เข้าสู่ระบบ“คงอยู่อีกสัก 2 วันครับ ให้บ้านเรียบร้อยแล้วจะเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัท จากนั้นก็คงกลับมาอยู่กับแม่ได้ยาวเลย ผมว่าจะลองดูแถวๆ ในเมืองสักหน่อยว่ามีทำเลพอจะเปิดสาขาที่นี่อีกไหม เพราะลูกค้าที่เช่าและซื้ออุปกรณ์กับผมบอกว่าจังหวัดนี้ยังไม่ค่อยมีฟิตเนสฯ ผมว่าจะลองบุกเบิกดู เผื่อไปได้ดี จะได้อยู่กับแม่ทีนี่ตลอด”
“แล้วจะเอาตึกของเราเองไหม แม่จะได้คุยกับผู้เช่าให้”
“ไม่เป็นไรครับแม่ ไม่อยากให้ใครลำบาก”
รัญภาคย์คิดว่าถ้าต้องให้คนอื่นย้ายออกเพื่อให้ตัวเองได้เปิดธุรกิจของตัวเองก็คงดูไม่เป็นมืออาชีพสักเท่าไหร่
พุดพิชชาวุ่นวายกับการหาทำเลเปิดร้านเกือบทั้งสัปดาห์เพราะเธออยากได้ร้านที่มีพื้นทีให้เธอได้ทำครัวด้านในด้วย เพราะจะได้สะดวกในการเตรียมของและเผื่ออนาคตเธออยากทำอะไรเพิ่มจะได้ไม่คับแคบมากนัก แม้ตอนนี้จะยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรแต่ก็ยังดีกว่าเช่าร้านแล้วขายได้เพียงอย่างเดียว แต่พอทราบราคาเช่าแล้วหญิงสาวก็ต้องขอคิดดูอีกทีเพราะราคาค่าเช่าของร้านที่มีความลึกด้านในนั้นแตกต่างจากราคาห้องเดียวเกือบเท่าตัวทั้งๆ ที่หน้าร้านกว้างเท่ากัน ระหว่างที่กำลังเดินดูไปเรื่อยๆ นั้นเธอก็เจอประกาศเซ้งร้าน เธอเข้าไปสอบถามก็ทราบว่าเจ้าของจะย้ายตามสามีไปจังหวัดอื่น พุดพิชชาดีใจเพราะทำเลค่อนข้างดีกว่าร้านแรกที่เธอเห็นวันก่อน เดิมทีร้านนี้เป็นร้านขายไอศกรีมและวาฟเฟิลฮ่องกง พี่กุ้งเจ้าของร้านเดิมบอกว่าเธอจะเอาแค่เตาทำวาฟเฟิลฮ่องกงไปด้วยเท่านั้นส่วนอย่างอื่นก็จะเซ้งให้เธอทั้งหมด
“ถ้าน้องรับตู้นี้ไว้พี่จะลดค่าเซ้งให้นิดหน่อยดีไหมคะ แล้วก็ตู้แช่นี้ด้วย เพราะพี่ขนย้ายลำบาก”
พี่กุ้งชี้ไปที่ตู้แช่เย็นขนาดสองประตูใหม่เอี่ยมที่เธอพึ่งซื้อมาและตู้แช่แข็งฝากระจกซึ่งดูแล้วก็น่าจะซื้อมาได้ไม่นานนัก หญิงสาวไม่ตอบเพราะเธอรู้แล้วว่าตอนนี้อำนาจการต่อรองอยู่ที่เธอ สิ่งที่เธอจะได้จากการเซ้งร้านตามที่เจ้าของร้านแจ้งกับเธอคือ เค้าเตอร์หน้าร้าน เก้าอี้ไม้ 6 ตัวกับโต๊ะ 2 ตัว ซิงค์ล้างจาน ชั้นวางของ พัดลมบนเพดานอีกหนึ่งตัว ขนาดของร้านก็ไม่ได้แคบมากเพราะลูกค้าที่ซื้อชานมไข่มุกนั้นส่วนใหญ่จะไม่นั่งทานกันอยู่แล้วส่วนใหญ่ก็จะนั่งรอที่หน้าร้าน ถ้าเธอตกลงเลือกร้านนี้เธอจะตกแต่งอีกแค่นิดหน่อย ตรงป้ายชื่อและเค้าเตอร์ เมื่อเทียบกับอีกร้านที่มีหลังร้านยาวเป็นส่วนครัวแล้วถือว่าร้านนี้ไม่ต้องปรับปรุงมากและค้าเช่าก็ถูกเกือบครึ่ง
“ลดอีกนิดได้ไหมคะ พอดีพุดเองก็พึงจะมาทำร้าน เงินทุนยังไม่มาก ถ้าเกินงบประมาณที่ตั้งไว้พุดก็คงต้องลองไปดูที่อื่น” หญิงสาวพยายามพูดให้เจ้าของร้านเดิมเห็นใจ
“น้องมีงบเท่าไหร่ละคะ แล้วถ้าพี่ลดให้ น้องจะจ่ายเลยไหม พี่ต้องรีบย้ายเสียด้วยสิ แบบคนก่อนไม่เอานะ มาดูแล้วพอตกลงจะเซ้ง แต่ให้พี่รอผ่อนค่าเซ้งอีก พี่ไม่มีเวลาเยอะขนาดนั้น”
“ก็มีงบแค่สี่หมื่นเองค่ะพี่ พุดต้องเหลือเงินไว้ซื้ออุปกรณ์เพิ่มด้วย” เธอรีบบอก จากเดิมที่แม่ค้าตั้งราคาไว้ถึงห้าหมื่นบาท แต่เธอดูแล้วว่าตู้แช่สองประตูขนาดยี่สิบกว่าคิวนั้น ราคามือหนึ่งอยู่ที่สองหมื่นเกือบสามหมื่นบาท ส่วนตู้แช่ก็ราคาหมื่นนิดๆ ถ้าจะขายเป็นมือสองก็คงจะได้ราคาต่ำกว่านี้แน่ๆ ดูแล้วเจ้าของจะรีบอยู่ไม่น้อย การเซ้งร้านราคานี้ถือว่าถูกมาก พุดพิชชาคิดว่าพี่กุ้งคงอยากได้แค่ค่าตู้แช่คืนมากกว่า เธอคงไม่อยากขนย้ายสักเท่าไหร่เพราะดูแล้วน่าจะขนย้ายยากมาก ส่วนพวกโต๊ะ เก้าอี้เธอไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่เพราะหาซื้อเพิ่มเติมได้
“ถ้าพี่ลดให้น้องราคานี้แล้วพี่จะเหลืออะไรล่ะคะ” พี่กุ้งพยายามที่จะไม่ลดราคาลงมาตามที่เธอขอ
“พุดมีเท่านี้จริงๆ ค่ะ แต่ถ้าพี่ไม่ไหวจริงๆ พุดก็ไม่ว่าอะไรนะคะ พุดยังพอมีเวลาดูที่อื่น” เธอเน้นว่าเธอมีเวลาเพราะรู้ดีว่าอีกคนที่กำลังคุยด้วยนั้นไม่มีเวลามากอย่างเธอ
“อะ พี่ตัดใจเลยนะคะ เพราะพี่ต้องรีบย้ายจริงๆ” เจ้าของร้านตอบหลังจากที่นิ่งเงียบไปพักใหญ่
“แล้วสัญญาเช่าล่ะคะ พี่ต้องเปลี่ยนชื่อในสัญญาเช่าให้ด้วยนะคะ” พุดพิชชารอบคอบเสมอเรื่องสัญญาเช่าเพราะที่ร้านเดิมเธอก็เป็นคนจัดการเรื่องนี้เองหลังจากที่มารดาเสียชีวิต
“พี่รู้ค่ะ พรุ่งนี้พี่จะเอาสัญญาเช่าฉบับเก่ามาให้ เราไปเจอกันที่อาคารสำนักงานเพื่อเปลี่ยนชื่อผู้เช่าในสัญญากันนะคะ” แล้วเธอก็บอกทางไปสำนักงานให้กับพุดพิชชาทราบ
“ค่ะ แล้วพี่จะรับเงินสดหรือให้โอนเข้าบัญชีค่ะ พุดจะได้เตรียมมาถูก”
“โอนก็ได้ค่ะสะดวกดี”
“ได้ค่ะ พุดรบกวนขอใบเสร็จด้วยนะคะ” หญิงสาวบอกกับเจ้าของร้านที่เธอจะมาเซ้งต่อ เพราะเธอพึ่งจะเปิดร้านจึงต้องเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้เพื่อทำบัญชีรายรับรายจ่ายและเธอไม่ลืมที่จะถามว่าถึงแหล่งซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆ
“ป่านแก้ว ฉันอยากเอาข้อมูลในฮาร์ดดิสก์มาใส่โน้ตบุ๊กมีร้านที่ไหนรับทำบ้าง” พุดพิชชาถามขึ้นขณะที่กำลังนั่งช่วยเพื่อนจัดเรียงเอกสารที่พึ่งจะปริ้นออกมา
“เดี๋ยวฉันถามครูสอนคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนให้นะพุด ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” ปราณติญาตอบเพื่อน แล้วเธอก็ไลน์ไปถามครูที่โรงเรียน
“ได้เรื่องแล้วพุด เดี๋ยวครูที่โรงเรียนจะทำให้ ว่าแต่ข้อมูลเป็นความลับไหม”
“ไม่มีความลับอะไรส่วนใหญ่ก็เป็นข้อมูลพวกสูตรกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ แล้วก็พวกใบเสร็จที่ฉันสแกนเก็บไว้ ฉันอยากดูราคาต้นทุนบางอย่างเพราะจำไม่ค่อยได้แล้ว”
“อย่างนั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร พุดเอาใส่กระเป๋าไว้นะพรุ่งนี้ฉันจะได้ถือไป”
“ได้ แล้วอย่าลืมถามเรื่องค่าใช้จ่ายมาด้วยนะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ครูเมฆใจดี”
“แต่ฉันไม่รู้จักเค้านี่ อยู่จะไปใช่เค้าทำงานให้ฟรีๆ ได้ยังไงกันล่ะ” เธอเกรงใจเพื่อนครูของปราณติญา
“พรุ่งนี้พุดจะทำอะไรให้ฉันไปกินที่โรงเรียนเหรอ” ปราณติญาเปลี่ยนเรื่องจนพุดพิชชาตามไม่ทัน
“ว่าจะทำมะกะโรนีแกงเขียวหวานไก่ อากาศไม่ร้อนมากเท่าไหร่ คงไม่เสียหรอก”
“น่าอร่อยยนะ ถ้ากลัวเสียเดี๋ยวฉันเอาเข้าตูเย็นไว้ก่อนก็ได้ พอเที่ยงก็ค่อยเอาออกมาเข้าเวฟ ทำเผื่ออีก 1 ชุดได้ไหม จะให้ครูเมฆด้วย”
“ได้สิ ถึงว่าอยู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องคุยจนฉันตามเกือบไม่ทัน แล้วส่วนใหญ่ครูที่นั่นทานข้าวกันที่ไหน”
“ก็โรงอาหารของโรงเรียน แต่บางคนก็ซื้อมาทานที่ห้องพักครู”
“ป่านจะเอาไปให้ครูคนอื่นไหม ฉันจะได้ทำเผื่อเยอะหน่อย”
“ก็ดีเหมือนกันนะแต่ฉันเกรงใจ แกจะเหนื่อยล่ะสิ” ปราณติญากลัวว่าเพื่อนจะเหนื่อยกว่าเดิม
“ไม่เป็นไรหรอก ไหนก็ทำแล้วทำเพิ่มอีกหน่อยไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก”
“ถ้าอย่างนัดแกทำแค่แกงเขียวหวานก็พอนะพุด ฉันคิดว่าจะแวะซื้อขนมจีนกับผักที่ตลาดก่อนเข้าไปที่โรงเรียน”
“แกจะเสียเวลาหรือเปล่าป่าน พรุ่งนี้เช้าฉันว่างเดี๋ยวฉันเอาแกงเขียวหวานขนมจีนแล้วก็ผักไปให้แกที่โรงเรียนซัก 11 โมงดีไหมจากนั้นฉันค่อยไปที่ร้านเพราะเจ้าของเดิมนัดฉันทำสัญญาก็ต้องบ่ายนู่นฉันเองก็ไม่ได้ทำอะไร”
“แกไปที่โรงเรียนฉันถูกแน่นะ” เธอถามอย่างไม่แน่ใจเพราะพุดพิชชาเคยไปที่นั้นมาแล้วตั้งแต่ตอนที่เธอมาบรรจุใหม่ๆ
“แน่สิ”
“งั้นก็โอเคตามนั้น”
รัญภาคย์ไม่ได้หัวเราะอย่างที่บอกกับขวัญพิชชาแต่เขาน้ำตาซึมเมื่อเห็นรูปของขวัญพิชชาตั้งแต่วันแรกที่เธอท้อง หญิงสาวถ่ายรูปไว้ทุกๆ วัน ในเดือนแรกๆ เขาแทบมองไม่ออกเลยว่าเธอกำลังท้องและรูปแรกก็เป็นรูปที่เธอถ่ายจากในห้องนอนที่บ้านหลังเล็กของเขา แต่พอภาพท้ายๆ ก็เป็นภาพที่มีทิวทัศน์มากขึ้นเบื้องหลังมักเป็นภูเขา เขาเดาว่าคงจะเป็นบ้านของรชตพัฒน์ เขาไม่รู้เลยว่าจะขอบคุณรชตพัฒน์และพาขวัญยังไงถึงจะเพียงพอกับที่ทั้งสองคนนั้นช่วยเหลือภรรยาของเขา“ขอบคุณนะครับที่ยังเก็บรูปไว้ให้พี่ดู”“ตอนแรกก็คิดว่าเอาไว้ดูคนเดียวค่ะ แต่พี่รัญทำตัวน่ารักกับขวัญและลูกมาตลอด ขวัญเลยคิดว่าพี่รัญควรได้ดูรูปพวกนี้”“ขวัญถ่ายเองเหรอครับ”“แรกๆ ขวัญก็ถ่ายเองค่ะ แต่ภาพหลังๆ พี่ภีมถ่ายให้เพราะพี่ภีมบอกว่าอยากให้ภาพดูสดใส”“ขวัญโชคดีที่ได้เจอคุณภีม”“ค่ะ ขวัญก็คิดอย่างนั้นค่ะ พี่ภีมและพี่พาทำให้ขวัญผ่านช่วงนั้นมาได้”“ครับ พี่เองก็เป็นหนี้บุญคุณสองคนนั้น”“ขวัญดีใจที่พี่ไม่ได้คิดว่าขวัญกับพี่ภีมมีอะไรเกินเลยมากกว่าพี่สาวน้องสาว”“ก็ตอนนั้นพี่ไม่รู้นี่ครับ ตอนนี้รู้แล้วเลยคิดว่ารอหนูชมพู่โตจะให้หนูชมพู่มาเป็นลูกสะใภ้” เขาบอกที
“นี่ค่ะ ภาพก่อนหน้าที่ฉันพูดถึง ฉันไม่ได้มีแต่ภาพนะคะ ยังมีเป็นไฟล์วีดีโอด้วยนะคะถ้าใครอยากดูก็ได้ค่ะ” ขวัญพิชชาส่งภาพหลายๆ ภาพที่เธอเอามาจากกล้องวงจรปิดให้กับพนักงานคนอื่นๆ ดูเป็นภาพที่ธัญชนกกับลลิตากำลังช่วยกันถอดเสื้อของรัญภาคย์และภาพที่ธัญชนกนอนลงไปข้างๆ ชายหนุ่ม พอเห็นภาพที่เธอยื่นให้แล้วทุกคนก็หันมาสนใจภาพจากโทรศัพท์มือถือของขวัญพิชชาและส่งให้กันดูจนครบ พอทุกคนได้ดูภาพกันจนครบก็เข้ามาขอโทษรัญภาคย์ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคนที่เขากลัวว่าจะโกรธคือขวัญพิชชาคนเดียวเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกแล้ว“คุณมินนี่จะดูด้วยไหมคะ รู้สึกว่าจะมีลิลลี่เพื่อนของคุณอีกคนอยู่ในนั้นนะคะ”ธัญชนกรู้สึกหน้าชาเพราะเธอไม่คิดว่าหลักฐานทั้งหมดนั้นจะออกมาในรูปแบบนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนหญิงสาวหยิบกระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกไหจากบริษัททันที“หวังว่าทุกคนคงเข้าใจตรงกันแล้วนะคะว่าเรื่องทุกอย่างเป็นแบบไหน” ขวัญพิชชาบอกกับพนักงานจากนั้นเธอก็เดินตามรัญภาคย์เข้าห้องทำงานของเขา“พี่ไม่คิดเลยว่าขวัญจะรอบคอบและมีสติขนาดนี้”“ก็เพราะว่าตอนนี้ขวัญไม่ใช่คนเดิมแล้วนี่คะ วันเวลาที่ผ่านมาสอน
มินิคูเปอร์สีเหลืองคาดดำแล่นด้วยความเร็วสูงไปบนถนนมิตรภาพ หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมีใบหน้าเครียด จุดหมายปลายทางครั้งนี้อยู่ที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งในตัวเมือง ที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอต้องขับรถออกมาจากบ้านครั้งนี้เธอไม่ได้หนีปัญหาอย่างเคย แต่เธอกำลังมาหาข้อเท็จจริงแล้วจะกลับไปจัดการเรื่องทุกอย่าง ถ้าเรื่องที่เธอได้รับรู้ก่อนมาที่นี่เป็นเรื่องจริงเธอก็จะไม่หนี แต่เธอจะคุยกับเขาด้วยเหตุผลเพราะเธอไม่ใช้ตัวคนเดียว เธอมีลูกชายที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับแรกเธอแวะที่ร้านจำหน่ายกล้องวงจรปิดจากนั้นก็ให้ช่างจากร้านตามเธอไปที่คอนโดฯ แล้วดึงภาพของคืนที่รัญภาคย์มานอนที่คอนโดฯ ใส่เฟลชไดร์ฟให้เธอ ขวัญพิชชาจ่ายเงินค่าเสียเวลาให้กับช่างแล้วเธอก็เอาโน้ตบุ๊กที่อยู่ในรถขึ้นมานั่งดูภาพทั้งหมดไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ที่รัญภาคย์กลับเข้ามาที่คอนโดฯ ในคืนที่เขาบอกว่าทานยาแล้วรีบนอนเธอนั่งมองภาพไปเรื่อยๆ ในใจก็ภาวนาว่าขออย่าให้เธอได้เห็นภาพอะไรแบบที่ธัญชนกบอกกับเธอเลย หญิงสาวเห็นรัญภาคย์เดินเข้ามาในห้องในมือกำลังถือโทรศัพท์เธอมองเวลาที่ปรากกอยู่บนจอภาพแล้วคิดว่าตอนนั้นเขาคงกำลังคุยกับเธอ จากนั้นก็เป็นภ
พอพาต้นน้ำเข้านอนแล้วขวัญพิชชาก็มาจัดกระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับตัวเองและลูกชายเพื่อพรุ่งนี้จะได้พากันออกเดินทางแต่เช้า จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความที่รัญภาคย์ส่งมาเธอก็รู้สึกเป็นห่วงเพราะเขาอยู่คนเดียวแล้วเธอก็ไม่รู้ว่ายาที่ธัญชนกซื้อมาให้นั้นเป็นยาอะไรทำไมสามีเธอถึงได้บอกว่าง่วง เธอรู้สึกเป็นห่วงเขาจนนอนไม่หลับครั้นจะโทรศัพท์ไปหาก็คิดว่าเขาคงหลับไปแล้ว ขวัญพิชชาได้แต่ภาวนาให้เขาไม่เป็นอะไรมาก เธอเปิดลิ้นชักเตรียมกุญแจตามที่เขาบอกแล้วก็พบใบเสร็จค่ากล้องวงจรปิดของคอนโดฯ ขวัญพิชชายิ้มกว้างอย่างโล่งใจเพราะเธอจะได้เห็นว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดที่คอนโดฯ แล้วเธอก็เห็นว่าตอนนี้ชายหนุ่มหลับไปแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ปิดไฟ ‘คงจะเหนื่อยมากจริงๆ’ เธอคิดในใจรุ่งเช้าขวัญพิชชาก็ขับรถพาต้นน้ำไปหารัญภาคย์ที่คอนโดฯ ตามที่ได้นัดกันไว้ พอไปถึงก็ตรงขึ้นไปบนห้องของเขา เธอไขกุญแจเข้าไปทันทีเพราะเห็นจากกล้องวงจรปิดแล้วว่าเขายังนอนอยู่ที่เดิม“พ่อคร้าบ ต้นน้ำมาแล้ว” เด็กชายกฤษฎิ์หิรัญกระโดดขึ้นไปบนเตียงที่รัญภาคย์นอนอยู่รัญภาคย์ได้ยินเสียงเหมือ
เสียงออกดังที่หน้าประตูจากนั้นไม่นานก็มีเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน ขวัญพิชชาในชุดอยู่บ้านมีผ้ากันเปื้อนสวมทับสภาพดูไม่ต่างจากแม่ครัวเท่าไหร่นัก เธอเดินออกมาดูด้วยตัวเองเนื่องจากวันนี้ต้นน้ำออกไปข้างนอกกับลดาและพาอ้อมใจไปด้วย“สวัสดีค่ะ คุณมินนี่หรือเปล่าค่ะ” แม้จะยังไม่เคยเจอกับผู้ช่วยของรัญภาคย์แต่ก็พอจะเดาออก“ใช่ค่ะ มินนี่เอาเอาเอกสารมาคุณรัญ” หญิงสาวพยายามมองเข้าไปในบ้านเพื่อนหวังจะเห็นหน้าเจ้านายหนุ่ม“คุณรัญบอกให้ฝากไว้ที่ฉันก่อนก็ได้ เพราะคุณรัญกำลังออกกำลังกายอยู่ค่ะ”หญิงสาวรูปร่างสูงโปรงแต่งหน้าแต่งตัวทันสมัยยื่นแฟ้มเอกสารให้เธอแล้วก็ขอตัวกลับโดยไม่มีแม้แต่คำขอบคุณ แต่ขวัญพิชชาก็ไม่ใส่ใจเพราะเธอกับผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ร่วมงานกันอยู่แล้ว ผู้ช่วยสาวขับรถออกจากบ้านของเจ้านายที่เป็นพี่ชายของเพื่อนแล้วก็นึกเสียดายที่มารู้จักเขาช้าไป พี่ชายของเพื่อนคนนี้นอกจากจะฐานะดีอย่างที่ผู้หญิงหลายคนชอบแล้วยังจะหน้าตาดี หุ่นดีจนเธอนึกอยากจะมีเขาเป็นแฟนขึ้นมาทันที ธัญชนกแวะร้านกาแฟก่อนถึงบริษัท เพราะถ้าเข้าไปตอนนี้ก็ใกล้เวลาพักกลางวันพอดี เธอไม่ค่อยมีเพื่อนในที่ทำงานเพราะพึ่งจะมาทำงานที่นี่ได้ไม่
แม้จะมีงานที่ร้านกาแฟเพิ่มเข้ามาอีกแต่ขวัญพิชชาก็ยังทำหน้าที่อื่นๆ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เธอจะตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารให้กับทุกคนเช่นเดิม จากนั้นก็ใช้เวลาอยู่กับต้นน้ำจนกระทั่งเด็กชายนอนหลับในตอนบ่ายเธอก็จะเข้าไปที่ร้านกาแฟเพียง 2 ชั่วโมงแล้วก็ไปช่วยรัญภาคย์ทำงานต่อ เธอมีความสุขที่ได้ทำงานทุกอย่างและไม่เคยเหนื่อยเลยสักนิดเช้านี้เธอก็ตื่นมาทำอาหารเช้าสำหรับลดา รัญภาคย์และยังมีอาหารของต้นน้ำที่เธอจะเป็นคนทำเองทุกขั้นตอน เพราะเธออยากให้ลูกชายได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ละถูกหลักอนามัยที่สุด“ต้นน้ำหิวหรือยังครับลูก” เธอถามเด็กชายกฤษฎิ์หิรัญด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะน่าฟัง “ยังไม่หิวเลยครับแม่ขวัญ ต้นน้ำอยากรอพ่อก่อนครับ”“ย่าว่าถ้าหิวต้นน้ำก็ทานก่อนเลยก็ได้นะลูก เดี๋ยวสักพักพ่อก็คงลงมา” ลดาไม่อยากให้หล่นชายหิ้วท้องรอ แม้ว่าตัวเองจะรู้สึกแปลกใจที่วันนี้ลูกชายลงมาทานอาหารช้ากว่าปกติก็ตาม “คุณแม่กับต้นน้ำทานพร้อมกันเลยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวขวัญขึ้นไปดูพี่รัญเองว่าทำไมวันนี้ถึงลงมาช้า”ขวัญพิชชาเปิดประตูห้องนอนเข้าไปก็เห็นที่นอนว่างเปล่า เธอคิดว่าตอนนี้เขาคงกำลังอาบน้ำแต่เสียงที่เธอได้ยินทำให้เธอต้องร
ปราณติญาขับรถออกไปทำงาน เพียงไม่นานพุดพิชชาก็ขับรถตามไปหญิงสาวไปเพื่อไปซื้อของมาเพิ่มเพราะคิดว่าที่มีอยู่อาจจะไม่พอกับจำนวนครูที่ปราณติญาแจ้ง เธอเลือกซื้อขนมจีนที่จัดใส่ตะกร้าพลาสติกใบเล็กๆไว้หลายตะกร้าเพราะคิดว่าดีกว่าซื้อตะกร้าใหญ่แค่ตะกร้าเดียว เพราะจะได้สะดวกในการแบ่งกันทาน จากนั้นหญิงสาวก็ไปซื
“ฉันก็ว่าดีนะ เพราะตอนนี้กระแสชาไขมุกเริ่มมาอีกแล้ว”“แล้ว แกคิดว่าจะซื้อแฟรนไชส์เจ้าไหนดีล่ะ เอาที่ดังๆ หน่อยนะ”“ยิ่งดังก็คงจะยิ่งแพงน่ะสิ ฉันว่าฉันจะทำเองดีกว่า ฉันเคยช่วยแม่ทำอยู่ แล้วฉันก็มีสูตรเครื่องดื่มอยู่เยอะเลย คงเอามาประยุกต์เข้ากันได้”“ก็ดีนะ ไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์ แต่คงต้องหาวิธีที่จ
“นั่งน่ะนั่งได้นะ แต่แกคงไม่บ้าชิมทุกร้านนะพุด” ปราณติญารีบบอกเพราะกลัวว่าเพื่อนจะกินกาแฟเยอะเกิน“อือ ขืนฉันไปชิมทุกร้านมีหวังได้ตาแข็งไม่ต้องหลับกันพอดี” แล้วเธอก็หัวเราะไปกับคำพูดของตัวเองพอทานก๋วยเตี๋ยวกันเสร็จปราณติญาก็พาเพื่อนขับรถไปเรื่อยๆ“ทำไมแถวนี้เด็กเยอะจัง” พุดพิชชาถามขึ้น “อ๋อ แถวนี
“คุณต้องจัดการให้ผกานะคะ”ผกาโทร. ไปบอกสามีถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในร้านกาแฟวันนี้เพราะมันทำให้เธอเสียเวลาและเสียเงินเป็นอย่างมาก ไหนจะต้องซื้อโปรแกรมขายหน้าร้านใหม่เนื่องจากพุดพิชชาแกะเอาฮาร์ดดิสก์ออกไปด้วย อีกทั้งข้อมูลการซื้อขาย รายการสั่งสินค้าที่จำเป็นทั้งหมดก็อยู่ในนั้น“แล้วลองโทร. ถามหรือย







