LOGINตำหนักบูรพา
“ไม่จริง!!!!”สุระเสียงดังกระหึ่มด้วยความตระหนกพระทัยอย่างยิ่งยวดเมื่อขันทีคนสนิทเข้ามากราบทูลรายงานข่าวด่วนเรื่องของพระชายารัชทายาท
หมับ! พระหัตถ์ตรงเข้าคว้าสาบเสื้อของขันทีที่เฝ้าคอยปรนนิบัติรับใช้มาอย่างช้านานพร้อมกระชากร่างสันทัดเข้ามาใกล้ๆ “เจ้าพูดให้ข้าฟังอีกครั้ง! ผู้ใดกันที่ตายในวันอภิเษกของข้า!”รัชทายาทหนุ่มตวาดถามจนสุดพระสุระเสียง ขันทีกู้ถึงกับตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดหวั่นเมื่อถูกองค์ชายรัชทายาทรับสั่งถามกลับมาเช่นนั้น “ข่าวด่วนจากจวนราชครูเว่ยอี้พ่ะย่ะค่ะ ส่งทหารให้กลับมาแจ้งทางราชสำนักว่าพระชายาสิ้นพระชนม์ลงแล้วเมื่อกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมาพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีคนสนิทกราบทูลกลับไปด้วยอาการหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว และนั่นทำให้พระวรกายสูงใหญ่ของรัชทายาทแห่งต้าโจวถึงกับนิ่งงันไปทันทีครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น พระพักตร์คมคร้ามหล่อเหลาเริ่มส่ายไปมาติดต่อกัน ด้วยเพราะพระองค์ทรงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ไม่จริง! ข้าไม่เชื่อ! ชายาของข้ายังไม่ตาย! นางต้องไม่ตาย! ชายาของข้าจะต้องไม่ตาย!!!!”สิ้นพระสุระเสียง รัชทายาทรูปงามซึ่งอยู่ในฉลองพระองค์เจ้าบ่าวสีขาววิ่งพรวดพราดออกจากพระตำหนักส่วนพระองค์รีบเสด็จไปหาพระชายาที่ทรงคาดหวังว่าจะได้เคียงคู่กับนาง ท่ามกลางเสียงร้องเรียกของขันทีกู้ “องค์รัชทายาท! อย่าเสด็จไปพ่ะย่ะค่ะ...องค์รัชทายาท!”ขันทีคนสนิทเรียกจนเสียงหลงพร้อมรีบวิ่งตามหลังไปอย่างกระชั้นชิด แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อขบวนเสด็จของหวังฮองเฮามาถึงพระตำหนักพอดี “รีบขัดขวางองค์รัชทายาทเอาไว้! อย่าให้เสด็จออกจากวังหลวงเป็นอันขาด”หวังฮองเฮามีพระบัญชาออกมาทันที องครักษ์มากมายรีบกรูเข้าไปหารัชทายาทแห่งต้าโจวพร้อมยืนล้อมรอบพระองค์เอาไว้อย่างแน่นหนาไม่ให้เสด็จหลบหนีไปจากวังหลวงตามรับสั่งของหวังฮองเฮา “เสด็จแม่ปล่อย! ทรงขัดขวางเอาไว้เช่นนี้ทำไม! นางคือพระชายาของลูกนะพ่ะย่ะค่ะ ลูกไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่านางตายถึงอย่างไรก็ต้องไปหานาง! อย่างไงก็จะไป!!!”รัชทายาทรูปงามรับสั่งสุระเสียงกึกก้อง “แต่แม่ไม่ให้เจ้าไป! ชายาของเจ้านางตายแล้ว! ได้ยินหรือไม่ว่านางตายแล้ว คนตายย่อมไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้อีก เจ้าดั้นด้นไปหานางก็เท่านั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา ทางที่ดีควรจะเลือกพระชายาในลำดับต่อไปให้เสด็จพ่อของเจ้ามีพระราชโองการแต่งตั้งนางให้ขึ้นมาเป็นพระชายาแทน แล้วรีบเข้าพิธีอภิเษกให้เรียบร้อยเสียเถอะ เชื่อแม่หยางเย่ว!!!”หวังฮองเฮารับสั่งคำรามลั่น ครั้นรัชทายาทรูปงามได้ยินรับสั่งของพระมารดาออกมาเช่นนั้น พระพักตร์หันกลับไปทอดพระเนตรหวังฮองเฮาเขม็งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างยิ่งยวด “เหตุใดเสด็จแม่จึงมีรับสั่งเช่นนี้ออกมา! หลิงเหลียนคือพระชายาเอกของลูกจะให้เลือกสตรีอื่นขึ้นมาแทนที่แล้วให้เข้าพิธีอภิเษกแทนนาง ไม่รีบร้อนมากเกินไปหน่อยเหรอพ่ะย่ะค่ะ! ทรงกลัวว่าฐานอำนาจในกองทัพของสกุลหวังจะถูกเปลี่ยนมือไปที่สกุลเว่ยใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ!”โจวหยางเย่วตวาดถามกลับไปจนสุดเสียง “ใช่แล้วจะทำไม! เจ้าคือรัชทายาทแห่งต้าโจวจะต้องขึ้นครองบัลลังก์สืบต่อจากเสด็จพ่อ ดังนั้นฮองเฮาที่จะต้องเคียงคู่ราชบัลลังก์แห่งต้าโจวจะต้องมาจากสกุลหวังเท่านั้น สกุลอื่นไม่ได้แม้แต่จะคิด!”หวังฮองเฮาตวาดพระโอรสพร้อมเสด็จเข้าไปหา “เจ้าคือพระโอรสหนึ่งเดียวของแม่นะเย่วเอ๋อ ลูกรักของแม่ทุกสิ่งที่ทำลงไปก็เพื่อเจ้าทั้งสิ้นมิใช่เพื่อผู้ใดทั้งนั้น”หวังฮองเฮาพยายามรับสั่งหว่านล้อม ถ้อยรับสั่งของพระมารดาทำให้รัชทายาทหนุ่มเสียพระทัยอย่างยิ่งยวดในการกระทำที่ทำลายหัวใจรักของพระองค์จนไม่เหลือชิ้นดีเช่นนี้ รักแรกในหัวใจหวังครองคู่ไปกับนางจนแก่เฒ่ามลายหายไปโดยพลัน รอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนพระพักตร์งาม พระเนตรแข็งกร้าวจ้องเขม็งไปที่พระมารดา “ในเมื่อเสด็จแม่คาดหวังที่จะให้ชายาของลูกมาจากสกุลหวังเห็นทีคงได้แต่ฝันเพราะลูกไม่ต้องการ! ชายาของลูกคือธิดาจากสกุลเว่ยเท่านั้นหากแม้นไม่ใช่นางอย่าหวังว่าจะมีพิธีอภิเษกสมรสนี้เกิดขึ้น และอย่าทรงคิดว่าลูกจะอยู่ในตำแหน่งรัชทายาทนี้ต่อไป เพราะไม่มีนาง! ก็จะไม่มีข้าเช่นกัน!!!” รัชทายาทรูปงามรับสั่งตวาดก้องท่ามกลางอาการตื่นตระหนกจนหัวใจแทบวอดวายของหวังฮองเฮาครั้นทรงได้ยินพระโอรสมีรับสั่งเช่นนั้นออกมา “เจ้าจะทำอะไรเย่วเอ๋อ! อย่าทำอะไรสิ้นคิดขึ้นมาไม่ได้นะ!”หวังฮองเฮารับสั่งดังก้อง สิ้นพระสุระเสียงของพระมารดา โจวหยางเย่วทรงใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงกระโดดตัวลอยละลิ่ว พร้อมวิ่งไปตามหลังคาพระตำหนักของวังหลวงเพื่อเล็ดรอดออกจากพระราชวังมุ่งตรงไปที่จวนราชครูเพื่อไปหาพระชายาของพระองค์ ท่ามกลางสุรเสียงร้องเรียกของพระมารดา “เย่วเอ๋อกลับมาหาแม่เดี๋ยวนี้! เย่วเอ๋อ!!”หวังฮองเฮารับสั่งตะโกนก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหันกลับไปเล่นงานกับเหล่าข้าราชบริพารที่กำลังพากันยืนมององค์ชายรัชทายาทเสด็จหนีออกจากพระราชวังหลวงเพื่อไปหาพระชายา “มัวพากันยืนเซ่ออยู่ทำไมรีบตามเสด็จรัชทายาทเร็วเข้า! ไปนำพระองค์กลับคืนวังหลวงให้จงได้ หาไม่แล้วข้าจะสั่งกุดหัวพวกเจ้าทุกคน!”หวังฮองเฮามีพระบัญชาออกไปทันที “พ่ะย่ะค่ะ!”บรรดาทหารองครักษ์ขานรับกันพร้อมเพรียง ท่ามกลางสายพระเนตรของหวังฮองเฮาทรงทอดพระเนตรขบวนทหารองครักษ์ รีบวิ่งออกไปจากตำหนักบูรพาอันเป็นสถานที่ประทับขององค์รัชทายาท ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดในพระทัยยิ่งนัก “เว่ยหลิงเหลียน! เจ้าแน่มากนะที่ทำให้โอรสของข้าทุ่มเทหัวใจให้ถึงเพียงนี้ ในเมื่อนางมีอิทธิพลเหนือจิตใจของลูกข้า ความตายที่มอบให้ล้วนเป็นสิ่งสมควรแล้วที่จะได้รับ!”หวังฮองเฮารับสั่งอย่างเหี้ยมเกรียม แววตาลุกโชนดั่งไฟเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและอำมหิตอย่างยิ่งยวดจวนราชครูเสียงร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าต่อการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืน ดังก้องระงมไปทั่วทั้งจวนราชครู ผ้าแดงมงคลที่เคยประดับเอาไว้ไปทั่วทุกพื้นที่ทั้งภายนอกและภายในของจวน บัดนี้ค่อยๆ ถูกปลดออกเปลี่ยนเป็นผ้าขาวแห่งการไว้ทุกข์และการจากลาอย่างไม่มีวันกลับของพระชายารัชทายาทภายในบริเวณเรือนทิศตะวันตกซึ่งเป็นสถานที่วางโลงศพของพระชายารัชทายาท ถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วพร้อมโลงศพอย่างดีอันเป็นสถานที่สุดท้ายเพื่อใช้เป็นที่พำนักไปชั่วนิจนิรันดร์ของพระชายากำลังเคลื่อนออกจากเรือนนอนส่วนตัว ภายหลังนำร่างอันไร้วิญญาณบรรจุลงในโลงดังกล่าว โดยมีร่างของราชครูเว่ยอี้เดินตามหลังโลงศพของบุตรีด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยโศกเศร้าและหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัดร่างสันทัดยืนเอามือไพล่หลังมองบรรดาบ่าวรับใช้กำลังช่วยกันขนโลงศพของพระชายาซึ่งทางวังหลวงพระราชทานมาให้หลังจากทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระชายารัชทายาท นำไปตั้งวางไว้กลางห้องของเรือนตะวันตก ซึ่งใช้เป็นสถานที่เคารพศพอย่างเป็นทางการงานมงคลกลับแปรเปลี่ยนเป็นงานศพไปอย่างคาดไม่ถึง หัว
ตำหนักบูรพา“ไม่จริง!!!!”สุระเสียงดังกระหึ่มด้วยความตระหนกพระทัยอย่างยิ่งยวดเมื่อขันทีคนสนิทเข้ามากราบทูลรายงานข่าวด่วนเรื่องของพระชายารัชทายาทหมับ! พระหัตถ์ตรงเข้าคว้าสาบเสื้อของขันทีที่เฝ้าคอยปรนนิบัติรับใช้มาอย่างช้านานพร้อมกระชากร่างสันทัดเข้ามาใกล้ๆ“เจ้าพูดให้ข้าฟังอีกครั้ง! ผู้ใดกันที่ตายในวันอภิเษกของข้า!”รัชทายาทหนุ่มตวาดถามจนสุดพระสุระเสียงขันทีกู้ถึงกับตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดหวั่นเมื่อถูกองค์ชายรัชทายาทรับสั่งถามกลับมาเช่นนั้น“ข่าวด่วนจากจวนราชครูเว่ยอี้พ่ะย่ะค่ะ ส่งทหารให้กลับมาแจ้งทางราชสำนักว่าพระชายาสิ้นพระชนม์ลงแล้วเมื่อกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมาพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีคนสนิทกราบทูลกลับไปด้วยอาการหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียวและนั่นทำให้พระวรกายสูงใหญ่ของรัชทายาทแห่งต้าโจวถึงกับนิ่งงันไปทันทีครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น พระพักตร์คมคร้ามหล่อเหลาเริ่มส่ายไปมาติดต่อกัน ด้วยเพราะพระองค์ทรงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน“ไม่จริง! ข้าไม่เชื่อ! ชายาของข้ายั
หอดวงดาว ร่างอรชรของเจ้าหอแห่งดวงดาว นามว่าเว่ยหลินหลางในวัย 17 ปีกำลังนั่งเข้าญาณอยู่ภายในห้องพระจันทร์เสี้ยวซึ่งสร้างยื่นออกไปจากขอบหน้าผา เบื้องล่างคือหุบเหวมรณะ เบื้องบนเปิดกว้างไร้หลังคาบดบังเพื่อให้เจ้าหอคำณวนวิถีแห่งดวงดาวคือท้องฟ้าในยามราตรีเต็มไปด้วยหมู่ดาวนับหมื่นล้านดวงทอแสงระยิบระยับเต็มแผ่นฟ้าไปหมด ยอดเขาเทียนเหมินซานสูงเสียดฟ้าประหนึ่งประตูสวรรค์น้อยคนยิ่งนักที่จะล่วงล้ำเข้าเขตแดนนี้ได้ ท่ามกลางขุนเขาสูงของเทือกเขาเทียนเหมินซาน กลางหุบเหวลึกเป็นที่ตั้งของหอดวงดาวอันเป็นขุมคลังของความรู้ที่รวมตำราโบราณมาตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดิน ล้วนเก็บรักษาเอาไว้อยู่ในสถานที่เป็นความลับสุดยอดไม่อาจเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นล่วงรู้ที่ตั้งหอดวงดาวแห่งนี้ ศูนย์รวมแห่งพลังหยินหยางก่อกำเนิดตำรายาลับมากมาย รวมไปถึงสูตรยาอายุวัฒนะก็อยู่รวมภายในนี้เช่นกัน ท้องฟ้าเบื้องบนในยามนี้เต็มไปด้วยดวงดาวมากมายนับหมื่นล้านดวง ต่างกำลังแข่งขันเปล่งแสงสุกสกาวออกมาอย่างเต็มที่กลับปรากฏ หนึ่งในดวงดาวเหล่านั้นที่เปล่งแสงเจิดจ้าอยู่ดีๆ พลันดับวูบลงไปอย่างไม่รู้สาเหตุและร่วงหล่นตกลงจากฟากฟ
จวนราชครู จวนราชครูในเวลานี้เต็มไปด้วยผ้าแดงมงคลประดับเอาไว้ทั่วทุกพื้นที่ ดอกไม้นานาพรรณถูกนำมาตกแต่งภายในจวนมากมายเพื่อให้ประชาชนในแคว้นต้าโจวต่างล่วงรู้กันถ้วนหน้า ว่าจวนราชครูเว่ยอี้ผู้ปราดเปรื่อง ซึ่งอยู่ในฐานะพระอาจารย์ของรัชทายาทโจวหยางเย่ว สกุลเว่ยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกของเชื้อพระวงศ์ ราชครูผู้เต็มไปด้วยความปราดเปรื่องทั้งเชิงบู้และบุ๋น จะกลายเป็นพ่อตาของว่าที่ฮ่องเต้ต้าโจวในภายภาคหน้า แต่ดูเหมือนว่าตัวราชครูไม่อยากให้สกุลเว่ยได้ครอบครองตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของต้าโจวแม้แต่น้อย ด้วยล่วงรู้ดีว่าหวังฮองเฮาทรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่งยวดกับอำนาจทางการทหารถูกเปลี่ยนมือไปที่สกุลเว่ยแทนที่จะอยู่กับสกุลหวังมาโดยตลอด และการตัดสินใจขององค์ชายรัชทายาทในครั้งนี้ทำให้เปลี่ยนถ่ายขั้วอำนาจไปอย่างสิ้นเชิง และผลที่ติดตามมานั้นก็คือความพยายามที่สกุลหวังต้องการจะรักษาตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของแคว้นให้ดำรงอยู่ต่อไป ภายในห้องนอนพระชายารัชทายาท อึก! อึก! อึก! เสียงอึกอักอยู่ในลำคอพยายามที่จะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกได้ล่วงรู้อันตรายที่เป็นภัยถึงแก่ชีวิตของนางเพ
แค้วนต้าโจว แผ่นดินกว้างใหญ่สุดสายตา จากเหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก ทั่วทุกสารทิศปกครองแคว้นน้อยใหญ่มากมาย ครอบครองผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อก่อตัวสร้างเป็นบ้านเรือน ขยับขยายกลายเป็นชุมชนและเติบโตขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แผ่นดินมังกรในยุคโบราณต่างมีผู้ปกครองน้อยใหญ่มากมาย แคว้นที่แข็งแกร่งกว่าจะพยายามรวบรวมกำลังคนและพื้นที่มากมายจากแคว้นที่อ่อนแอก่อตั้งเป็นราชวงศ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อปกครองผืนแผ่นดินน้อยใหญ่ หนึ่งในจำนวนมากมายหลายร้อยแคว้น ท่ามกลางการแก่งแย่งและช่วงชิงผืนแผ่นดินอันมั่งคั่ง แคว้นต้าโจวคือหนึ่งในนั้นที่แข็งแกร่งมากที่สุดเหนือแคว้นใดทั่วหล้า และด้วยเพราะแผ่นดินที่สมบูรณ์และมีแคว้นในการปกครองมากถึงสองร้อยกว่าแคว้นในเวลานั้น จึงทำให้ต้าโจวแผ่ขยายอำนาจปกครองไปทั่วทุกสารทิศ และเพราะความยิ่งใหญ่นี้ทำให้การแย่งชิงเพื่อหวังครอบครองแผ่นดินต้าโจวทั้งภายในและภายนอกเข้มข้นเป็นยิ่งนัก ฮ่องเต้แห่งต้าโจว เป็นสิ่งที่สตรีทุกคนเฝ้าใฝ่ฝันและตำแหน่งฮองเฮาแห่งต้าโจว เป็นตำแหน่งสูงสุดที่สตรีทั่วหล้าอยากก้าวมาถึงจุดนี้ด้วยกันทุกคน การช่วงชิงตำแหน่งฮองเฮาจึ







