ตำหนักแปดสำราญ

ตำหนักแปดสำราญ

last updateLast Updated : 2026-01-21
By:  Sapphiros S. N.Ongoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
42Chapters
6views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ท่านชายเจ้าสำราญทุ่มเททั้งชีวิตเนรมิตรตำหนักแปดสำราญขึ้นมา เพื่อมอบความสำราญให้กับพี่น้องราชวงศ์ทั้งแปดของเขา ในงานเลี้ยงรวมตัวกันในรอบหลายปี เขากลับค้นพบว่าความสำราญที่เหล่าพี่น้องต้องการ มิใช่ศาสตร์ศิลป์ที่เขาใฝ่หามาให้ แต่เป็นตัวของเขาเอง

View More

Chapter 1

บทที่ 1 เสด็จพี่ไท่จื่อ (torture[กายและใจ], bondage, non-consensual drug use, manipulation) (1/2)

บทที่ 1

เสด็จพี่ไท่จื่อ

วันนี้จะเป็นประตูบานไหนที่เปิดออกกัน

เซียวซิงโหรวทิ้งเรือนร่างอันบอบช้ำ นอนแผ่อยู่บนพื้นห้องที่ทั้งแข็งและเย็นเฉียบ แต่ใจของท่านชายเจ้าสำราญมิอาจหนาวเหน็บไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว

ดวงแก้วคู่งามไร้ประกายชีวิตทอดมองออกไปไกลยังหมู่ดาวเบื้องบน ปล่อยให้แสงจันทร์สีเงินอาบไล้ใบหน้า ในเรือนแปดเหลี่ยมใจกลางตำหนักแปดสำราญอันเป็นที่คุมขังของเขา ถูกเสริมสร้างดัดแปลงมาจากเรือนเดิมที่ใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ร่วมกับเหล่าพี่น้องของเซียวซิงโหรวจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เหนือขึ้นไปยังเพดานสูงชะลูดตรงกลางได้นำหลังคาออกไปและวางกระจกวงกลมบานใสขนาดยักษ์อันเป็นบรรณาการล้ำค่าจากแดนตะวันตกใส่เข้าไปแทน ใต้บานกระจกใส บนพื้นจุดที่เซียวซิงโหรวนอนอยู่จึงเป็นเพียงตำแหน่งเดียวในห้องที่เขาสามารถมองออกไปยังโลกภายนอกได้

ณ โลกภายนอกนั้น เซียวซิงโหรวเพิ่งสูญเสียน้องชายไปอีกคน ญาติผู้น้องที่ตายลงเพราะพยายามช่วยชีวิตเขา และผู้ที่แทงดาบสังหารน้องชายยังเป็นญาติผู้พี่อีกคนที่เขาเคารพรัก

เซียวซิงโหรวเติบโตมาในวังหลวงย่อมเข้าใจเรื่องการแย่งชิงอำนาจของฝ่ายต่างๆ ดี แต่เขาเพียงอยากให้พี่น้องทุกคนรักใคร่ปรองดองกัน จะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือ?

ชั่วอึดใจที่ประกายแห่งชีวิตหายไปจากดวงตาของฉีฝู เซียวซิงโหรวก็ได้เข้าใจ ปรารถนาของเขาไม่มีวันเป็นจริง สิ่งที่ท่านยายฝากฝังเขามาตั้งแต่ยังเล็กไม่มีทางเกิดขึ้นได้

ท่านยาย...

เมื่อนึกถึงบุคคลที่เขารักที่สุดในโลกหล้าน้ำตาก็พลันเอ่อท้นจนดวงตาดอกท้อแดงเรื่อ ท่านยายของเขาซึ่งก็คือไท่โฮ่วแห่งแคว้นเสวียนอู่ เมื่อได้รู้เรื่องที่ฉีฝูตายภายใต้น้ำมือของเซียวซิงโหรวหลานชายที่นางรักเอ็นดูที่สุดตามคำให้การของพี่น้องคนอื่นก็ล้มป่วย

เซียวซิงโหรวตกเป็นผู้ต้องหาถูกคุมขังอยู่ในตำหนักแปดสำราญที่เขาตรากตรำสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง ตำหนักที่ท่านยายยกให้เขาเพื่อรวบรวมพี่น้องฝ่ายชายเข้าไว้ด้วยกัน ก่อนหน้านี้โทษยังไม่ตัดสิน เขากลับไม่ได้ถูกคุมขังไต่สวนที่คุกหลวง แม้จะถือว่ามีชีวิตที่สุขสบายเกินนักโทษแต่ก็ถูกกักบริเวณไม่สามารถออกไปเฝ้าไข้ท่านยายได้

และที่เขาสามารถมานอนแผ่หราอยู่ในตำหนักของตนเองทั้งที่มีสถานะเป็นนักโทษได้เพราะขุมอำนาจทุกฝ่ายร่วมมือกัน พี่น้องที่เขารักหวงแหนทุกคนจับเขามาขังไว้ที่นี่เพื่อที่จะได้ผลัดกันแวะเวียนมา...

เซียวซิงโหรวยกมือขึ้นปิดปากกลั้นอาการคลื่นเหียน เขาไม่เข้าใจ พี่น้องทั้งหลายที่รักกันดีมาโดยตลอด เหตุใดในใจทุกคนจึงได้เห็นเขาเป็นเพียงเครื่องมือระบายความใคร่อยาก พี่น้องที่เขาทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจเพื่อคงความสัมพันธ์ของทุกคนให้แน่นแฟ้น เพื่อในอนาคตจะได้ไม่ต้องมาห้ำหั่นตัดชีวิตแย่งชิงอำนาจกันเอง เหมือนที่ตระกูลหลินของน้องชายคนเล็กเคยประสบเมื่อยี่สิบปีก่อน

เสียงประตูหนึ่งในแปดบานถูกสะเดาะกลอนที่ลงไว้อย่างแน่นหนาจากภายนอก เซียวซิงโหรวมองไปตามทิศทางของเสียง เป็นประตูทางทิศบูรพา เป็นไท่จื่อ

"จื่อเว่ย เหตุใดไม่ไปนอนบนเตียงดีๆ เล่า?"

เสียงฝีเท้าขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าที่กาลก่อนมักจะนำพาความยินดีมาสู่เขา บัดนี้เป็นดั่งเสียงฝีเท้าของมัจจุราช มาพร้อมกับกลิ่นกำยานดอกไม้ฉุนกึกที่เปลี่ยนกลิ่นทุกครั้งในยามที่มัจจุราชมาเยือน เซียวซิงโหรวแม้ใจอยากหนีแต่เขารู้ดีว่าไม่มีทางหนีสำหรับตน

เสวียนเฉินเจีย ไท่จื่อแห่งแคว้นเสวียนอู่ หยุดยืนอยู่เคียงข้างร่างที่ทอดกายอยู่บนพื้น สายตาเลื่อนมองตามดวงตาคู่สวยที่เหม่อลอยไปไกล "อา เจ้ายังคงชอบดูดาวอยู่สินะ"

ดวงดาราหายไปจากครรลองสายตา เซียวซิงโหรวสะดุ้งหนีสัมผัสที่ลำตัว แต่เขาไม่สามารถหลุดพ้นจากฝ่ามือที่เคยอบอุ่นของญาติผู้พี่ผู้นี้ได้ ไท่จื่อลดตัวลงมานั่งที่พื้นเย็นแล้วดึงให้เซียวซิงโหรวลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับตน

"จื่อเว่ย ให้ข้ามองดูเจ้าให้มากๆ หน่อยเถอะ จากนี้ข้าจะมาหาเจ้าบ่อยเท่าเดิมไม่ได้อีกแล้ว"

ดวงแก้วคู่งามวูบไหว ในใจเกิดเสี้ยวประกายแห่งความลิงโลด ประกายความหวังว่าเขาจะได้ออกไปจากคุกคุมขังแห่งนี้ เซียวซิงโหรวอยากถามเขาว่าเพราะเหตุใด แต่ลำคอแห้งผากปฏิเสธที่จะส่งเสียงออกมาสนทนากับผู้ที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของตนจนไม่เหลือชิ้นดี

ไท่จื่อถอนหายใจออกมา "เจ้ายังคงดื้อดึงไม่ยอมพูดกับข้าสินะ เอาเถอะ อย่างไรข้าก็มีวิธีเปิดปากเจ้า" ไท่จื่อยิ้มอ่อนโยนเสมือนกับรอยยิ้มที่เขามีให้กับญาติผู้น้องในวันวาน "จื่อเว่ย เสด็จย่าละสังขารแล้ว"

ดวงแก้วบรรจุดวงดาราแห่งรัตติกาลแตกสลาย บ่อน้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วกลับมาท่วมทะลัก เซียวซิงโหรวรู้สึกราวกับโลกทั้งใบจมดิ่งลงสู่ห้วงสมุทรลึก ท่านยายที่เขารักที่สุด ท่านยายที่เลี้ยงดูเขาประดุจมารดาผู้ล่วงลับไป ท่านยายที่เขาไม่มีโอกาสไปเฝ้าไข้ดูแล ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้บอกลา...

"หลังจากเสด็จย่าได้ยินเรื่องที่เจ้าสังหารฉีฝู ก็ทรงประชวรอย่างหนักจนสุดท้ายก็ยื้อไว้ไม่อยู่ ดูสิ จื่อเว่ย เสด็จย่าที่รักเอ็นดูเจ้ามากที่สุด มีเพียงเจ้าที่ทรงอนุญาตให้เรียกว่าท่านยาย กลับต้องมาตรอมใจตายเพราะเจ้า"

เซียวซิงโหรวเก็บอาการไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ท่านชายเจ้าสำราญผู้งดงามดั่งผกาต้องฝน น้ำตาอาบสองแก้มนวลผ่อง เสียงสะอื้นไห้ชวนให้ร้าวระทมใจ เซียวซิงโหรวไม่เหลือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเขาให้อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

"เป็นท่าน เสด็จพี่ไท่จื่อ เป็นท่านที่วางยาท่านยายเช่นเดียวกับองค์หวงตี้!"

น้ำเสียงแหบพร่าแทรกเจือปนมากับเสียงสะอื้นไห้ ไท่จื่อเชยคางมนขึ้นมา จุมพิตลามเลียซับน้ำตาปลอบประโลมให้กับญาติผู้น้องผู้เป็นที่รัก ใบหน้างามล่มเมืองซีดเซียวเมื่อยามสะอื้นไห้ดั่งบุปผาเลี้ยงน้ำค้าง ช่างงดงาม ช่างเย้ายวน

"ผิดแล้ว จื่อเว่ย เสด็จย่าดีกับเจ้าถึงเพียงนั้น ข้าจะทำใจทำร้ายนางลงได้อย่างไร สู้รอให้ข้าขึ้นครองราชย์ เก็บนางไว้ย่อมควบคุมเจ้าได้ง่ายกว่า"

เซียวซิงโหรวได้ยินดังนั้นก็ยิ่งปวดใจหนักกว่าเก่า ท่านยายผู้โอบอ้อมอารีย์ต่อหลานทุกคนกลับถูกเห็นเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ควบคุมตัวเขา เซียวซิงโหรวกระซิบเสียงเบาอย่างใจสลาย "เหตุใดท่านจึงได้โหดร้ายถึงเพียงนี้"

ไท่จื่อเห็นดวงดาวของเขาปวดใจก็ตระกองกอดลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็นไร เด็กดี ร้องออกมาเถอะ รู้สึกผิดเสียเถอะ จงโศกเศร้าเท่าที่เจ้าต้องการ คืนนี้ข้าจะช่วยปลอบประโลมเจ้าเอง"

มือใหญ่ที่ลูบหัวปลอบโยนเปลี่ยนเป็นกระชากกดเขาไว้กับพื้น เซียวซิงโหรวร้องครางด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เขาจะทันได้ดิ้นหนี ข้อมือทั้งสองก็ถูกรวบขึ้นไว้เหนือศีรษะ สายรัดผมถูกปลดออกมารัดพันข้อมือทั้งสองข้างไว้แน่นจนเจ็บ สายคาดเอวเองก็ถูกดึงกระชากออกเผยผิวกายขาวนวลกระทบแสงจันทร์และดวงดาว

"ฮึก...อย่า"

เซียวซิงโหรวร้องครวญครางอย่างวิงวอนพร้อมกับน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจที่ยังไม่หยุดหลั่งริน ไท่จื่อไม่ได้ให้เวลาเขาได้ไว้อาลัยกับการจากไปของท่านยาย กางเกงตัวในเนื้อบางถูกฉีกออกอย่างหยาบคาย ไท่จื่อจับเรียวขาที่พยายามขดตัวให้แยกออกจากกัน เขามองภาพงดงามตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ

"จื่อเว่ย ศึกชิงบัลลังก์ได้เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากนี้พวกเราพี่น้องต้องแยกย้ายกันเพื่อไปสร้างผลงานแย่งชิงอำนาจ ก่อนที่จะถึงเวลานั้นทุกคนจะได้มาพบเจ้าก่อนหนึ่งครั้ง จากนี้ไปก็ขึ้นกับผลงานแล้ว ผู้ที่ประสบความสำเร็จจึงจะได้มีสิทธิในการครอบครองเจ้า ดีเลยใช่หรือไม่? เจ้าเป็นผู้ขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองโดยแท้จริงสมกับที่เป็น 'จื่อเว่ย[1]' ของข้า"

เซียวซิงโหรวไม่อยากฟังญาติผู้พี่พูดต่ออีกแล้ว ท่าทางน่าอับอายและประกายบ้าคลั่งน่าหวาดกลัวในดวงตาของไท่จื่อทำให้เขานึกถึงในคืนงานเลี้ยงครั้งสุดท้าย คืนที่ฉีฝูตาย แม้ตามร่างกายจะไร้ร่องรอยใดจากค่ำคืนนั้นและค่ำคืนที่ผ่านๆ มาแล้ว แต่เรี่ยวแรงกลับมีแต่จะถดถอยลงทุกขณะ เซียวซิงโหรวถีบเตะขาหวังให้หลุดจากการกอบกุมจนสองขาสั่นไปหมดก็ยังสลัดอุ้งมือพยัคฆ์ร้ายของไท่จื่อไปไม่ได้

"และผลงานที่ทำให้ข้าได้มาหาเจ้าเป็นคนแรกก็คือสังหารฉีฝูอย่างไรเล่า!"

น้ำตาไหลนองอาบใบหน้างามล้ำยิ่งกว่าเดิม บุคคลตรงหน้าไม่เหลือคราบของญาติผู้พี่ผู้แสนใจดีอ่อนโยนต่อเขามาโดยตลอดอีกแล้ว มือคู่นั้นที่สังหารน้องชายกำลังใช้บังคับขืนใจเขา และที่ทำให้เซียวซิงโหรวเจ็บปวดมากที่สุด

คือเขาไม่สามารถรู้สึกเกลียดคนผู้นี้ได้ ที่มีในใจมีเพียงความสงสาร

แม้กระนั้นสองขาสั่นเครือก็ยังคงดิ้นรนปัดป่ายไม่หยุดจนหลุดจากการจับกุมได้ในที่สุด

"จื่อเว่ย หากเจ้าไม่เชื่อฟังเช่นนี้ข้าก็ไม่มีทางเลือก"

ไท่จื่อทาบทับลำตัวแบบบางให้ไม่สามารถดิ้นหนีได้ มือใหญ่บีบกรามบังคับให้เซียวซิงโหรวอ้าปาก โอสถสองเม็ดถูกดันลงคอลึกจนเซียวซิงโหรวแทบสำลัก ร่างกายจำต้องฝืนกลืนลงไปอย่างไม่เต็มใจ เซียวซิงโหรวหลับตาแน่นอย่างไม่ยินยอม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไท่จื่อนำโอสถสองเม็ดนี้ให้เขากิน สองอย่างนี้คือโอสถที่เขาถูกจับกรอกลงคอบ่อยที่สุด เซียวซิงโหรวรู้ดีว่ามันคือโอสถอะไร

หนึ่งคือโอสถควบคุมจิตใจ หนึ่งคือโอสถปลุกกำหนัด

เสด็จพี่ไท่จื่อของเขาชอบที่จะควบคุมผู้อื่นมากเป็นที่สุด

"ทนอีกนิด จื่อเว่ย อีกไม่นานยาก็จะออกฤทธิ์แล้ว"

ไท่จื่อซุกใบหน้าไล้เลียซอกคอระหง ตามทางก็ดูดเม้มสร้างร่องรอยแห่งกลีบดอกไม้ที่เขาชื่นชอบเอาไว้ ร่างข้างใต้เริ่มดิ้นน้อยลงทุกขณะ ทุกส่วนของร่างกายเริ่มไม่ทำตามที่ใจของเซียวซิงโหรวต้องการ ความร้อนรุ่มเข้ามากัดกินพื้นที่ในกายแทนที่สติสัมปชัญญะ ดวงแก้วบรรจุรัตติกาลมืดมิดจนไร้ประกายแสงทอดมองไปไกลยังหมู่ดาวเบื้องบน ดวงดาราทั้งหลายกะพริบริบหรี่ก่อนจะดับแสงไปเหมือนกับดวงตามืดหม่นพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตาของเซียวซิงโหรว

ท่านยาย ท่านแม่ ท่านพ่อ พวกท่านอยู่ตรงนั้นหรือไม่? ถ้าอยู่โปรดอย่ามองอีกเลย...

[1] จื่อเว่ย คือ กลุ่มดาวกระบวย อยู่ในกลุ่มดาวเหนือที่ตำแหน่งของดาวอยู่ตรงกับแกนของโลกจึงมองเห็นดาวทุกดวงบนท้องฟ้าหมุนรอบดาวดวงนี้ เปรียบเหมือนดาวจักรพรรดิ ถือเป็นสัญลักษณ์ของเง็กเซียนฮ่องเต้ และยังใช้เป็นระบบการพยากรณ์ดาวจื่อเว่ยที่เป็นหลักในการวางแนวทางโชคชะตาแห่งชีวิต ในที่นี้เป็นชื่อรองของเซียวซิงโหรว

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
42 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status