LOGINถ้าเด็กมันจะยั่ว อยากได้เราเป็นผัวเราก็ต้องสนอง ถ้าคิดจะมีเมียเด็กต้องเช็คร่างกายให้พร้อม เด๋ียวเมียหาว่าแก่ ถ้าคิดจะมีผัวแก่ต้องยั่วให้เป็น ลีลาต้องเด็ด แต่งตัวให้ยั่ว ให้ผัวรักผัวหลงจนโงหัวไม่ขึ้น
View Moreหลังจากบทสนทนานั้น บรรยากาศในบ้านกลับมาผ่อนคลาย พ่อแม่ของพันธกรเริ่มพูดคุยกับภาณุพงศ์อย่างเปิดใจมากขึ้น ความตึงเครียดและความไม่ไว้วางใจที่เคยมีก็เริ่มหายไป พวกท่านเริ่มเห็นถึงความเป็นคนดีและความจริงใจของภาณุพงศ์ ในช่วงเย็น พ่อของพันธกรยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก ขณะที่พูดคุยกับภาณุพงศ์เกี่ยวกับอนาคต “ลูกเขยแบบเธอก็ดูไม่เลวเลยนะ ถ้าทำได้อย่างที่พูดไว้ พ่อก็คงไม่มีอะไรต้องห่วง” พ่อของพันธกรพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “ขอบคุณครับพ่อ ผมจะทำให้ดีที่สุด” ภาณุพงศ์ยิ้มรับ พันธกรยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อได้เห็นพ่อแม่ยอมรับตัวตนของเขาและภาณุพงศ์ เขาก็รู้สึกว่าทางเดินที่เคยยากลำบากนั้นได้เปิดกว้างขึ้นแล้ว แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงบนทุ่งดอกดาวเรืองที่บานสะพรั่ง ทุ่งดอกไม้สีเหลืองทองสว่างสดใสทำให้บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสงบ พันธกรยืนมองดอกไม้ที่เขาใช้เวลาหลายปีในการดูแลด้วยความรักและภาคภูมิใจ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ข้างๆ เขาคือภาณุพงศ์ คนที่เขารัก ซึ่งตอนนี้นายตำรวจหนุ่มจับมือพันธกรไว้แน่น ทั้งคู่ยืนเคียงข้างกัน มองดูทุ่งดอกดาวเรือ
พันธกรยืนอยู่กลางทุ่งดาวเรืองที่เคยเป็นความภาคภูมิใจของเขา แต่ทุกอย่างรอบตัวกลับดูไร้สีสันและไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเมื่อก่อน หลังจากที่พ่อแม่พยายามกีดกันความสัมพันธ์ของเขากับภาณุพงศ์ และบังคับให้เขาอยู่ในกรอบของครอบครัว ชีวิตของพันธกรก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเขาไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยออกไปพบปะใคร และไม่สนใจสิ่งที่เคยทำให้เขามีความสุขอีกต่อไป ทุกวันเขาแค่ทำงานตามหน้าที่ ร่างกายทำงานไปตามปกติ แต่หัวใจกลับแห้งแล้งเหมือนถูกกักขังในกรงแห่งความทุกข์แม่ของพันธกรมองดูลูกชายด้วยความเจ็บปวดใจ ในสายตาของเธอ เขากลายเป็นคนเงียบขรึมและหม่นหมองไปอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน ตั้งแต่วันที่เธอและสามีกีดกันความรักของเขา เขาก็ไม่เคยยิ้มอย่างจริงใจอีกเลย"พ่อ พ่อลองมองดูลูกของเราซิ ตั้งแต่วันนั้นที่เราห้ามเขา เขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย" คนเป็นแม่พูดกับพ่อด้วยน้ำเสียงกังวลและทุกข์ใจพ่อของพันธกรซึ่งแม้จะภายนอกยังดูแข็งกร้าว แต่ภายในใจกลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดไม่ต่างกัน เขาเองก็รู้ว่าลูกชายของเขาไม่ได้มีความสุขเหมือนที่เคยเป็น เขาได้แต่ถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะเอ่ยกับภรรยาคู่ชีวิต"พ่อแค่ไม่อยากให้ลู
หลังจากการเผชิญหน้ากับภาณุพงศ์ พันธกรยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ในไร่ดอกดาวเรือง ความสงบของธรรมชาติที่ล้อมรอบเขาเป็นเหมือนเครื่องปลอบประโลมความคิดที่ยังคงยุ่งเหยิงอยู่ในใจ แม้ว่าเขาจะปฏิเสธภาณุพงศ์ไปและไล่ภาณุพงศ์กลับไปเชียงใหม่ในตอนแรก แต่ความจริงคือคำพูดของภาณุพงศ์ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเขา ความจริงใจที่เห็นในสายตา และน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจและรัก ทำให้พันธกรเริ่มรู้สึกถึงความหวั่นไหวในใจ เขานั่งลงใต้ร่มไม้ มองดูดอกดาวเรืองที่เริ่มเปลี่ยนสีเมื่อแสงแดดตกกระทบ มันทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่ดีระหว่างเขากับภาณุพงศ์ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มซับซ้อน ความทรงจำเหล่านั้นทำให้พันธกรอดคิดไม่ได้ว่า บางทีเขาอาจไม่สามารถตัดใจจากภาณุพงศ์ได้อย่างที่เขาตั้งใจ ขณะที่กำลังจมอยู่กับความคิด โทรศัพท์ของพันธกรดังขึ้น ชื่อของภาณุพงศ์ปรากฏบนหน้าจอ เขามองมันอยู่นานก่อนจะตัดสินใจรับสาย ด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง "ว่าไง" ถึงแม้พันธกรจะข่มเสียงให้นิ่ง แต่ในใจตอนนี้เขากลับเต้นรัว เพราะเสียงที่ภาณุพงศ์ตอบกลับมากลับเป็นเสียงที่อ่อนโยน "พี่แค่อยากถามว่าพันสบายดีไหม พี่รู้ว่าพันคงกำลังเครียดกับหลายๆ เรื่อง" "ก็ดี
วันนี้เป็นวันที่ฟ้าครึ้มเล็กน้อย ลมพัดเบาๆ ภาณุพงศ์กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ในคาเฟ่ประจำ เขาตั้งใจใช้เวลาว่างจากงานเพื่อลองจัดการความรู้สึกที่ยังคงค้างคาใจเกี่ยวกับพันธกร แม้จะพยายามลืมแต่ในใจลึกๆ เขายังคงนึกถึงอยู่เสมอทุกครั้งที่เขาว่างในขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นไปจ่ายเงิน เขาก็เห็นข้าวโพดเดินเข้ามาในร้าน ภาณุพงศ์จึงเดินเข้าไปทักทาย“น้องข้าวโพด มาทำอะไรแถวนี้ครับ”“อ้าว พี่พงศ์ ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่ ข้าวโพดอยากมาทานเค้กร้านนี้ครับก็เลยบังคับให้เฮียบลูพามา แล้วพี่พงศ์ล่ะครับ”“ก็เหมือนเดิม พักนี้ยุ่งๆ เลยหาที่นั่งสงบๆ คิดอะไรนิดหน่อย แล้วนี่ไอ้บลูล่ะ”“เฮียบลูคุยโทรศัพท์กับลูกค้าอยู่ครับ ข้าวโพดเลยเดินเข้ามาก่อน” ข้าวโพดบอกเพื่อนสามีและมองภาณุพงศ์เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะพูดดีหรือไม่“เอ่อ พี่พงศ์รู้ไหมครับ ว่าพี่พันเพิ่งมาหาที่เชียงใหม่เมื่อวาน”ภาณุพงศ์ตกใจที่ได้ยิน หัวใจเต้นตึกตักที่ได้ยินเพียงแค่ชื่อของคนที่อยู่ในความคิดของเขาตลอด“พะ พันมาที่นี่ เขามาที่นี่เหรอ”“ใช่ครับ พี่พันมาหาข้าวโพดเมื่อวาน และเขาบอกอยากเจอพี่มาก และมีอะไรจะบอกพี่พงศ์ แต่…” ข้าวโพดหยุดพูดเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่อ