ไอดินกับกลิ่นดาว

ไอดินกับกลิ่นดาว

last update最終更新日 : 2026-02-15
作家:  เรติมา連載中
言語: Thai
goodnovel18goodnovel
評価が足りません
53チャプター
176ビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

วาย

ทายาท

แอบรัก

“ที่นี่ทำไร่อะไรเหรอ?” ผมเลยถามเปลี่ยนเรื่อง “ไร่กาแฟ” “โห! ดีจัง ผมชอบดื่มกาแฟ” “คุณเป็นเจ้าของไร่แท้ ๆ ทำไมถึงไม่รู้ว่าที่นี่ทำไร่กาแฟ” “ผมมันก็แค่เจ้าของในนามเท่านั้นแหละ ผมเคยทำไร่ที่ไหนกันเล่า แถมที่นี่ผมเองก็เพิ่งมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เอง” “…” “มาคราวนี้ผมก็แค่มาพักผ่อน เดี๋ยวก็กลับแล้ว” “น่าเสียใจแทนคุณย่านะ ที่ทายาทเพียงคนเดียวไม่เคยคิดจะมาเหลียวแลสิ่งที่ท่านรัก ท่านสร้างมากับมือเลย” ผมว่านายรามอะไรนี่ ชักเริ่มพูดไม่เข้าหูซะแล้ว ทำไมคนงานที่นี่ถึงพูดจาลามปามเจ้านายแบบนี้นะ คุณย่าคงจะใจดีมากไปแน่ ๆ คนงานในไร่ถึงได้พูดจาไม่น่าฟังแบบนี้ “แต่ที่ไร่ก็มีหลานคุณย่าอีกคนดูแลไม่ใช่เหรอ ก็น่าจะสืบทอดกิจการต่าง ๆ ของคุณย่าได้” “พูดจาเห็นแก่ตัวดี” นายรามพึมพำออกมาซึ่งผมฟังไม่ถนัด “นายว่าอะไรนะ”

もっと見る

第1話

บทที่1

ผมชื่อน้ำเหนือ เป็น บก.ของสำนักพิมพ์B ที่ก่อตั้งขึ้นโดยผมกับเพื่อนสนิทที่ชื่อธาม เราสองคนมีอุดมการณ์เดียวกันตั้งแต่สมัยเรียน ว่าอยากมีสำนักพิมพ์เป็นของตัวเอง พอเรียนจบเราทั้งคู่จึงใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมา ก่อร่างสร้างสำนักพิมพ์แห่งนี้ขึ้น สำนักพิมพ์ของเราเป็นตึกเล็ก ๆ ที่ได้รับความอนุเคราะห์มาจากคุณพ่อของธามมันนั่นแหละครับ

ตึกแห่งนี้เป็นตึกที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ท่านเลยให้พวกผมเอามาลงทุนแล้วต่อยอดกันเอาเอง ซึ่งผมกับธามรีโนเวทใหม่ทั้งหมด เราใช้เวลาก่อตั้งจนเป็นรูปเป็นร่าง

หน้าที่หลัก ๆ ของผมกับธามคือ บรรณาธิการบริหาร และมีพนักงานแต่ละฝ่ายรวมสิบกว่าชีวิต นักเขียนที่ร่วมงานกับเราอีก 5 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพอร์ช คนที่ทำให้ผมเสียใจอยู่ในตอนนี้

พอร์ชเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง มีผลงานตีพิมพ์หลายเล่ม เป็นตัวทำเงินให้สำนักพิมพ์เราเลยก็ว่าได้

พอร์ชอายุน้อยกว่าผม 3 ปี แต่เรากลับคุยกันรู้เรื่อง มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่คล้ายกัน มุมมองต่าง ๆ เหมือนกัน ทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น จนมันเกินเลยจากคำว่าพี่น้องไปในที่สุด

ผมกับพอร์ชคบกันมาเกือบ 2 ปี ทุกคนในออฟฟิศต่างก็รู้ว่าเราอยู่ในสถานะอะไร จนกระทั่งเรื่องที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

พอร์ชกำลังจะแต่งงาน กับแฟนที่คบกันมาก่อนที่จะรู้จักกับผม ที่สำคัญคือผู้หญิงคนนั้นกำลังตั้งท้องลูกของพอร์ชอยู่

ผมไม่เคยรู้เลยว่าพอร์ชมีแฟนอยู่ก่อนแล้ว พอร์ชปฏิบัติกับผมเหมือนคนเป็นแฟนกันทุกอย่าง มีเวลาให้ตลอด เราใช้ชีวิตประจำวันเหมือนคู่รักคู่อื่น ๆ จนผมไม่เคยคิดระแคะระคายอะไรเลย

ก็ถือว่าเขาแอบคบกับผมได้แนบเนียนมากจริง ๆ สุดท้ายผมก็ต้องกลายเป็นมือที่สามแบบไม่ได้ตั้งตัวแบบนี้ไง

เสียงโทรศัพท์ที่ดังรบกวนในเวลาแปดโมงเช้าในวันแรกของปีใหม่ ทำเอาผมโคตรจะไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย ผมหยิบเจ้าเสียงรบกวนขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิด

พอร์ช

ชื่อของคนที่โทรศัพท์หาผมในเช้าแรกของปีใหม่ คนที่ทำให้ผมเสียใจข้ามปี คนที่ทำให้ผมกลายเป็นมือที่สามแบบไม่ทันตั้งตัว

ผมคว่ำโทรศัพท์ลงที่โต๊ะอีกครั้ง ไม่ได้มีการกดรับ ปล่อยให้เสียงมันดังอยู่อย่างนั้น เดี๋ยวก็คงหยุดไปเอง แต่ผมคงคิดผิด เพราะถึงพอร์ชจะวางสายไปแล้ว เขาก็กดโทรเข้ามาอีกจนเป็นยี่สิบสามสิบสายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ

เลิกก็คือเลิก จะมาตอแยอะไรกันอีก ผมไม่คิดว่าพอร์ชจะพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมา พอร์ชเป็นคนที่พูดง่าย และเข้าใจอะไรต่าง ๆ ได้ง่ายกว่านี้

ผมหนีเสียงรบกวนโดยการเข้าไปอาบน้ำอาบท่าจะดีกว่า เผื่อว่าจะรู้สึกสดชื่นขึ้น ผมไม่รับสายแบบนี้เดี๋ยวเขาคงจะเลิกโทรเข้ามาเองนั่นแหละ

ผมกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์ก็ยังคงดังอยู่ ตื้อโคตรเก่ง แต่มันจบไปแล้วไง ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยอะไรกันอีก หรือผมควรจะเด็ดขาดกับเขากว่านี้

“เลิกโทรมาได้แล้วพอร์ชเรื่องของเรามันจบแล้ว” ผมตัดสินใจรับสายอย่างหมดความอดทนไม่แม้แต่จะมองด้วยซ้ำว่าปลายสายคือใคร และนี่จะเป็นการเคลียร์กันครั้งสุดท้ายจริง ๆ แล้ว

“กูเอง ไม่ใช่ไอ้พอร์ช” แต่เสียงปลายสายที่ตอบกลับมาดันเป็นเสียงของธาม เพื่อนสนิทของผมเอง

“อ้าว มึงเองเหรอ กูนึกว่าพอร์ช”

“ก็ใช่ไง นี่ไอ้พอร์ชมันยังไม่เลิกวุ่นวายกับมึงอีกเหรอวะ”

“เออ นี่ก็เพิ่งโทรหากูนี่แหละ แต่กูไม่ได้รับสายหรอก”

“ไอ้เวรนี่ นอกจากเห็นแก่ตัวแล้ว ยังหน้าด้านอีกนะ กูโทรไปด่าให้เอามั้ย”

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
53 チャプター
บทที่1
ผมชื่อน้ำเหนือ เป็น บก.ของสำนักพิมพ์B ที่ก่อตั้งขึ้นโดยผมกับเพื่อนสนิทที่ชื่อธาม เราสองคนมีอุดมการณ์เดียวกันตั้งแต่สมัยเรียน ว่าอยากมีสำนักพิมพ์เป็นของตัวเอง พอเรียนจบเราทั้งคู่จึงใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมา ก่อร่างสร้างสำนักพิมพ์แห่งนี้ขึ้น สำนักพิมพ์ของเราเป็นตึกเล็ก ๆ ที่ได้รับความอนุเคราะห์มาจากคุณพ่อของธามมันนั่นแหละครับตึกแห่งนี้เป็นตึกที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ท่านเลยให้พวกผมเอามาลงทุนแล้วต่อยอดกันเอาเอง ซึ่งผมกับธามรีโนเวทใหม่ทั้งหมด เราใช้เวลาก่อตั้งจนเป็นรูปเป็นร่างหน้าที่หลัก ๆ ของผมกับธามคือ บรรณาธิการบริหาร และมีพนักงานแต่ละฝ่ายรวมสิบกว่าชีวิต นักเขียนที่ร่วมงานกับเราอีก 5 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพอร์ช คนที่ทำให้ผมเสียใจอยู่ในตอนนี้พอร์ชเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง มีผลงานตีพิมพ์หลายเล่ม เป็นตัวทำเงินให้สำนักพิมพ์เราเลยก็ว่าได้พอร์ชอายุน้อยกว่าผม 3 ปี แต่เรากลับคุยกันรู้เรื่อง มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่คล้ายกัน มุมมองต่าง ๆ เหมือนกัน ทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น จนมันเกินเลยจากคำว่าพี่น้องไปในที่สุดผมกับพอร์ชคบกันมาเกือบ 2 ปี ทุกคนในออฟฟิศต่างก็รู้ว่าเราอยู่ในสถานะอะไร จนก
続きを読む
บทที่2
“อย่าเลยมึง กูไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวาย แล้วกูก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพอร์ชอีกแล้วด้วย”“ตามใจมึงก็แล้วกัน”“แล้วนี่มึงมีอะไรหรือเปล่า โทรหากูแต่เช้าแบบนี้”“ก็ต้องมีสิครับเพื่อน กูจะชวนมึงไปเขาใหญ่ด้วยกัน สนใจมั้ย”“ไม่ดีกว่า กูขี้เกียจนั่งรถ อยากนอนอยู่บ้าน”“โถ่ไอ้เหนือ ปีใหม่ทั้งที มึงจะนอนเน่าอยู่บ้านเนี่ยนะ ไปเที่ยวกับกูเถอะ ไปดูธรรมชาติ ไปสูดอากาศดี ๆ จะได้อารมณ์ดี ลืมไอ้พอร์ชมันไว ๆ ไง”“ไม่อะ กูบอกแล้วไงว่าขี้เกียจนั่งรถ วันหยุดยาวทั้งทีขอนอนเปื่อย ๆ อยู่บ้านดีกว่า อีกอย่างกูว่าจะกลับบ้านด้วย คุณนายทิพย์โทรตามกูยิกเลย”“ตามใจมึงก็แล้วกัน แล้วก็เลิกคิดมากด้วยล่ะ เรื่องไอ้พอร์ชน่ะ”“เออ กูก็กำลังทำใจอยู่”“ดีแล้ว คนแบบนั้นคิดถึงมันก็รกสมอง เสียเวลาชีวิต”“เออ รู้หรอกน่า ยังไงก็ขอบใจมึงมากนะที่เป็นห่วงกู”“สรุปไม่ไปกับกูแน่นะ กูให้เวลามึงเปลี่ยนใจอีกที”“เออ ไม่ไป ยังไงก็เที่ยวให้สนุกนะมึง ซื้อของฝากมาฝากด้วยขอแพง ๆ”“บ้านพร้อมที่ดินที่เขาใหญ่สักแปลงเป็นไง แพงพอไหมเพื่อนรัก”“ก็ดีนะ เอาไว้เปลี่ยนบรรยากาศ”“กูประชด ถึงเพื่อนมึงคนนี้จะรวยมาก แต่กูเอาไว้เปย์สาว ๆ เท่านั้นครับ”“ให้ม
続きを読む
บทที่3
“ใช่ ผมมันทุเรศ ผมมันเห็นแก่ตัว พี่เหนือจะด่าผมยังไงก็ได้”“กลับไปเถอะ พี่ไม่อยากเห็นหน้าอีก”“ผมรักพี่เหนือจริง ๆ นะ พี่เหนืออย่าเพิ่งไล่ผมได้ไหม” เขาเอื้อมมาจับมือผมอย่างขอร้อง แต่มันก็ไม่ช่วยให้ผมใจอ่อนกับเขาได้หรอก เพราะสิ่งที่เขาทำกับผมมันหนักเกินไปมากและผมก็รับไม่ได้จริง ๆ“ปล่อย! แล้วก็ออกไปได้แล้ว”“ไม่ออก เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย”“เราคุยกันรู้เรื่องแล้ว เรื่องของเรามันจบแล้ว” ผมดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาในที่สุด“ไม่จบ ยังไงผมก็จะไม่ยอมจบแบบนี้แน่”“อย่าเห็นแก่ตัวหน่อยเลย กลับไปหาเจ้าสาวของเราเถอะ แล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก”“ผมจะเลิกกับเพลง” เขาพูดคำว่าเลิกออกมาได้หน้าตาเฉย ผมไม่คิดว่าพอร์ชจะเป็นผู้ชายที่เห็แก่ตัวได้ขนาดนี้“พี่เหนือรอผมนะ ผมจะเลิกกับเพลงทันทีที่คลอดเด็กออก”“พอร์ช!” ผมอึ้งกับคำพูดที่ออกมาจากปากเขา“เด็กคนนั้นเป็นลูกของพอร์ชนะ พี่ไม่คิดว่าพอร์ชจะไม่มีความรับผิดชอบขนาดนี้”“ลูกที่ไม่ได้เกิดจากความรัก”“แล้วเขาผิดอะไร ทำไมต้องมารับกรรมกับความผิดพลาดของพ่อแม่ด้วย” พอร์ชนิ่งไป ผมจึงพูดต่อ“เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วพอร์ช พี่กลับไปคบกับพอร์ชไม่ลงจริง
続きを読む
บทที่4
“ขอบคุณนะครับที่เข้าใจเหนือ”“เหนือคือดวงใจของแม่นะครับ ทุกครั้งที่เหนื่อยเป็นทุกข์หรือเสียใจ แม่ทุกข์กว่าเป็นร้อยเท่า”“เหนือขอโทษที่ทำให้แม่ไม่สบายใจไปด้วย เหนือสัญญาว่าจะรีบหายเป็นปกติแล้วกลับมาเป็นลูกชายที่น่ารักของคุณทิพย์ให้เร็วที่สุด”“ครับลูก”“แต่วันนี้คุณทิพย์ต้องทำของอร่อยไว้รอลูกชายคนนี้ก่อนนะ เพราะเย็นนี้จะกลับไปหา”“ได้สิ แล้ววันนี้เหนืออยากกินอะไรล่ะครับ”“เหนืออยากกินไข่พะโล้”“ไม่มีปัญหา เตรียมล้างท้องรอเลยครับลูกชาย”แค่นี้สินะ ต่อให้เราเจอเรื่องเลวร้ายในชีวิตแค่ไหน ตราบใดที่เรายังมีครอบครัวที่อยู่กับเรา ครอบครัวที่รอเราอยู่และพร้อมที่จะเผชิญเรื่องราวต่าง ๆ ไปกับเรา มันก็ดีเกินพอที่เราจะสู้ต่อแล้วผมกลับบ้านในตอนเย็น ตามที่สัญญากับคุณทิพย์ว่าจะมานอนค้างด้วย ซึ่งปกติผมจะมาค้างที่บ้านอาทิตย์ละครั้ง เป็นข้อตกลงของคุณแม่ผม เพราะตั้งแต่ผมมีสำนักพิมพ์ของตัวเอง ก็นอนที่คอนโดมาตลอดเพราะยุ่งกับงานหนังสือ แทบจะไม่มีเวลากลับมานอนที่บ้าน จนโดนท่านบ่นอยู่หลายหน เราเลยมีข้อตกลงกันว่าผมจะต้องกลับมานอนที่บ้านอาทิตย์ละหนึ่งวัน ซึ่งผมก็ตกลงทำตามที่ท่านต้องการแต่คราวนี้ผมต้องไปอยู่ที่
続きを読む
บทที่5
ผมมาถึงสนามบินของตัวเมืองเกือบบ่ายโมง ผมลากกระเป๋าเดินทางออกมายืนรอคนจากไร่ที่จะมารับตรงหน้าทางเข้า ไม่นานก็มีเสียงเรียกชื่อของผมดังมาจากข้างหลัง“คุณน้ำเหนือ ใช่ไหมครับ” ผมหันมายังเสียงเรียกทันที“ผมมาจากไร่ไอดิน” เขาแนะนำตัวเองคนตรงหน้าคือผู้ชายตัวสูง ที่ดูจะสูงกว่าผมเกือบห้าเซ็น ผิวออกเข้มนิดหน่อย ใส่ชุดชาวไร่แท้ ๆ เลย เสื้อเชิตลายสก๊อตพับแขน กางเกงยีนสีเข้ม รองเท้าบูตสีน้ำตาล ดูแล้วคงจะเป็นคนงานในไร่แหละ แต่คนงานที่นี่หล่อขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ถึงแม้ว่าหน้าตาจะดูไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไรก็เถอะดูได้จากสายตาที่มองผมอยู่ตอนนี้อะนะแต่ก็เถียงไม่ได้เลยว่าคนตรงหน้าหล่ออย่างกับพระเอกในนิยายสักเรื่อง พระเอกชาวไร่ชาวสวน อะไรประมาณนั้น“ใช่ครับ คุณเป็นคนในไร่ใช่ไหม” ผมเอ่ยถามออกไป“ใช่”“แล้วนี่รถอยู่ทางไหนล่ะครับ”“ตามผมมา” คนงานที่นี่พูดจาห้วน ๆ ไม่มีหางเสียงแบบนี้เหรอ แต่ก็ยังดีที่มีน้ำใจถือกระเป๋าเสื้อผ้าให้ผมเดินตามมาจนถึงรถ และรถที่มารับคือรถโฟวิล ด้านหลังเต็มไปด้วยกระสอบอะไรก็ไม่รู้ 4-5 กระสอบ“เอ่อ นาย…”“ผมชื่อราม”“อ้อ นายราม จากตรงนี้ไปถึงไร่เนี่ย กี่กิโลเหรอ”“เจ็ดสิบกิโล”“หา!
続きを読む
บทที่6
ผมว่านายรามอะไรนี่ ชักเริ่มพูดไม่เข้าหูซะแล้ว ทำไมคนงานที่นี่ถึงพูดจาลามปามเจ้านายแบบนี้นะ คุณย่าคงจะใจดีมากไปแน่ ๆ คนงานในไร่ถึงได้พูดจาไม่น่าฟังแบบนี้“แต่ที่ไร่ก็มีหลานคุณย่าอีกคนดูแลไม่ใช่เหรอ ก็น่าจะสืบทอดกิจการต่าง ๆ ของคุณย่าได้”“พูดจาเห็นแก่ตัวดี” นายรามพึมพำออกมาซึ่งผมฟังไม่ถนัด“นายว่าอะไรนะ”“เปล่า”“เออ ว่าแต่หลานของคุณย่าชื่ออะไรเหรอ?”“เมืองราม”“เมืองราม? ชื่อเหมือนนายเลยนะนายราม”บทสนทนาของเราสิ้นสุดลงเมื่อรถมาจอดตรงบริเวณหน้าบ้านพอดีบ้านของคุณย่า เป็นบ้านสไตล์ล้านนาแบบประยุกต์ ชั้นล่างของบ้านเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้ที่มีการออกแบบลวดลายสลักแบบล้านนา ส่วนบริเวณรอบ ๆ บ้านก็ปลูกต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดไว้โดยรอบ ให้ความรู้สึกสดชื่นมาก ๆผมชื่นชมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ไม่นาน หญิงวัยกลางคนที่ใส่ชุดล้านนาก็เดินออกมาต้อนรับ“มากันแล้วเหรอคะ” เอ่ยต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ต่างจากคนที่ไปรับผมโดยสิ้นเชิง“นี่ป้าตองนวล แม่บ้านของที่นี่” นายรามเอ่ยแนะนำ ผมยกมือไหว้ทำความเคารพตามมารยาท“มาเหนื่อย ๆ เข้าบ้านก่อนเถอะค่ะ ส่วนกระเป๋าเสื้อผ้าเดี๋ยวป้าให้เด็กมาขนไ
続きを読む
บทที่7
“แต่ก่อนก็อยู่ที่นี่ค่ะ เพิ่งจะย้ายออกไปอยู่เรือนหลังเล็กตอนคุณท่านเสีย”“เรือนหลังเล็กที่ว่านี่อยู่ที่ไหนเหรอครับ”“อยู่ถัดออกไปจากที่นี่นิดเดียวค่ะ ถ้าคุณน้ำเหนือเดินออกไปทางหน้าบ้าน เรือนของคุณรามจะอยู่ขวามือ”“อ้อ” ผมพยักหน้ารับรู้“แล้วนี่เขาไปไหนแล้วล่ะครับ” ผมเอ่ยถาม เพราะหลังจากที่ไปรับผมมาถึงบ้าน เจ้าตัวก็หายจ้อยไปเลย“น่าจะเข้าไปที่ร้านกาแฟน่ะค่ะ คุณรามต้องเข้าไปดูความเรียบร้อยทุกวัน”“ร้านกาแฟที่ว่านี่อยู่ไกลไหมครับป้า”“ไม่ไกลค่ะ อยู่ใกล้กับโรงคั่วกาแฟนี่ล่ะ เอาไว้พรุ่งนี้ ป้าจะให้คุณรามพาเที่ยวไร่นะคะ”“จะดีเหรอครับ ผมเกรงใจเขา”“เกรงอกเกรงใจอะไรล่ะคะ ที่นี่ก็ไร่ของคุณน้ำเหนือเหมือนกัน คุณรามเต็มใจพาทัวร์อยู่แล้วละค่ะ” ผมได้แต่ยิ้มขอบคุณในความใจดีของป้าเพราะผมไม่คิดว่าคุณเมืองรามจะเต็มใจพาเที่ยวไร่อย่างที่ป้าตองนวลบอกหรอก“ป้าว่าคุณน้ำเหนือขึ้นไปพักบนห้องก่อนดีกว่า เดินทางมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวได้เวลาอาหารค่ำแล้วป้าจะให้เด็กขึ้นไปตาม”“ก็ดีเหมือนกันครับ”“งั้นเดี๋ยวป้าจะพาไปที่ห้องนะคะ”“ขอบคุณนะครับ”เมืองรามกลับเข้ามาที่เรือนเล็กในตอนค่ำ หลังจากที่เคลียร์งานที่ร้านกาแฟเสร็
続きを読む
บทที่8
เช้าแรกที่ไร่ไอดิน ผมออกมาสูดอากาศที่ระเบียงห้องนอนของตัวเอง อากาศตอนเช้าที่นี่ดีมาก ๆ เห็นวิวรอบ ๆ ไร่ แบบ 360 องศาเลยทิวเขาที่สลับซับซ้อนที่ไกลออกไป ปกคลุมไปด้วยหมอกหนา อากาศตอนเช้าที่นี่หนาวมาก อุณหภูมิแค่ 10 องศาเอง ดีนะที่ผมเอาเสื้อกันหนาวติดมาด้วย แต่ช่วงสาย ๆ ก็เริ่มมีแดดแล้ว แต่ก็ยังให้ความรู้สึกเย็นสบายอยู่ดี แถมท้องฟ้าที่นี่ก็สวยมากด้วย สมกับที่ชื่อไร่ไอดินเลยหลังจากที่ผมกินข้าวเช้าเรียบร้อย ป้าตองนวลก็ไปตามคนงานที่ชื่อกำปอ ให้พาผมไปหาคุณรามในไร่เพราะรายนั้นออกไปทำงานตั้งแต่ผมยังไม่ตื่นเลยด้วยซ้ำ ขยันจริง ๆ พ่อคุณ“กำปอ คุณรามอยู่ที่ไหนเหรอ” ผมเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่กำลังขับรถอยู่กำปอเป็นหลานชายของป้าตองนวล ที่ทำงานอยู่ในไร่ และดูเหมือนอายุจะน้อยกว่าผมด้วย“ไร่กาแฟครับ คุณรามช่วยคนงานเก็บกาแฟอยู่ในไร่ทางโน้นครับ” กำปอชีไปยังพื้นที่แนวทิวเขาที่ไกลออกไป“คุณรามไปเก็บเมล็ดกาแฟเองเลยเหรอ” ผมถามอย่างแปลกใจ เพราะที่นี่น่าจะมีคนงานเยอะอยู่ ดูจากพื้นที่ในไร่ก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย เขาน่าจะไปคุมคนงานมากกว่าที่จะลงมือทำเองแบบนี้“ครับ แต่ก็ไม่ได้ไปช่วยเก็บทุกวันหรอกครับ คุณรามเขางานเยอะจะต
続きを読む
บทที่9
“ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ” ผมเอ่ยต่อ เมื่ออีกคนหันมามองผมแบบเต็มตา“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” แต่เหมือนเขาจะไม่ได้สนใจสิ่งที่ผมพูดออกไปเลยด้วยซ้ำ แถมยังถามด้วยหน้าตาที่โคตรจะนิ่งอะ“กำปอมาส่ง ป้าตองนวลบอกว่าวันนี้คุณจะพาผมเที่ยวในไร่”“ผมไม่ว่าง งานในไร่มีตั้งเยอะแยะที่ต้องทำ ไม่มีเวลาพาใครเดินเที่ยวหรอก” พูดตัดบทแบบไม่เหลือเยื่อใยเลยให้ตายสิ ทำไมหลานชายคุณย่าถึงได้หยิ่งยโสโอหังแบบนี้เนี่ย“ถ้าอย่างนั้น ให้ผมช่วยเก็บกาแฟก็ได้” ผมรีบเสนอตัวเอง เพราะอยากจะลองเก็บเมล็ดกาแฟดูบ้าง มันดูน่าสนุกดี“อย่าดีกว่า เก็บเมล็ดกาแฟ ไม่ได้สนุกอย่างที่คุณคิดหรอก” รู้อีกว่าคิดอะไร ให้ตายเถอะนายราม“แต่ผมอยากลองทำดู ให้ผมช่วยเถอะนะ” เขามองหน้าผมอย่างอ่อนใจ หรือเรียกว่าเหนื่อยใจกับผมเต็มทีนั่นแหละ เลยต้องจำใจยอมให้ผมช่วย“งั้นก็ตามใจ” เขาว่า ก่อนจะเรียกให้คนงานเอาตะกร้าสำหรับใส่เมล็ดกาแฟ กับถุงมือมาให้ผมตื่นเต้นดี จะได้เก็บเมล็ดกาแฟครั้งแรก ผมจะต้องไปคุยอวดไอ้ธามมันสักหน่อยแล้วเมื่อใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ผมก็ไม่รอช้า จัดการเก็บเมล็ดกาแฟทันที ผมขยับไปต้นที่อยู่ข้าง ๆ กับต้นที่นายรามเก็บ
続きを読む
บทที่10
เอาวะ มาถึงขนาดนี้แล้ว อยู่ในไร่กาแฟทั้งทีก็ต้องลองมันให้หมด ผมตัดสินใจหยิบผลกาแฟสีแดงเข้มที่อยู่ในมือใส่ปาก แล้วเคี้ยวให้ผลกาแฟมันแตกจนรู้รสชาติแต่แปลกมาก แทนที่จะขม กลับมีรสชาติหวานแทน“คุณราม หวานดี ไม่ขมอย่างที่คิดไว้เลย”“คราวนี้คุณลองคายเมล็ดกาแฟออกมาสิ” ผมทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย คายเมล็ดกาแฟที่อยู่ในปากออกมาใส่มือตัวเอง ซึ่งเมล็ดกาแฟที่อยู่ด้านในมีสีออกเหลือง ลักษณะคล้ายกับเมล็ดกาแฟที่คั่วตามร้านกาแฟจริง ๆ ด้วยหลังจากนั้นผมก็ช่วยเก็บเมล็ดกาแฟต่อ โดยที่นายรามก็อธิบายเรื่องกาแฟให้ผมฟังไปด้วยนายรามอธิบายว่ากาแฟมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คืออราบิก้า กับโรบัสต้า แต่ทางไร่ของเราจะปลูกกาแฟอราบิก้าเป็นส่วนใหญ่ เพราะเหมาะกับพื้นที่แถบทางเหนือมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆกาแฟอราบิก้า เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูก และบริโภคมากที่สุดในโลก กาแฟชนิดนี้จะให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และปริมาณสารกาแฟชั้นดี มีกลิ่นและรสชาติที่ดีที่สุด รูปร่างของเมล็ดพันธุ์จะค่อนข้างเรียวผอม รอยผ่าตรงกลางคล้ายตัว S เมื่อผ่านกระบวนการผลิตแล้วจะมีกลิ่นหอมหวาน อบอวล คล้ายกลิ่นช็อกโกแลต มีรสชาตินุ่มละมุนแถมกาแฟสายพันธุ์อราบิก้าย
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status