LOGINเว่ยหลินหลางบุตรีราชครูเว่ยอี้ ฝาแฝดคนพี่ที่ถูกปกปิดไร้สิ้นตัวตนว่าไม่เคยถือกำเนิดบนผืนแผ่นดิน ด้วยนางเกิดมาพร้อมดวงชะตาอันแข็งกล้าเป็นดวงล้มบัลลังก์หงส์ของแคว้นต้าโจว นางจึงถูกส่งตัวไปพำนักอยู่ที่หอดวงดาวให้ผู้คุมกฎเลี้ยงดู และนางก้าวออกจากหอดวงดาวในรอบ 17 ปี เพื่อกลับมาล้มบัลลังก์หงส์ที่ทำลายตระกูลของนางจนล่มสลาย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าการก้าวออกมาจากหอดวงดาวครั้งนี้ ทำให้นางได้พานพบกับดาวคู่ชะตา ซึ่งเป็นนักรบปีศาจผู้เลื่องลือและก้าวขึ้นครองบัลลังก์ของแคว้นเทียนอวี๋อันยิ่งใหญ่ ลี่หยวนฮ่องเต้ผู้มีสมญานามฮ่องเต้อำมหิต ข้าจะต้องค้นหาและตามไปช่วยนางให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดต่อให้บุกน้ำลุยไฟ ข้ามทะเลทราย มหาสมุทรนับหมื่นลี้ ข้าก็จะนำหัวใจของข้ากลับคืนมาเคียงคู่ที่ ตำหนักเย่วเชียงแห่งนี้ด้วยกันดั่งเดิม!!!!
View Moreแค้วนต้าโจว
แผ่นดินกว้างใหญ่สุดสายตา จากเหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก ทั่วทุกสารทิศปกครองแคว้นน้อยใหญ่มากมาย ครอบครองผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อก่อตัวสร้างเป็นบ้านเรือน ขยับขยายกลายเป็นชุมชนและเติบโตขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แผ่นดินมังกรในยุคโบราณต่างมีผู้ปกครองน้อยใหญ่มากมาย แคว้นที่แข็งแกร่งกว่าจะพยายามรวบรวมกำลังคนและพื้นที่มากมายจากแคว้นที่อ่อนแอก่อตั้งเป็นราชวงศ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อปกครองผืนแผ่นดินน้อยใหญ่ หนึ่งในจำนวนมากมายหลายร้อยแคว้น ท่ามกลางการแก่งแย่งและช่วงชิงผืนแผ่นดินอันมั่งคั่ง แคว้นต้าโจวคือหนึ่งในนั้นที่แข็งแกร่งมากที่สุดเหนือแคว้นใดทั่วหล้า และด้วยเพราะแผ่นดินที่สมบูรณ์และมีแคว้นในการปกครองมากถึงสองร้อยกว่าแคว้นในเวลานั้น จึงทำให้ต้าโจวแผ่ขยายอำนาจปกครองไปทั่วทุกสารทิศ และเพราะความยิ่งใหญ่นี้ทำให้การแย่งชิงเพื่อหวังครอบครองแผ่นดินต้าโจวทั้งภายในและภายนอกเข้มข้นเป็นยิ่งนัก ฮ่องเต้แห่งต้าโจว เป็นสิ่งที่สตรีทุกคนเฝ้าใฝ่ฝันและตำแหน่งฮองเฮาแห่งต้าโจว เป็นตำแหน่งสูงสุดที่สตรีทั่วหล้าอยากก้าวมาถึงจุดนี้ด้วยกันทุกคน การช่วงชิงตำแหน่งฮองเฮาจึงเข้มข้นไม่แตกต่างไปจากสงครามแย่งชิงดินแดนแม้แต่น้อย เพราะสตรีใดที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแม่ของแผ่นดินต้าโจว จะได้รับเอกสิทธิ์ทางกองทัพสามารถมีกองทหารส่วนพระองค์เพื่อใช้เป็นกองหนุนและมีตราคำสั่งสามารถบัญชาการทัพได้ หากต้องการจะก้าวขึ้นปกครองแผ่นดินต้าโจวอันกว้างใหญ่นี้ให้ได้ ตำแหน่งฮองเฮาจึงเป็นสิ่งที่เหล่าขุนนางและแม้กระทั่งต่างแคว้นต้องการเข้าครอบครอง เพื่อใช้ประโยชน์จากเอกสิทธิ์ทางทหารที่จะได้รับ นำไปสู่การยึดครองแคว้นต้าโจวผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ และตำแหน่งดังกล่าวจะถูกเลือกเฟ้นตั้งแต่องค์รัชทายาทยังไม่ขึ้นปกครองแผ่นดิน พิธีอภิเษกสมรสจะมีขึ้นได้เมื่อธิดาจากสกุลใหญ่ๆ ถูกส่งเข้ามาคัดเลือกในตำแหน่งพระชายาของรัชทายาทแห่งต้าโจว ซึ่งในการคัดเลือกพระชายาดังกล่าว ถูกจำกัดเฉพาะสตรีที่อยู่ในแคว้นต้าโจวเท่านั้น สตรีนอกแคว้นหรือองค์หญิงจากต่างเมืองหมดสิทธิ์ที่จะได้ครอบครองตำแหน่งพระชายาเอกซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นฮองเฮาแห่งต้าโจวต่อไป ด้วยเหตุนี้การช่วงชิงตำแหน่งพระชายาเอกของรัชทายาทแห่งต้าโจวจึงเข้มข้นยิ่งนัก เพราะผลตอบแทนที่ได้รับคืออำนาจทางการทหารที่จะได้รับสิทธิให้ถือตราคำสั่งบัญชาการทัพของแผ่นดิน และเป็นฐานอำนาจที่จะนำไปสู่บัลลังก์แห่งต้าโจวสืบต่อไป! ด้วยเหตุนี้การแย่งชิงตำแหน่งพระชายารัชทายาท จึงเป็นเป้าหมายของทุกสกุลใหญ่ที่อยู่ในแคว้นต้าโจวและสิ้นสุดลงเมื่อ ธิดาจากสกุลเว่ยได้ตำแหน่งนี้ไปครอบครอง ท่ามกลางความดีพระทัยของรัชทายาทโจวหยางเย่ว พระโอรสเพียงหนึ่งเดียวซึ่งประสูติจากหวังฮองเฮาแต่เป็นลำดับที่ห้าจากพระโอรสและพระธิดา 10 พระองค์ด้วยกัน ซึ่งมีพระราชบิดาเดียวกันนั้นก็คือโจวหยางหลงฮ่องเต้แห่งต้าโจว ดังนั้นเมื่อทรงเป็นพระราชโอรสที่ประสูติจากหวังฮองเฮา ตำแหน่งรัชทายาทจึงเป็นขององค์ชายหนุ่มซึ่งไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหวังฮองเฮาจะสามารถตั้งพระครรภ์ได้อีก เนื่องจากพระนางแท้งมาแล้วหลายครั้งหากตั้งพระครรภ์อีกอาจถึงแก่พระชนม์ชีพได้ แต่หวังฮองเฮาก็ไม่ฟังทรงยังยืนกรานที่จะอุ้มท้องด้วยหวังว่าเด็กในครรภ์จะเป็นพระโอรสเพื่อรักษาฐานอำนาจของสกุลหวังเอาไว้ให้จงได้ และก็สมความตั้งใจเมื่อพระนางประสูติพระโอรสออกมาจริงๆ จึงทำให้ตำแหน่งรัชทายาทถูกเปลี่ยนแปลงตกมาอยู่องค์ชายโจวหยางเย่วทันที ตามความประสงค์ของหวังฮองเฮาที่ต้องการให้พระโอรสที่นางประสูติขึ้นเป็นรัชทายาท และนั่นทำให้พระเชษฐาพระองค์ใหญ่โจวลี่หยาง ซึ่งประสูติจากอันฟูเหรินพระสนมเอกและดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาทในขณะนั้น ถูกปลดออกจากตำแหน่งรัชทายาทตามกฎมณเทียรบาลของแคว้น ว่ารัชทายาทผู้สืบทอดบัลลังก์จะต้องประสูติจากฮองเฮาเท่านั้น ถึงแม้จะกำหนดว่าต้องเป็นพระโอรสองค์ใหญ่ที่จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ก็ตาม แต่ถ้าพระมารดาไม่ใช่ฮองเฮาก็นั่งปกครองแผ่นดินไม่ได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าฮองเฮาไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้ พระโอรสซึ่งประสูติจากพระมารดาที่มีตำแหน่งต่ำกว่าจะได้ขึ้นครองแคว้น ภายหลังที่อดีตรัชทายาทโจวลี่หยางถูกปลดจากตำแหน่งอันหนักอึ้ง ซึ่งพระองค์ไม่เคยอยากได้ครอบครองแม้แต่น้อยแม้ว่าในขณะนั้นจะทรงพระเยาว์แต่เพราะมีสติปัญญาปราดเปรื่อง และมีพื้นฐานจิตใจดีรู้สึกดีพระทัยอย่างยิ่งยวดที่ไม่ได้ครอบครองบัลลังก์แห่งต้าโจว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ช่วยอดีตรัชทายาทได้เลย พระองค์กลับถูกหวังฮองเฮาผู้หวาดระแวงกลัวโจวลี่หยางจะมาแย่งชิงบัลลังก์ของพระโอรสองค์น้อยไป ด้วยเพราะโจวหยางเย่วเพิ่งจะประสูติในขณะที่โจวลี่หยางมีพระชนมายุแปดชันษาและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเต็มไปด้วยความปราดเปรื่องมาตั้งแต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ หวังฮองเฮาจึงใช้แผนชั่วให้โหรหลวงที่ถูกพระนางซื้อตัวมาเป็นฝ่ายเดียวกันทำนายทายทักโจวลี่หยาง อดีตรัชทายาทว่าเป็นดาวแห่งหายนะและเป็นกาลกิณีของแคว้นต้าโจว ให้เนรเทศไปอยู่ชายแดนและทำคุณให้แก่แผ่นดิน โดยการออกล่าดินแดนเพื่อขยายแคว้นต้าโจวให้กว้างใหญ่ หยางหลงฮ่องเต้ผู้มีความเชื่อในเรื่องของลิขิตแห่งสวรรค์และโชคชะตา หลงเชื่อคำลวงของโหรหลวงที่เป็นฝ่ายเดียวกับหวังฮองเฮาจึงทรงมีพระบัญชาเนรเทศโจวลี่หยางอดีตรัชทายาท ไปที่ชายแดนอันห่างไกลทันทีห้ามเหยียบเมืองหลวงตลอดกาล และคำสั่งดังกล่าวทำให้อันฟูเหรินพระมารดาโศกเศร้าเสียพระทัยเป็นอย่างมากที่หยางหลงฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาเช่นนั้น และนั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้อันฟูเหรินทรงเสียพระทัยเป็นยิ่งนักที่ถูกพลัดพรากจากพระโอรส ซึ่งถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนในขณะที่มีพระชนมายุเพียงแปดพระชันษาเท่านั้น พระนางเริ่มล้มป่วยและรักษาพระวรกายอยู่นานก่อนจะสิ้นพระชนม์ลงอย่างสงบหลังจากที่พระโอรสถูกเนรเทศไปแล้วสิบห้าปี แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้สงสัยว่าอันฟูเหรินแท้จริงแล้วสิ้นพระชนม์ด้วยสาเหตุอื่นอย่างเป็นปริศนาหาใช่เกิดจากการจากไปเพราะโรคภัยอันมีสาเหตุมาจากที่พระโอรสทรงถูกเนรเทศแต่อย่างใด พระนางทรงเข็มแข็งมากกว่าที่คิดและรอคอยการกลับมาของพระโอรสอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกมาโดยตลอด การสิ้นพระชนม์ที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำของอันฟูเหรินนั้นทำให้หวังฮองเฮาดีพระทัยอย่างล้นเหลือที่สามารถกำจัดศัตรูตัวฉกาจที่เป็นภัยต่อราชบัลลังก์ของพระโอรสและศัตรูหัวใจของพระนางลงได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยเพราะอันฟูเหรินเป็นพระสนมที่หยางหลงฮ่องเต้ทรงรักอย่างจริงใจ ครั้นรัชทายาทโจวหยางเย่วมีอายุครบ 20 พระชันษาและสำเร็จศาสตร์ทั้งบู้และบุ๋นก็ถึงคราวที่จะต้องอภิเษกสมรสตามโบราณราชประเพณี ซึ่งองค์ชายรัชทายาทพยายามบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนกระทั่งพระชนมายุเข้าปีที่ 20 ไม่สามารถหาข้ออ้างเพื่อชะลอการอภิเษกได้อีกต่อไป จึงจำต้องตกลงเข้าพิธีอภิเษกสมรสโดยมีเงื่อนไขว่า เหล่าขุนนางจะต้องส่งบุตรีเข้าวังหลวงเพื่อคัดตัวไม่ต้องการเลือกจากสกุลใดสกุลหนึ่งที่ถูกวางตัวเอาไว้ก่อนหน้านั้น ซึ่งฮ่องเต้ต้าโจวก็ทรงเห็นชอบด้วยเช่นกันจึงทำให้เกิดการคัดเลือกพระชายารัชทายาทครั้งใหญ่เพื่อต้องการตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของแผ่นดินไว้กับสกุลของตัวเอง ด้วยเหตุนี้บุตรีของขุนนางจึงได้เข้าร่วมการคัดเลือกพระชายารัชทายาทเป็นครั้งแรกในแผ่นดินต้าโจว ซึ่งปกติแล้วจะถูกวางตัวเอาไว้ก่อนหน้านั้น และจะมาจากสกุลหวังทั้งสิ้นที่ครองตำแหน่งฮองเฮามาโดยตลอด และถูกเปลี่ยนมือไปอย่างน่าตกใจเมื่อองค์ชายรัชทายาททรงเลือกชื่อบุตรีของขุนนางระดับสูงผู้หนึ่งให้มายืนหนึ่งเคียงข้างกายกับพระองค์ซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจกับหลายฝ่ายโดยเฉพาะหวังฮองเฮา ตระกูลเว่ยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงโชคชะตาแห่งความวุ่นวายนี้ไปได้ พระราชโองการถูกถ่ายทอดลงไปเพื่อให้เหล่าขุนนางส่งบุตรีของตัวเองเข้าร่วมการคัดเลือกดังกล่าว เป็นไปตามรายชื่อที่แจ้งทะเบียนเกิดเอาไว้และทันทีที่รายชื่อของบุตรีสกุลเว่ยได้ถูกส่งเข้ามาภายในวังหลวง เพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายารัชทายาท องค์ชายรัชทายาททรงแอบหลงรักสตรีผู้หนึ่งมานานแสนนานแต่นางไม่เคยปรากฏตัวในหมู่ชนชั้นสูงหรือในเมืองหลวงให้ผู้ใดได้พบเห็น ด้วยนางพำนักอยู่ในหุบเขาลึกตามคำสั่งของบิดานั่นก็คือราชครูเว่ยอี้แม้ไม่ล่วงรู้นามจริงของนางก็ตาม แต่ก็ทรงล่วงรู้ว่าบิดาของนางก็คือเว่ยอี้ พระอาจารย์สอนของพระองค์นั่นเอง ด้วยธิดาจากสกุลเว่ย ได้ครอบครองหัวใจของรัชทายาทโจวหยางเย่วมาตั้งแต่พระองค์ยังมีชันษาเพียง 15 ปีเท่านั้น นางจากแคว้นต้าโจวไปพำนักอยู่กลางขุนเขาในเขตแดนของแคว้นต้าฉีตามคำสั่งของเว่ยอี้ผู้เป็นพ่อ และเพิ่งจะเดินทางกลับมาได้ไม่นาน เมื่อขุนนางน้อยใหญ่ต่างต้องส่งรายชื่อของบุตรีในสกุลเพื่อทำการคัดเลือกพระชายารัชทายาทตามราชโองการ ทันทีที่องค์รัชทายาทล่วงรู้ว่า ราชครูเว่ยอี้ได้ส่งชื่อบุตรีของตนเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายารัชทายาทในครั้งนี้ด้วย โดยไม่เต็มใจแม้แต่น้อยแต่เพราะขัดพระราชโองการไม่ได้นั่นเอง และนั่นทำให้รัชทายาทโจวหยางเย่วไม่รีรอที่จะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป ทรงตัดสินพระทัยเลือกธิดาจากสกุลเว่ย ที่เฝ้าหลงรักมานานแสนนานเพื่อให้นางได้เป็นพระชายาเอกทันที หลังจากที่นางผ่านเข้ารอบสามคนสุดท้าย โดยที่นางยังไม่ทันจะเข้าวังเพื่อเข้ามาทำการคัดเลือกตรงพระพักตร์ของพระองค์ ขอเพียงแค่พระชายาเอกคือบุตรีของราชครูเว่ยอี้ก็พอแล้ว ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนเลยว่ารัชทายาทโจวหยางเย่วและธิดาจากสกุลเว่ยนั้น เคยพานพบหน้ากันมาแล้วจากเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์รัชทายาทเมื่อห้าปีก่อน ท่ามกลางความไม่พอพระทัยเป็นอย่างมากของหวังฮองเฮาพระมารดา ที่ธิดาจากสกุลเว่ยได้ตำแหน่งพระชายารัชทายาทนี้ไป ในขณะที่หลานสาวของพระนางซึ่งมาจากสกุลหวัง ซึ่งมาจากสกุลเดียวกันกับหวังอองเฮานางได้เป็นเพียงพระชายารองและธิดาจากสกุลเหยียนและสกุลอิ๋งได้เป็นอนุชายา การคัดเลือกพระชายารัชทายาทในครั้งนี้จึงมีผู้พลาดหวังและไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะได้เอกสิทธิ์ทางกองทัพไปครอบครอง เพราะต้องถูกเปลี่ยนมือจากสกุลหวังไปสู่สกุลเว่ยแทน ซึ่งสกุลดังกล่าวครองตำแหน่งราชครูสืบทอดกันมานับรุ่นต่อรุ่น เป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่แต่ไร้สิ้นอำนาจในกำมือ เมื่อธิดาสกุลเว่ยได้ขึ้นครอบครองตำแหน่งพระชายารัชทายาทซึ่งจะได้เป็นฮองเฮาของต้าโจวสืบต่อไป ก็เท่ากับว่ากองทหารครึ่งหนึ่งของแผ่นดินได้ไปตกอยู่ในกำมือสกุลของราชครูที่ขึ้นชื่อได้ว่าปราดเปรื่องที่สุดในแผ่นดิน หากเป็นเช่นนั้นการช่วงชิงบัลลังก์ต้าโจวเห็นทีจะยากลำบากมากยิ่งขึ้นนับเท่าทวีคูณสิบปีผ่านไปแคว้นเทียนอวี๋ตำหนักเยว่เชียงในเวลานี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาเจ้าหอแห่งดวงดาวนั่งมองลูกๆ ของนางวิ่งเล่นกันอย่างมีความสุขในเวลานี้เว่ยหลินหลางเจ้าหอแห่งดวงดาวคือเว่ยฮองเฮาแห่งแคว้นเทียนอวี๋ ซึ่งฮ่องเต้ลี่หยวนผู้เลื่องลือเจ้าของสมญานามฮ่องเต้อำมหิตแต่กลับมีหัวใจที่มีรักมั่นคงดั่งหินผา พระองค์อภิเษกสมรสเมื่อพระชนมายุเข้าสู่ปีที่ 28 และมีเว่ยฮองเฮาเคียงคู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นพระสนมไม่ต้องเรียกหาเพราะลี่หยวนไม่ต้องการ ถึงบรรดาแคว้นมากมายจะพยายามยัดเยียดให้พระองค์ก็ไม่รับพระราชทานกลับคืนหรือมอบสตรีบรรณาการเหล่านั้น จัดสมรสพระราชทานให้แก่ขุนพลและแม่ทัพใหญ่ของเทียนอวี๋ที่ทำความดีความชอบต่อแคว้นจนยิ่งใหญ่นั้นแทน ทั้งสองมีพระโอรสและพระธิดารวมทั้งสิ้นเก้าพระองค์ พระโอรสแปดพระองค์และพระธิดาเพียงหนึ่งพระองค์เท่านั้นพระธิดาองค์น้อยลำดับที่เก้าถอดแบบพระมารดาออกมาอย่างไม่มีที่ติ ฮ่องเต้ลี่หยวนทรงรักและหวงแหนพระธิดาตัว
ห้าวันก่อนพิธีอภิเษกสมรส ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี ลู่กงกงกำลังเดินกลับไปยังที่พักของตัวเองซึ่งเป็นตำหนักข้างที่อยู่ติดกับตำหนักฮองเฮา ร่างสันทัดรีบเข้าไปในห้องพักส่วนตัวพร้อมรีบจัดการเปลี่ยนจากชุดขันทีมาสวมเสื้อผ้าซึ่งเป็นชุดดำทั้งหมดราวกับว่ากำลังจะลงมือกระทำการอะไรบางอย่างในยามวิกาลของคืนนี้ พร้อมรีบควานหาของบางอย่างที่แอบซุกซ่อนอยู่ใต้เตียงนอนของตัวเอง แต่แล้วกลับต้องหยุดชะงักลงกะทันหันเมื่อควานหาเท่าไรก็ไม่พบ “เจ้ากำลังค้นหาสิ่งนี้อยู่อย่างนั้นหรอกเหรอ”เสียงของบุรุษแปลกหน้าดังขึ้นอยู่ทางด้านหลัง หากแต่ยังไม่ทันที่ลู่กงกงจะหันกายกลับมามองคนที่ยืนด้านหลังตนในเวลานั้น หมับ! ท่อนแขนใหญ่จับล็อคคอลู่กงกงเอาไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมเงื้อแขนอีกข้างขึ้นสูง ฉึก! เข็มขนาดยาวเท่าฝ่ามือบุรุษแทงสวนเข้าไปตรงบริเวณตำแหน่งที่เป็นหัวใจจนเข็มดังกล่าวจมมิดหายเข้าไปภายในกา
จวนราชครูห้องนอนของเว่ยหลิงเหลียนพรึบ! เพียงชั่วแค่ชั่วอึดใจเว่ยหลินหลางและฮ่องเต้ลี่หยวนพลันปรากฏกายอยู่ภายในห้องนอนของเว่ยหลิงเหลียน ซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่มีสิ่งมีชีวิตนอกจากห้องที่ว่างเปล่าเท่านั้นภายในห้องจุดโคมไฟจนเกิดแสงสว่างไปทั่วห้องตามคำสั่งของเว่ยอี้เพื่อไม่ให้ห้องนี้เต็มไปด้วยความเงียบเหงาและวังเวงอีกทั้งร่างอันไร้วิญญาณของเว่ยหลิงเหลียนยังถูกอำพรางตาอยู่ภายในห้องดังกล่าวมาโดยตลอดท่ามกลางสายพระเนตรของฮ่องเต้ลี่หยวนเต็มไปด้วยความแปลกพระทัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นยิ่งนัก พระองค์ทอดพระเนตรไปโดยรอบซึ่งเพียงแรกเห็นก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่าเป็นห้องนอนของสตรี“หากไม่เห็นกับตาข้าจะไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด แล้วเจ้าพาข้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด!”รับสั่งถามอย่างสงสัยเจ้าหอคนงามจูงมือคนรักเดินตรงไปที่เตียงนอนก่อนจะหยุดลงตรงหน้าเตียงพร้อมเอ่ยขึ้น“นี่คือคำตอบเจ้าค่ะ”นางพูดพร้อมยื่นหีบมุกที่ถืออยู่ในมือออกไปตรงหน้าพร้อมเปิดออกทันทีหีบมุกที่มีเพีย
ตำหนักฮองเฮา ร่างอวบอิ่มของหวังฮองเฮากำลังเดินกลับไปกลับมาด้วยความกังวลพระทัยอย่างยิ่งยวดกับคำกล่าวของราชทูตจากแคว้นเทียนอวี๋ซึ่งสร้างความหวาดหวั่นให้กับพระนางจนประทับไม่ติดเฝ้าครุ่นคิดแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวให้หมดสิ้นไป ก่อนจะสะดุดลงเมื่อเหลือบสายพระเนตรกระทบเข้ากับร่างของลู่กงกงที่กำลังเดินจับลำคอของตัวเองก้าวเข้ามาภายในพระตำหนัก “ฟื้นแล้วเหรอ! กว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ตั้งครึ่งค่อนวันล่วงรู้หรือไม่ว่าข้าร้อนใจยิ่งนัก เจ้าล่วงรู้หรือไม่ว่าคนผู้นั้นแท้จริงแล้วคือราชทูตจากแคว้นเทียนอวี๋ที่มีกองทัพนักรบปีศาจที่เลื่องลือถึงความโหดเหี้ยมอำมหิต อะไรก็ไม่สู้เท่าฮ่องเต้อำมหิตผู้นั้น หากมันนำสิ่งที่ข้าพูดกลับไปรายงานฮ่องเต้เทียนอวี๋จะต้องยกทัพบุกโจมตีต้าโจว อย่างแน่นอน ในเวลานี้แม่ทัพฝีมือดีก็ไม่เหลือสิ้นแล้วจะมีผู้ใดหาญกล้าไปต้านทัพฮ่องเต้จอมโหดผู้นั้นได้”หวังฮองเฮารับสั่งดั่งคนขาดสติ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลยเสียงหัวเราะเย็นยะเยียบเต็มไปด้วยความพรั่นพรึงของราชทูตผู
ห้องบรรทมทิศเหนือ ห้องบรรทมทางทิศเหนือมีระเบียงยื่นออกมาอย่างกว้างขวางสร้างอยู่เหนือสระน้ำ ด้านล่างเต็มไปด้วยดอกบัวและตัวปลาแหวกว่ายไปมามากมายตามพระบัญชาของลี่หยวนด้วยต้องการนอนชมดวงดาวในยามกลางคืนร่วมกับคนรักของพระองค์ ตลอดระยะเวลาสิบเดือ
ท่ามกลางเสียงพระสรวลของรัชทายาทครั้นได้ยินพระชายาถามกลับมาเช่นนั้น“ข้าก็ว่าไม่เห็นจะแปลกตรงไหน ครั้งที่แล้วก็วุ่นวายแบบนี้เช่นกันจะแตกต่างตรงที่ ข้าไม่มีโอกาสได้พบเจ้าเลยเพราะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของการทำพิธีและหลังจากวันนี้ก็มาหาเจ้าไม่ได้อีกแล้วจนกว่าจะถึงวันอภิเษกเพราะจะต้องทำ
พระพักตร์ของฮ่องเต้ต้าโจวในชันษาปีที่ 49 เริ่มมีริ้วรอยปรากฏขึ้นบริเวณหางตาและหน้าผากเห็นได้อย่างชัดเจน พระเกศาสีดำสนิทมีสีขาวแซมขึ้นเป็นหย่อมๆ แต่พระองค์กลับไม่ทรงไว้หนวดเครายาวเพื่อแสดงอำนาจของวิถีแห่งบุรุษผู้กล้าตามยุคสมัยดังกล่าว หยางหลงฮ่องเต้เข้าพระทัยของพระโอรสเป็นอย่างดีว่ามีความรู้
ตำหนักหยางหลงฮ่องเต้ รัชทายาทโจวหยางเย่วบัดนี้เสด็จกลับเข้าวังหลวงเพื่อเข้าเฝ้าหยางหลงฮ่องเต้พระบิดา เพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ของพระชายาให้กับพระบิดาได้ทรงทราบด้วยพระองค์เองอีกครั้ง และครั้งนี้ทรงตั้งพระทัยเอาไว้ว่าจะนำพระชายาเข้ามาพำนักภายในวังหลวงเ











