Mag-log inท่านชายเจ้าสำราญทุ่มเททั้งชีวิตเนรมิตรตำหนักแปดสำราญขึ้นมา เพื่อมอบความสำราญให้กับพี่น้องราชวงศ์ทั้งแปดของเขา ในงานเลี้ยงรวมตัวกันในรอบหลายปี เขากลับค้นพบว่าความสำราญที่เหล่าพี่น้องต้องการ มิใช่ศาสตร์ศิลป์ที่เขาใฝ่หามาให้ แต่เป็นตัวของเขาเอง
view moreเด็กชายตัวน้อยวัยห้าปี ผู้มีใบหน้างดงามโดดเด่นเกินวัยลอบมองออกไปนอกประตูเรือนในยามดึกดื่น เมื่อไม่เห็นผู้ใดเด็กน้อยก็ลากตั่งตัวเล็กที่สุดในเรือนออกมาด้วยความทุลักทุเล กว่าจะลากตั่งออกไปนอกเรือนได้ก็เล่นเอาหอบ แต่เด็กชายไม่ได้หยุดพัก เขาลากตั่งไปจนถึงผนังด้านข้างของเรือนเมื่อวางไว้ตรงตำแหน่งที่เขาคิดว่าพอดีแล้ว เด็กชายก็ปีนขึ้นไปบนตั่งตัวเล็กที่สูงมากในความคิดของเขา ยื้อยุดอยู่นานกว่าเขาจะพาตัวเองขึ้นมานั่งข้างบนได้ เด็กชายลุกขึ้นยืนบนตั่งแล้วเอื้อมมือสุดแขนหวังจะเอื้อมขึ้นไปจับมุมหลังคาแต่ด้วยส่วนสูงของเด็กตัวน้อย ไม่ว่าเขาจะเอื้อมแขนออกไปมากเพียงใด จะเขย่งเท้าหรือจะกระโดดก็ไม่สามารถร่นระยะอันแสนห่างไกลลงไปได้ทุกการกระทำตกอยู่ในสายตาของผู้ที่แอบปีนขึ้นมาวิ่งเล่นบนกำแพงตำหนัก ขณะที่เขาแอบหลบซ่อนจากทหารยามอยู่ก็มาพบเห็นสิ่งที่น่าสนใจเข้าจนต้องหยุดดู"เจ้าทำอะไรน่ะ?"เด็กชายตกใจจนสะดุ้งตัวโยน เขาเกือบจะตกลงจากตั่งแต่ผู้ที่เป็นต้นเหตุกระโดดลงมาจากกำแพงดึงตัวเขาไว้ได้ทัน"เป็นท่านหญิงมาแอบหนีเที่ยวตอนกลางคืนไม่ได้นะ""ข้าเป็นผู้ชาย!" เด็กชายวัยห้าปีหันขวับไปทางผู้พูด แต่กลับพบเจอแต่ความ
บทที่ 26ออกเดินทางท่ามกลางหมู่ดาวบ้านของหลินอี้ที่เมืองหลวงอู่ยงแห่งเกาะกุยเหว่ยไม่ได้เล็กขนาดที่เขาเกริ่นเอาไว้ ออกจะพอดีสำหรับคนเพียงสองคน และเขาก็ไม่ได้ขัดสนด้วย ผู้ติดตามของไท่จื่อเป็นหน่วยลับ ต้องการผู้มีความสามารถสูงและพร้อมเสี่ยงอันตรายจึงมีเงินเดือนที่สูงตามไปด้วยเมื่อกลับมาถึงเกาะกุยเหว่ยไม่นานหลินอี้ยังมีข่าวดีเพิ่มขึ้นอีกต่อหนึ่ง หัวหน้าผู้ติดตามของไท่จื่อยื่นเรื่องลาออกเพื่อไปเดินทางท่องโลกยุทธภพสะสางเจตนารมณ์เดิม หลินอี้จึงได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้าคนต่อไป และหน่วยผู้ติดตามจะไม่ใช่หน่วยลับอีกเช่นในกาลก่อน จากนี้ทุกคนจะได้ตำแหน่งขุนนางทำงานในที่แจ้งบ้านที่หลังไม่เล็กมากจึงยกระดับกลายเป็นจวน หลินอี้บอกว่าแต่เดิมไปเป็นสายลับอยู่ที่เมืองท่าตะวันออก บ้านในเมืองหลวงอู่ยงจึงไม่มีคนรับใช้แม้สักคน ดีที่เขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจึงไม่มีปัญหาในการขนย้ายสิ่งของ เพียงแค่โคจรลมปราณนำของเข้าถุงเฉียนคุนแล้วค่อยนำออกมาจัดวางในจวนใหม่ก็เป็นอันใช้ได้เพียงแต่พื้นที่มากย่อมมีสิ่งให้จัดการมาก หลินอี้เห็นญาติผู้พี่ต้องมาช่วยเขาจัดการเรือนหลังใหญ่ก็ละอายใจนักคิดว่าพาเขามาลำบากจึงคิดจะจ้างค
บทที่ 25ท่านยาย และ อาซูศึกฟ้าดินผ่านไป สงครามก็มาถึงบทสรุป กลุ่มพันธมิตรกบฏเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในศึกสงครามผลัดเปลี่ยนแผ่นดินสงครามผ่านพ้นไปแล้ว ราชวงศ์เสวียนเองก็จบสิ้นแล้วแต่เซียวซิงโหรวยังมีชีวิตอยู่...เพื่ออะไร?ก่อนหน้านี้ท่านชายเจ้าสำราญทุ่มเททั้งชีวิตศึกษาและรวบรวมศาสตร์ทั้งแปดเพื่อสร้างความสุขสำราญให้กับพี่น้องตามประสงค์ของท่านยายแต่ตอนนี้ทั้งพี่น้องทั้งท่านยาย คนเหล่านั้นไม่อยู่แล้ว แล้วเขาต้องทำสิ่งใดเล่า?ยิ่งไปกว่านั้น ท่านชายเซียวใช้แทบจะทั้งชีวิตของเขาอยู่ในรั้ววัง มีบ้างที่ออกไปที่เมืองหลวง แต่ด้วยความที่มีรูปโฉมสะดุดตาผู้คนจึงมักไปได้ไม่ไกล อย่างมากก็อยู่เพียงโดยรอบจวนของตนเท่านั้น และตอนนี้เมืองหลวงก็พังราบไปแล้วจากไฟสงคราม การเดินทางที่ยาวไกลที่สุดก็คือหลังจากถูกกลุ่มกบฏพาตัวออกจากตำหนักแปดสำราญ แต่นั่นไม่นับว่าเป็นการเดินทางด้วยซ้ำ เพราะเขาโดนคุมความประพฤติอยู่แต่ในรถม้าเสียส่วนใหญ่แล้วเขาควรจะไปที่ใด?"ญาติผู้พี่ ข้าเข้าไปได้หรือไม่?"เสียงจากนอกกระโจมทำให้เซียวซิงโหรวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เป็นหลินอี้"เข้ามาเถอะ"หลินอี้เดินเข้ากระโจมที่ตั้งขึ้นชั่วคราวหลังจบ
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นทิศที่เซียวซิงโหรวกระเดื่องใจจะมาหยุดยืนมากที่สุด"ฉินหวางซื่อจื่อ เสวียนเหว่ย อาเหว่ย พี่น้องและสหายของข้า" ความเวทนาพาดผ่านดวงตาไร้ประกายเพียงชั่วอึดใจก็จางหายไป "เจ้าชื่นชอบศิลปะและบทกวี นั่นเป็นความเข้าใจผิดเดิมๆ ของข้า แท้จริงแล้วเจ้าไม่ได้ชอบอะไรเลย"เมื่อแววตาบ้าคลั่งฉายอยู่บนใบหน้า เสวียนเหว่ยก็เป็นดั่งคนแปลกหน้า แต่เป็นคนแปลกหน้าที่เขารู้จักดี"ย่าของเจ้าเป็นสนมระดับล่างที่ไม่ได้รับความโปรดปราน บิดาของเจ้าแม้จะรอดชีวิตมาจากศึกชิงบัลลังก์แต่ก็ไม่เป็นที่โปรดปราน เจ้าถูกกดดันจากทุกฝ่าย ทั้งสายตระกูลฝากความหวังไว้ที่เจ้าให้นำพาความรุ่งโรจน์มาสู่วงศ์ตระกูล ข้าสงสารเจ้า เห็นใจเจ้า แต่เจ้าก็ไม่ควรเอาทุกอย่างมาลงที่ข้าโดยอ้างว่าเป็นเพราะความรู้สึกที่มีต่อข้า!"ข้ากับเจ้าและอาเอินเกิดปีเดียวกัน โตมาด้วยกัน ข้ามองเจ้าเป็นพี่น้องเป็นสหาย แต่เจ้ากลับจะบังคับให้ข้าร่วมกราบฟ้าดินกับเจ้าต่อหน้าป้ายวิญญาณบรรพบุรุษที่เจ้าไม่ได้อัญเชิญมาอย่างสมเกียรติเสียด้วยซ้ำ ข้าไม่เสียใจที่วันนั้นยั่วยุจนโดนเจ้าทรมานมากมาย แม้จะตายไปก็ยังดีกว่าต้องกราบฟ้าดินร่วมกับเจ้า!"บันทึก 'อา
บทที่ 20ความสิ้นหวังองค์ชายสี่เสวียนเฉินเอินรวบรวมหลักฐานการวางยาพิษองค์หวงตี้ทั้งหมดในมืออย่างสงบนิ่ง การประชุมราชสำนักครั้งต่อไปได้เวลาที่เขาจะใช้อาวุธไม้ตายนี้ในการโจมตีไท่จื่อเสียทีตลอดเวลาที่ผ่านมา องค์ชายสี่รับรู้เรื่องที่เสด็จพี่ไท่จื่อวางยาพิษในสำรับของเสด็จพ่อมาโดยตลอด แน่นอนว่าองค์ชายส
บทที่ 21อยากตาย และ ดาวดวงน้อยเซียวซิงโหรวไม่อยากทำเสียงดังดึกดื่นให้คนอื่นได้ยินจึงไม่ได้เรียกคนให้ยกน้ำมาอาบ เขาใช้ผ้าเช็ดร่องรอยแห่งคราบโลกีย์ออกจากตัวให้ได้มากที่สุด แต่เช็ดจนผิวขาวกลายเป็นสีแดง เช็ดจนหนังถลอกปอกเปิกก็ยังไม่สะอาด ความโสโครกฝังลึกซึมลงไปในเนื้อหนังจนไม่สามารถล้างออกได้แล้ว เซี
บทที่ 15ป้านสุรา และ ปิ่น"ซิงเอ๋อร์ พี่ใหญ่มาหาเจ้าแล้ว!"เซียวซิงโหรวเหม่อมองออกไปนอกบานกระจกใสเช่นเคย เขาไม่หันไปตามเสียงร้องเรียก ขอเพียงไม่สนใจปล่อยให้ความเจ็บปวดไหลไปตามครรลองอีกคราก็จะผ่านพ้นอีกหนึ่งวันอันไร้ความหมายนี้ไปได้"โห วันนี้เจ้าอยากเล่นกับพี่ใหญ่ที่พื้นหรือ? ดีหน่อยที่มีผ้าขนสัตว
บทที่ 13ขนมหนวดมังกร และ อ่างน้ำ"ข้าริอุตส่าห์นำหลักฐานการซ่องสุมกองกำลังของตวนหวางซื่อจื่อไปยื่นในการประชุมราชสำนักแล้วแท้ๆ ไท่จื่อยังช่วยเขาบ่ายเบี่ยงโยนความผิดไปให้ขุนนางใต้อาณัติได้ แต่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ความภักดีของเหล่าขุนนางเริ่มจะสั่นคลอน แต่นั่นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือข้าได้กำหนดบุคคล





