเดินเข้ารีบเร่งไปสำรวจตัวของจันจ้าว หมุนตัวของจันจ้าวเหมือนลูกข่าง
“ไหนมึงบอกเกิดอุบัติเหตุ”
“ก็เกิดจริงนี่จ๊ะ นี่ไง”
จันจ้าวแบมือให้จอมราชเห็นรอยแดงชัด ๆ ตรงบริเวณนิ้วมือทั้งสองข้าง คนพี่ที่เห็นแบบนั้นถึงกับขมวดคิ้วกับสิ่งที่ตนเองเห็น
จอมราชนึกไว้ว่าจันจ้าวจะเกิดอุบัติเหตุเกิดแผลมากมาย แต่เท่าที่เห็นนั้นไม่ใกล้เคียงคำว่าอุบัติเหตุสักนิด
จอมราชเอื้อมมือไปดีดเหม่งของจันจ้าวแรง ๆ จนศีรษะของจันจ้าวนั้นโยกไปด้านหลัง
“โอ๊ย เจ็บนะพี่จอมจ๋า”
“สมควรแล้ว กูก็นึกว่ามึงจะเป็นอะไรมากกว่านี้”
“ฮั่นแน่ พี่จอมจ๋าเป็นห่วงกันเหรอจ๊ะ”
“กูนึกว่ามึงจะเรื่องให้กับน้าภามากกว่า มึงยิ่งซน ๆ อยู่”
“เอ๊ะ! ใครซน หนูไม่ซนนะจ๊ะพี่จอม”
“มึงไม่ซนแล้วใครจะซนเท่าที่เห็นก็มีแค่มึงที่ซน”
“หนูไม่ยอมรับหรอกจ้ะ พี่จอมจ๋า...”
จันจ้าวเอ่ยเรียกชื่อของอีกคนด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ ใครคนอื่นที่ได้ฟังคงจะหลงเสน่ห์การอ้อนของจันจ้าวไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับจอมราชคนนี้
“อะไร”
จอมราชตอบกลับนิ่ง ๆ เดินไปนั่งตรงโซฟาอีกตัวหนึ่งถัดจากตัวที่จันจ้าวนั่งในตอนแรกหนึ่งตัว แต่แล้วจันจ้าวก็ขยับตามไปเดินไปนั่งลงข้าง ๆ กัน แบมือทั้งสองข้างของตนเองไปตรงหน้าของอีกคน จอมราชได้แต่ขมวดคิ้วสงสัย ใช้สายตาพูดแทนคำพูด
“เป่าให้หน่อยสิจ๊ะ มันเจ็บจังเลยพี่จอมจ๋า”
จันจ้าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อน ๆ หวังจะให้พี่จอมจ๋าเป่ารอยแดง ๆ ตรงนิ้วมือของตนเองนั้น จอมราชนั่งมองนิ่ง ๆ จันจ้าวเองก็ไม่ยอมแพ้ขยับตัวเข้าไปอีกนิดจนหน้าเกือบจะชนกับหน้าของจอมราช ไม่ยอมขยับออก
“จันจ้า...จ้าว”
เสียงของแม่จ๋าทำให้จอมราชเองที่เป็นคนขยับออก ยืนตัวตรงเดินตรงไปหาน้าภาของตนเอง ปรายตาไปมองที่คนน้องส่งสายดุไปแทนคำพูด คนน้องก็ยิ้มตาหยีสู้กลับ
“ให้ไปส่งที่ไหนเหรอครับน้าภา”
“ลูกค้านัดตรงบริเวณหน้าอำเภอจ้ะ ตอนนี้ลูกค้าคงใกล้จะถึงแล้ว”
“งั้นเดี๋ยวผมเอาไปส่งให้เองครับ”
“หนูไปด้วยจ้ะพี่จอม”
จันจ้าววิ่งเข้ามาแทรกระหว่างกลางของแม่จ๋าและพี่จอมจ๋าหันไปมองซ้ายขวาขออนุญาต
“ช่วยน้าภาเก็บอุปกรณ์ไป”
“แม่จ๋า”
เมื่อเห็นว่าอ้อนพี่จอมจ๋าไม่เป็นผลเลยหันไปอ้อนแม่จ๋าของตนเองแทน
“ช่วยแม่เก็บอุปกรณ์นี่แหละ แป๋วกับนุชกลับไปอาบน้ำแต่งตัวอีกรอบแล้ว เดี๋ยวจะได้ช่วยแม่ทำขนมรอบใหม่ขายตอนบ่ายต่อ”
“เฮ้อ...” จันจ้าวถอนหายใจยาว ๆ การอ้อนครั้งนี้ไม่มีผล
“ลูกค้าจ่ายเงินแล้วใช่ไหมครับน้าภา”
“เรียบร้อยจ้ะพ่อจอม น้าขอบใจพ่อจอมมากนะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวตอนบ่ายให้คนเอารถมาให้”
ประโยคแรกจอมราชพูดกับแม่จ๋า ส่วนประโยคถัดมานั้นพูดกับจันจ้าวที่กำลังทำหน้าอ้อน ๆ จอมราชอยู่
รถที่จอมราชจะให้คนเอามาให้นั้นเป็นรถของที่บ้านของจอมราชเอง รถคันนี้ล้อมันยางลมอ่อน จอมราชเลยเอารถไปซ่อมให้ก่อน ในช่วงนี้ทั้งตัวเองและลูกน้องเลยรับหน้าที่เป็นคบขับรถของจันจ้าว แต่ทว่าได้รถกลับคืนมาแล้วนั้นจันจ้าวต้องขับไปมหาลัยเอง
“เอ้า... อดให้พี่จอมจ๋าไปส่งแล้วเหรอเนี่ย” จันจ้าวเอ่ยเบา ๆ กับตนเอง “อะเอ้า...” เงยหน้าขึ้นมาอีกทีพี่จอมจ๋าเดินออกไปนอกบ้านเรียบร้อยแล้วปล่อยทิ้งให้เขายืนอยู่คนเดียว ส่วนแม่จ๋าก็คงจะเดินออกไปตั้งแต่ที่เขาเริ่มพูดคนเดียวนั่นแหละ
จันจ้าวแอบมารอจอมราชที่อู่ซ่อมรถของอีกคน มาพร้อมกับปิ่นโตใบเดิมตอนนี้ก็เกือบจะเป็นเวลาเก้าโมงแล้ว ไปหน้าอำเภอแค่นี้เองก็ไม่น่าจะนานขนาดนี้หน่า หรือรถจะติดแต่ปกติหน้าอำเภอรถไม่น่าจะติดนะ จันจ้าวคิดไปต่าง ๆ นานา คิดไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งว่ามีเสียงรถที่คุ้นหูดังเข้ามาในบริเวณอู่ ชะเง้อหน้าออกไปมองจากห้องกระจกทำให้เห็นว่าเป็นคนที่ตนเองนั่นรอคอยอยู่ เห็นแบบนั้นแล้วก็รีบลุกเดินออกไปหาทันที
“พี่จอมจ๋า!” ส่งเสียงไปก่อนที่ตัวจะเดินไปถึง
จอมราชหันตามเสียงเห็นว่าเป็นคนน้องก็ได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ อุตส่าห์บอกไว้ว่าให้ช่วยน้าภา แต่ยังแอบมาหาตนเองที่อู่อยู่ได้ แบบนี้ไม่เรียกว่าซนได้ยังไง
“จะมาทำไม” จอมราชเอ่ยถามเสียงนิ่ง ๆ โดยที่สายตากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งของที่อยู่ตรงเบอะหลัง
“มาหาพี่จอมจ๋าไงจ๊ะ ว่าแต่พี่จอมจ๋าหาอะไรเลยให้หนูช่วยไหมจ๊ะ”
จอมราชไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ก้ม ๆ เงย ๆ จนจันจ้าวอดสงสัยไม่ได้ว่าด้านในรถคืออะไร
‘อ๊ะ’ เพราะว่าจันจ้าวยังคงยืนนิ่งอยู่เดิมไม่ไห้หลบออกไปไหน ทำให้จอมราชที่ยืดตัวให้ตรงและกำลังหันกลับมาทางที่จันจ้าวยืนนั้นทำให้บริเวณหน้าผากของจันจ้าวชนกับอกของจอมราชไปเลยเต็ม ๆ
“อีกแล้วนะพี่จอม! หันหลังกลับไม่บอกเนี่ย”
“โทษตัวมึงเองบ้าง ซุ่มซ่ามเองแล้วมาโทษคนอื่น”
ว่าคนน้องเสร็จก็เดินชนไหล่ของจันจ้าวแล้วถือของพะรุงพะรังเข้าไปที่ห้องกระจก จันจ้าวรีบวิ่งตามไปเพราะอยากดูว่าพี่จอมจ๋าถืออะไรอยู่ในมือ
“เครปนี่น่า ของหนูหรือเปล่าจ๊ะ”
“ใครบอกมึงว่านี่ของมึง กูซื้อมาให้แมวแถวนี้”
จันจ้าววิ่งไปที่ประตูห้องกระจกชะโงกหน้าออกไปดูว่าแมวตัวที่จอมจ๋าพูดถึงนั่นอยู่ตรงไหน เพราะตนเองนั้นก็นั่งอยู่ที่อู่มานานแล้ว ไม่เห็นจะมีแมวสักตัว
“ไม่เห็นมีเลยจ้ะ พี่จอมอนุญาตให้เลี้ยงแมวด้วยเหรอจ๊ะ ทำไมหนูไม่เคยรู้ละ หรือพี่จอมแอบไปเอาแมวใครมา!” จันจ้าวส่งเสียงดัง
“มึงจะเสียงดังทำไมนัก มึงมาก็ดีแล้วรีบมากินกูจะไปส่งบ้าน”
“เอ้า... ไหนบอกว่าไม่ใช่ของหนูมาไง”
“อย่ามาพูดมากนัก กูเห็นว่าเจ็บตัวหรอกเลยซื้อมาฝาก”
“อุ๊ย ต่อไปต้องเจ็บตัวบ่อย ๆ แล้วมั้ง ได้ขนมกินฟรีแบบนี้”
“แล้วปกติอยู่กับกูมึงเคยจ่ายเหรอ”
“ก็ไม่นี่น่า”
จันจ้าวเดินเนียน ๆ ไปยืนข้างกับจอมราชเอื้อมมือไปกอดแขนของอีกคนเอาไว้ จอมราชกำลังจะหันมาดุแต่ปรากฏจันจ้าวแนบแก้วของตัวเองกับแขนของจอมราช
เจ้าแสบนี่... นับวันมันยิ่งเอาใหญ่แล้ว ไม่เคยกลัวอะไรบ้างเลย
จอมราชปล่อยให้จันจ้าวยืนกอดแขนตัวเองอยู่แบบนั้นจนกระทั่งว่าพัชเดินเข้ามา กำลังจะส่งเสียงเรียกแต่เสียงประตูที่เปิดออกดังขึ้นมาก่อนทำให้จอมราชต้องสะบัดมือของจันจ้าวออก
“อ๋อ...จีบกันอยู่ นึกว่าเฮียหายไปไหน” เสียงของพัชที่ส่งเสียงแซวพร้อมยิ้มกริ่ม ชี้นิ้วไปมาระหว่างจอมราชและจันจ้าว จันจ้าวทำท่าเขินอายสะบัดข้อมือ
“บ้าน่าพี่พัชอะพูดอะไรก็ไม่รู้ นี่ดูสิพี่จอมจ๋าเขาเขินหมดแล้วไม่พูดไม่จาเลย” จันจ้าวเงยหน้าไปทำตาปริบ ๆ ใส่อีกคนที่กำลังทำหน้าเข้มใส่ตนเองอยู่ จันจ้าวโน้มตัวไปถูบริเวณแผงอกของอีกคน
“เฮ้ย ๆ น้องจันอย่ามาจีบเฮียมันตรงนี้เลย พี่ก็ยืนอยู่ตรงนี้”
“อยากให้ทุกคนได้รับรู้นี่จ๊ะว่าจันจ้าวชอบพี่จอมจ๋าแค่ไหน”
“แต่กูไม่ได้ชอบมึง”
“พี่จอมอะปฏิเสธเพราะว่าพี่พัชอยู่ใช่ไหมละ กิ้ว ๆ”
จันจ้าวยังคงทำตาปริบ ๆ ใส่อีกคนจนกระทั้งเป็นเสียงของพัชอีกนั่นแหละที่ทำลายเวลาการจีบจอมราชของจันจ้าว
“จ้ะ ๆ ไม่เล่นแล้ว เดี๋ยวหนูรอที่ห้องนี้นะพี่จอมจ๋า”
“เอาผ้ามาปิดขาด้วย ถ้ามีลูกค้ามาจ่ายเงินมึงเอากุญแจไปเปิดเก๊ะแล้วถอนเงินได้เลย”
“ให้หนูอะนะถอนเงิน”
“เออ”
“ถ้าหนูอุบอิบเงินละจะทำยังไง”
“กูฟ้องน้าภา”
“ว้ายย พี่จอมจ๋าขี้ฟ้อง”
จอมราชเดินออกไปแล้ว ภายในห้องนี้เหลือเพียงจันจ้าวเพียงคนเดียวเท่านั้น คนน้องเดินไปนั่งตรงที่โต๊ะเก็บเงินของอู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปตัวเองให้เห็นรูปภาพด้านหลังแวบ ๆ ซึ่งเป็นรูปพี่จอมจ๋ากับลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่ตอนนี้ไปเรียนอยู่ที่เมืองกรุง โพสต์ท่าทางให้เหมือนกับตนเองนั่นเป็นอาซ้อของอู่ซ่อมรถแห่งนี้ หรือจะเรียกว่าแฟนของเฮียจอมเจ้าของอู่ซ่อมรถดี ....
เวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนเย็นแล้วอาหารที่จันจ้าวเตรียมกลายเป็นหมันไปโดยปริยาย เพราะว่าตั้งแต่ที่จอมราชออกไปพร้อมกับพัชนั่นก็ยังไม่ได้เข้ามาอีกเลย จันจ้าวที่นั่งออกไปนอกห้องกระจกเห็นแต่รถเคลื่อนย้ายเข้าออกภายในอู่ คงลูกค้าเยอะจริง ๆ
จันจ้าวนั่งเหม่อ ๆ ออกไปนอกห้องกระจกจนไม่ได้สังเกตว่ามีลูกค้าเข้ามาจ่ายเงินค่าซ่อมรถที่ซ้อมไปเมื่อกี้
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำให้จันจ้าวนั่นหลุดจากภวังค์ จันจ้าวหันหน้ากลับมามองดูคนที่เคาะเรียกตนเองเมื่อกี้ ปรากฏให้เห็นผู้หญิงผมยาวตาคมคนหนึ่ง กำลังมองมาทางจันจ้าวเหมือนไม่ชอบใจอะไรสักอย่าง จันจ้าวได้แต่ทำหน้างง ๆ ใส่อีกคน
“จะเก็บไหมเงินน่ะ จะมองอะไรอยู่ได้”
“ครับ? เก็บครับ ๆ”
อะไรกันตัวเองไม่ยอมบอกเองแท้ ๆ ว่ามายืนทำไมแล้วมาใส่อารมณ์กับคนอื่นเดี๋ยวเถอะ!
จันจ้าวเอื้อมมือไปหยิบแบงก์สีเทามาจากผู้หญิงตรงหน้า คนนี้มาเติมลมล้อรถและดูน้ำมันเครื่องนิดหน่อย
“มีอะไรอีกไหมนะ” จันจ้าวพึมพำกับตนเอง ชะเงอหน้ามองผ่านหลังของคนตรงหน้าไป ทว่าจอมราชก็เดินเข้ามาพอดีทำให้จันจ้าวไม่ต้องเดินออกไปถามด้วยตนเอง
“มีอะไรหรือเปล่า กูเห็นลูกค้าคนนี้ยืนรอนานแล้ว”
“คุณจอมคะ นี่ลูกจ้างเหรอคะเหมือนจะไม่คุ้นหน้าที่ของตนเองเลยนะคะ”
ได้ทีลูกค้าคนนี้ก็ฟ้องเจ้าของอู่อย่างจอมราช เจ้าของอู่นั้นปรายตาหันมองคนน้องเล็กน้อย หลังจากนั้นก็หันไปพุดคุยกับลูกค้าคนสวยต่อ
“เดี๋ยวผมถอนเงินให้นะครับคุณฟาง”
จันจ้าวขยับเอียงตัวให้จอมราชนั้นได้เปิดเก๊ะเงินได้ถนัด แต่ก็ไม่ยอมลุกขึ้นไปจากเก้าอี้
ลูกค้าคนสวยได้เงินถอนไปแล้วก็ยังไม่ยอมเดินออกไปจากห้องกระจก ยังคงส่งรอยยิ้มที่ยิ้มแบบแปลก ๆ ให้เจ้าของอู่ จันจ้าวที่เห็นแบบนั้นได้แต่เบะปากไม่ชอบใจนัก
นานไปหลายนาทีที่ลูกค้าคนสวยนั่นยังคงชวนเจ้าของอู่คุยอยู่ จันจ้าวไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก เลยคิดว่าส่งเสียงดัง ๆ ทำลายบรรยากาศตรงนั้นคงจะดี
“โอ๊ย”
เสียงร้องของจันจ้าวดังขึ้นมาทำให้ทั้งคู่หันมามองเป็นสายตาเดียวกัน จอมราบขมวดคิ้วเพราะว่าจันจ้าวยังคงนั่งที่เดิมไม่ได้ลุกขึ้นไปเสียงร้องโอ๊ยที่ดังขึ้นเมื่อกี้ก็เพราะว่าแกล้งทำแค่นั่น
“ผมขอตัวไปดูงานลูกน้องก่อนดีกว่าครับ”
จอมราชเอ่ยของปลีกตัวขึ้นมาและเดินออกไปหาสองที่กำลังยืนคุยเรื่องรถกับลูกค้าอยู่ ลูกค้าคนนั้นแสดงสีหน้าเสียดายเล็กน้อยถึงแม้ว่าจอมราชจะไม่เห็นแต่จันจ้าวเห็น
จันจ้าวหันไปถลึงตาใส่ลูกค้าคนสวย ลูกค้าคนสวยก็สู้กลับไม่แพ้กัน
‘อย่านะ อย่ามาคิดที่จะสู้กับคนอย่างจันจ้าวนะเว้ย นี่จีบมาตั้งหลายปีแล้วคิวที่หนึ่งนะเว้ย ไปต่อคิวเลยไป๊’ จันจ้าวพูดออกไปโดยไม่ได้ส่งเสียง ลูกค้าคนสวยที่อ่านปากทันทำท่าทางเหมือนจะกรี๊ดแต่หยุดไว้ทัน
“ให้มันรู้ซะบ้างนี่ใคร นี่จันจ้าวนะเว้ย”
จันจ้าวพูดขึ้นมาคนเดียว และเหตุการณ์นี้คนที่เห็นก็คือพัชอีกเช่นเคย ยืนมองดูแล้วส่ายหน้า ๆ เกือบจะชิน เห็นเกือบจะชินแล้ว