LOGINใครจะรู้ว่าไอ้เด็กเวรในวันนั้นจะกลายเป็นภรรยาในวันนี้ //แล้วใครจะรู้ว่าคนที่ผมต่อยปากแตกจะกลายเป็นสามีแห่งชาติของผม
View More“มึง!!! ไอ้เหี้ย”
ผัวะ!!!!! ใบหน้าของเหมราชหันตามแรงหมัดที่ลอยเข้ามาปะทะใบหน้า เขาเซถอยหลังรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น กลิ่นคาวคลุ้งขึ้นจมูก เหมราชยกมือขึ้นเช็ดมุมปากแล้วก้มลงมองเลือดที่ติดอยู่บนหลังมือ
“นายมาต่อยฉันทำไมเนี่ย!” วิศวกรหนุ่มเอ่ยถามด้วยโทสะ อยู่ ๆ ก็ถูกต่อยจนปากแตก อย่าว่าแต่คนใจเย็น ต่อให้เขาถือศีลแปดอยู่ก็ตบะหลุดได้ในตอนนี้
“มึงควรโดนมากกว่านี้อีก ไอ้โรคจิต” เด็กหนุ่มชี้หน้าด่าเขา
“นี่มันจะมากไปแล้วนะ”
“มากไปเหรอ มึงจับตูดกูไม่มากกว่ารึไง”
กะเพราหรือพลวัฒน์ ง้างหมัดขึ้นตั้งท่าจะต่อยเหมราชอีกสักหมัดสองหมัดให้หายหงุดหงิดที่ถูกอีกฝ่ายลวนลามจับก้นตัวเอง
“หยุดนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจจริง ๆ”
“แจ้งมาเลย ไอ้โรคจิต”
“นายมีหลักฐานอะไรถึงมากล่าวหาว่าฉันจับก้นนาย นายเองรึเปล่าที่โรคจิต...นี่เป็นมิจฉาชีพใช่ไหม อยากได้เงินใช่ไหม” เหมราชส่ายหน้าเบา ๆ ดูแล้วการแต่งตัวก็ไม่ได้แย่ แต่ไม่น่าเป็นมิจฉาชีพไปได้ สมัยนี้คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ อยากได้เงินก็เสแสร้งแกล้งแสดงตัวเป็นผู้เสียหาย เด็กสมัยนี้น่ากลัว ไม่ได้ใสซื่อเหมือนสมัยที่เขาเติบโตมา
“ไอ้โรคจิต พอโดนจับได้แล้วก็ไม่ยอมรับ เฉไฉไปเรื่องอื่นเหรอ”
“ไอ้เด็กเวรนี่ เป็นลูกพ่อหน่อยไม่ได้จะเตะให้...ฉันไม่ได้จับก้นนาย แล้วก็ไปไกล ๆ ได้แล้ว อายุเท่านี้ริอ่านจะเป็นโจร”
“ไม่ได้เป็นโจรโว้ย...ถ้าไม่ใช่มึงแล้วจะเป็นใคร มึงยืนอยู่คนเดียว แล้วอีกอย่างเมื่อกี้มึงก็มองก้นกู”
“หมากฝรั่งติดอยู่...โตเป็นควายแล้วนั่งไม่รู้จักดู”
เหมราชไม่คิดว่าการเปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะแทนรถส่วนตัวจะทำให้ต้องมาเจออะไรแบบนี้ เหมราชเลือกจะเดินจากไปเพื่อจบปัญหาและไม่อยากเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเด็ก
“เฮ้ย!! หนีเหรอวะ”
กะเพราพยายามจะวิ่งตาม แต่กลับไม่สามารถตามเหมราชได้ทัน เด็กหนุ่มจึงได้เตะลมเตะอากาศเพื่อระบายความหงุดหงิด
“อย่าให้เจออีกรอบนะมึง กูกระทืบมึงแน่”
ตื๊ดดดดดดดด
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในช่วงค่ำ เหมราชเบนสายตามองไปยังหน้าจอ ชื่อที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็นพลเมือง เพื่อนสนิทของเขาที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม“เออ ว่าไง”
//เหม// ปลายสายก็เรียกชื่อเขาแล้วเงียบไป เหมราชนิ่งเงียบฟังเสียงถอนหายใจของเพื่อนโดยไม่ได้พูดแทรกขึ้นมา
“เป็นห่าไร โทรมาไม่พูด...ถ้าจะโทรมาถอนหายใจให้กูฟังแค่นี้นะ เสียเวลากูหายใจ”
//เดี๋ยวสิวะ...เป็นเพื่อนกูจริงป้ะเนี่ย//
“ไม่เป็นได้ไหม กูลาออก”
//มึง// พลเมืองเงียบไปอีก แต่ครั้งนี้เหมราชทนไม่ไหวอีกต่อไป
“โอ้ย ไอ้พล มึงเป็นห่าอะไรเนี่ย”
//มึงจำลินได้ไหม// คำถามของพลเมืองทำให้เหมราชต้องใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลิน...ชื่อนี้ฟังคุ้นหูแต่พยายามนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก ด้านพลเมืองที่เห็นเพื่อนเงียบไปนานก็ต้องเป็นฝ่ายเฉลยข้อสงสัยนี้ด้วยตัวเอง
“ลิน คนที่กูทำเขาท้องตอน ม.4 ถ้ายังจำไม่ได้อีกมึงไม่ต้องเป็นแล้ววิศวกร เดี๋ยวตึกเขาจะพัง”
“อ้อ” ภาพในวันวานหวนกลับมาในความคิด เด็กสาววัยแรกแย้มถักเปียสองข้างในชุดมัธยมปลาย ลินดาคือรักวัยรุ่นของพลเมือง ด้วยวัยอยากรู้อยากลองทำให้ทั้งสองมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจนลินดาเกิดตั้งท้อง ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน การท้องในวัยเรียนไม่ได้มีทางเลือกให้ดำเนินชีวิตต่อมากนัก ไม่เหมือนเช่นทุกวันนี้ ทำให้ลินดาจำเป็นต้องลาออกจากโรงเรียน ในขณะที่พลเมืองยังได้เรียนต่อ
“พล” เหมราชเดินออกมาจากลิฟต์แล้วเอ่ยทักทายเพื่อนที่ยืนอยู่กับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่หันหลังมาทางตน เหมราชเดาได้ไม่ยาก นั่นคงเป็นลูกชายของพลเมืองที่จะต้องมาอยู่กับตัวเอง“มาแล้ว...เพรา อาเหมมาละ สวัสดีอาเหมสิ”“สะ...” กะเพราหันกลับมาพร้อมยกมือไหว้ แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอาเหมที่ต้องมาอยู่ด้วยก็ต้องเปลี่ยนท่าที ทั้งสองเมื่อได้เห็นหน้ากันก็ทำราวกับว่าเจอผี“ไอ้โรคจิต/ไอ้เด็กเวรพ่อไม่สั่งสอน” จากคำทักทายดุจญาติมิตรเปลี่ยนเป็นคำสบถจากทั้งคู่“พ่อ ผมไม่อยู่กับไอ้โรคจิตนี่นะ” กะเพราหันไปหาพลเมืองที่ยืนงงกับเหตุการณ์นี้อยู่“กูก็ไม่รับเลี้ยงเด็กพ่อไม่สั่งไม่สอนแบบนี้นะ นี่แหละไอ้เด็กเวรที่กูเล่าให้มึงฟัง...อย่าบอกว่ามันเป็นลูกมึงนะ”เหมราชชี้หน้ากะเพรา คนที่ถูกต่อว่านึกโมโห อ้าปากงับและกัดนิ้วที่ชี้หน้าอย่างแรงจนเหมราชดิ้นพล่าน“ไอ้เด็กเวร ไอ้เด็กพ่อไม่สอน...ปล่อยกู!!! ไอ้พล ไอ้เด็กนี่ลูกมึงใช่ไหม”“อื้ม...ไอ้ลูกพ่อไม่สอน ลูกกูเอง”“บอกมันปล่อยกู เจ็บ!!! โอ้ยยยยย”“เพรา ๆ ปล่อยลูกปล่อย พ่อสอนอันนี้พ่อสอน” พลเมืองดึงตัวลูกชายให้ออกห่างจากเหมราช“พ่อชั่ว พ่อไม่สอน”พลเมืองเถียงไม่ได้ซะด้วย เพราะตั้งแ
“ทะเลาะกันเลย อย่าหยุดนะ ใครหยุดแพ้” กะเพราเดินออกมาจากจุดนั้น เหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เป็น ทีแรกก็ลังเลใจ แต่เห็นสภาพตอนนี้แล้วไปอยู่กับคนอื่นคงจะดีกว่า กะเพราตัดสินใจแน่วแน่ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยนั้นให้ได้“ถ้าไม่เรียนก็ต้องเป็นคนดีแบบฟรี ๆ ดิวะ เรื่องไรล่ะ” กว่าจะสอบเข้าได้ไม่ใช่เรื่องง่าย อุตส่าห์อดทนอ่านหนังสือไม่ออกไปขับมอเตอร์ไซค์เล่นกับเพื่อนตั้งหลายเดือน เรื่องอะไรจะยอมให้สูญเปล่า ต่อให้ต้องไปอาศัยอยู่กับเพื่อนพ่อชั่วคราวก็จะไป“ไปกันเถอะ” พลเมืองเดินตามลูกชายออกมา“พ่อกับแม่ทะเลาะกันเสร็จแล้วเหรอ” กะเพราถามแกมประชด ไม่มีใครถูกทั้งหมดในสมการนี้ พ่อและแม่ต่างผิดกันคนละส่วน“หยุดทำไมอะพ่อ แม่โยนแค่ฝาหม้อเอง ยังไม่เผาบ้านเลย”“เห็นแก่แกนั่นแหละ...พ่อยอมเขาหน่อยก็ได้ เดี๋ยวจะเปลี่ยนใจไม่ให้แกไปเรียนอีก ไปอยู่ที่นั่นละดี เดี๋ยวแม่แกผีออกก็หายเอง”“ครับ แต่ผมขอกลับมาเยี่ยมแม่ช่วงวันหยุดนะ”“เออ ตามใจ...ไปกันเถอะ เดี๋ยวแม่แกตามมา”พลเมืองขับรถออกจากบ้านสวนมุ่งหน้าสู่คอนโดใจกลางเมืองของเหมราช การจราจรในเมืองใหญ่ช่วงเย็นค่อนข้างติดขัด กะเพรานึกสงสัยว่าใช้ชีวิตอยู่กันได้
“พี่ทำงานที่นี่เหรอคะ” หญิงสาวรูปร่างหน้าตาจัดว่าสะสวย เอ่ยถามเมื่อเห็นคนที่เธอเพิ่งไปออกเดตด้วยเดินออกจากตึกที่กำลังก่อสร้าง เหมราชอยู่ในชุดที่ต่างออกไปจากทุกวัน เพราะเสื้อดันไปเกี่ยวกับเหล็กจนขาด ทำให้ต้องเปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดธรรมดาก่อนชั่วคราว“ครับ” เหมราชพยักหน้ารับเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับคำตอบของตัวเอง“มีอะไรรึเปล่า” เขาเอ่ยถามหญิงสาวคนที่เพิ่งออกเดตกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน วันนี้เธอผ่านมาแถวไซต์งานของเหมราชจึงอยากจะแวะเข้ามาทักทาย แววตาหญิงสาวเปลี่ยนไป เธอเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงที่กำลังก่อสร้างอยู่อีกครั้ง ตึกนี้ก่อสร้างใหญ่โตมูลค่าคงไม่น้อย แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นหล่อก็จริงแต่กลับไม่ใช่อย่างที่เธอหวังเอาไว้ เธอกลับมามองที่เหมราชอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มแห้งออกมาอย่างฝืน ๆ“นึกว่าทำงานอะไร ที่แท้ก็คนงานก่อสร้าง...เป็นอาชีพที่ดีนะคะ อาชีพสุจริต แต่ขอตัวนะคะ”“หะ?” เหมราชไม่ทันได้โต้แย้ง เจ้าหล่อนรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปจากหน้าไซต์งานของเขา วิศวกรหัวหน้าฝ่ายมองหมวกนิรภัยสีขาวที่ถืออยู่ในมือ นึกขบขันแต่ก็ไม่คิดจะตามไปอธิบายให้เธอได้เข้าใจว่า หมวกสีขาวนี้มีเพียงวิศวกร หัวหน้างาน หรือระดับผู้บริห
“เออ ๆ โตจนมหา’ลัยแล้วคงไม่ต้องมานั่งป้อนข้าวป้อนนมเหมือนเด็กน่าจะไม่มีปัญหา แต่บอกไว้เลยนะ ถ้าดื้อกับกู กูเตะกลิ้งแน่”//เออ ลูกกูเป็นคนดี//“ก็ลองเหมือนไอ้เด็กเวรวันนี้สิ กูจะไล่ให้ไปนอนข้างถนนเลย ถึงจะเป็นลูกมึงก็เถอะ”//ไปเจออะไรมาวะ// พลเมืองนึกสงสัย ว่าเหมราชไปเจอใครมาถึงได้พาลหงุดหงิดมาจนตอนนี้ ทั้งที่โดยนิสัยก็ไม่ใช่คนใจร้อนหรือเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร//เด็กเวร พ่อไม่สั่งไม่สอน//ฮัดชิ่ว!!! พลเมืองขยี้จมูกเบา ๆ//สงสัยกูจะเป็นหวัด คันจมูกแปลก ๆ...ฮัดชิ่ว พูดต่อ ๆ//“มึงคิดดูเถอะ มันนั่งยังไงให้หมากฝรั่งติดตูด โตเป็นควายแล้วไม่รู้จักดู อยู่ ๆ เข้ามาต่อยหน้ากู แม่งยังเจ็บไม่หาย...หาว่ากูเป็นโรคจิตไปจับตูดมัน เด็กเวรพ่อไม่สั่งไม่สอน”ฮัดชิ่ว!!!!//มันไม่มีพ่อรึเปล่า เด็กเหลือขอเกเร...พ่อทิ้ง หรือเด็กมีปัญหารึเปล่า อย่าไปใส่ใจเลย//“เออ ถ้าพ่อมันทิ้งแล้วต้องกลายเป็นปัญหาสังคม...อืม...พ่อมันชั่วว่ะมึงว่าไหม”ฮัดชิ่ว!!!//กูว่ากูไม่ไหวละ ต้องไปกินยาก่อน แล้วเดี๋ยวอาทิตย์หน้าพากะเพราไปหา//“เออ กินยาด้วย...แค่นี้แหละ”ยามเย็นหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าบ้านสวนก็เงียบสงบ ไม่ได้วุ่นวายเหมือนย่า





