Home / วาย / ตำหนักแปดสำราญ / บทที่ 1 เสด็จพี่ไท่จื่อ (NC, rape, incest, torture[กายและใจ], bondage, non-consensual drug use, manipulation, blood, oral, dub-con) (2/2)

Share

บทที่ 1 เสด็จพี่ไท่จื่อ (NC, rape, incest, torture[กายและใจ], bondage, non-consensual drug use, manipulation, blood, oral, dub-con) (2/2)

last update Last Updated: 2026-01-21 15:12:33

เรียวขาสองข้างที่คอยปาดเตะผลักไสคนทิ้งตัวลงมาปัดป่ายเสียดสีกับร่างกายร้อนระอุข้างบนระบายความอึดอัดแทน เรียวคอระหงเอียงออกเปิดช่องให้ผู้ที่ดอมดมมันอยู่เข้ามาเชยชมได้มากกว่าเก่า แก่นกายสีสวยถูกยากำหนัดปลุกให้ตื่นขึ้นไปทักทายกับแก่นกายใหญ่ร้อนเบื้องบน

เซียวซิงโหรวไม่สามารถประคองสติไว้ได้อีกต่อไป

"จื่อเว่ย บอกเสด็จพี่ไท่จื่อของเจ้ามาสิ ตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไร?"

"ร้อน...เสด็จพี่ไท่จื่อ ข้าร้อนเหลือเกิน"

เสียงหวานแหบพร่าเอื้อนเอ่ยออกมาพร้อมกับลมหายใจที่รวยรินตามแรงอารมณ์ ดวงแก้วคู่งามแดงเรื่อหยาดเยิ้มไปด้วยคราบน้ำตาจ้องสบกับดวงตาหิวกระหายของญาติผู้พี่

"ดี แล้วเจ้าอยากให้ข้าทำอย่างไร?"

"ช่วย เสด็จพี่ไท่จื่อ...ช่วยข้าปลดปล่อยความอึดอัดนี้ออกไปทีเถิด"

คำวิงวอนร้องขอที่เขาควบคุมได้ทำให้ไท่จื่อเกิดอารมณ์พลุ่งพล่านยิ่งกว่าเก่า แก่นกายอุ่นร้อนจ่อหมุนวนหยอกเย้าอยู่ที่ช่องทางฉ่ำแฉะอย่างปลุกเร้าอารมณ์จนสะโพกมนของเซียวซิงโหรวต้องขยับเลื่อนเข้าไปหาตอบรับสัมผัสที่เขาต้องการ มือใหญ่กำสะโพกนุ่มไว้แน่นเพื่อหยุดยั้ง อีกมือก็บีบเค้นยอดอกจนมันตั้งชูชัน

"ขอร้องข้า"

เซียวซิงโหรวครางออกมาตามการกระตุ้น เขาแอ่นอกรับการปรนเปรอ ดวงแก้วคู่สวยจ้องเข้าไปในดวงตาที่เขาไม่รู้จักอีกต่อไป

"เสด็จพี่ไท่จื่อ ได้โปรดเข้ามาในกายข้า"

ไร้การตระเตรียม แก่นกายใหญ่เกินขนาดโพรงร้อนกระแทกเข้าไปอย่างรุนแรงจนเกือบมิดด้ามในคราเดียว เซียวซิงโหรวกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดร้าวระทม ช่องทางด้านล่างฉีกขาดส่งเลือดแดงฉานไหลทะลัก แก่นกายใหญ่ใช้มันเป็นสิ่งหล่อลื่นแทงพรวดเข้าไปจนสุด

"อ๊าาา! เสด็จพี่...ฮือ ข้าเจ็บ ฮึก เอาออกไป ฮือ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ไท่จื่อที่กำลังสุขสมกับช่องทางคับแน่นที่บีบตอดรัดเขาไม่หยุดก็ส่งสายตาเย็นชากลับมา "เจ้าสั่งข้า? ข้ายังไม่ได้สั่งให้เจ้าพูด เจ้ากลับมาสั่งข้า?!"

มือใหญ่ดึงสายคาดเอวเส้นยาวที่เขาโยนทิ้งไว้ด้านข้าง พันรัดปลายสายมัดแก่นกายน้อยจนแน่นขนัด เซียวซิงโหรวไม่สามารถพูดนอกเหนือคำสั่งได้อีกจึงได้แต่กัดปากกรีดร้องในลำคอระบายความเจ็บที่ส่วนอ่อนไหว ไท่จื่อยื่นปลายสายคาดเอวอีกฝั่งมาจ่อปากบางห้อเลือด

"กัดซะ"

เซียวซิงโหรวกัดปลายสายคาดเอวอีกฝั่ง แค่เพียงเขาแหงนคอก็จะดึงรั้งแก่นกายของตนจนเจ็บร้าวไปหมด ขณะที่ความเจ็บทางด้านหน้ายังจัดการไม่ได้แก่นกายใหญ่ก็เริ่มขยับตัว ไท่จื่อขย้ำก้อนบั้นท้ายนิ่มทั้งสองข้างแน่นจับดึงร่างเพรียวบางกระแทกสวนจังหวะสอดใส่เข้าออกรัวเร็วของแก่นกาย เลือดแดงปะปนกับของเหลวหนืดใสกระเซ็นสาดตามจังหวะกระแทกกระทั้น เซียวซิงโหรวครวญครางในลำคออย่างน่ารันทด ลำตัวบิดเร้ารับความเจ็บปวดและความสุขสมจากไฟราคะที่ถูกปลุกขึ้นมาด้วยฤทธิ์ยา แก่นกายสีสวยถูกดึงรั้งตามการบิดส่ายของร่างกายจนจุกไปหมด เมื่อจุดสวาทถูกกระแทกเซียวซิงโหรวก็อ้าปากร้องเสียงหลงออกมาทำให้ปลายสายคาดเอวร่วงหล่น

"ใครสั่งให้เจ้าคายมันออกมา"

ไท่จื่อจับปลายที่หลุดออกดึงรั้งแก่นกายน้อยช้ำระบมเพื่อทำโทษ ด้านหลังแก่นกายใหญ่ก็ย้ำที่จุดกระสันซ้ำๆ เรียกให้ร่างบางกระตุกไหวบิดเร้าอย่างเสียวซ่าน เซียวซิงโหรวกรีดร้องสลับครางกระเส่าอยู่ในลำคอ ความเจ็บปวดและรัญจวนถาโถมเข้ามาจนแยกไม่ออก

"ร้องออกมาดังๆ สิ"

"อ๊ะ อะ ฮือ...อ๊า! ฮือ อึก...อา" เซียวซิงโหรวครางไม่เป็นภาษา น้ำตาใสรวยรินไม่ขาดสาย ปากอ้าค้างเพื่อร้องครางให้ผู้ข่มเหงพึงพอใจ

เสียงครวญครางเย้ายวนดังเคล้าคลอมากับเสียงเนื้อกระทบกันอย่างหยาบช้า ไท่จื่อโน้มตัวลงมาดูดเม้มทั่วทั้งผิวขาวผ่อง ลิ้นหมุนวนลากเลียรอบฐานยอดอกสีอ่อนที่ขึ้นสีระเรื่อเข้มขึ้นทุกครั้งที่เขาหยอกเย้า

"จื่อเว่ย แลบลิ้นออกมา"

เซียวซิงโหรวแลบลิ้นชุ่มฉ่ำออกมาตามคำสั่งทำให้เสียงครางอู้อี้น่าเอ็นดู ไท่จื่อรุดหน้าขึ้นไปสอดแทรกลิ้นอุ่นของตนกวาดไล้ทุกซอกหลืบในโพรงปากน้อย น้ำลายของทั้งสองแลกผ่านลิ้นร้อนที่เชื่อมโยงกันเปรอะเปื้อนไหลออกจากมุมปาก ไท่จื่อดูดดื่มจนพอใจก็ถอนจูบออกมา ดึงสองแขนสั่นเครือตรึงร่างบางไม่ให้ขยับหนีได้ สะโพกซอยถี่ยิบอย่างไร้ปรานี เซียวซิงโหรวแอ่นสะโพกตอบรับการรุกล้ำอันแสนดิบเถื่อน จุดอ่อนไหวถูกปรนเปรอสร้างความกระสันซ่านจนเขาตาลอย ลิ้นน้อยยังไม่ได้ถูกสั่งให้เก็บส่งให้เส้นน้ำใสไหลไปตามมุมปาก ไท่จื่อมองภาพเขียนวิจิตรตรงหน้าก่อนจะอัดกระแทกกายเข้าไปในเรือนร่างงดงามเป็นครั้งสุดท้าย น้ำกามอุ่นร้อนฉีดพุ่งเข้าไปเติมเต็มในร่างกายสั่นระริก เซียวซิงโหรวกระตุกร่างหนึ่งครั้งก่อนจะปลดปล่อยตามมา

เมื่อได้ปลดปล่อยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดก็คลายลงไปบ้าง ร่างสั่นเทิ้มทิ้งตัวลงอย่างเหนื่อยอ่อน แก่นกายใหญ่ถูกถอนออกจากร่าง น้ำเชื้อผสมกับเลือดสดพุ่งทะลักออกจากช่องทางอันบอบช้ำ

เซียวซิงโหรวยังหอบได้ไม่ทันไร กลิ่นคาวกามารมณ์พร้อมกับกลิ่นสนิมก็พวยพุ่งเข้ามาในโพรงปาก แก่นกายร้อนฉ่าของญาติผู้พี่ถูกใส่เข้ามาในโพรงปากเล็กแคบ เซียวซิงโหรวเจ็บมุมปากราวกับมันกำลังจะฉีกออก ไท่จื่อดันแก่นกายลึกเข้าไปจนสุดหลังคอทำให้เขาสำลัก ศีรษะถูกจับตรึงเอาไว้รองรับการทารุณแสนโหดร้ายจนเขาหายใจแทบไม่ทัน

"ซิงเอ๋อร์ เจ้าดูสิ สวนดอกไม้แห่งนี้งดงามหรือไม่?"

เซียวซิงโหรวทอดมองสวนเล็กๆ ในมุมเงียบสงบของรั้ววัง กิ่งใบขึ้นรกยื่นไปทุกทางอย่างไม่ได้รับการตัดแต่ง ซุ้มประตูและรั้วกั้นเองก็ถูกเถาไม้เลื้อยพันยุ่งเหยิงไปหมด เพียงแต่ในแมกไม้เขียวเหล่านั้นกลับมีดอกไม้นานาพันธุ์ สีสันสดใสบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมสดชื่นลอยมากับสายลม

"งดงามมากเลยพ่ะย่ะค่ะ ท่านยาย"

ไท่โฮ่วกลับส่ายหน้า "ไม่งดงามเลยสักนิด ซิงเอ๋อร์ อาเจียนั้นชอบดอกไม้และเครื่องหอมเป็นที่สุด แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เหมาะกับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งไท่จื่ออย่างเขานัก จึงมักโดนหวงตี้ริบเก็บไปเสียหมด สวนแห่งนี้เองก็เช่นกัน หลังหวงตี้ห้ามไม่ให้อาเจียมา ที่นี่ก็ถูกทิ้งร้างจนเถาหนามรกรุงรังไปหมด"

"เสด็จพี่ไท่จื่อช่างน่าสงสาร" เซียวซิงโหรวคิดตามก็พาให้เศร้าหมองแทนญาติผู้พี่ยิ่งนัก "เช่นนั้นข้าจะดูแลสวนแห่งนี้แทนเสด็จพี่ไท่จื่อให้เองดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"

"ซิงเอ๋อร์ของข้า เจ้าช่างเป็นเด็กดี เสด็จพี่ไท่จื่อของเจ้าต้องดีใจมากเป็นแน่" มือของผู้ชราลูบใบหน้างดงามของหลานชายวัยเยาว์ ไท่โฮ่วมองแก้วตาดวงใจของนางอย่างรักใคร่เอ็นดู

"ซิงเอ๋อร์ เจ้าดูเถอะ พี่น้องชายของเจ้าทุกคนมีชะตาชีวิตที่อาภัพยิ่งนัก ทุกคนไม่ว่าชมชอบสิ่งใดล้วนต้องเก็บไว้ในใจ ไม่ว่าอยากมีอยากได้สิ่งใดก็ห้ามมีห้ามได้ มีเพียงเจ้าที่เป็นสามัญชนตามบิดาจึงมีอิสรภาพไม่เหมือนกับพี่น้องชายคนอื่น มีเพียงเจ้าที่ข้าสามารถมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้โดยไม่ถูกคัดค้าน ไม่ถูกจับตามอง"

ท่านชายในวัยเยาว์ไม่ชอบแววตาโศกสลดของท่านยาย เขาชอบเวลาท่านยายยิ้ม ทั้งงดงามและใจดีอ่อนโยน เขาอยากให้ท่านยายมีความสุขเพื่อที่จะได้ยิ้มออกมาตลอดเวลา

"เช่นนั้นข้าจะทำทุกอย่างแทนพวกเขาดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"

"ซิงเอ๋อร์ บัดนี้เจ้าเป็นผู้ชำนาญในศาสตร์แห่งความสำราญทั้งแปดที่พี่น้องของเจ้าหลงใหล ข้าขอมอบตำหนักรวมญาติให้กับเจ้า พี่น้องฝ่ายชายของเจ้าต่างก็มีชะตาที่โดดเดี่ยวยิ่งนัก เจ้าต้องดูแลพี่น้องของเจ้าให้ดี สร้างความสุขให้กับพวกเขา พวกเขาไม่มีสิทธิเลือกที่จะทำตามใจได้ อย่างน้อยให้ตำหนักแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พวกเขาจะได้พักผ่อนจิตใจอย่างแท้จริง แบ่งเบาคลายทุกข์สร้างความสำราญให้พวกเขาเถิด"

ไท่โฮ่วประทานตำหนักรวมญาติให้กับท่านชายเซียวซิงโหรว สถาปนาเป็นตำหนักที่รวบรวมความสำราญแห่งศาสตร์ทั้งแปดที่ทายาทเชื้อพระวงศ์รุ่นนี้ชมชอบ กำเนิดเป็นตำหนักแปดสำราญ ดูแลโดยท่านชายเจ้าสำราญ เซียวซิงโหรว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตำหนักแปดสำราญ   บทที่ 26 ออกเดินทางท่ามกลางหมู่ดาว (อวสาน) (2/2)

    เด็กชายตัวน้อยวัยห้าปี ผู้มีใบหน้างดงามโดดเด่นเกินวัยลอบมองออกไปนอกประตูเรือนในยามดึกดื่น เมื่อไม่เห็นผู้ใดเด็กน้อยก็ลากตั่งตัวเล็กที่สุดในเรือนออกมาด้วยความทุลักทุเล กว่าจะลากตั่งออกไปนอกเรือนได้ก็เล่นเอาหอบ แต่เด็กชายไม่ได้หยุดพัก เขาลากตั่งไปจนถึงผนังด้านข้างของเรือนเมื่อวางไว้ตรงตำแหน่งที่เขาคิดว่าพอดีแล้ว เด็กชายก็ปีนขึ้นไปบนตั่งตัวเล็กที่สูงมากในความคิดของเขา ยื้อยุดอยู่นานกว่าเขาจะพาตัวเองขึ้นมานั่งข้างบนได้ เด็กชายลุกขึ้นยืนบนตั่งแล้วเอื้อมมือสุดแขนหวังจะเอื้อมขึ้นไปจับมุมหลังคาแต่ด้วยส่วนสูงของเด็กตัวน้อย ไม่ว่าเขาจะเอื้อมแขนออกไปมากเพียงใด จะเขย่งเท้าหรือจะกระโดดก็ไม่สามารถร่นระยะอันแสนห่างไกลลงไปได้ทุกการกระทำตกอยู่ในสายตาของผู้ที่แอบปีนขึ้นมาวิ่งเล่นบนกำแพงตำหนัก ขณะที่เขาแอบหลบซ่อนจากทหารยามอยู่ก็มาพบเห็นสิ่งที่น่าสนใจเข้าจนต้องหยุดดู"เจ้าทำอะไรน่ะ?"เด็กชายตกใจจนสะดุ้งตัวโยน เขาเกือบจะตกลงจากตั่งแต่ผู้ที่เป็นต้นเหตุกระโดดลงมาจากกำแพงดึงตัวเขาไว้ได้ทัน"เป็นท่านหญิงมาแอบหนีเที่ยวตอนกลางคืนไม่ได้นะ""ข้าเป็นผู้ชาย!" เด็กชายวัยห้าปีหันขวับไปทางผู้พูด แต่กลับพบเจอแต่ความ

  • ตำหนักแปดสำราญ   บทที่ 26 ออกเดินทางท่ามกลางหมู่ดาว (อวสาน) (1/2)

    บทที่ 26ออกเดินทางท่ามกลางหมู่ดาวบ้านของหลินอี้ที่เมืองหลวงอู่ยงแห่งเกาะกุยเหว่ยไม่ได้เล็กขนาดที่เขาเกริ่นเอาไว้ ออกจะพอดีสำหรับคนเพียงสองคน และเขาก็ไม่ได้ขัดสนด้วย ผู้ติดตามของไท่จื่อเป็นหน่วยลับ ต้องการผู้มีความสามารถสูงและพร้อมเสี่ยงอันตรายจึงมีเงินเดือนที่สูงตามไปด้วยเมื่อกลับมาถึงเกาะกุยเหว่ยไม่นานหลินอี้ยังมีข่าวดีเพิ่มขึ้นอีกต่อหนึ่ง หัวหน้าผู้ติดตามของไท่จื่อยื่นเรื่องลาออกเพื่อไปเดินทางท่องโลกยุทธภพสะสางเจตนารมณ์เดิม หลินอี้จึงได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้าคนต่อไป และหน่วยผู้ติดตามจะไม่ใช่หน่วยลับอีกเช่นในกาลก่อน จากนี้ทุกคนจะได้ตำแหน่งขุนนางทำงานในที่แจ้งบ้านที่หลังไม่เล็กมากจึงยกระดับกลายเป็นจวน หลินอี้บอกว่าแต่เดิมไปเป็นสายลับอยู่ที่เมืองท่าตะวันออก บ้านในเมืองหลวงอู่ยงจึงไม่มีคนรับใช้แม้สักคน ดีที่เขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจึงไม่มีปัญหาในการขนย้ายสิ่งของ เพียงแค่โคจรลมปราณนำของเข้าถุงเฉียนคุนแล้วค่อยนำออกมาจัดวางในจวนใหม่ก็เป็นอันใช้ได้เพียงแต่พื้นที่มากย่อมมีสิ่งให้จัดการมาก หลินอี้เห็นญาติผู้พี่ต้องมาช่วยเขาจัดการเรือนหลังใหญ่ก็ละอายใจนักคิดว่าพาเขามาลำบากจึงคิดจะจ้างค

  • ตำหนักแปดสำราญ   บทที่ 25 ท่านยาย และ อาซู

    บทที่ 25ท่านยาย และ อาซูศึกฟ้าดินผ่านไป สงครามก็มาถึงบทสรุป กลุ่มพันธมิตรกบฏเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในศึกสงครามผลัดเปลี่ยนแผ่นดินสงครามผ่านพ้นไปแล้ว ราชวงศ์เสวียนเองก็จบสิ้นแล้วแต่เซียวซิงโหรวยังมีชีวิตอยู่...เพื่ออะไร?ก่อนหน้านี้ท่านชายเจ้าสำราญทุ่มเททั้งชีวิตศึกษาและรวบรวมศาสตร์ทั้งแปดเพื่อสร้างความสุขสำราญให้กับพี่น้องตามประสงค์ของท่านยายแต่ตอนนี้ทั้งพี่น้องทั้งท่านยาย คนเหล่านั้นไม่อยู่แล้ว แล้วเขาต้องทำสิ่งใดเล่า?ยิ่งไปกว่านั้น ท่านชายเซียวใช้แทบจะทั้งชีวิตของเขาอยู่ในรั้ววัง มีบ้างที่ออกไปที่เมืองหลวง แต่ด้วยความที่มีรูปโฉมสะดุดตาผู้คนจึงมักไปได้ไม่ไกล อย่างมากก็อยู่เพียงโดยรอบจวนของตนเท่านั้น และตอนนี้เมืองหลวงก็พังราบไปแล้วจากไฟสงคราม การเดินทางที่ยาวไกลที่สุดก็คือหลังจากถูกกลุ่มกบฏพาตัวออกจากตำหนักแปดสำราญ แต่นั่นไม่นับว่าเป็นการเดินทางด้วยซ้ำ เพราะเขาโดนคุมความประพฤติอยู่แต่ในรถม้าเสียส่วนใหญ่แล้วเขาควรจะไปที่ใด?"ญาติผู้พี่ ข้าเข้าไปได้หรือไม่?"เสียงจากนอกกระโจมทำให้เซียวซิงโหรวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เป็นหลินอี้"เข้ามาเถอะ"หลินอี้เดินเข้ากระโจมที่ตั้งขึ้นชั่วคราวหลังจบ

  • ตำหนักแปดสำราญ   บทที่ 24 การแก้แค้นของท่านชายเจ้าสำราญ (ไม่มีฉาก NC แต่มีการพูดถึง) (2/2)

    ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นทิศที่เซียวซิงโหรวกระเดื่องใจจะมาหยุดยืนมากที่สุด"ฉินหวางซื่อจื่อ เสวียนเหว่ย อาเหว่ย พี่น้องและสหายของข้า" ความเวทนาพาดผ่านดวงตาไร้ประกายเพียงชั่วอึดใจก็จางหายไป "เจ้าชื่นชอบศิลปะและบทกวี นั่นเป็นความเข้าใจผิดเดิมๆ ของข้า แท้จริงแล้วเจ้าไม่ได้ชอบอะไรเลย"เมื่อแววตาบ้าคลั่งฉายอยู่บนใบหน้า เสวียนเหว่ยก็เป็นดั่งคนแปลกหน้า แต่เป็นคนแปลกหน้าที่เขารู้จักดี"ย่าของเจ้าเป็นสนมระดับล่างที่ไม่ได้รับความโปรดปราน บิดาของเจ้าแม้จะรอดชีวิตมาจากศึกชิงบัลลังก์แต่ก็ไม่เป็นที่โปรดปราน เจ้าถูกกดดันจากทุกฝ่าย ทั้งสายตระกูลฝากความหวังไว้ที่เจ้าให้นำพาความรุ่งโรจน์มาสู่วงศ์ตระกูล ข้าสงสารเจ้า เห็นใจเจ้า แต่เจ้าก็ไม่ควรเอาทุกอย่างมาลงที่ข้าโดยอ้างว่าเป็นเพราะความรู้สึกที่มีต่อข้า!"ข้ากับเจ้าและอาเอินเกิดปีเดียวกัน โตมาด้วยกัน ข้ามองเจ้าเป็นพี่น้องเป็นสหาย แต่เจ้ากลับจะบังคับให้ข้าร่วมกราบฟ้าดินกับเจ้าต่อหน้าป้ายวิญญาณบรรพบุรุษที่เจ้าไม่ได้อัญเชิญมาอย่างสมเกียรติเสียด้วยซ้ำ ข้าไม่เสียใจที่วันนั้นยั่วยุจนโดนเจ้าทรมานมากมาย แม้จะตายไปก็ยังดีกว่าต้องกราบฟ้าดินร่วมกับเจ้า!"บันทึก 'อา

  • ตำหนักแปดสำราญ   บทที่ 24 การแก้แค้นของท่านชายเจ้าสำราญ (ไม่มีฉาก NC แต่มีการพูดถึง) (1/2)

    บทที่ 24การแก้แค้นของท่านชายเจ้าสำราญสงครามดำเนินไปอย่างรุนแรงมากขึ้น ตราพยัคฆ์เคลื่อนกำลังพลทหารแคว้นเสวียนอู่นับแสน ป้ายทวงคุณทุกแผ่นที่ราชวงศ์เสวียนครอบครองเองก็ถูกกระตุ้นเรียกให้เทพเซียนผู้ผูกพันธะกับราชวงศ์ลงมาจุติครบทุกองค์ สงครามล้างผลาญแว่นแคว้นกำลังจะปะทุขึ้นภายในตำหนักแปดสำราญเองก็เตรียมการพร้อมแล้วเช่นกันเตียงหลังใหญ่ถูกยกออก ฉากกั้นหนาหนักแข็งแรงทั้งเจ็ดถูกนำมาตั้งเรียงรายล้อมรอบพรมผ้าขนสัตว์ผืนหนากลางห้องเอาไว้ หน้าฉากกั้นทุกบานมีเตาไฟตั้งไว้อยู่ ที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้มีผู้จับจองไว้อยู่แล้ว ร่างหมดสติถูกขึงตรึงไว้กับฉากกั้นอย่างแน่นหนา เว้นไว้เพียงทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่มีสิ่งใดตั้งอยู่เลยทิศของฉีฝูแสงขาวพร่างพราวสาดส่องลงมาผ่านกระจกใสที่ถูกปิดเข้าไปใหม่ แสงส่องลงมาเป็นวงกลางห้องดั่งแสงสวรรค์ส่องส่งการจุติของเทพสวรรค์ท่านชายเจ้าสำราญ เจ้าของและนักโทษแห่งตำหนักเดินเข้าไปยืนกลางกลุ่มแสง เขาแหงนหน้ามองความสว่างที่เขาใฝ่หา เพียงแต่ในใจของเขาตอนนี้มืดเกินกว่าที่แสงใดจะมาจุดประกายได้ ดวงแก้วว่างเปล่าปิดลง กักเก็บความคั่งแค้นทั้งหมดที่มีลงไปไม่ให้เล็ดรอดออกมาแม้เพียงทา

  • ตำหนักแปดสำราญ   บทที่ 23 ความแค้น (hallucination, emesis)

    บทที่ 23ความแค้นรุ่ยหวางซื่อจื่อผู้สืบทอดแห่งดินแดนขาซ้ายหน้ากลับมาจากแนวหน้า การปะทะครั้งใหญ่เพิ่งจบลง ทั้งกองทัพขาซ้ายหน้าและกองกำลังกลุ่มกบฏนำทัพโดยฉีจวิ้นหวางเสียหายด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครได้เปรียบใคร และไม่มีใครตกเป็นเบี้ยล่าง พวกเขาปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่าต่อสู้กันอย่างสูสี ทัพทั้งสองต่างเหนื่อยล้า รุ่ยหวางส่งสารไปขอความช่วยเหลือจากทางเมืองหลวงแล้วหลายวันยังไม่ได้รับการตอบกลับ กำลังใจของทหารเริ่มถดถอยลงทุกชั่วขณะ"พี่รุ่ย" เบาหวิวดุจกระซิบ น้ำเสียงที่แสนถวิลหาลอยมากับสายลมสัมผัสไล้ที่ใบหู รุ่ยหวางซื่อจื่อผู้เหน็ดเหนื่อยหันไปตามทิศทางของเสียงนั้นด้วยความตกใจที่จ้องเขากลับมาจากที่ห่างไกลคือดวงแก้วบรรจุหมู่ดาวแสนน่าหลงใหล แต่ที่ทำให้ในอกของเขาจุกล้นไปด้วยความร้อนรุ่มแห่งความปิติดีใจคือรอยยิ้มงดงามที่เขาไม่ได้เห็นมานานนับปีตั้งแต่งานเลี้ยงครั้งนั้นเท้าที่ยังสวมรองเท้าเกราะเหล็กหนาหนักก้าวไปทางที่เสียงอ่อนหวานชักนำเขาไปอย่างช้าๆ ราวกับต้องมนต์สะกด สุดท้ายจึงออกวิ่งไปด้วยความร้อนรนในที่สุดข้าก็เจอเจ้าจนได้ อาซิง!มือเอื้อมออกไป แต่รอยยิ้มนั้นไม่หยุดรอเขา ใบหน้างามล้ำดั่งนางฟ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status