Masuk“ที่นี่ทำไร่อะไรเหรอ?” ผมเลยถามเปลี่ยนเรื่อง “ไร่กาแฟ” “โห! ดีจัง ผมชอบดื่มกาแฟ” “คุณเป็นเจ้าของไร่แท้ ๆ ทำไมถึงไม่รู้ว่าที่นี่ทำไร่กาแฟ” “ผมมันก็แค่เจ้าของในนามเท่านั้นแหละ ผมเคยทำไร่ที่ไหนกันเล่า แถมที่นี่ผมเองก็เพิ่งมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เอง” “…” “มาคราวนี้ผมก็แค่มาพักผ่อน เดี๋ยวก็กลับแล้ว” “น่าเสียใจแทนคุณย่านะ ที่ทายาทเพียงคนเดียวไม่เคยคิดจะมาเหลียวแลสิ่งที่ท่านรัก ท่านสร้างมากับมือเลย” ผมว่านายรามอะไรนี่ ชักเริ่มพูดไม่เข้าหูซะแล้ว ทำไมคนงานที่นี่ถึงพูดจาลามปามเจ้านายแบบนี้นะ คุณย่าคงจะใจดีมากไปแน่ ๆ คนงานในไร่ถึงได้พูดจาไม่น่าฟังแบบนี้ “แต่ที่ไร่ก็มีหลานคุณย่าอีกคนดูแลไม่ใช่เหรอ ก็น่าจะสืบทอดกิจการต่าง ๆ ของคุณย่าได้” “พูดจาเห็นแก่ตัวดี” นายรามพึมพำออกมาซึ่งผมฟังไม่ถนัด “นายว่าอะไรนะ”
Lihat lebih banyakวันนี้คุณแม่ของผมกับธามจะมาหาผมที่ไร่ ผมกับคุณรามจึงอยู่รอรับท่านที่บ้าน กว่าที่ทั้งคู่จะมาถึงก็เกือบบ่ายผมโผเข้ากอดคุณแม่ด้วยความคิดถึง หอมแก้มซ้ายขวาจนสาแก่ใจ ก่อนจะปล่อยให้ท่านได้ทักทายคุณราม“หอมแก้มแม่เป็นเด็ก ๆ เลยลูกคนนี้”“ก็มันคิดถึงนี่”“ใช่ครับแม่ เหนือมันเพิ่งจะสามขวบ หมายถึงสมองนะ” ธามมันได้ที เลยพูดสมทบกับแม่ผมไปด้วยเลย“เพื่อนเลว ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็ไม่ต้องพูด” ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่มัน“สวัสดีครับคุณน้า” คุณรามยกมือไหว้ทำความเคารพคุณแม่ผม“สวัสดีจ้ะ รามใช่ไหมลูก ไม่ได้เจอกันนานเลย”“ครับ”“ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับลูก” คุณทิพย์เอ่ยทักทายคุณราม“เหนือได้สร้างความวุ่นวายให้รามบ้างหรือเปล่าเนี่ย”“คุณทิพย์ นี่ลูกเอง” ผมค้อนให้ไปหนึ่งที คุณทิพย์จะขายลูกชายต่อหน้าว่าที่ลูกเขยแบบนี้ไม่ได้นะ“ไม่เลยครับ”“ถ้าตาเหนือก่อเรื่องอะไรไว้ ก็บอกน้าได้นะไม่ต้องเกรงใจ” ยังอีก ยังไม่หยุดแกล้งกันอีกนะ“คุณทิพย์ เหนือจะงอนจริง ๆ แล้วนะ”“โอ๋เอ๋ แม่ล้อเล่น ไม่งอนนะครับ”“ผมว่ามากันเหนื่อย ๆ เข้าไปพักข้างในกันก่อนดีกว่าครับ” คุณรามเดินนำเข้าไปในบ้าน โดยที่แม่ของผมเดินตามเข้าไป“เหนือ คุณ
"คิดถึงคุณทิพย์จังเลย""ไม่ต้องมาปากหวานเลยตัวแสบ ไม่โทรหาตั้งสามวัน คิดว่าลืมแม่ไปแล้วซะอีก"“โอ๋เอ๋ ไม่งอนเหนือน้า เหนือยุ่งเรื่องหาข้อมูลเขียนงานก็เลยไม่ได้โทรหาคุณทิพย์ แต่ก็ยังรักและคิดถึงที่สุดน้า”“คิดถึง แล้วเมื่อไหร่จะกลับล่ะจ๊ะ”“…”“ที่เงียบแบบนี้ คือจะอยู่ที่ไร่ไม่กลับกรุงเทพแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่แบบนั้น คือเหนือมีเรื่องจะบอกคุณทิพย์ด้วยแหละ”“เรื่องอะไร”“คือว่า เหนือกับคุณรามเราตกลงที่จะลองศึกษาดูใจกันครับ คุณทิพย์โอเคไหม” ศึกษาดูใจอะไรกันล่ะ เพิ่งจะได้กันเมื่อคืน แต่คุณทิพย์รู้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าลูกชายสุดที่รักใจง่าย"ราม ที่เป็นหลานคุณย่าเหรอลูก""ครับ คุณรามเขาเป็นคนดีมาก เหนือสบายใจมากเวลาอยู่กับเขา คุณทิพย์โอเคไหม""โอเคสิครับ เหนือรักใครแม่ก็รักด้วย แต่เหนือแน่ใจแล้วใช่ไหมลูก""ก่อนหน้านั้น เหนือก็ไม่มั่นใจเลยที่จะเปิดใจให้เขา แต่พอได้รู้จักกันมากขึ้น เหนือคิดว่าเหนือเลือกคนไม่ผิดครับ""แม่ยอมรับทุกการตัดสินใจของเหนืออยู่แล้ว ไม่ว่าเหนือจะตัดสินใจเรื่องอะไรก็ตาม ขอแค่เหนือสบายใจ แม่ก็สบายใจไปด้วย”“ขอบคุณนะครับ เหนือรักคุณทิพย์ที่สุดเลย”“แม่ก็รักเหนือคร
"น่ารักจัง" คุณรามบอก เมื่อผมมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา"ผมว่าเหมือนผมเอาชุดพ่อมาใส่เลยคุณ""ชุดพ่อที่ไหนล่ะ นี่มันชุด...""หยุดเลย อย่าพูดมันออกมานะคุณ" ผมรีบพูดแทรก เพราะรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไรออกมา"ผมแค่จะบอกว่าชุดแฟนต่างหาก คุณคิดมากไปหรือเปล่าเนี่ย""คุณมันเจ้าเล่ห์" ผมไม่คิดว่าคนนิ่ง ๆ อย่างคุณรามจะร้ายกาจได้ขนาด โดยเฉพาะกับหัวใจของผม เขาร้ายกาจมาก ๆ เลย"วันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวผมทำให้""ผมอยากทานอาหารฝรั่ง""โอเคครับ"เราทั้งคู่พากันมาที่ครัวของบ้านใหญ่ วันนี้คุณรามบอกกับป้าตองนวลว่าจะเป็นคนทำอาหารเช้าเอง ป้ากับเด็กรับใช้ในบ้านเลยพากันเดินออกจากครัวไป ปล่อยให้ผมกับคุณรามอยู่กันตามลำพังคุณรามจัดแจงใส่ผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย ก่อนที่จะหยิบวัตถุดิบ ที่จะทำในเช้านี้ออกมาจากตู้เย็น วันนี้เราจะทาน American breakfast กันเมื่อได้วัตถุดิบครบแล้ว พ่อครัวสุดหล่อของผมเขาก็เริ่มลงมือทำเลยผมอยากจะบอกว่าคุณรามเวลาที่ใส่ผ้ากันเปื้อน แล้วยืนทำอาหารแบบนี้ โคตรจะหล่อเลย นี่ผมคลั่งรักไปหรือเปล่าเนี่ย แต่เขาก็หล่อจริง ๆ นี่คุณรามเริ่มลงมือเอาผักต่าง ๆ ที่มี เช่นมันฝรั่งที่ปอ
ภายในห้องนอนที่อุณหภูมิ 25 องศา สองร่างเปลือยเปล่านอนอิงแอบแนบชิดใต้ผ้าห่มอุ่น ท่ามกลางความมืดสลัว ที่มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่สาดส่องรอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาเท่านั้นเมืองราม กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขามองนาฬิกาดิจิตอลที่ส่องแสงอยู่ที่หัวเตียง ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่ง น้ำเหนือที่หลับอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของเขา ขยับกายเข้าหาความอบอุ่นจากคนตัวโต เมื่อรู้สึกว่าอีกคนกำลังวุ่นวายกับร่างกายของตัวเอง“ผมกวนคุณหรือเปล่า” เมืองรามเอ่ยถามคนในอ้อมแขน ที่ตอนนี้ลืมตาขึ้นมามองหน้ากัน ก่อนที่คนตัวเล็กจะส่ายหน้า“ไม่กวน ผมรู้สึกตัวตื่นพอดี”“หนาวไหม”“ไม่หนาว อยู่แบบนี้อุ่นมาก” พูดพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก จนร่างทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้ว“คุณมีความสุขมั้ย?”“มากกก” เมืองรามก้มลงไปจูบหน้าผากคนตรงหน้าอย่างรักใคร่“วันนี้ไม่ต้องไปร้านหรอก ทำงานอยู่ที่บ้านนี่แหละ”“อ้าว ทำไมล่ะ”“คุณไม่เพลียเหรอ” คนที่ถูกถามถึงกับหน้าขึ้นสี เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน“คุณราม”“ก็ผมเป็นห่วงนี่ ไม่อยากให้คุณต้องไปนั่งอยู่ที่ร้าน วันนี้อยู่บ้านนะ”“ก็ได้ แล้วนี่คุณต้องรีบตื่นไปทำงานไหม”“วันนี้ผมหยุด