~The senior #รุ่นพี่ตัวร้าย~
(เตxวีป)
THAWIP PART
.
.
.
ผมกำลังนั่งจ้องมองผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่บังเอิญมาเจอกับพ่อตอนที่ผมกับท่านกำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าปากซอยอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ คงเป็นเพราะท่าทางของพ่อที่ท่านดูจะนอบน้อมผู้ชายคนนี้เป็นพิเศษ เเละกับท่าทางที่ดูจะกวนตีนแบบนั้น คงกลัวว่าใครจะไม่รู้ว่ามันเป็นตำรวจสินะ เเถมยศมันยังใหญ่กว่าพ่อผมเสียอีก แต่สภาพของมันถ้าพ่อผมไม่ได้แนะนำว่ามันเป็นตำรวจ ผมคงเชื่อตายล่ะ ! .... เเมร่งเอ้ย!
ทรงผมรากไทรที่ยาวประบ่านั่นคืออะไร
เสื้อยืดสีขมุกขมัวกับกางเกงยีนส์ขาดเข่า
หนวดเคราที่รกรุงรัง กับบุหรี่ที่คาบอยู่ในปาก
บอกตามตรงว่ามันเหมือนกุ๊ยข้างถนนมากกว่าที่จะเป็นตำรวจยศพันตรี อมพระมาพูดผมก็ไม่เชื่อ
“เอ้าวีป .... สวัสดีพี่เขาเสียสิ นั่งมองอยู่นั่นเสียมารยาท”
ผมยกมือขึ้นไหว้มันแบบส่งๆไปแบบนั้น แต่มันก็รับไหว้ผม ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เเว่นกันแดดสีชาทำให้ผมคาดเดาไม่ออกว่ามันรู้สึกยังไงเวลาที่ผมแสดงกิริยาท่าทางว่าไม่ชอบหน้ามัน เเต่เวลาที่มันยกยิ้มก็ดูออกจะเป็นมิตรดี
“ผมได้ข่าวมาว่าสารวัตรจะต้องไปประจำที่ภาคใต้หรือครับ”
“ฮ่าๆ ไม่ใช่หรอกครับจ่า ได้ข่าวมาจากไหน ผมก็ยังอยู่แถวๆนี้”
มันพูดไปแมร่งก็ยกแก้วเบียร์ที่พ่อผมรินให้ดื่มไปด้วย สายตามันน่าจะมองมาที่ผมเพราะผมรู้สึกได้ พ่อผมท่านเป็นตำรวจด้วยใจรักครับ ยศจ่าสิบถือว่าไม่ได้น่าเกลียดอะไรแต่ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นแค่นายตำรวจชั้นประทวนท่านก็ตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง คนในหมู่บ้านต่างให้ความเคารพยำเกรงท่านเพราะท่านวางตัวดี เป็นที่พึ่งพิงของคนในหมู่บ้านจัดสรรที่ผมอยู่ได้ บางครั้งผมก็เป็นห่วงท่านเหมือนกันเพราะท่านอยู่กับแม่ผมเเค่สองคน เเต่ตอนนี้มีลูกพี่ลูกน้องของผมมาอยู่ด้วยอีกหนึ่งคน มันเป็นหลานของแม่ อายุน่าจะประมาณสิบหกสิบเจ็ด ผมเห็นว่าท่านน่าจะมีคนมาอยู่เป็นเพื่อน เพราะผมเองก็มาเช่าคอนโดอยู่ ฐานะทางบ้านของผมถือว่าไม่ได้ยากจนเพราะเมื่อตอนที่ผมเรียนประถมเเม่ของผมท่านขายที่ดินแถวภาษีเจริญได้หลายสิบล้าน เป็นที่ดินซึ่งตกทอดมาจากรุ่นคุณตาคุณยาย เเม่ผมท่านเป็นอาจารย์สอนอยู่ในระดับอุดมศึกษา ท่านเป็นลูกคนรวยครับเเต่มาเจอกับพ่อของผมซึ่งสมถะก็เลยอยู่ด้วยกันได้
ตั้งเเต่เล็กจนโตผมถูกอบรมสั่งสอนโดยเเม่ ผมจึงติดนิสัยเจ้าระเบียบมาจากท่าน ส่วนพ่อผมนั้นท่านอยากให้ผมเรียนโรงเรียนนายร้อย อยากให้เป็นตำรวจ เเต่แม่ของผมท่านตามใจ ผมจึงได้มาเรียนวิศวะอย่างทุกวันนี้ แม่บอกว่าถึงไม่เรียนแม่ก็มีเงินเลี้ยงผมไปจนแก่ตาย นึกแล้วก็ตลกกับคำพูดของท่านมาจนทุกวันนี้
“ผมอยากให้ลูกสอบตำรวจ เเต่เจ้าตัวไม่ชอบ.... ผมล่ะเสียดายแทน”
“ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่สิจ่า ถ้าเขาไม่ชอบก็ปล่อยเขา”
“เเล้วถ้ามันจบตรีแล้วอยากสอบเข้าตำรวจจะได้ไหมครับสารวัตร”
พ่อผมก็ยังจะ...... เฮ้อ ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะทำงานด้านรถยนต์มันเป็นสิ่งที่ผมชอบ ที่ผมเรียนมหาวิทยาลัยมีชื่อได้ก็เพราะเเม่ผมส่งเรียน ตอนแรกว่าจะใช้สิทธิข้าราชการของพ่อแต่แม่ผมท่านใจใหญ่ครับ แถมตอนนี้ท่านยังมีโครงการว่าจะไม่ให้ผมใช้รถบิ๊กไบค์เเล้วด้วย ท่านอยากจะซื้อรถยนต์ให้ผมเเต่ผมไม่เอา อาศัยรถพวกไอ้จักรไอ้จอมมันก็เหลือเเหล่
“อืม ก็ได้อยู่นะจ่า เเล้วน้องเรียนคณะอะไรล่ะ”
ผมเงยหน้าขึ้นจากชามก๋วยเตี๋ยวมองหน้ามัน ซึ่งตอนนี้มันได้ถอดเเว่นกันแดดออกไปแล้ว ก็ดี! หัดมีมารยาทบ้างเวลาคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่แมร่งเสือกใส่แว่น ไอ้ควาย ดวงตาสีดำสนิทที่จ้องมองผมเหมือนกับผมไปทำอะไรผิดมาอย่างนั้น
“วิศวะยานยนต์”
ผมตอบมันไปแบบห้วนๆ เวลามันคุยกับพ่อผมซึ่งอายุห่างกับมันตั้งเยอะมันยังไม่เห็นมีหางเสียง ทำไมผมต้องพูดดีกับมัน
“อ่า คงไม่ได้เเล้วล่ะจ่า เพราะว่าถ้าจะสอบเข้าตำรวจชั้นสัญญามันก็ต้องจบวิศวกรรมไฟฟ้า หรือเครื่องกล อิเล็กทรอนิกส์อาจจะไปอยู่กองสารสนเทศได้ หรือถ้าจบนิวเคลียร์ เคมี โยธา ก็อาจจะไปอยู่กองสรรพาวุธได้ เเต่ยานยนต์นี่คงไม่ได้”
แมร่งพูดมาเหมือนมันมีความรู้มากเเต่ผมไม่ได้คิดที่จะเป็นมึงเข้าใจไหมวะ ส่วนพ่อผมก็ไม่ได้ชวนมันคุยเรื่องอื่นคุยเเต่เรื่องของผม
“อืม ผมคงไม่ได้เห็นลูกชายใส่เครื่องแบบกับเขาเเล้วสินะ”
“แหม... ดูท่าว่าจ่าคงอยากจะให้ลูกชายเป็นตำรวจมากเลยนะ”
“ก็คนเป็นพ่อน่ะสารวัตร ก็อยากจะเห็นลูกมันมีหน้าที่การงานที่มั่นคง”
“แหม.... ถ้าลูกของจ่าเป็นผู้หญิงนี่ผมอาจจะขอมาเป็นภรรยาก็ได้นะครับ จ่าจะได้มีลูกเขยเป็นตำรวจสมใจ”
“ฮ่าๆสารวัตรก็พูดไป... ถ้าเจ้าวีปมันเป็นผู้หญิงจริงๆผมยกให้จริงๆนะ อยากได้สารวัตรมาเป็นลูกเขยจะแย่ ฮ่าๆ”
ผมยกแก้วน้ำขึ้นพลางเอาหลอดดูดน้ำในแก้วจนหมดแต่ก็ยังคงดูดต่อไปให้เสียงมันดังเพื่อจะกลบเสียงหัวเราะของพ่อกับไอ้ผู้พันบ้านั่น เเมร่ง การเจอหน้ากันครั้งแรกแมร่งก็เล่นกูซะเเล้ว ลูกเขยพ่องมึงสิ
คร่อก......คร่อก.....
“ดูดอะไรนักหนาเสียงดัง ไม่มีมารยาทอีกแล้ว”
“ช่างเถอะ ผมไม่ถือ”
มันเหลือบตามองผม พอมันเห็นผมมองหน้ามัน มันก็เลิกคิ้วขึ้นสูง สายตาเเมร่งกวนตีน ไม่เคยมีใครทำให้ผมรู้สึกอยากจะเตะยอดหน้าได้เท่ามันเลย ให้ตาย ปกติผมเป็นคนชอบใช้สมองไม่ใช่พวกชอบใช้กำลังเหมือนกับไอ้จักรกับไอ้วิน เเต่เห็นทีคงต้องยกเว้นไอ้ตำรวจบ้าคนนี้ไว้สักคนเสียแล้ว มันยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้งจนหมดแก้ว ส่วนผมก็ลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะกลับคอนโด เพราะวันนี้ผมมีนัด
ครืด.....
เสียงขาเก้าอี้ไม้ที่ครูดกับพื้นทำให้มันเงยหน้าขึ้นมาจากการเทเบียร์ใส่แก้ว สีหน้ามันเรียบเฉยไม่บ่งบอกว่ารู้สึกอะไร เเต่พ่อผมท่านกลับใช้ฝ่ามือมาจับข้อมือผมเอาไว้พลางขมวดคิ้วเข้าหากัน
“จะไปไหน นั่งลง”
“ถ้าไม่มีอะไร ผมจะกลับแล้ว ถ้าพ่อจะคุยต่อก็ตามสบาย”
“เอ๊ะไอ้ลูกคนนี้ จะรีบไปไหน เพื่อนเราคงไม่หนีไปไหนหรอกน่า”
“ไม่ได้หนีเเต่ผมไม่อยากผิดนัดเพื่อน”
“ช่างเถอะจ่า เด็กวัยรุ่นก็แบบนี้ ติดเพื่อน เดี๋ยวโตขึ้นก็หายเอง”
ผมหันขวับมองหน้ามันทันที พลางนึกไปว่ากูโตแล้วไหม อีกอย่างเปิดเทอมหน้านี้กูก็ขึ้นปีสี่แล้ว ผมชักสีหน้าไม่พอใจมันอย่างมาก จนมันวางแก้วเบียร์ลงพร้อมกับยักคิ้วให้ผม เกิดมาผมยังไม่เคยมีใครมาทำหน้าทำตาแบบนี้ใส่ผมเลยสักครั้ง สรุปแล้วผมก็จำเป็นที่จะต้องนั่งลงตามที่พ่อผมสั่ง
“เออจริงสิ ผมได้ยินมาว่าสารวัตรก็มีน้องชายเรียนมหาลัยด้วยไม่ใช่หรือครับ”
“ครับ ตอนนี้เพิ่งจะอยู่ปีหนึ่ง”
“ถึงว่าสิครับ สารวัตรถึงได้เข้าใจชีวิตเด็กวัยรุ่นมัน แล้วเรียนที่ไหนหรือครับ”
“ที่มหาลัยxxx เรียนวิศวะเหมือนลูกจ่า”
ผมก้มหน้าไถโทรศัพท์โดยไม่ได้สนใจสิ่งที่มันคุยจนพ่อของผมต้องเอาศอกมากระแทกใส่ผม ผมจึงต้องเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า
“จริงหรือครับ แหมดีเลย ว่าเเต่ชื่ออะไรหรือครับเผื่อมีอะไรลูกชายผมจะได้ช่วยเหลือได้ ไหนๆก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน”
มันเหลือบตามองผมพร้อมกับวางแก้วเบียร์ ไอ้เหี้ย กูนึกว่ามึงตายอดตายอยากมาจากไหน ถ้าบอกว่ามันมาจากสามจังหวัดชายแดนนี่กูจะเชื่อมาก เพราะสภาพแมร่งโคตรเถื่อน
“ชื่อน่านฟ้าครับ น่านฟ้า กล้าตะวัน”
“แค่ก!.... เเค่ก!”
ผมแทบสำลักน้ำ ไอ้เหี้ย จุดใต้ตำตอฉิบหาย มันเป็นพี่ชายไอ้น่าน แฟนไอ้จักรเพื่อนสนิทผม โคตรบันเทิง
.
.
.
กว่าผมจะหลุดออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยได้ก็เกือบเย็น ดีหน่อยที่เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวรู้จักกับพ่อ ไม่อย่างนั้นเขาคงไล่ตะเพิดพวกเราออกมาตั้งนานแล้ว
ผมล้วงกุญแจรถบิ๊กไบค์คันโปรดที่แม่ลงทุนซื้อให้ มันเป็นรถยี่ห้อ Triumph Bonneville Speedmaster สีดำ ราคาเกือบๆหกแสน ผมชอบการขี่รถชมวิวมากกว่า หลังจากที่ผมเดินไปส่งพ่อที่รถแล้วผมก็ลาท่านกลับทันทีเพราะจากร้านก๋วยเตี๋ยวไปบ้านผมไม่ไกลมาก ขณะที่ผมกำลังจะก้าวขาขึ้นคร่อมบิ้กไบค์คันโปรดสายตาผมก็เหลือบไปเห็นไอ้ผู้พันคนเมื่อครู่มันกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่อย่างสบายใจ แผ่นหลังของมันพิงอยู่กับรถ BMW M5 Pure metal silver ผมชอบรถยนต์ ผมถึงได้เรียนวิศวะยานยนต์ ไม่บอกก็รู้ว่ารถรุ่นนี้มันลิมิเต็ดอิดิชั่น คือโคตรแพง เเล้วคิดดูว่าสภาพกุ๊ยอย่างมันคงไม่เหมาะที่จะขับรถรุ่นนี้ ผมแค่ชำเลืองตามองมันเเล้วเดินผ่าน ถ้าเจ้าของรถตัวจริงเขามาเดี๋ยวมึงคงซวย
“เฮ้ย น้อง”
ผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เเล้วเดินผ่านมันไปแต่เเล้วความรู้สึกว่ามีของร้อนๆมาแตะที่แขนพอผมก้มลงดูก็เห็นเป็นก้นบุหรี่ ไอ้เหี้ยนี่มันโยนก้นบุหรี่ใส่ผม มึงงง
“อะไรวะ มารยาทน่ะมีไหม”
“หึ... กูเรียกมึง ทำไมไม่ตอบ”
ฟังสรรพนามที่มันใช้กับผมแล้ว กูอยากเข้าไปต่อยหน้าแมร่ง กวนตีนทั้งหน้าตาเเละกิริยา
“ก็มึงไม่เอ่ยชื่อกูจะรู้ไหมว่าเรียกใคร”
มันก้าวเดินอาดๆเข้ามาหาผม ตัวมันเวลามายืนประจันหน้ากับผมช่างสูงใหญ่จนแทบจะปิดบังผมจนมิด กลิ่นบุหรี่ที่ติดเสื้อมันลอยมาเข้าจมูก ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบดูดบุหรี่สักเท่าไหร่ เเต่ถ้าได้ไปเที่ยวผับก็จะดูดบ้างแต่กลิ่นบุหรี่ยี่ห้อนี้ผมไม่ค่อยชิน มันฉุน
“เรียกกูซะใหม่ก่อนที่มึงจะไม่มีโอกาสได้เรียก”
ท่าทางคุกคามกับฝ่ามือที่ล้วงเข้าไปใต้ชายเสื้อเพื่อโชว์ด้ามโลหะที่สะท้อนกับแสงแดด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันพกปืน ก็มันเป็นตำรวจ
“จะขู่...?”
“เปล๊า แค่ไม่ค่อยชอบเด็กปีนเกลียว”
มันโถมกายเข้ามาใหม่จนผมแทบหงายหลังลงบนเบาะบิ้กไบค์ของผม ปลายนิ้วมืออีกข้างยกขึ้นถูไปมาอยู่ตรงแถวปลายคางของมัน ถ้าน้องไทรอัมพ์กูมีรอยถลอกมึงได้เจอดีแน่
“ขยับออกไปสิวะ มึงต้องการอะไร”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ชอบเด็กปีนเกลียว”
“เออ มีอะไรสารวัตรเต”
ผมจำเป็นที่จะต้องเรียกมันเสียใหม่เพื่อความปลอดภัยของน้องไทรอัมพ์บิ้กไบค์คันโปรดของผม
“เรียกใหม่อีกที”
“จิ๊.... สารวัตรเตโช”
มันเอามือออกจากชายเสื้ออีกมือเปลี่ยนจากลูบหนวดเคราใต้คางมันมาเป็นวางลงบนศีรษะของผมพลางเขย่าเบาๆ เเล้วมันก็เดินจากไป ไอ้กรวย กูเพื่อนเล่นมึงหรือไงวะ
มันเเค่มาดักรอผมเพื่อให้ผมเรียกมันว่าสารวัตรเต เเค่นั้น หลังจากนั้นร่างสูงใหญ่อย่างกับยักษ์แมร่งก็เดินไปยังรถ BMW คันหรูที่มันยืนพิงเมื่อครู่ เสียงปลดล็อคของรีโมททำให้ผมตาสว่างขึ้นมาทันทีว่ารถคันนั้นเป็นของมัน คงไม่มีใครบ้าให้มันยืมรถราคาคันละหลายล้านเพื่อมาขับเล่นชิวๆ ไอ้ผู้พันจอมวางมาดก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ เเละก่อนที่มันจะเหยียบคันเร่งออกไป มันยังลดกระจกลงพลางยกมือบ๊ายบายผมอีกต่างหาก โอพระเจ้า วันนี้แมร่งเป็นวันอะไรของกูวะ
.
.
.
สนามเเข่งรถ
“ไอ้วีป วันนี้มึงเป็นอะไรวะ”
“ทำไม”
“ก็แมร่งทำหน้าเหมือนมึงขี้ไม่ออก”
“สัสจอม เออ ยิ่งกว่าขี้ไม่ออกอีก”
“ห๊ะ!... มึงโดนน้องริชถามหาหรือวะ กูบอกแล้วให้กินผักเยอะๆ”
ผมยกฝ่าเท้าขึ้นมาเตรียมที่จะถีบมันแต่พอดีมันกระโดดหลบได้เสียก่อน ผมเอาบิ้กไบค์จอดไว้ที่คอนโดเเล้วนั่งรถไอ้จักรมายังสนามแข่ง ตลอดทางมีแต่ใบหน้าของไอ้ผู้พันกวนตีนนั่นลอยมาให้เห็นจนถึงชลบุรี คนห่าเหวอะไรมันจะเกลียดขี้หน้ากันได้ตั้งแต่เเรกเจอ เเต่คงไม่ใช่แค่นั้น คงเพราะกิริยาที่มันวางท่าคุยกับพ่อผม ไหนจะเรื่องที่พ่อสรรเสริญเยินยอมันต่อหน้าลูกชาย ไหนจะเรื่องที่มันบอกว่ามันอยากเป็นลูกเขย โอ้ย! คิดแล้วแมร่งก็คันตีนยิบๆ
“ไอ้วีป ตกลงมึงเป็นอะไร ตั้งเเต่กรุงเทพมาถึงชลกูเห็นมึงเสยผมเป็นร้อยรอบ เหาแดกหัวมึงหรือไงวะ”
“หยาบคายมากไอ้จักร กูยังไม่ได้ไปนอนกับใคร เหาที่ไหนจะติดหัวกูมา”
“เเล้วบอกได้หรือยัง ว่ามึงเป็นอะไร”
“พี่เมียมึง”
“หืม .... มึงว่าอะไรนะ”
“พี่ชายไอ้น่าน แฟนมึง”
“เฮียเต .... ทำไมวะ”
“กูเจอมัน เเล้วกูก็ไม่ชอบหน้ามัน”
“เจอกันได้ไงวะ ที่ไหน ปกติเฮียมันหาตัวยากจะตาย “
“เจอหน้าปากซอยบ้านกู พ่อกูรู้จักมัน”
ไอ้จักรพยักหน้าเชิงเข้าใจ คงเพราะมันเคลียร์กับไอ้ผู้พันบ้านั่นเเล้ว มันถึงได้ไม่รู้สึกตกใจอะไร แต่กูเนี่ย แมร่ง
“ตกลงมึงไปกวนโมโหอะไรเฮียมัน”
“มึงต้องถามว่ามันมากวนอะไรกูมากกว่าไหมไอ้จักร”
“โอ้โห ! กูชักอยากจะเห็นหน้าพี่ชายไอ้น่านเสียแล้วสิวะ”
ไอ้วินเเมร่งเอ่ยขึ้นมากลางวง ผมเอนหลังกระแทกเข้ากับโซฟาอย่างหมดอารมณ์ ส่วนไอ้จักรมันก็ได้เเต่ยกยิ้ม สรุปแล้วผมคงจะหนีจากมันไม่พ้น เพราะมันดันเสือกเป็นพี่ชายของแฟนเพื่อนสนิทของผม อย่างไรเสียก็ต้องมีวันที่ไอ้สารวัตรบ้านั่นกับผมจะต้องโคจรมาเจอกันอีกครั้งอย่างแน่นอน แมร่งเอ้ย!
---------------------