LOGIN“คุณต้องจัดการให้ผกานะคะ”
ผกาโทร. ไปบอกสามีถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในร้านกาแฟวันนี้เพราะมันทำให้เธอเสียเวลาและเสียเงินเป็นอย่างมาก ไหนจะต้องซื้อโปรแกรมขายหน้าร้านใหม่
เนื่องจากพุดพิชชาแกะเอาฮาร์ดดิสก์ออกไปด้วย อีกทั้งข้อมูลการซื้อขาย รายการสั่งสินค้าที่จำเป็นทั้งหมดก็อยู่ในนั้น
“แล้วลองโทร. ถามหรือยัง”
“ถ้าโทร. ได้ผกาจะมารบกวนคุณเหรอคะ อีกอย่างผกาว่าหนูพุดของคุณคงจะหนีไปแล้วแน่ๆเพราะผกาให้หนูลิลลี่ไปดูในห้องเหมือนเธอจะขนเสื้อผ้าออกไปจากบ้านแล้ว”
“อะไรนะ”
ปรีชาตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น แม้เธอกับลูกสาวจะไม่สนิทสนมกันมาก แต่เขาก็ยังเป็นห่วงว่าเธอจะไปอยู่ที่ไหน
“ผกาว่าไม่ยังไม่ต้องตามหรอกค่ะเดี๋ยวพอไปไม่รอดก็คงกลับมาเองลูกสาวคุณน่ะ วันๆ อยู่แต่ร้านกาแฟกับทำขนมคงหนีไปไหนได้ไม่ไกลหรอกค่ะอย่ากังวลเลย เดี๋ยวผกาจะให้พรรคพวกที่เป็นตำรวจช่วยตามหาอีกทีนะคะ”
“ขอบใจมากนะ ผมฝากเรื่องนี้ด้วย ผมเองก็งานยุ่งเหลือเกิน”
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ผกาจะช่วยตามเองค่ะ”
บรรยากาศยามเช้าที่บ้านของปราณติญาทำให้พุดพิชชาตื่นนอนแต่เช้าก่อนเจ้าของบ้าน เธออาบน้ำแต่งตัว จากนั้นก็ไปยังห้องครัวเล็กที่อยู่หลังบ้าน
หญิงสาวต้มน้ำร้อนเพื่อเตรียมชงกาแฟสำหรับเพื่อนและของตัวเอง
“ฉันกินกาแฟที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าแกชงเลยนะพุด นี่ใช่กาแฟที่บ้านฉันหรือเปล่า”
เจ้าของบ้านถามอย่างไม่แน่ใจเพราะจำได้ว่าเมื่อวานเธอทั้งสองคนไม่ได้ซื้อกาแฟเลยสักคน
“ก็กาแฟที่มีอยู่นั่นแหละ แต่จะชงให้อร่อยก็ต้องพิถีพิถันนิดหน่อย ไม่ใช่ว่าแค่เทกาแฟใส่แก้วแล้วกดน้ำร้อนตามอย่างที่คนอื่นชอบทำกันมันต้องทำแก้วให้อุ่นก่อนแล้วค่อยเทกาแฟกับน้ำร้อนตามลงไป
“อือ” หอมดีเนาะ ปราณติญาสูดกลิ่นกาแฟดำ ก่อนจะค่อยๆ จิบอย่างใจเย็น
“ป่าน แน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะให้ฉันมาอยู่ด้วย”
พุดพิชชาถามเพื่อนเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เธอต้องการความชัดเจนสำหรับการวางแผนในการดำเนินชีวิต
“แน่ใจสิพุด แกเองก็รู้ว่าฉันก็ไม่ใคร มีแกมาอยู่ด้วย ฉันก็ดีใจ”
“แกไม่มีเพื่อนที่นี่เลยเหรอ”
“ไม่มีเลย นอกจากเพื่อนๆ ครูที่โรงเรียน เพื่อนส่วนใหญ่ก็อยู่กรุงเทพฯ กันหมด
ฉันโตและเรียนที่นั่น ไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องมาอยู่ที่นี่คนเดียว”
ปราณติญาโตและเรียนที่กรุงเทพฯ พอเรียนจบก็สอบเข้าทำงานและได้มาบรรจุเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองนัก เธอคิดว่าจะสอนอยู่ที่นี่จนครบกำหนดที่จะย้ายได้ก็จะขอย้ายเข้าไปสอนที่กรุงเทพฯ เพราะครอบครัวอยู่ที่นั่นแต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดคิดเมื่อพ่อแม่และน้องชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ปราณติญาจึงตัดสินใจขายบ้านที่กรุงเทพฯ และมาซื้อบ้านอยู่ที่นี่ ครั้งนั้นพุดพิชชาก็คอยให้กำลังใจเพื่อนและมาอยู่กับเธอที่นี่เกือบหนึ่งเดือนเต็ม
“เหงาใช่ไหม” คำถามสั้นๆ แต่คนฟังนั้นน้ำตาซึม ปราณติญาเดินเข้ามากอดคนถามแล้วร้องไห้ จนคนถามทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าจะทำให้เพื่อนร้องไห้ กว่าหญิงสาวเจ้าของบ้านจะหยุดร้องเสื้อของพุดพิชชาก็ชุ่มไปด้วยน้ำตา
“พุด แกมาอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยได้ไหม” เสียงสะอื้นถามมา
“ฉันเองก็ไม่เหลือใครแล้วเหมือนกัน ฉันถึงมาหาแกที่นี่” แล้วเธอก็ร้องไห้ตามเพื่อนไปอีกคน
ความรักความผูกพันของทั้งสองคนนั้นเริ่มตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ทั้งสองเจอกันที่ห้องสมุดด้วยความเป็นคนช่างพูดพอได้เริ่มคุยกันครั้งหนึ่งก็ทำให้ครั้งต่อมาทั้งสองคบหาเป็นเพื่อนกันมาจนถึงทุกวันนี้ แม้จะเรียนต่างคณะกันและแยกย้ายกันไปตั้งแต่เรียนจบแต่ก็ยังติดต่อกันเสมอ นับเวลาถึงตอนนี้ทั้งสองก็รู้จักกันมาเกือบ 7 ปีแล้ว
ปราณติญารับอาสาเป็นคนขับรถในวันนี้เพราะเธอชำนาญเส้นทางมากกว่าและอยากให้เพื่อนได้ศึกษาเส้นทางรวมถึงสำรวจสองข้างทางได้อย่างเต็มที่ ก่อนที่จะพากันมานั่งทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านแห่งหนึ่ง
“ร้านกาแฟที่นี่เยอะมาก”
พุดพิชชาพูดก่อนที่จะใช้ตะเกียบคีบลูกชิ้นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
“ฉันก็ไม่เคยสังเกตมาก่อนว่ามันเยอะขนาดนี้แล้วแกคิดว่าจะเอายังไง ลุยต่อไหม”
“ฉันว่าจะลองวนดูรอบๆ อีกสักวันสองวันเพราะวันนี้วันอาทิตย์คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะออกจากบ้านกัน คงต้องลองมาดูช่วงเที่ยงๆ ของวันทำงานว่ามีคนเข้าร้านกาแฟเยอะไหม บางทีฉันต้องลองไปนั่งหลายๆ ร้านหน่อย”
รัญภาคย์ไม่ได้หัวเราะอย่างที่บอกกับขวัญพิชชาแต่เขาน้ำตาซึมเมื่อเห็นรูปของขวัญพิชชาตั้งแต่วันแรกที่เธอท้อง หญิงสาวถ่ายรูปไว้ทุกๆ วัน ในเดือนแรกๆ เขาแทบมองไม่ออกเลยว่าเธอกำลังท้องและรูปแรกก็เป็นรูปที่เธอถ่ายจากในห้องนอนที่บ้านหลังเล็กของเขา แต่พอภาพท้ายๆ ก็เป็นภาพที่มีทิวทัศน์มากขึ้นเบื้องหลังมักเป็นภูเขา เขาเดาว่าคงจะเป็นบ้านของรชตพัฒน์ เขาไม่รู้เลยว่าจะขอบคุณรชตพัฒน์และพาขวัญยังไงถึงจะเพียงพอกับที่ทั้งสองคนนั้นช่วยเหลือภรรยาของเขา“ขอบคุณนะครับที่ยังเก็บรูปไว้ให้พี่ดู”“ตอนแรกก็คิดว่าเอาไว้ดูคนเดียวค่ะ แต่พี่รัญทำตัวน่ารักกับขวัญและลูกมาตลอด ขวัญเลยคิดว่าพี่รัญควรได้ดูรูปพวกนี้”“ขวัญถ่ายเองเหรอครับ”“แรกๆ ขวัญก็ถ่ายเองค่ะ แต่ภาพหลังๆ พี่ภีมถ่ายให้เพราะพี่ภีมบอกว่าอยากให้ภาพดูสดใส”“ขวัญโชคดีที่ได้เจอคุณภีม”“ค่ะ ขวัญก็คิดอย่างนั้นค่ะ พี่ภีมและพี่พาทำให้ขวัญผ่านช่วงนั้นมาได้”“ครับ พี่เองก็เป็นหนี้บุญคุณสองคนนั้น”“ขวัญดีใจที่พี่ไม่ได้คิดว่าขวัญกับพี่ภีมมีอะไรเกินเลยมากกว่าพี่สาวน้องสาว”“ก็ตอนนั้นพี่ไม่รู้นี่ครับ ตอนนี้รู้แล้วเลยคิดว่ารอหนูชมพู่โตจะให้หนูชมพู่มาเป็นลูกสะใภ้” เขาบอกที
“นี่ค่ะ ภาพก่อนหน้าที่ฉันพูดถึง ฉันไม่ได้มีแต่ภาพนะคะ ยังมีเป็นไฟล์วีดีโอด้วยนะคะถ้าใครอยากดูก็ได้ค่ะ” ขวัญพิชชาส่งภาพหลายๆ ภาพที่เธอเอามาจากกล้องวงจรปิดให้กับพนักงานคนอื่นๆ ดูเป็นภาพที่ธัญชนกกับลลิตากำลังช่วยกันถอดเสื้อของรัญภาคย์และภาพที่ธัญชนกนอนลงไปข้างๆ ชายหนุ่ม พอเห็นภาพที่เธอยื่นให้แล้วทุกคนก็หันมาสนใจภาพจากโทรศัพท์มือถือของขวัญพิชชาและส่งให้กันดูจนครบ พอทุกคนได้ดูภาพกันจนครบก็เข้ามาขอโทษรัญภาคย์ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคนที่เขากลัวว่าจะโกรธคือขวัญพิชชาคนเดียวเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกแล้ว“คุณมินนี่จะดูด้วยไหมคะ รู้สึกว่าจะมีลิลลี่เพื่อนของคุณอีกคนอยู่ในนั้นนะคะ”ธัญชนกรู้สึกหน้าชาเพราะเธอไม่คิดว่าหลักฐานทั้งหมดนั้นจะออกมาในรูปแบบนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนหญิงสาวหยิบกระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกไหจากบริษัททันที“หวังว่าทุกคนคงเข้าใจตรงกันแล้วนะคะว่าเรื่องทุกอย่างเป็นแบบไหน” ขวัญพิชชาบอกกับพนักงานจากนั้นเธอก็เดินตามรัญภาคย์เข้าห้องทำงานของเขา“พี่ไม่คิดเลยว่าขวัญจะรอบคอบและมีสติขนาดนี้”“ก็เพราะว่าตอนนี้ขวัญไม่ใช่คนเดิมแล้วนี่คะ วันเวลาที่ผ่านมาสอน
มินิคูเปอร์สีเหลืองคาดดำแล่นด้วยความเร็วสูงไปบนถนนมิตรภาพ หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมีใบหน้าเครียด จุดหมายปลายทางครั้งนี้อยู่ที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งในตัวเมือง ที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอต้องขับรถออกมาจากบ้านครั้งนี้เธอไม่ได้หนีปัญหาอย่างเคย แต่เธอกำลังมาหาข้อเท็จจริงแล้วจะกลับไปจัดการเรื่องทุกอย่าง ถ้าเรื่องที่เธอได้รับรู้ก่อนมาที่นี่เป็นเรื่องจริงเธอก็จะไม่หนี แต่เธอจะคุยกับเขาด้วยเหตุผลเพราะเธอไม่ใช้ตัวคนเดียว เธอมีลูกชายที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับแรกเธอแวะที่ร้านจำหน่ายกล้องวงจรปิดจากนั้นก็ให้ช่างจากร้านตามเธอไปที่คอนโดฯ แล้วดึงภาพของคืนที่รัญภาคย์มานอนที่คอนโดฯ ใส่เฟลชไดร์ฟให้เธอ ขวัญพิชชาจ่ายเงินค่าเสียเวลาให้กับช่างแล้วเธอก็เอาโน้ตบุ๊กที่อยู่ในรถขึ้นมานั่งดูภาพทั้งหมดไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ที่รัญภาคย์กลับเข้ามาที่คอนโดฯ ในคืนที่เขาบอกว่าทานยาแล้วรีบนอนเธอนั่งมองภาพไปเรื่อยๆ ในใจก็ภาวนาว่าขออย่าให้เธอได้เห็นภาพอะไรแบบที่ธัญชนกบอกกับเธอเลย หญิงสาวเห็นรัญภาคย์เดินเข้ามาในห้องในมือกำลังถือโทรศัพท์เธอมองเวลาที่ปรากกอยู่บนจอภาพแล้วคิดว่าตอนนั้นเขาคงกำลังคุยกับเธอ จากนั้นก็เป็นภ
พอพาต้นน้ำเข้านอนแล้วขวัญพิชชาก็มาจัดกระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับตัวเองและลูกชายเพื่อพรุ่งนี้จะได้พากันออกเดินทางแต่เช้า จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความที่รัญภาคย์ส่งมาเธอก็รู้สึกเป็นห่วงเพราะเขาอยู่คนเดียวแล้วเธอก็ไม่รู้ว่ายาที่ธัญชนกซื้อมาให้นั้นเป็นยาอะไรทำไมสามีเธอถึงได้บอกว่าง่วง เธอรู้สึกเป็นห่วงเขาจนนอนไม่หลับครั้นจะโทรศัพท์ไปหาก็คิดว่าเขาคงหลับไปแล้ว ขวัญพิชชาได้แต่ภาวนาให้เขาไม่เป็นอะไรมาก เธอเปิดลิ้นชักเตรียมกุญแจตามที่เขาบอกแล้วก็พบใบเสร็จค่ากล้องวงจรปิดของคอนโดฯ ขวัญพิชชายิ้มกว้างอย่างโล่งใจเพราะเธอจะได้เห็นว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดที่คอนโดฯ แล้วเธอก็เห็นว่าตอนนี้ชายหนุ่มหลับไปแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ปิดไฟ ‘คงจะเหนื่อยมากจริงๆ’ เธอคิดในใจรุ่งเช้าขวัญพิชชาก็ขับรถพาต้นน้ำไปหารัญภาคย์ที่คอนโดฯ ตามที่ได้นัดกันไว้ พอไปถึงก็ตรงขึ้นไปบนห้องของเขา เธอไขกุญแจเข้าไปทันทีเพราะเห็นจากกล้องวงจรปิดแล้วว่าเขายังนอนอยู่ที่เดิม“พ่อคร้าบ ต้นน้ำมาแล้ว” เด็กชายกฤษฎิ์หิรัญกระโดดขึ้นไปบนเตียงที่รัญภาคย์นอนอยู่รัญภาคย์ได้ยินเสียงเหมือ
เสียงออกดังที่หน้าประตูจากนั้นไม่นานก็มีเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน ขวัญพิชชาในชุดอยู่บ้านมีผ้ากันเปื้อนสวมทับสภาพดูไม่ต่างจากแม่ครัวเท่าไหร่นัก เธอเดินออกมาดูด้วยตัวเองเนื่องจากวันนี้ต้นน้ำออกไปข้างนอกกับลดาและพาอ้อมใจไปด้วย“สวัสดีค่ะ คุณมินนี่หรือเปล่าค่ะ” แม้จะยังไม่เคยเจอกับผู้ช่วยของรัญภาคย์แต่ก็พอจะเดาออก“ใช่ค่ะ มินนี่เอาเอาเอกสารมาคุณรัญ” หญิงสาวพยายามมองเข้าไปในบ้านเพื่อนหวังจะเห็นหน้าเจ้านายหนุ่ม“คุณรัญบอกให้ฝากไว้ที่ฉันก่อนก็ได้ เพราะคุณรัญกำลังออกกำลังกายอยู่ค่ะ”หญิงสาวรูปร่างสูงโปรงแต่งหน้าแต่งตัวทันสมัยยื่นแฟ้มเอกสารให้เธอแล้วก็ขอตัวกลับโดยไม่มีแม้แต่คำขอบคุณ แต่ขวัญพิชชาก็ไม่ใส่ใจเพราะเธอกับผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ร่วมงานกันอยู่แล้ว ผู้ช่วยสาวขับรถออกจากบ้านของเจ้านายที่เป็นพี่ชายของเพื่อนแล้วก็นึกเสียดายที่มารู้จักเขาช้าไป พี่ชายของเพื่อนคนนี้นอกจากจะฐานะดีอย่างที่ผู้หญิงหลายคนชอบแล้วยังจะหน้าตาดี หุ่นดีจนเธอนึกอยากจะมีเขาเป็นแฟนขึ้นมาทันที ธัญชนกแวะร้านกาแฟก่อนถึงบริษัท เพราะถ้าเข้าไปตอนนี้ก็ใกล้เวลาพักกลางวันพอดี เธอไม่ค่อยมีเพื่อนในที่ทำงานเพราะพึ่งจะมาทำงานที่นี่ได้ไม่
แม้จะมีงานที่ร้านกาแฟเพิ่มเข้ามาอีกแต่ขวัญพิชชาก็ยังทำหน้าที่อื่นๆ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เธอจะตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารให้กับทุกคนเช่นเดิม จากนั้นก็ใช้เวลาอยู่กับต้นน้ำจนกระทั่งเด็กชายนอนหลับในตอนบ่ายเธอก็จะเข้าไปที่ร้านกาแฟเพียง 2 ชั่วโมงแล้วก็ไปช่วยรัญภาคย์ทำงานต่อ เธอมีความสุขที่ได้ทำงานทุกอย่างและไม่เคยเหนื่อยเลยสักนิดเช้านี้เธอก็ตื่นมาทำอาหารเช้าสำหรับลดา รัญภาคย์และยังมีอาหารของต้นน้ำที่เธอจะเป็นคนทำเองทุกขั้นตอน เพราะเธออยากให้ลูกชายได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ละถูกหลักอนามัยที่สุด“ต้นน้ำหิวหรือยังครับลูก” เธอถามเด็กชายกฤษฎิ์หิรัญด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะน่าฟัง “ยังไม่หิวเลยครับแม่ขวัญ ต้นน้ำอยากรอพ่อก่อนครับ”“ย่าว่าถ้าหิวต้นน้ำก็ทานก่อนเลยก็ได้นะลูก เดี๋ยวสักพักพ่อก็คงลงมา” ลดาไม่อยากให้หล่นชายหิ้วท้องรอ แม้ว่าตัวเองจะรู้สึกแปลกใจที่วันนี้ลูกชายลงมาทานอาหารช้ากว่าปกติก็ตาม “คุณแม่กับต้นน้ำทานพร้อมกันเลยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวขวัญขึ้นไปดูพี่รัญเองว่าทำไมวันนี้ถึงลงมาช้า”ขวัญพิชชาเปิดประตูห้องนอนเข้าไปก็เห็นที่นอนว่างเปล่า เธอคิดว่าตอนนี้เขาคงกำลังอาบน้ำแต่เสียงที่เธอได้ยินทำให้เธอต้องร
ปราณติญาขับรถออกไปทำงาน เพียงไม่นานพุดพิชชาก็ขับรถตามไปหญิงสาวไปเพื่อไปซื้อของมาเพิ่มเพราะคิดว่าที่มีอยู่อาจจะไม่พอกับจำนวนครูที่ปราณติญาแจ้ง เธอเลือกซื้อขนมจีนที่จัดใส่ตะกร้าพลาสติกใบเล็กๆไว้หลายตะกร้าเพราะคิดว่าดีกว่าซื้อตะกร้าใหญ่แค่ตะกร้าเดียว เพราะจะได้สะดวกในการแบ่งกันทาน จากนั้นหญิงสาวก็ไปซื
“คงอยู่อีกสัก 2 วันครับ ให้บ้านเรียบร้อยแล้วจะเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัท จากนั้นก็คงกลับมาอยู่กับแม่ได้ยาวเลย ผมว่าจะลองดูแถวๆ ในเมืองสักหน่อยว่ามีทำเลพอจะเปิดสาขาที่นี่อีกไหม เพราะลูกค้าที่เช่าและซื้ออุปกรณ์กับผมบอกว่าจังหวัดนี้ยังไม่ค่อยมีฟิตเนสฯ ผมว่าจะลองบุกเบิกดู เผื่อไปได้ดี จะได้อยู่กับแม่ท
“ฉันก็ว่าดีนะ เพราะตอนนี้กระแสชาไขมุกเริ่มมาอีกแล้ว”“แล้ว แกคิดว่าจะซื้อแฟรนไชส์เจ้าไหนดีล่ะ เอาที่ดังๆ หน่อยนะ”“ยิ่งดังก็คงจะยิ่งแพงน่ะสิ ฉันว่าฉันจะทำเองดีกว่า ฉันเคยช่วยแม่ทำอยู่ แล้วฉันก็มีสูตรเครื่องดื่มอยู่เยอะเลย คงเอามาประยุกต์เข้ากันได้”“ก็ดีนะ ไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์ แต่คงต้องหาวิธีที่จ
“นั่งน่ะนั่งได้นะ แต่แกคงไม่บ้าชิมทุกร้านนะพุด” ปราณติญารีบบอกเพราะกลัวว่าเพื่อนจะกินกาแฟเยอะเกิน“อือ ขืนฉันไปชิมทุกร้านมีหวังได้ตาแข็งไม่ต้องหลับกันพอดี” แล้วเธอก็หัวเราะไปกับคำพูดของตัวเองพอทานก๋วยเตี๋ยวกันเสร็จปราณติญาก็พาเพื่อนขับรถไปเรื่อยๆ“ทำไมแถวนี้เด็กเยอะจัง” พุดพิชชาถามขึ้น “อ๋อ แถวนี







