ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ

ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ

last updateLast Updated : 2026-02-10
By:  YuyueyuanCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
28Chapters
507views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟ เพื่อนสาวที่สนิทกันไปขอพรพระที่วัด แต่เพราะปวดท้องหนักจึงแวบเข้าห้องน้ำแสนโบราณของวัด ออกมาจากห้องน้ำอีกทีก็อยู่ในอีกยุคสมัยเสียแล้ว

View More

Chapter 1

ย้อนเวลามากะทันหัน

คอนโดมิเนียมโครงการหรูข้างมหาวิทยาลัยเมืองอิ๋นตู

ณ ห้อง A 19 – 2 ห้องพักขนาดใหญ่ 3 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก ภายในแต่ละห้องถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับต่างๆ ล้วนมีราคาแพง บ่งบอกถึงรสนิยมเจ้าของห้องได้อย่างดี

เจ้าของห้องนี้เป็นหญิงสาวสองคนที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยเมืองอิ๋นตูได้ไม่ถึงสามเดือน แม้ตอนนี้พวกเธออยู่ในระหว่างหางานทำ แต่ก็ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง ทั้งสองใช้จ่ายเงินของครอบครัวอย่างฟุ่มเฟือย

ถึงหญิงสาวทั้งสองจะใช้จ่ายมากเพียงใด คนในครอบครัวก็ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่เพียงนิดเดียว ไม่ใช่เพราะพวกเธอเป็นลูกสาวหรือหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูล แต่เพราะเป็นบุตรหลานที่อยู่นอกสายตา คนในตระกูลรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเธอมีมากเสียจนไม่สามารถนับนิ้วมือรวมกับนิ้วเท้าได้ ดีที่ธุรกิจของตระกูลอยู่ในระดับต้นๆ ของประเทศ กำไรมากมายมหาศาล ทำให้สามารถส่งลูกหลานแต่ละคนไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็ก ไม่กลับประเทศก็ไม่มีใครตำหนิ อาจกล่าวได้ว่าผู้ใหญ่ในตระกูลคงลืมแล้วว่ามีพวกเธอทั้งสองเป็นลูกหลาน

‘เอ๋ยเอ้ย’ หญิงสาวเชื้อสายจีน-ไทย มีผิวขาวผุดผ่อง ดวงตาค่อนข้างเล็กแต่ยังคงความงาม ประกายในดวงตาฉายแววเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบ ริมฝีปากค่อนข้างบางแต่เข้ากับรูปหน้าอย่างลงตัว เธอมีผมที่ดำเงางาม รูปร่างผอมบาง สูงหนึ่งร้อยหกสิบแปดเซนติเมตร ถือว่าไม่เตี้ยและไม่สูงจนเกินไป ชื่อจีนของเอ๋ยเอ้ยคือ ‘เจิ้งอ๋ายอ้าย’ เป็นชื่อที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกับชื่อเล่นอยู่ไม่น้อย ก็ไม่แน่ใจว่าอากงตั้งชื่อนี้ให้เธอเพราะตั้งใจหรือว่าขี้เกียจคิดกันแน่

ส่วนอีกคน ‘บีลีฟ’ หญิงสาวที่ใบหน้าสวยคมเข้ม คิ้วเรียวยาวเป็นทรงสวย ดวงตากลมโต ริมฝีปากอวบอิ่ม ผิวสีแทนเนียนสวย ผมหยักศกเล็กน้อย ไม่ต้องดัดหรือม้วนผมก็เป็นลอนสวยแบบธรรมชาติ เธอสูงกว่าเอ๋ยเอ้ยเพียงสองเซนติเมตร แต่ก็ทำให้ดูสูงกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ส่วนชื่อจีนของเธอก็คือ ‘จ้าวซิ่นซิน’ ความหมายไม่ต่างจากชื่อเล่นของเธอเท่าใดนัก

เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟมาเรียนต่อที่ประเทศจีนตั้งแต่เด็ก เริ่มอ่านออกเขียนภาษาไทยได้ไม่กี่คำก็ถูกครอบครัวส่งมาเรียนที่ประเทศจีน กล่าวได้ว่าความรู้ด้านภาษาจีนของพวกเธออาจจะดีกว่าภาษาไทยด้วยซ้ำไป ตอนนี้หญิงสาวทั้งสองก็อยู่ด้วยกันมาสิบกว่าปีแล้ว แม้ว่าจะเรียนจบปริญญาตรีแต่ก็ยังไม่คิดจะกลับไทย พวกเธอวางแผนจะหางานทำและอยู่ที่นี่อีกระยะยาว

........

“แกพรุ่งนี้วันพระ ไปไหว้พระกัน” เอ๋ยเอ้ยนั่งกดโทรศัพท์มือถือพร้อมเอ่ยชวนบีลีฟ

“คิดยังไงบอกกะทันหันแบบนี้ จะขออะไรพระท่าน” บีลีฟนอนเล่นแท็บเล็ตก่อนหันมาถามเพื่อนสาว

 “เรียนจบแล้วคงไม่ขอเรื่องเรียนแน่นอน ขอเรื่องงานกับเนื้อคู่สิ” เอ๋ยเอ้ยลุกจากเก้าอี้เดินมาที่โซฟานอน ร่างเพรียวบางนั่งลงข้างบีลีฟ ริมฝีปากบางเอ่ยพลางทอดถอนใจ

“ไม่อยากกลับบ้าน หาหนุ่มจีนเป็นแฟนเนี่ยแหละ รู้งี้ตอนเรียนหาแฟนจีนดีกว่า”

“เรียนที่นี่มาเป็นสิบปี ตั้งแต่ประถมยันมหาลัย แกก็คบแต่ต่างชาติไม่ชายตาแลหนุ่มจีน แล้วไงล่ะ ตอนนี้กำแพงเมืองจีนสูงมากล่ะสิ” บีลีฟบ่นเพื่อนสาวตนก่อนเขยิบให้เอ๋ยเอ้ยมานอนด้านข้าง

“แหม ก็ฉันหน้าหมวยอยู่แล้ว ไม่อยากมีหมวยน้อยตี๋น้อยเพิ่มขึ้นมา แต่ตอนนี้คิดใหม่ มีลูกสวยหล่อเหมือนดาราจีนก็ไม่เลวนะ”

บีลีฟเหลือบตามองเพื่อนราวกับสืบค้นความต้องการของอีกฝ่าย นิ้วเรียวค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์อย่างคล่องแคล่ว

“คิดเลยนะว่าจะขอเนื้อคู่แบบไหน เตรียมละเอียดๆ หน้าตา ส่วนสูง การศึกษา การงาน ครอบครัว สุขภาพ เงินในบัญชี”

“คิดไว้แล้วย่ะ” เอ๋ยเอ้ยบอก เธอนอนหนุนหมอนไม่นานก็หลับทันที

........

รุ่งขึ้นอีกวัน ในเวลาที่แสงอาทิตย์เพิ่งเริ่มทอประกายให้ความสว่างบนผืนฟ้า เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟต่างก็ตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว พวกเธอใส่เสื้อยืดสีสันสดใส กางเกงยีนส์ขายาว คลุมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกน สวมรองเท้าคัทชู สะพายกระเป๋ากันคนละใบ แล้วออกเดินทางไปวัดทันที

วัดผิงอัน วัดโบราณที่สร้างขึ้นมาหลายศตวรรษ ไม่สามารถบอกเวลาสร้างแน่นอนได้ บริเวณวัดค่อนข้างกว้างขวาง มีอาคารวิหารเก่าหลายอาคาร ทั้งที่สร้างมาจากหินและสร้างจากไม้ ถึงแม้ภายในวัดจะคงความเก่าแก่ราวกับมีกระแสมนต์ขลังศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนโดยรอบ แต่ร้านรวงนอกกำแพงวัดกลับเป็นอาคารที่ก่อสร้างใหม่ ถูกตกแต่งสวยงามเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปจับจ่ายใช้สอย

บีลีฟมองร้านขายอาหารแต่ละร้านที่เรียงรายอยู่หน้าวัด สายตาจับจ้องบนป้ายเมนูไม่วางตา

“หิวแล้ว หาอะไรกินก่อนเถอะ”

“ได้ เลือกร้านเลย” เอ๋ยเอ้ยหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูข้อความแชทและพิมพ์บางอย่างลงในโน้ต

เธอเดินเข้าไปในร้าน ยังไม่ทันได้ดูเมนู

“ฉันสั่งให้แล้ว เหมือนกัน” บีลีฟบอก มือเรียวหยิบตะเกียบออกมาแล้วส่งให้เอ๋ยเอ้ยด้วยความฉับไว

ไม่นานนัก เถ้าแก่เนี้ยก็ถือหลัวซือเฝิ่น (บะหมี่หอยหวาน) สองชามมาวางตรงหน้าหญิงสาวทั้งสอง กลิ่นของก๋วยเตี๋ยวหอมยั่วน้ำลายอย่างมาก

“อย่ามัวแต่เล่นโทรศัพท์ กินกิน” บีลีฟดุเพื่อนสาว ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มกินด้วยความเอร็ดอร่อย

........

ผ่านไปได้ไม่ถึงยี่สิบนาที บีลีฟกับเอ๋ยเอ้ยก็รีบวิ่งผ่านเข้าประตูวัดอย่างรวดเร็ว พวกเธอปวดท้องหนักตั้งแต่กินหลัวซือเฝิ่นจนหมด จะให้เข้าห้องน้ำของร้านก็มีเพียงห้องเดียว ไม่พอสำหรับเธอทั้งสอง สิ่งที่คิดได้ในเวลาคับขันนี้ก็คือห้องน้ำวัด

สองสาววิ่งไปยังห้องน้ำโบราณที่อยู่ด้านหลังวัด เพราะคนน้อยและค่อนข้างเงียบกว่าห้องน้ำใหม่ด้านหน้า

‘คนน้อย’ แปลว่า ปลอดภัยต่อความรู้สึก ไม่ต้องคอยลุ้นเวลาเปิดประตูว่าจะเจอภาพที่ทำให้ตกใจหรือสยดสยอง เข้าปุ๊บปล่อยได้ปั๊บ

ห้องน้ำขนาดใหญ่ถูกแบ่งออกเป็นหลายห้อง พูดให้เข้าใจง่ายคือหลายช่อง เพราะผนังกั้นห้องน้ำสูงแค่เอว ถึงจะมีประตูปิดมิดชิดแต่หากคนตัวสูงยืนก็มองเห็นได้ชัดเจนทุกมุม โดยเฉพาะรางยาวสำหรับปลดทุกข์ที่พาดผ่านทุกห้อง หากนั่งอยู่ห้องด้านในแล้วคนอยู่ห้องฝั่งนอกปล่อยของเสีย ของนั้นก็จะผ่านรางยาวนี้มาอวดโฉมถึงห้องด้านในก่อนที่ลงสู่ใต้ดินด้านล่าง

เอ๋ยเอ้ยวิ่งนำบีลีฟเข้าไปห้องน้ำในสุด

“แกอย่ามาใกล้ฉัน ไปอยู่ฝั่งตรงข้ามมุมโน้นเลย”

ทั้งสองเข้าห้องน้ำโดยไม่คิดอะไรมาก พวกเธอเรียนอยู่ที่นี่มาเป็นสิบปี เรื่องปัญหาห้องน้ำแค่นี้บอกเลยว่าสบาย

ขณะที่พวกเธอกำลังปลดทุกข์อย่างผ่อนคลายก็รู้สึกว่าพื้นห้องน้ำสั่นสะเทือน ร่างบางที่กำลังนั่งยองๆ เอียงไปเอียงมา

“เฮ้ยๆ แผ่นดินไหวตอนนี้เนี่ยนะ เวรกรรมอะไรเนี่ย”

“แกอย่าเพิ่งบ่น รีบเช็ดก้นเร็วๆ จะได้วิ่งหนีทัน”

ไม่พูดพล่ามทำเพลง บีลีฟและเอ๋ยเอ้ยก็เช็ดทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น โยนกระดาษทิชชูเข้าถังขยะ ดึงสายราดน้ำแล้วก็วิ่งกันออกมาภายในเวลาชั่วอึดใจ

“โล่งสบายท้อง แกจะรีบทำไม ห้องน้ำแค่ชั้นเดียวน่าจะผ่านแผ่นดินไหวมาหลายร้อยหลายพันปีแล้วก็ไม่เห็นถล่ม” เอ๋ยเอ้ยบ่นบีลีฟ

“แกรู้ได้ไงว่าส้วมที่เราเข้ามันมีการบูรณะซ่อมแซม ปลอดภัยไว้ก่อนสิ ถ้ามันถล่มใส่ เราจะตายคาส้วมนะ”

หญิงสาวเดินพูดคุยออกมาจากห้องน้ำไม่ได้สนใจผู้คนรอบข้าง เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกว่ารอบๆ บริเวณวัดไม่ค่อยคุ้นตา ไม่เหมือนกับตอนที่พวกเธอวิ่งเข้าห้องน้ำเท่าใดนัก

มีเพียงบางอาคารเท่านั้นที่ให้ความรู้สึกเหมือนวัดผิงอันที่พวกเธอมาบ่อยๆ ส่วนอาคารใหม่ที่ทางวัดเพิ่งสร้างได้ไม่นานไม่เห็นเลยสักอาคาร

“แปลกจัง ตึกขายของหายไปไหน โรงทานใหม่อีก ถ้าถล่มเพราะแผ่นดินไหวก็ต้องเห็นซากแล้วสิ”

“แก เงียบก่อน ทำไมผู้คนแต่งชุดฮั่นฝูอ่ะ วันนี้มีเทศกาลอะไรหรือเปล่า”

ทั้งเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟรีบหยิบแว่นตาดำในกระเป๋ามาสวม ทำตัวเสมือนเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ พวกเธอเดินไปไหว้พระด้านหน้าด้วยความเคยชิน

“ทั้งเจ้าแม่ พระพุทธรูปก็องค์เดิมที่เรามาไหว้บ่อยๆ แกอ่ะคิดมาก” บีลีฟบอกเอ๋ยเอ้ย แม้ในใจจะมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีแต่ก็ยังพยายามคิดบวก

“จะขออะไรขอเลย เออ ฉันขอด้วย เนื้อคู่ใช่มั้ย”

ทั้งสองคุกเข่ายกมือขึ้นไหว้ขอพรพระ ระหว่างที่พวกเธอยังไหว้อยู่นั้นก็มีแม่ชีวัยกลางคนเดินเข้ามาทักด้วยความสงสัย

“แม่หนูทั้งสองมาจากไหนหรือ”

บีลีฟลืมตา พยักเพยิดหน้าให้เอ๋ยเอ้ยตอบ

“ต้องตอบว่าอะไรล่ะ ไท่กั๋วหรอ แต่เรามาจากคอนโดนะ” เอ๋ยเอ้ยเอียงคอทำท่าคิดคำตอบ จากนั้นก็หันไปตอบแม่ชี

“มาจากมหาวิทยาลัยในเมืองค่ะ”

แม่ชีขมวดคิ้วงุนงงด้วยความสงสัย นางเดินพึมพำจนออกนอกประตู

“เอ สำนักศึกษาแต่งกายประหลาดเช่นนี้แล้วหรือ”

เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟเดินไหว้พระรอบวัด ในใจก็เริ่มมีคำถามเพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันแต่ไม่พูดอะไรออกมา

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
28 Chapters
ย้อนเวลามากะทันหัน
คอนโดมิเนียมโครงการหรูข้างมหาวิทยาลัยเมืองอิ๋นตูณ ห้อง A 19 – 2 ห้องพักขนาดใหญ่ 3 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก ภายในแต่ละห้องถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับต่างๆ ล้วนมีราคาแพง บ่งบอกถึงรสนิยมเจ้าของห้องได้อย่างดีเจ้าของห้องนี้เป็นหญิงสาวสองคนที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยเมืองอิ๋นตูได้ไม่ถึงสามเดือน แม้ตอนนี้พวกเธออยู่ในระหว่างหางานทำ แต่ก็ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง ทั้งสองใช้จ่ายเงินของครอบครัวอย่างฟุ่มเฟือยถึงหญิงสาวทั้งสองจะใช้จ่ายมากเพียงใด คนในครอบครัวก็ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่เพียงนิดเดียว ไม่ใช่เพราะพวกเธอเป็นลูกสาวหรือหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูล แต่เพราะเป็นบุตรหลานที่อยู่นอกสายตา คนในตระกูลรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเธอมีมากเสียจนไม่สามารถนับนิ้วมือรวมกับนิ้วเท้าได้ ดีที่ธุรกิจของตระกูลอยู่ในระดับต้นๆ ของประเทศ กำไรมากมายมหาศาล ทำให้สามารถส่งลูกหลานแต่ละคนไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็ก ไม่กลับประเทศก็ไม่มีใคร
last updateLast Updated : 2026-01-22
Read more
ตอนที่ 2 บุตรบุญธรรม
เมื่อออกมาที่ประตูใหญ่หน้าวัด เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟก็รับรู้ถึงความผิดปกติอย่างชัดเจน ถนนคอนกรีตกลายเป็นทางลูกรัง ร้านค้าและสวนหย่อมบริเวณหน้าวัดหายไป เหลือเพียงแต่ต้นไม้กอหญ้าที่ขึ้นข้างทาง มองบนถนนจนสุดสายตาก็เห็นรถม้าวิ่งสวนกันด้วยความเร็ว“ซวยแล้ว” บีลีฟสบถอย่างลืมตัว เธอหันมองเอ๋ยเอ้ยที่ยืนนิ่งเงียบด้วยความตกใจ “เอาไงดี”เอ๋ยเอ้ยยืนเม้มปากใบหน้าซีดขาว “เข้าวัดกันก่อนดีกว่า”สถานการณ์เช่นนี้อย่างไรก็ต้องพึ่งวัดพวกเธอกลับเข้าไปในวัดอีกรอบ เดินหาพระภิกษุกับแม่ชีที่พบเจอเพื่อซักถาม พอจับต้นชนปลายได้ก็เข่าอ่อนเหมือนคนสิ้นหวัง“แก ฮือ เข้าส้วมแป๊บเดียวย้อนมายุคโบราณเฉยเลย”“ฮือ ทำไงดี ที่นี่ไม่มีซีรีส์ ไม่มีแอร์ ไม่มีห้าง ไม่มีอินเตอร์เน็ตให้ท่องโลกกว้าง” ทั้งสองกอดกันแล้วทรุดนั่งร้อ
last updateLast Updated : 2026-01-22
Read more
ตอนที่ 3 เข้าจวนสกุลโจว
จวนสกุลโจวหากมองจากกำแพงภายนอกอาจดูไม่ใหญ่โตเท่าใดนัก แต่เมื่อเข้ามาด้านในกลับพบว่าบริเวณกว้างขวางอย่างมาก มีเรือนเล็กใหญ่หลายหลัง โอบล้อมด้วยสวนดอกไม้ สวนไผ่ สวนหินและสระน้ำหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีน้ำตกขนาดย่อมอยู่ภายในจวน            ช่างสวยงามยิ่งนัก“นายท่านพาบุตรบุญธรรมกลับมาแล้ว”  เสียงของบรรดาสาวใช้พูดคุยกันขณะที่มองบีลีฟและเอ๋ยเอ้ยด้วยความตื่นเต้น“เอ่อ พวกนาง ปกติใช่หรือไม่”จากเสียงที่ดังกลายเป็นเสียงกระซิบเมื่อเห็นทรงผมและกระเป๋าสะพายข้างของหญิงสาวทั้งสองเอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟได้ยิน พวกเธอหันมองหน้ากันแล้วก็ส่งยิ้มหวานให้พวกสาวใช้ประหนึ่งว่าตนเองเป็นนางงามที่ได้รับมงกุฎและสายสะพาย ในใจพลางคิด เดี๋ยวรอให้ทำผมเป็นก่อนเถอะ จะเป็นคนสวยแบบปกติให้ดูสองสา
last updateLast Updated : 2026-01-22
Read more
ตอนที่ 4 เตรียมเครื่องปรุง
วันที่สองของการอาศัยที่จวนสกุลโจว เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าติงเซียงเตรียมอ่างล้างหน้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว            “ข้าอาบน้ำตอนเช้าได้หรือไม่” เอ๋ยเอ้ยเอ่ยถามสาวใช้ร่างเล็ก สายตาคาดหวังกับคำตอบอย่างมาก            ติงเซียงขมวดคิ้วสงสัย ใบหน้างุนงง “อาบได้เจ้าค่ะ แค่ไม่ค่อยมีผู้ใดอาบน้ำตอนเช้ากัน”            บีลีฟอมยิ้มขบขัน ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยต่อทันที“ถ้าอาบน้ำตอนเช้าได้พวกเราสองคนก็จะอาบทุกวัน อ่อ วันละสองครั้งด้วยนะ เช้าเย็น”            ติงเซียงฟังคำของบีลีฟ มองหน้าคนทั้งสองแล้วพ
last updateLast Updated : 2026-01-23
Read more
ตอนที่ 5 เปิดไห
หลังจากวันนั้น จวนสกุลโจวก็มีบรรดาแม่สื่อและบุรุษมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนแทบทุกวัน ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครได้พบหน้าบุตรบุญธรรมของโจวโหวหยวนเลยสักคน เพราะต้วนหยาอันได้สั่งให้ผู้เฝ้าประตูบอกแขกเหรื่อที่ไม่ได้เชื้อเชิญเหล่านั้นว่าบุตรสาวทั้งสองอยู่ในช่วงศึกษาความรู้ในศาสตร์แขนงต่างๆ ได้ยินข้อความดังกล่าวก็ไม่มีผู้ใดขุ่นข้องหมองใจ แต่ละคนกลับมีใจอยากเอาชนะได้ผูกมิตรเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลโจวมากยิ่งขึ้น ในช่วงเช้าของวันหนึ่งที่ไม่มีวิชาเรียน เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟปรึกษากันอย่างจริงจัง “อีกไม่กี่วันจะเปิดไหปลาร้าแล้ว น้ำส้มสายชู กระเทียมดอง แหนมซี่โครง แหนมหมู แหนมเห็ด แหนมเอ็นข้อไก่ตอนนี้มีครบ น้ำปลายังไม่มีแต่ก็ใช้เกลือกับซีอิ๋วขาวแทนได้ เท่ากับว่าเราเตรียมเปิดร้านได้แล้วนะ”บีลีฟตวัดข้อมือลงปลายพู่กันด้วยความชำนาญ เรียนมาหลายเดือน หัดคัดทุกวันจนตอนนี้สามารถตวัดปลายพู่กันเขียนตัวอักษรต่อเนื่องกันโดยแทบไม่ต้องยกมือขึ้นก็ยังได้ “ดีที่เราหมักเครื่องปรุงเพิ่มตลอด ไม่ต้องกลัวของหมด เช่นนั้นเราก็ไปเดินเล่นตลาดกันดีกว่า เผื่อเจอทำเลที่เหมาะกับการเ
last updateLast Updated : 2026-01-24
Read more
ตอนที่ 7 ขอพร
จวนสกุลเสวียน“อิงเอ๋อร์ เหวินเอ๋อร์ พวกเจ้ากลับกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้านำอาหารที่ลูกบุญธรรมของท่านโจวโหวหยวนกลับมาให้พวกเจ้าลองชิม”เสียงของสตรีวัยกลางคนใบหน้ายิ้มแย้มพูดกับบุตรและหลานชายของตน“ทำไมหรือท่านแม่ ที่จวนเราไม่มีอาหารถึงต้องไปขอจากจวนท่านโจวเลยหรือ” เสวียนอิงสีหน้าเรียบเฉยเอ่ยกับมารดามารดาของเขาพยายามจับคู่ให้เขามาแล้วหลายครั้ง และก็ถูกเขาปฏิเสธทุกครั้งวันนี้ก็ดูจะมีเป้าหมายใหม่อีกแล้ว ช่างมีความพยายามเสียจริง“รอบนี้ท่านโจวรับบุตรบุญธรรมมาสองคนเชียวนะ พวกนางช่างน่ารักมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนชาวแคว้นเราเท่าไหร่ น่าจะถูกใจพวกเจ้า”ฝูเทียนเหวินหัวเราะขบขัน “ท่านป้าคิดว่าพวกข้าชอบสตรีง่ายดายหรืออย่างไร อีกอย่างที่จวนพ่อครัวทำกับข้าวไม่เป็นหรือ ถึงต้องไปเอามาจากบ้านท่านโจวด้วย”มารดาของเสวียนอิงก็คือป้าแท้ๆ ของฝูเทียนเหวิน ช่วงนี้ชายหนุ่มทั้งสองคนมาสืบราชการลับที่เมืองอิ๋นตู พวกเขาเลยมาพักที่จวนสกุลเสวียนมาอยู่ยังไม่ถึงสามวัน ก็เริ่มถูกจับคู่เสียแล้ว“พวกเจ้าจะไปรู้เรื่องอะไร บุตรบุญธรรมของท่านโจวคราวนี้ทำอาหารเก่งทีเดียว ที่สำคัญนะ พวกนางทั้งสองทำอาหารที่แปลกใหม่ รสชาติไม่เ
last updateLast Updated : 2026-01-27
Read more
ตอนที่ 8 ลวนลาม
“ตอบคำถามมา เจ้ามาทำอะไรที่นี่”น้ำเสียงดุดันถามบีลีฟข้างหู ตอนนี้ร่างของผู้ถามและผู้ถูกถามใกล้กันจนเรียกแนบชิดก็ยังได้“มาล่าท่าผี” บีลีฟพยายามมองหน้าผู้ถามแต่ก็มองไม่ถนัด เธอพยายามจะขยับตัวหนีจากการถูกจับกุม แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ถูกอีกฝ่ายกอดแน่นจนขยับไม่ได้“แน่ใจนะว่าเจ้าไม่ใช่พวกเดียวกับโจรเก็บภูผา ถ้าโกหก ข้าจะจับเจ้าไปทรมานในคุก” ชายหนุ่มใช้เสียงต่ำกดดันหญิงสาวบีลีฟเริ่มหงุดหงิดควันออกหู “จะเย็บบุปผาหรือจะเด็ดบุปผาก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้า เจ้าอยากไปเย็บบุปผาก็ไปหอโคมเขียวสิ เอ๊ะหรือว่าหอโคมแดง เออ เหมือนกันน่ะแหละ”บุรุษได้ฟังหัวคิ้วก็เริ่มขมวดกันจนเป็นปม จากโจรเก็บภูผานี่นางฟังเป็นเย็บบุปผา เด็ดบุปผา เด็ดบุปผาเขายังพอเข้าใจว่าหมายความว่าอะไร แต่เย็บบุปผานี่สิ งานฝีมือของสตรีหรือ“เย็บบุปผาแปลว่าอะไร” เขาถามด้วยความสนใจใคร่รู้บีลีฟตอบทันทีโดยไม่คิด “ก็พวกผู้ชายหื่นกามจับผู้หญิงไปเล่นจ้ำจี้ เอ่อ จับผู้หญิงไปสนองความใคร่ สนองความอยาก สนองตัณหานั่นแหละ เข้าใจหรือไม่” ที่จริงอยากจะบอกต่อว่าสนองความเงี่..แต่ว่าผู้ชายคนนี้คงไม่เข้าใจอยู่ดี ไม่พูดเสียดีกว่า ขี้เกียจอธิบายบุรุษได้ฟังก็ท
last updateLast Updated : 2026-01-28
Read more
ตอนที่ 9 วันเปิดร้าน
เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟมาเจอกันที่หน้าบ้านร้างหลังแรก แต่ละคนต่างมีพิรุธอย่างชัดเจน เอ๋ยเอ้ยมองบีลีฟ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามสิ่งใดบีลีฟก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นเสียเอง “ไม่ต้องถามมาก แค่ลวนลามผู้ชายก่อนเลยถูกเอาคืน”เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาไม่เขินเลยสักเล็กน้อย แต่นี่ก็ไม่ได้ทำให้เอ๋ยเอ้ยประหลาดใจ พวกเธอคบกันมาตั้งแต่ยังเล็ก เรื่องอะไรก็เล่าให้ฟังหมด รู้ไส้รู้พุงกันดี “อ่อ แต่เราโดนลวนลามมา” สีหน้าของอีกฝ่ายไม่มีโกรธเคืองแต่คล้ายกับเสียดายมากกว่า “ติดใจล่ะสิ” บีลีฟกระเซ้าเย้าแหย่เพื่อนสาว “ก็มีบ้าง” เอ๋ยเอ่ยหน้าแดงระเรื่อเหมือนมะเขือเทศสุก “มาคุยอะไรตรงนี้ กลับบ้านค่อยคุยกัน” เธอส่งสายตาดุ ก่อนลากบีลีฟออกนอกบริเวณหมู่บ้านร้าง “หากผู้ชายพวกนั้นมาได้ยินก็น่าอายเกินไปแล้ว” เธอกระซิบข้างหูเพื่อนของตน บีลีฟพยักหน้าเห็นด้วย หญิงสาวทั้งสองรีบกลับจวนสกุลโจวทันที ไม่เจอผีแต่เจอผู้ เล่าให้คนอื่นฟังไม่ได้ล่ะ รู้กันเองสองคนก็พอ ........ จวนสกุลโจว “อะไรนะ แกขยุ้มไอ้นั่นขอ
last updateLast Updated : 2026-01-29
Read more
ตอนที่ 10 แขกที่รอคอย
“เราทำน้ำยำรอไว้เลยดีกว่า แบบเผ็ดไม่เผ็ด ปลาร้าไม่ปลาร้า” เอ๋ยเอ้ยกล่าวพลางจดใส่ในรายการที่ต้องทำ“ทำแบบให้เลือกเองเลยมั้ยว่าจะกินอะไร ให้ตักเองแล้วเอามาให้เรายำ” บีลีฟขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวจับปากกาหมุนวนบนกระดาษ“ไม่น่าดี เราไม่รู้เลยว่าลูกค้าที่นี่จะมีแบบไหนบ้าง ถ้าเจอไม่ดีหรือเรื่องมากจะแก้ไขปัญหาลำบาก” เธอพูดเองเออเองหลังจากคิดคำนวณผลดีผลเสีย“ก็จริง ถ้ามีคนอย่างเฮียหน้าดุมาเฝ้าร้านก็คงจะดีนะ ไม่มีใครกล้าสร้างปัญหาแน่นอน”เอ๋ยเอ้ยนึกถึงตอนที่เจอกับฝูเทียนเหวินและเสวินอิง ถ้าได้บุรุษดุดันแบบนั้นมาคุมร้านก็คงไม่น่ามีผู้ใดกล้ามาหาเรื่อง“พูดแบบนี้อยากเจอพี่หน้าหวานล่ะสิ” มือเรียวของบีลีฟวางปากกา เธอมองหน้าเพื่อนแล้วแสร้งทำเสียงเข้ม “หรือว่าอยากเจอเฮียหน้าดุกันนะ”“บ้าหรอ เฮียหน้าดุอ่ะของแก ไปขย้ำน้องชายเขาขนาดนั้น ผิดผีแล้ว” เอ๋ยเอ้ยโวยวายต่อ “ฉันไม่แย่งผู้ชายของเพื่อน”“ผู้ชายของเพื่อนอะไรกัน อย่ามาซี้ซั้วพูด” บีลีฟหยิบเมล็ดทานตะวันดีดใส่เอ๋ยเอ้ย “ยังไม่ได้กัน ไม่สิ ไม่ได้คบกันจะมาเหมาว่าเป็นผู้ชายของฉันได้ยังไงยะ”“ก็ได้ๆ อีกไม่นานคงได้เรียกล่ะ” เอ๋ยเอ้ยหยิบเมล็ดทานตะวันมาแกะเข้าปา
last updateLast Updated : 2026-01-30
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status