แชร์

ตอนที่ 3 พระชายารัชทายาท 1.1

ผู้เขียน: จ้าวฮุ่ยอิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 01:10:17

หอดวงดาว

 ร่างอรชรของเจ้าหอแห่งดวงดาว นามว่าเว่ยหลินหลางในวัย 17 ปีกำลังนั่งเข้าญาณอยู่ภายในห้องพระจันทร์เสี้ยวซึ่งสร้างยื่นออกไปจากขอบหน้าผา เบื้องล่างคือหุบเหวมรณะ เบื้องบนเปิดกว้างไร้หลังคาบดบังเพื่อให้เจ้าหอคำณวนวิถีแห่งดวงดาวคือท้องฟ้าในยามราตรีเต็มไปด้วยหมู่ดาวนับหมื่นล้านดวงทอแสงระยิบระยับเต็มแผ่นฟ้าไปหมด ยอดเขาเทียนเหมินซานสูงเสียดฟ้าประหนึ่งประตูสวรรค์น้อยคนยิ่งนักที่จะล่วงล้ำเข้าเขตแดนนี้ได้

 ท่ามกลางขุนเขาสูงของเทือกเขาเทียนเหมินซาน กลางหุบเหวลึกเป็นที่ตั้งของหอดวงดาวอันเป็นขุมคลังของความรู้ที่รวมตำราโบราณมาตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดิน ล้วนเก็บรักษาเอาไว้อยู่ในสถานที่เป็นความลับสุดยอดไม่อาจเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นล่วงรู้ที่ตั้งหอดวงดาวแห่งนี้ ศูนย์รวมแห่งพลังหยินหยางก่อกำเนิดตำรายาลับมากมาย รวมไปถึงสูตรยาอายุวัฒนะก็อยู่รวมภายในนี้เช่นกัน

 ท้องฟ้าเบื้องบนในยามนี้เต็มไปด้วยดวงดาวมากมายนับหมื่นล้านดวง ต่างกำลังแข่งขันเปล่งแสงสุกสกาวออกมาอย่างเต็มที่กลับปรากฏ หนึ่งในดวงดาวเหล่านั้นที่เปล่งแสงเจิดจ้าอยู่ดีๆ พลันดับวูบลงไปอย่างไม่รู้สาเหตุและร่วงหล่นตกลงจากฟากฟ้าลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

 พรึบ!!!! เปลือกตาที่กำลังปิดสนิทอยู่ในขณะนั้นเปิดขึ้นทันที ใบหน้างดงามเฉิดฉายบ่งบอกถึงความตกใจสุดขีดกับสิ่งที่นางสัมผัสได้ทางญาณ พร้อมแหงนหน้ามองท้องฟ้าเบื้องบนซึ่งดวงดาวกำลังร่วงหล่นจากแผ่นฟ้าอยู่ในขณะนั้น ไร้สิ้นแสงสว่างเจิดจ้าไปชั่วนิรันดร์

 “หลิงเอ๋อ!”เว่ยหลินหลางเรียกชื่อของน้องสาวฝาแฝดออกมาทันใด ร่างงามลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วเฝ้าจับจ้องดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าก่อนจะแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ

 ไม่!!! เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจอย่างสุดขีดเมื่อเห็นดาวประจำตัวของเว่ยหลิงเหลียนแตกดับไปต่อหน้าต่อตาเช่นนั้น ก่อนจะเหลือบสายตาไปที่ดาวประจำตัวของเว่ยอี้ก็กำลังเริ่มอ่อนแสงลงไปด้วยเช่นกัน

 “แย่แล้ว! ดาวประจำตัวของท่านพ่อเหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนั้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของข้ากันแน่!”เว่ยหลินหลาง กล่าวได้เพียงแค่นั้นญาณหยั่งรู้อนาคตปรากฏขึ้นมาโดยพลัน

 ภาพใบหน้าอันงดงามของสตรีสูงศักดิ์นางหนึ่งปรากฏขึ้นมาทันใด รอยแสยะยิ้มเหยียดมาพร้อมกับเสียงหัวเราะหวีดหวิวเต็มไปด้วยความอำมหิตและเหี้ยมเกรียม พร้อมร่างอันไร้วิญญาณมากมายนอนตายเกลื่อนกลาด 

 ทั่วทั้งแผ่นดินเต็มไปด้วยหยาดโลหิตแดงฉานไหลเนืองนอง และภาพบุรุษผู้สูงศักดิ์แต่กลับไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวแต่มีสองคนหนึ่งในนั้น เป็นดวงดาวจักรพรรดิและอีกหนึ่งเป็นดวงดาวแห่งหายนะ! และที่สำคัญนางเห็นตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางบุรุษทั้งสองที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ในขณะนั้น

 พรึบ! ญาณหยั่งรู้อนาคตดับวูบลงไปโดยพลันพร้อมชื่อของใครบางคนดังออกมาจากปากของนางทันที

 “ลี่หยาง!”เจ้าหอแห่งดวงดาวเอ่ยชื่อดังกล่าวออกมาทันที ดวงตาเต็มไปด้วยอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด 

  “แผ่นดินต้าโจวกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และตระกูลของข้าจะพานพบเรื่องเลวร้ายแต่เป็นเรื่องอะไร เหตุใดข้าจึงมองเห็นตัวเองอยู่ในสถานที่เช่นนั้นหรือว่า....”เว่ยหลินหลางเอ่ยได้เพียงเท่านั้น 

 ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อท้องฟ้าเบื้องบน มีบางอย่างปรากฏให้นางเห็นเพียงผู้เดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยคจากลิขิตสวรรค์ที่ทำเอานางถึงกับยืนอึ้งไปทันที

 บัลลังก์หงส์ถึงกาลวิบัติเมื่อผู้มาจากดวงดาวปรากฏตัวและจบสิ้นลงด้วยน้ำมือของดาวจักรพรรดิ 

 ทันทีที่อ่านประโยคดังกล่าวจากสวรรค์จบลง เว่ยหลินหลางหันกายกลับเดินออกไปจากห้องพระจันทร์เสี้ยวอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดลงเมื่อมาถึงตรงหน้าประตู

 “ตามผู้คุมกฎทั้งเก้ามาพบข้าที่นี่เดี๋ยวนี้!”นางสั่งการออกไป

 “ขอรับ”เสียงเวรยามหน้าประตูขานรับอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางใบหน้าและแววตาของเจ้าหอคนงามเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 ในเวลาต่อมา

 ผู้คุมกฎทั้งเก้าต่างมาปรากฏตัวที่หอคอยดวงดาวกันอย่างพร้อมเพรียงตามคำสั่งของเจ้าสำนักคนปัจจุบัน พร้อมเสียงของผู้คุมกฎซึ่งอาวุโสสูงที่สุดเอ่ยขึ้นมาทันที เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากเว่ยหลินหลางจบลง

 “อะไรนะ! เจ้าหอต้องการลงจากเขาเพื่อเดินทางไปเมืองหลวงอย่างนั้นเหรอ! ไม่ได้นะ! ทำเช่นนั้นไม่ได้อย่างเด็ดขาดหาไม่แล้วชะตาของท่านจะต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือไปอย่างสิ้นเชิง ซ้ำร้ายเจ้าสำนักหอดวงดาวทุกรุ่นไม่เคยย่างกายออกจากสถานที่แห่งนี้ก่อนอายุ 20 ปีเลย เพราะทันทีที่ย่างก้าวออกไปนอกจากจะทำให้ชะตาแปรเปลี่ยน อายุขัยจะลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งเลยเชียวนะ”ผู้คุมกฎซึ่งอาวุโสสูงสุดกล่าวเตือนด้วยความห่วงใย พร้อมเสียงของผู้คุมกฎคนอื่นๆ ต่างคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

 “เจ้าหอได้โปรดเปลี่ยนใจเถิด ท่านเป็นผู้หยั่งรู้อนาคตทั่วผืนแผ่นดินนี้ไม่มีสิ่งใดที่ท่านไม่รู้ หากก้าวออกจากหอดวงดาวจะประสบชะตากรรมร้ายกับท่านจะทำเช่นไร หอดวงดาวแห่งนี้ขาดไร้เจ้าสำนักไม่ได้ ท่านคือความภาคภูมิใจของพวกข้าทั้งหมดที่เลี้ยงท่านมาตั้งแต่เกิดเลยนะ”เสียงคัดค้านของผู้คุมกฎซึ่งเป็นสตรีหนึ่งในผู้เลี้ยงดูเจ้าหอคนงามเอ่ยแทรกขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย

 ท่ามกลางเสียงเอ็ดอึงกันอย่างถ้วนหน้าต่างพากันทัดทานเว่ยหลินหลางอย่างสุดกำลัง นางล่วงรู้ดีว่าผู้คุมกฎไม่เห็นด้วยในการออกจากหอดสงดาวก่อนอายุครบ 20 ปีของนางในครั้งนี้

 “เรื่องนั้นข้าล่วงรู้เป็นอย่างดีผู้อาวุโสทั้งหลาย แต่จำเป็นต้องไปเพราะนี่คือลิขิตแห่งสวรรค์!”เว่ยหลินหลางอธิบายกลับไป

 “อะไรนะ!”ผู้คุมกฎทั้งเก้าต่างพูดออกมาพร้อมกันเมื่อได้ยินเช่นนั้น

 ใบหน้างดงามพยักขึ้นลงติดต่อกันเป็นการยืนยันคำกล่าวของนาง ซึ่งทำให้ผู้คุมกฎทั้งเก้าได้แต่ยืนเงียบงันไปตามๆ กัน

 “เหตุใดสวรรค์จึงลิขิตออกมาเช่นนี้ ตั้งแต่หอดวงดาวก่อตั้งมานานนับพันปีเป็นเจ้าหอคนแรกที่ต้องออกจากหอดวงดาวก่อนอายุ 20 ปี สวรรค์ต้องการอะไรจากท่านกันแน่ ไม่ง่ายเลยที่จะปรากฏผู้หยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้เช่นนี้”ผู้คุมกฎอาวุโสสูงสุดกล่าวพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างแรง

 “คาดว่าสวรรค์ต้องการให้ข้าออกจากหอดวงดาวเพื่อไปทำตามลิขิตของสวรรค์เบื้องบน มีเพียงข้าผู้เดียวเท่านั้นที่จะต้องลงมือ ผู้อาวุโสหลงลืมไปแล้วหรือว่า ข้าเกิดมาพร้อมกับดวงชะตาล้มบัลลังก์หงส์ของแผ่นดินต้าโจว และนี่คงจะถึงเวลาแล้ว”

 คำกล่าวของเว่ยหลินหลางแม้จะสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้คุมกฎทั้งเก้าก็ตาม แต่ก็มิอาจฝืนโชคชะตาและลิขิตของสวรรค์นี้ได้แม้แต่น้อย จำต้องยอมรับในการออกจากหอดวงดาวของเจ้าสำนักคนปัจจุบันนี้แต่โดยดี

 “เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกข้าทั้งหมดก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้งเอาไว้ได้ เพราะลิขิตของสวรรค์ยากที่ผู้ใดฝ่าฝืนแม้ว่าการออกจากหอดวงดาวก่อนอายุครบ 20 ปีจะส่งผลต่อตัวท่านเป็นอย่างมากก็ตาม ก็ขอให้ท่านเจ้าหอเดินทางอย่างปลอดภัยถ้าจะให้ดีนำสิ่งที่สามารถปกป้องชีวิตให้พ้นภัยร้ายไปด้วยจะดีมาก วรยุทธ์ของท่านก็ยังอ่อนด้อยยากนักที่จะต่อกรกับผู้ใดได้”เหล่าผู้คุมกฎกล่าวแนะนำ

 “ขอบคุณท่านอาวุโสทั้งเก้าที่เข้าใจ ข้าจะนำมุกวิเศษและเทียนอธิษฐานนำติดตัวไปเพียงสองสิ่งเท่านั้น ขอได้โปรดวางใจเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยข้าจะกลับคืนสู่หอดวงดาวเช่นเดิม ในระหว่างนี้เว่ยหลินหลางขอฝากหอดวงดาวให้แก่ผู้อาวุโสทุกท่านช่วยดูแลไปพลางก่อน”เจ้าหอคนงามพูดพร้อมยกสองมือเรียวงามประสานเข้าหากัน ก้มศีรษะคำนับคารวะผู้คุมกฎทั้งเก้าที่ยืนมองด้วยความเป็นห่วงมิรู้คลาย

 ผู้คุมกฎทั้งเก้าคนต่างเริ่มปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า เมื่อล่วงรู้ว่าเจ้าหอนำสิ่งใดติดตัวไปด้วย ทั้งหมดต่างยกมือประสานเข้าหากันรับการคารวะจากเจ้าหอคนปัจจุบันเช่นเดียวกัน พร้อมเสียงของเว่ยหลินหลางดังกึกก้องขึ้น

 “ปิดหอคอยดวงดาว!”เสียงของนางสั่งการออกไปทันที

 “ขอรับ!”ทุกชีวิตที่คอยดูแลหอดวงดาวขานรับพร้อมเพรียง

 แอดดดด!!! ห้องพระจันทร์เสี้ยวสำหรับเจ้าหอแห่งดวงดาวเริ่มปิดตัวลงอย่างช้าๆ พร้อมร่างของเจ้าหอแห่งดวงดาวเดินนำหน้าออกจากหอคอย โดยมีผู้คุมกฎทั้งเก้าเดินตามหลังมาติดๆ

 ปัง!!! ประตูทางเข้าของหอคอยที่จะขึ้นไปบนยอดเขาซึ่งมีห้องพระจันทร์เสี้ยวอยู่บนนั้นถูกปิดผนึกลงด้วยเช่นกัน พร้อมผนึกด้วยค่ายกลดวงดาว

 ครืนนนน!!! ค่ายกลดวงดาวปิดผนึกลงอย่างแน่นหนาจนทั่วทั้งหอคอยสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปหมด และจะไม่มีผู้ใดสามารถเปิดหอคอยดังกล่าวนี้ได้อีกต่อไป นอกเสียจากเจ้าหอแห่งดวงดาวเพียงผู้เดียวเท่านั้น ด้วยภายในนั้นเต็มไปด้วยตำราศักดิสิทธิ์และสิ่งวิเศษของแผ่นดินที่เล่าขานในตำนานเก็บรักษาอยู่ภายในนั้น

 พรึบ! เปลวเพลิงสีส้มแสดปะทุขึ้นมาจากเทียนอธิษฐานเมื่อถูกจุดขึ้นมาจากการร่ายคาถากำกับ

 “เจ้าหอจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลยเหรอ อีกหนึ่งชั่วยามฟ้าก็จะสางแล้ว”เสียงของหนึ่งในผู้คุมกฎเอ่ยถามกลับไปเมื่อเห็นเจ้าหอแห่งดวงดาวจุดเทียนอธิษฐานขึ้นเพื่อนำนางกลับไปเมืองหลวงภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปจากที่จะต้องเดินทางนานนับแรมเดือนเลยทีเดียว

 “ข้าไม่อาจรั้งรอได้เพราะนี้คือเหตุเร่งด่วน จึงจำเป็นต้องใช้เทียนอธิษฐานนี้พาข้ากลับไปที่จวนราชครูภายในวันนี้ให้ได้ ขอผู้อาวุโสทุกท่านอย่าได้เป็นห่วง”

 เว่ยหลินหลางตอบผู้คุมกฎทั้งเก้ากลับไป ก่อนจะออกเดินทางลงจากเขาเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีตั้งแต่นางเกิดและเติบโตมาจากที่นี่ บรรดาผู้คุมกฎทั้งเก้าและลูกศิษย์ของหอดวงดาวต่างเฝ้ายืนมองเจ้าสำนักดวงดาวลงจากเขาไปโดยถือเทียนอธิษฐานอยู่ในมือท่ามกลางแสงอาทิตย์กำลังโผล่พ้นจากขอบฟ้า 

 ร่างระหงของเว่ยหลินหลางสวมอาภรณ์ขาวลออตา ค่อยๆ เดินลงจากเขาไปอย่างช้าๆ เพียงลำพังก่อนจะเลือนหายไปเพียงชั่วพริบตา

 “อีกนานเท่าใดหนอเจ้าหอจะได้หวนคืนกลับมาที่หอดวงดาว ลงจากเขาก่อนอายุจะครบ 20 ปีเช่นนี้ เจ้าหอจะประสบกับชะตาที่พลิกผันอย่างไรก็ไม่รู้ และจะผ่านพ้นไปได้หรือไม่”เสียงของหนึ่งในผู้คุมกฎอาวุโสสูงที่สุดเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล

 “เจ้าหอหยั่งรู้ฟ้าดิน นางน่าจะล่วงรู้ว่าชะตาเบื้องหน้าจะต้องประสบกับอะไรบ้างหรอกนะ ท่านกังวลมากจนเกินไปหรือเปล่า”เสียงของหนึ่งในผู้คุมกฎแสดงความคิดเห็นออกมา

 ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยส่ายไปมาติดต่อกันเมื่อได้ยินหนึ่งในผู้คุมกฎกล่าวออกมาเช่นนั้น

 “นางหยั่งรู้ฟ้าดินของผู้อื่น แต่ในทางกลับกันนางไม่อาจญาณหยั่งรู้โชคชะตาของตัวเอง ลิขิตสวรรค์ไม่ได้ให้มาครบทุกสิ่งอย่างหรอกนะ นางจะรอดพ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเองและสถานการณ์ที่บีบบังคับ อย่าลืมสิว่าเจ้าหอเพิ่งจะมีอายุ 17 ปีเท่านั้น นางยังเยาว์และด้วยวัยเพียงเท่านี้ต้องมารับภาระอันยิ่งใหญ่คอยปกป้องและดูแลหอดวงดาวแห่งนี้”ผู้อาวุโสสูงสุดหรือที่เรียกขานกันภายในหอดวงดาวว่าท่านลุงใหญ่กล่าวพลางถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงพร้อมเอ่ยขึ้น

 “ความคิดความอ่านของนางอาจจะโตกว่าอายุจริงแต่นางไม่ใช่ผู้ทรงศีลหรือบำเพ็ญตนเพื่อประพฤติเป็นเซียน บางวันยังวิ่งเล่นเป็นเด็กเล็กๆ ก็ยังเห็นอยู่เลย ดังนั้นขึ้นชื่อว่าสตรีย่อมที่จะมีอารมณ์อ่อนไหวด้วยกันทั้งสิ้น อีกทั้งการออกจากหอดวงดาวในครั้งนี้ล้วนเป็นลิขิตของสวรรค์ที่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น”

 ผู้คุมกฎอาวุโสที่สุดอธิบายออกมาพลางทอดถอนหายใจออกมาอย่างแรงอีกเป็นครั้งที่สองด้วยไม่อยากคิดเลยว่า เจ้าหอแห่งดวงดาวจะพานพบสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของนางบ้าง

 และนั่นทำให้ผู้คุมกฎที่เหลือได้แต่ยืนฟังอย่างเงียบๆ ไม่ปริปากกล่าวสิ่งใดออกมาอีก ทำได้แต่เพียงภาวนาให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นเรื่องดีเพื่อเจ้าหอคนงามจะได้กลับคืนหอดวงดาวดั่งเดิม

 พระราชวังหลวง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 5 การกลับมาของพระชายา 1.1

    จวนราชครูเสียงร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าต่อการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืน ดังก้องระงมไปทั่วทั้งจวนราชครู ผ้าแดงมงคลที่เคยประดับเอาไว้ไปทั่วทุกพื้นที่ทั้งภายนอกและภายในของจวน บัดนี้ค่อยๆ ถูกปลดออกเปลี่ยนเป็นผ้าขาวแห่งการไว้ทุกข์และการจากลาอย่างไม่มีวันกลับของพระชายารัชทายาทภายในบริเวณเรือนทิศตะวันตกซึ่งเป็นสถานที่วางโลงศพของพระชายารัชทายาท ถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วพร้อมโลงศพอย่างดีอันเป็นสถานที่สุดท้ายเพื่อใช้เป็นที่พำนักไปชั่วนิจนิรันดร์ของพระชายากำลังเคลื่อนออกจากเรือนนอนส่วนตัว ภายหลังนำร่างอันไร้วิญญาณบรรจุลงในโลงดังกล่าว โดยมีร่างของราชครูเว่ยอี้เดินตามหลังโลงศพของบุตรีด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยโศกเศร้าและหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัดร่างสันทัดยืนเอามือไพล่หลังมองบรรดาบ่าวรับใช้กำลังช่วยกันขนโลงศพของพระชายาซึ่งทางวังหลวงพระราชทานมาให้หลังจากทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระชายารัชทายาท นำไปตั้งวางไว้กลางห้องของเรือนตะวันตก ซึ่งใช้เป็นสถานที่เคารพศพอย่างเป็นทางการงานมงคลกลับแปรเปลี่ยนเป็นงานศพไปอย่างคาดไม่ถึง หัว

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 4 พระชายารัชทายาท 1.2

    ตำหนักบูรพา“ไม่จริง!!!!”สุระเสียงดังกระหึ่มด้วยความตระหนกพระทัยอย่างยิ่งยวดเมื่อขันทีคนสนิทเข้ามากราบทูลรายงานข่าวด่วนเรื่องของพระชายารัชทายาทหมับ! พระหัตถ์ตรงเข้าคว้าสาบเสื้อของขันทีที่เฝ้าคอยปรนนิบัติรับใช้มาอย่างช้านานพร้อมกระชากร่างสันทัดเข้ามาใกล้ๆ“เจ้าพูดให้ข้าฟังอีกครั้ง! ผู้ใดกันที่ตายในวันอภิเษกของข้า!”รัชทายาทหนุ่มตวาดถามจนสุดพระสุระเสียงขันทีกู้ถึงกับตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดหวั่นเมื่อถูกองค์ชายรัชทายาทรับสั่งถามกลับมาเช่นนั้น“ข่าวด่วนจากจวนราชครูเว่ยอี้พ่ะย่ะค่ะ ส่งทหารให้กลับมาแจ้งทางราชสำนักว่าพระชายาสิ้นพระชนม์ลงแล้วเมื่อกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมาพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีคนสนิทกราบทูลกลับไปด้วยอาการหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียวและนั่นทำให้พระวรกายสูงใหญ่ของรัชทายาทแห่งต้าโจวถึงกับนิ่งงันไปทันทีครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น พระพักตร์คมคร้ามหล่อเหลาเริ่มส่ายไปมาติดต่อกัน ด้วยเพราะพระองค์ทรงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน“ไม่จริง! ข้าไม่เชื่อ! ชายาของข้ายั

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 3 พระชายารัชทายาท 1.1

    หอดวงดาว ร่างอรชรของเจ้าหอแห่งดวงดาว นามว่าเว่ยหลินหลางในวัย 17 ปีกำลังนั่งเข้าญาณอยู่ภายในห้องพระจันทร์เสี้ยวซึ่งสร้างยื่นออกไปจากขอบหน้าผา เบื้องล่างคือหุบเหวมรณะ เบื้องบนเปิดกว้างไร้หลังคาบดบังเพื่อให้เจ้าหอคำณวนวิถีแห่งดวงดาวคือท้องฟ้าในยามราตรีเต็มไปด้วยหมู่ดาวนับหมื่นล้านดวงทอแสงระยิบระยับเต็มแผ่นฟ้าไปหมด ยอดเขาเทียนเหมินซานสูงเสียดฟ้าประหนึ่งประตูสวรรค์น้อยคนยิ่งนักที่จะล่วงล้ำเข้าเขตแดนนี้ได้ ท่ามกลางขุนเขาสูงของเทือกเขาเทียนเหมินซาน กลางหุบเหวลึกเป็นที่ตั้งของหอดวงดาวอันเป็นขุมคลังของความรู้ที่รวมตำราโบราณมาตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดิน ล้วนเก็บรักษาเอาไว้อยู่ในสถานที่เป็นความลับสุดยอดไม่อาจเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นล่วงรู้ที่ตั้งหอดวงดาวแห่งนี้ ศูนย์รวมแห่งพลังหยินหยางก่อกำเนิดตำรายาลับมากมาย รวมไปถึงสูตรยาอายุวัฒนะก็อยู่รวมภายในนี้เช่นกัน ท้องฟ้าเบื้องบนในยามนี้เต็มไปด้วยดวงดาวมากมายนับหมื่นล้านดวง ต่างกำลังแข่งขันเปล่งแสงสุกสกาวออกมาอย่างเต็มที่กลับปรากฏ หนึ่งในดวงดาวเหล่านั้นที่เปล่งแสงเจิดจ้าอยู่ดีๆ พลันดับวูบลงไปอย่างไม่รู้สาเหตุและร่วงหล่นตกลงจากฟากฟ

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 2 บทนำ 1.2

    จวนราชครู จวนราชครูในเวลานี้เต็มไปด้วยผ้าแดงมงคลประดับเอาไว้ทั่วทุกพื้นที่ ดอกไม้นานาพรรณถูกนำมาตกแต่งภายในจวนมากมายเพื่อให้ประชาชนในแคว้นต้าโจวต่างล่วงรู้กันถ้วนหน้า ว่าจวนราชครูเว่ยอี้ผู้ปราดเปรื่อง ซึ่งอยู่ในฐานะพระอาจารย์ของรัชทายาทโจวหยางเย่ว สกุลเว่ยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกของเชื้อพระวงศ์ ราชครูผู้เต็มไปด้วยความปราดเปรื่องทั้งเชิงบู้และบุ๋น จะกลายเป็นพ่อตาของว่าที่ฮ่องเต้ต้าโจวในภายภาคหน้า แต่ดูเหมือนว่าตัวราชครูไม่อยากให้สกุลเว่ยได้ครอบครองตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของต้าโจวแม้แต่น้อย ด้วยล่วงรู้ดีว่าหวังฮองเฮาทรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่งยวดกับอำนาจทางการทหารถูกเปลี่ยนมือไปที่สกุลเว่ยแทนที่จะอยู่กับสกุลหวังมาโดยตลอด และการตัดสินใจขององค์ชายรัชทายาทในครั้งนี้ทำให้เปลี่ยนถ่ายขั้วอำนาจไปอย่างสิ้นเชิง และผลที่ติดตามมานั้นก็คือความพยายามที่สกุลหวังต้องการจะรักษาตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของแคว้นให้ดำรงอยู่ต่อไป ภายในห้องนอนพระชายารัชทายาท อึก! อึก! อึก! เสียงอึกอักอยู่ในลำคอพยายามที่จะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกได้ล่วงรู้อันตรายที่เป็นภัยถึงแก่ชีวิตของนางเพ

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 1 บทนำ 1.1

    แค้วนต้าโจว แผ่นดินกว้างใหญ่สุดสายตา จากเหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก ทั่วทุกสารทิศปกครองแคว้นน้อยใหญ่มากมาย ครอบครองผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อก่อตัวสร้างเป็นบ้านเรือน ขยับขยายกลายเป็นชุมชนและเติบโตขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แผ่นดินมังกรในยุคโบราณต่างมีผู้ปกครองน้อยใหญ่มากมาย แคว้นที่แข็งแกร่งกว่าจะพยายามรวบรวมกำลังคนและพื้นที่มากมายจากแคว้นที่อ่อนแอก่อตั้งเป็นราชวงศ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อปกครองผืนแผ่นดินน้อยใหญ่ หนึ่งในจำนวนมากมายหลายร้อยแคว้น ท่ามกลางการแก่งแย่งและช่วงชิงผืนแผ่นดินอันมั่งคั่ง แคว้นต้าโจวคือหนึ่งในนั้นที่แข็งแกร่งมากที่สุดเหนือแคว้นใดทั่วหล้า และด้วยเพราะแผ่นดินที่สมบูรณ์และมีแคว้นในการปกครองมากถึงสองร้อยกว่าแคว้นในเวลานั้น จึงทำให้ต้าโจวแผ่ขยายอำนาจปกครองไปทั่วทุกสารทิศ และเพราะความยิ่งใหญ่นี้ทำให้การแย่งชิงเพื่อหวังครอบครองแผ่นดินต้าโจวทั้งภายในและภายนอกเข้มข้นเป็นยิ่งนัก ฮ่องเต้แห่งต้าโจว เป็นสิ่งที่สตรีทุกคนเฝ้าใฝ่ฝันและตำแหน่งฮองเฮาแห่งต้าโจว เป็นตำแหน่งสูงสุดที่สตรีทั่วหล้าอยากก้าวมาถึงจุดนี้ด้วยกันทุกคน การช่วงชิงตำแหน่งฮองเฮาจึ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status