ตำหนักแปดสำราญ

ตำหนักแปดสำราญ

last updateDernière mise à jour : 2026-01-21
Par:  Sapphiros S. N.En cours
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
42Chapitres
300Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ท่านชายเจ้าสำราญทุ่มเททั้งชีวิตเนรมิตรตำหนักแปดสำราญขึ้นมา เพื่อมอบความสำราญให้กับพี่น้องราชวงศ์ทั้งแปดของเขา ในงานเลี้ยงรวมตัวกันในรอบหลายปี เขากลับค้นพบว่าความสำราญที่เหล่าพี่น้องต้องการ มิใช่ศาสตร์ศิลป์ที่เขาใฝ่หามาให้ แต่เป็นตัวของเขาเอง

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 เสด็จพี่ไท่จื่อ (torture[กายและใจ], bondage, non-consensual drug use, manipulation) (1/2)

บทที่ 1

เสด็จพี่ไท่จื่อ

วันนี้จะเป็นประตูบานไหนที่เปิดออกกัน

เซียวซิงโหรวทิ้งเรือนร่างอันบอบช้ำ นอนแผ่อยู่บนพื้นห้องที่ทั้งแข็งและเย็นเฉียบ แต่ใจของท่านชายเจ้าสำราญมิอาจหนาวเหน็บไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว

ดวงแก้วคู่งามไร้ประกายชีวิตทอดมองออกไปไกลยังหมู่ดาวเบื้องบน ปล่อยให้แสงจันทร์สีเงินอาบไล้ใบหน้า ในเรือนแปดเหลี่ยมใจกลางตำหนักแปดสำราญอันเป็นที่คุมขังของเขา ถูกเสริมสร้างดัดแปลงมาจากเรือนเดิมที่ใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ร่วมกับเหล่าพี่น้องของเซียวซิงโหรวจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เหนือขึ้นไปยังเพดานสูงชะลูดตรงกลางได้นำหลังคาออกไปและวางกระจกวงกลมบานใสขนาดยักษ์อันเป็นบรรณาการล้ำค่าจากแดนตะวันตกใส่เข้าไปแทน ใต้บานกระจกใส บนพื้นจุดที่เซียวซิงโหรวนอนอยู่จึงเป็นเพียงตำแหน่งเดียวในห้องที่เขาสามารถมองออกไปยังโลกภายนอกได้

ณ โลกภายนอกนั้น เซียวซิงโหรวเพิ่งสูญเสียน้องชายไปอีกคน ญาติผู้น้องที่ตายลงเพราะพยายามช่วยชีวิตเขา และผู้ที่แทงดาบสังหารน้องชายยังเป็นญาติผู้พี่อีกคนที่เขาเคารพรัก

เซียวซิงโหรวเติบโตมาในวังหลวงย่อมเข้าใจเรื่องการแย่งชิงอำนาจของฝ่ายต่างๆ ดี แต่เขาเพียงอยากให้พี่น้องทุกคนรักใคร่ปรองดองกัน จะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือ?

ชั่วอึดใจที่ประกายแห่งชีวิตหายไปจากดวงตาของฉีฝู เซียวซิงโหรวก็ได้เข้าใจ ปรารถนาของเขาไม่มีวันเป็นจริง สิ่งที่ท่านยายฝากฝังเขามาตั้งแต่ยังเล็กไม่มีทางเกิดขึ้นได้

ท่านยาย...

เมื่อนึกถึงบุคคลที่เขารักที่สุดในโลกหล้าน้ำตาก็พลันเอ่อท้นจนดวงตาดอกท้อแดงเรื่อ ท่านยายของเขาซึ่งก็คือไท่โฮ่วแห่งแคว้นเสวียนอู่ เมื่อได้รู้เรื่องที่ฉีฝูตายภายใต้น้ำมือของเซียวซิงโหรวหลานชายที่นางรักเอ็นดูที่สุดตามคำให้การของพี่น้องคนอื่นก็ล้มป่วย

เซียวซิงโหรวตกเป็นผู้ต้องหาถูกคุมขังอยู่ในตำหนักแปดสำราญที่เขาตรากตรำสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง ตำหนักที่ท่านยายยกให้เขาเพื่อรวบรวมพี่น้องฝ่ายชายเข้าไว้ด้วยกัน ก่อนหน้านี้โทษยังไม่ตัดสิน เขากลับไม่ได้ถูกคุมขังไต่สวนที่คุกหลวง แม้จะถือว่ามีชีวิตที่สุขสบายเกินนักโทษแต่ก็ถูกกักบริเวณไม่สามารถออกไปเฝ้าไข้ท่านยายได้

และที่เขาสามารถมานอนแผ่หราอยู่ในตำหนักของตนเองทั้งที่มีสถานะเป็นนักโทษได้เพราะขุมอำนาจทุกฝ่ายร่วมมือกัน พี่น้องที่เขารักหวงแหนทุกคนจับเขามาขังไว้ที่นี่เพื่อที่จะได้ผลัดกันแวะเวียนมา...

เซียวซิงโหรวยกมือขึ้นปิดปากกลั้นอาการคลื่นเหียน เขาไม่เข้าใจ พี่น้องทั้งหลายที่รักกันดีมาโดยตลอด เหตุใดในใจทุกคนจึงได้เห็นเขาเป็นเพียงเครื่องมือระบายความใคร่อยาก พี่น้องที่เขาทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจเพื่อคงความสัมพันธ์ของทุกคนให้แน่นแฟ้น เพื่อในอนาคตจะได้ไม่ต้องมาห้ำหั่นตัดชีวิตแย่งชิงอำนาจกันเอง เหมือนที่ตระกูลหลินของน้องชายคนเล็กเคยประสบเมื่อยี่สิบปีก่อน

เสียงประตูหนึ่งในแปดบานถูกสะเดาะกลอนที่ลงไว้อย่างแน่นหนาจากภายนอก เซียวซิงโหรวมองไปตามทิศทางของเสียง เป็นประตูทางทิศบูรพา เป็นไท่จื่อ

"จื่อเว่ย เหตุใดไม่ไปนอนบนเตียงดีๆ เล่า?"

เสียงฝีเท้าขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าที่กาลก่อนมักจะนำพาความยินดีมาสู่เขา บัดนี้เป็นดั่งเสียงฝีเท้าของมัจจุราช มาพร้อมกับกลิ่นกำยานดอกไม้ฉุนกึกที่เปลี่ยนกลิ่นทุกครั้งในยามที่มัจจุราชมาเยือน เซียวซิงโหรวแม้ใจอยากหนีแต่เขารู้ดีว่าไม่มีทางหนีสำหรับตน

เสวียนเฉินเจีย ไท่จื่อแห่งแคว้นเสวียนอู่ หยุดยืนอยู่เคียงข้างร่างที่ทอดกายอยู่บนพื้น สายตาเลื่อนมองตามดวงตาคู่สวยที่เหม่อลอยไปไกล "อา เจ้ายังคงชอบดูดาวอยู่สินะ"

ดวงดาราหายไปจากครรลองสายตา เซียวซิงโหรวสะดุ้งหนีสัมผัสที่ลำตัว แต่เขาไม่สามารถหลุดพ้นจากฝ่ามือที่เคยอบอุ่นของญาติผู้พี่ผู้นี้ได้ ไท่จื่อลดตัวลงมานั่งที่พื้นเย็นแล้วดึงให้เซียวซิงโหรวลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับตน

"จื่อเว่ย ให้ข้ามองดูเจ้าให้มากๆ หน่อยเถอะ จากนี้ข้าจะมาหาเจ้าบ่อยเท่าเดิมไม่ได้อีกแล้ว"

ดวงแก้วคู่งามวูบไหว ในใจเกิดเสี้ยวประกายแห่งความลิงโลด ประกายความหวังว่าเขาจะได้ออกไปจากคุกคุมขังแห่งนี้ เซียวซิงโหรวอยากถามเขาว่าเพราะเหตุใด แต่ลำคอแห้งผากปฏิเสธที่จะส่งเสียงออกมาสนทนากับผู้ที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของตนจนไม่เหลือชิ้นดี

ไท่จื่อถอนหายใจออกมา "เจ้ายังคงดื้อดึงไม่ยอมพูดกับข้าสินะ เอาเถอะ อย่างไรข้าก็มีวิธีเปิดปากเจ้า" ไท่จื่อยิ้มอ่อนโยนเสมือนกับรอยยิ้มที่เขามีให้กับญาติผู้น้องในวันวาน "จื่อเว่ย เสด็จย่าละสังขารแล้ว"

ดวงแก้วบรรจุดวงดาราแห่งรัตติกาลแตกสลาย บ่อน้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วกลับมาท่วมทะลัก เซียวซิงโหรวรู้สึกราวกับโลกทั้งใบจมดิ่งลงสู่ห้วงสมุทรลึก ท่านยายที่เขารักที่สุด ท่านยายที่เลี้ยงดูเขาประดุจมารดาผู้ล่วงลับไป ท่านยายที่เขาไม่มีโอกาสไปเฝ้าไข้ดูแล ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้บอกลา...

"หลังจากเสด็จย่าได้ยินเรื่องที่เจ้าสังหารฉีฝู ก็ทรงประชวรอย่างหนักจนสุดท้ายก็ยื้อไว้ไม่อยู่ ดูสิ จื่อเว่ย เสด็จย่าที่รักเอ็นดูเจ้ามากที่สุด มีเพียงเจ้าที่ทรงอนุญาตให้เรียกว่าท่านยาย กลับต้องมาตรอมใจตายเพราะเจ้า"

เซียวซิงโหรวเก็บอาการไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ท่านชายเจ้าสำราญผู้งดงามดั่งผกาต้องฝน น้ำตาอาบสองแก้มนวลผ่อง เสียงสะอื้นไห้ชวนให้ร้าวระทมใจ เซียวซิงโหรวไม่เหลือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเขาให้อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

"เป็นท่าน เสด็จพี่ไท่จื่อ เป็นท่านที่วางยาท่านยายเช่นเดียวกับองค์หวงตี้!"

น้ำเสียงแหบพร่าแทรกเจือปนมากับเสียงสะอื้นไห้ ไท่จื่อเชยคางมนขึ้นมา จุมพิตลามเลียซับน้ำตาปลอบประโลมให้กับญาติผู้น้องผู้เป็นที่รัก ใบหน้างามล่มเมืองซีดเซียวเมื่อยามสะอื้นไห้ดั่งบุปผาเลี้ยงน้ำค้าง ช่างงดงาม ช่างเย้ายวน

"ผิดแล้ว จื่อเว่ย เสด็จย่าดีกับเจ้าถึงเพียงนั้น ข้าจะทำใจทำร้ายนางลงได้อย่างไร สู้รอให้ข้าขึ้นครองราชย์ เก็บนางไว้ย่อมควบคุมเจ้าได้ง่ายกว่า"

เซียวซิงโหรวได้ยินดังนั้นก็ยิ่งปวดใจหนักกว่าเก่า ท่านยายผู้โอบอ้อมอารีย์ต่อหลานทุกคนกลับถูกเห็นเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ควบคุมตัวเขา เซียวซิงโหรวกระซิบเสียงเบาอย่างใจสลาย "เหตุใดท่านจึงได้โหดร้ายถึงเพียงนี้"

ไท่จื่อเห็นดวงดาวของเขาปวดใจก็ตระกองกอดลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็นไร เด็กดี ร้องออกมาเถอะ รู้สึกผิดเสียเถอะ จงโศกเศร้าเท่าที่เจ้าต้องการ คืนนี้ข้าจะช่วยปลอบประโลมเจ้าเอง"

มือใหญ่ที่ลูบหัวปลอบโยนเปลี่ยนเป็นกระชากกดเขาไว้กับพื้น เซียวซิงโหรวร้องครางด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เขาจะทันได้ดิ้นหนี ข้อมือทั้งสองก็ถูกรวบขึ้นไว้เหนือศีรษะ สายรัดผมถูกปลดออกมารัดพันข้อมือทั้งสองข้างไว้แน่นจนเจ็บ สายคาดเอวเองก็ถูกดึงกระชากออกเผยผิวกายขาวนวลกระทบแสงจันทร์และดวงดาว

"ฮึก...อย่า"

เซียวซิงโหรวร้องครวญครางอย่างวิงวอนพร้อมกับน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจที่ยังไม่หยุดหลั่งริน ไท่จื่อไม่ได้ให้เวลาเขาได้ไว้อาลัยกับการจากไปของท่านยาย กางเกงตัวในเนื้อบางถูกฉีกออกอย่างหยาบคาย ไท่จื่อจับเรียวขาที่พยายามขดตัวให้แยกออกจากกัน เขามองภาพงดงามตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ

"จื่อเว่ย ศึกชิงบัลลังก์ได้เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากนี้พวกเราพี่น้องต้องแยกย้ายกันเพื่อไปสร้างผลงานแย่งชิงอำนาจ ก่อนที่จะถึงเวลานั้นทุกคนจะได้มาพบเจ้าก่อนหนึ่งครั้ง จากนี้ไปก็ขึ้นกับผลงานแล้ว ผู้ที่ประสบความสำเร็จจึงจะได้มีสิทธิในการครอบครองเจ้า ดีเลยใช่หรือไม่? เจ้าเป็นผู้ขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองโดยแท้จริงสมกับที่เป็น 'จื่อเว่ย[1]' ของข้า"

เซียวซิงโหรวไม่อยากฟังญาติผู้พี่พูดต่ออีกแล้ว ท่าทางน่าอับอายและประกายบ้าคลั่งน่าหวาดกลัวในดวงตาของไท่จื่อทำให้เขานึกถึงในคืนงานเลี้ยงครั้งสุดท้าย คืนที่ฉีฝูตาย แม้ตามร่างกายจะไร้ร่องรอยใดจากค่ำคืนนั้นและค่ำคืนที่ผ่านๆ มาแล้ว แต่เรี่ยวแรงกลับมีแต่จะถดถอยลงทุกขณะ เซียวซิงโหรวถีบเตะขาหวังให้หลุดจากการกอบกุมจนสองขาสั่นไปหมดก็ยังสลัดอุ้งมือพยัคฆ์ร้ายของไท่จื่อไปไม่ได้

"และผลงานที่ทำให้ข้าได้มาหาเจ้าเป็นคนแรกก็คือสังหารฉีฝูอย่างไรเล่า!"

น้ำตาไหลนองอาบใบหน้างามล้ำยิ่งกว่าเดิม บุคคลตรงหน้าไม่เหลือคราบของญาติผู้พี่ผู้แสนใจดีอ่อนโยนต่อเขามาโดยตลอดอีกแล้ว มือคู่นั้นที่สังหารน้องชายกำลังใช้บังคับขืนใจเขา และที่ทำให้เซียวซิงโหรวเจ็บปวดมากที่สุด

คือเขาไม่สามารถรู้สึกเกลียดคนผู้นี้ได้ ที่มีในใจมีเพียงความสงสาร

แม้กระนั้นสองขาสั่นเครือก็ยังคงดิ้นรนปัดป่ายไม่หยุดจนหลุดจากการจับกุมได้ในที่สุด

"จื่อเว่ย หากเจ้าไม่เชื่อฟังเช่นนี้ข้าก็ไม่มีทางเลือก"

ไท่จื่อทาบทับลำตัวแบบบางให้ไม่สามารถดิ้นหนีได้ มือใหญ่บีบกรามบังคับให้เซียวซิงโหรวอ้าปาก โอสถสองเม็ดถูกดันลงคอลึกจนเซียวซิงโหรวแทบสำลัก ร่างกายจำต้องฝืนกลืนลงไปอย่างไม่เต็มใจ เซียวซิงโหรวหลับตาแน่นอย่างไม่ยินยอม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไท่จื่อนำโอสถสองเม็ดนี้ให้เขากิน สองอย่างนี้คือโอสถที่เขาถูกจับกรอกลงคอบ่อยที่สุด เซียวซิงโหรวรู้ดีว่ามันคือโอสถอะไร

หนึ่งคือโอสถควบคุมจิตใจ หนึ่งคือโอสถปลุกกำหนัด

เสด็จพี่ไท่จื่อของเขาชอบที่จะควบคุมผู้อื่นมากเป็นที่สุด

"ทนอีกนิด จื่อเว่ย อีกไม่นานยาก็จะออกฤทธิ์แล้ว"

ไท่จื่อซุกใบหน้าไล้เลียซอกคอระหง ตามทางก็ดูดเม้มสร้างร่องรอยแห่งกลีบดอกไม้ที่เขาชื่นชอบเอาไว้ ร่างข้างใต้เริ่มดิ้นน้อยลงทุกขณะ ทุกส่วนของร่างกายเริ่มไม่ทำตามที่ใจของเซียวซิงโหรวต้องการ ความร้อนรุ่มเข้ามากัดกินพื้นที่ในกายแทนที่สติสัมปชัญญะ ดวงแก้วบรรจุรัตติกาลมืดมิดจนไร้ประกายแสงทอดมองไปไกลยังหมู่ดาวเบื้องบน ดวงดาราทั้งหลายกะพริบริบหรี่ก่อนจะดับแสงไปเหมือนกับดวงตามืดหม่นพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตาของเซียวซิงโหรว

ท่านยาย ท่านแม่ ท่านพ่อ พวกท่านอยู่ตรงนั้นหรือไม่? ถ้าอยู่โปรดอย่ามองอีกเลย...

[1] จื่อเว่ย คือ กลุ่มดาวกระบวย อยู่ในกลุ่มดาวเหนือที่ตำแหน่งของดาวอยู่ตรงกับแกนของโลกจึงมองเห็นดาวทุกดวงบนท้องฟ้าหมุนรอบดาวดวงนี้ เปรียบเหมือนดาวจักรพรรดิ ถือเป็นสัญลักษณ์ของเง็กเซียนฮ่องเต้ และยังใช้เป็นระบบการพยากรณ์ดาวจื่อเว่ยที่เป็นหลักในการวางแนวทางโชคชะตาแห่งชีวิต ในที่นี้เป็นชื่อรองของเซียวซิงโหรว

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
42
บทที่ 1 เสด็จพี่ไท่จื่อ (torture[กายและใจ], bondage, non-consensual drug use, manipulation) (1/2)
บทที่ 1เสด็จพี่ไท่จื่อวันนี้จะเป็นประตูบานไหนที่เปิดออกกันเซียวซิงโหรวทิ้งเรือนร่างอันบอบช้ำ นอนแผ่อยู่บนพื้นห้องที่ทั้งแข็งและเย็นเฉียบ แต่ใจของท่านชายเจ้าสำราญมิอาจหนาวเหน็บไปได้มากกว่านี้อีกแล้วดวงแก้วคู่งามไร้ประกายชีวิตทอดมองออกไปไกลยังหมู่ดาวเบื้องบน ปล่อยให้แสงจันทร์สีเงินอาบไล้ใบหน้า ในเรือนแปดเหลี่ยมใจกลางตำหนักแปดสำราญอันเป็นที่คุมขังของเขา ถูกเสริมสร้างดัดแปลงมาจากเรือนเดิมที่ใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ร่วมกับเหล่าพี่น้องของเซียวซิงโหรวจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เหนือขึ้นไปยังเพดานสูงชะลูดตรงกลางได้นำหลังคาออกไปและวางกระจกวงกลมบานใสขนาดยักษ์อันเป็นบรรณาการล้ำค่าจากแดนตะวันตกใส่เข้าไปแทน ใต้บานกระจกใส บนพื้นจุดที่เซียวซิงโหรวนอนอยู่จึงเป็นเพียงตำแหน่งเดียวในห้องที่เขาสามารถมองออกไปยังโลกภายนอกได้ณ โลกภายนอกนั้น เซียวซิงโหรวเพิ่งสูญเสียน้องชายไปอีกคน ญาติผู้น้องที่ตายลงเพราะพยายามช่วยชีวิตเขา และผู้ที่แทงดาบสังหารน้องชายยังเป็นญาติผู้พี่อีกคนที่เขาเคารพรักเซียวซิงโหรวเติบโตมาในวังหลวงย่อมเข้าใจเรื่องการแย่งชิงอำนาจของฝ่ายต่างๆ ดี แต่เขาเพียงอยากให้พี่น้องทุกคนรักใคร่ปรองดองกั
Read More
บทที่ 1 เสด็จพี่ไท่จื่อ (NC, rape, incest, torture[กายและใจ], bondage, non-consensual drug use, manipulation, blood, oral, dub-con) (2/2)
เรียวขาสองข้างที่คอยปาดเตะผลักไสคนทิ้งตัวลงมาปัดป่ายเสียดสีกับร่างกายร้อนระอุข้างบนระบายความอึดอัดแทน เรียวคอระหงเอียงออกเปิดช่องให้ผู้ที่ดอมดมมันอยู่เข้ามาเชยชมได้มากกว่าเก่า แก่นกายสีสวยถูกยากำหนัดปลุกให้ตื่นขึ้นไปทักทายกับแก่นกายใหญ่ร้อนเบื้องบนเซียวซิงโหรวไม่สามารถประคองสติไว้ได้อีกต่อไป"จื่อเว่ย บอกเสด็จพี่ไท่จื่อของเจ้ามาสิ ตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไร?""ร้อน...เสด็จพี่ไท่จื่อ ข้าร้อนเหลือเกิน"เสียงหวานแหบพร่าเอื้อนเอ่ยออกมาพร้อมกับลมหายใจที่รวยรินตามแรงอารมณ์ ดวงแก้วคู่งามแดงเรื่อหยาดเยิ้มไปด้วยคราบน้ำตาจ้องสบกับดวงตาหิวกระหายของญาติผู้พี่"ดี แล้วเจ้าอยากให้ข้าทำอย่างไร?""ช่วย เสด็จพี่ไท่จื่อ...ช่วยข้าปลดปล่อยความอึดอัดนี้ออกไปทีเถิด"คำวิงวอนร้องขอที่เขาควบคุมได้ทำให้ไท่จื่อเกิดอารมณ์พลุ่งพล่านยิ่งกว่าเก่า แก่นกายอุ่นร้อนจ่อหมุนวนหยอกเย้าอยู่ที่ช่องทางฉ่ำแฉะอย่างปลุกเร้าอารมณ์จนสะโพกมนของเซียวซิงโหรวต้องขยับเลื่อนเข้าไปหาตอบรับสัมผัสที่เขาต้องการ มือใหญ่กำสะโพกนุ่มไว้แน่นเพื่อหยุดยั้ง อีกมือก็บีบเค้นยอดอกจนมันตั้งชูชัน"ขอร้องข้า"เซียวซิงโหรวครางออกมาตามการกระตุ้น เขาแอ่นอกร
Read More
บทที่ 2 เสด็จพี่ใหญ่ (NC, rape, incest, rough sex, painful sex, blood, size difference, come inflation) (1/2)
บทที่ 2เสด็จพี่ใหญ่ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเป็นวงกลม บนพื้นเย็นตำแหน่งที่เซียวซิงโหรวชอบนอนแผ่หรา มีชุดโต๊ะที่นั่งถูกนำมาตั้งวาง สุราชั้นดีหลายสิบไหวางกองเกลื่อน บ้างว่างเปล่า บ้างยังไม่พร่อง ล้วนแล้วแต่เป็นสุราชั้นเลิศที่หามาได้ยากยิ่งที่ท่านชายเจ้าสำราญรวบรวมไว้ในตำหนักแปดสำราญแห่งนี้"ไหต่อไปเป็นอะไรเล่า? ซิงเอ๋อร์"เซียวซิงโหรวเปิดไหสุราไหที่เจ็ด จมูกโค้งมนงดงามจรดที่ปากไห กลิ่นสุคนธรสท้นทะลักออกมา แม้จะยังไม่ได้ลิ้มลองแต่กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของมันก็ให้คำตอบกับเขาแล้ว "นี่คือสุราทิวาไร้กาลของผู้อาวุโสจ้าว แห่งสำนักบรรพตหมื่นมรรคา""ดี สมัยนี้จะหาสุราดีต้องมีชื่อผู้อาวุโสจ้าวเท่านั้น หากจะจัดอันดับร้อยอันดับแรกคงตกเป็นสุราของนางไม่แปดสิบก็เก้าสิบ มา ยกสุราให้พี่ใหญ่ดื่ม!"เซียวซิงโหรวถูกโอบรัดแนบชิดอยู่ระหว่างท่อนแขนใหญ่โตอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและลำตัวแข็งแกร่งบึกบึนจนขยับแทบไม่ได้ เขาเม้มปากยกไหสุราหนักอึ้งขึ้นจ่อปากญาติผู้พี่ คอยเอียงรินสุราเลิศรสให้ไหลลงลำคอที่ดูจะด้านชาต่อฤทธิ์ร้อนของสุราไปเสียแล้วขององค์ชายใหญ่ท่านชายผู้ถูกไท่โฮ่วเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหิน ปกป้องเขาเอาไ
Read More
บทที่ 2 เสด็จพี่ใหญ่ (NC, rape, incest, rough sex, painful sex, blood, size difference, come inflation) (2/2)
เซียวซิงโหรวสั่นเทาไปทั้งร่าง เขาไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอจะขยับแม้กระทั่งนิ้วมือ ร่างสั่นเทิ้มอ่อนปวกเปียกถูกดึงรั้งให้นั่งพิงกับแผงอกแกร่งของญาติผู้พี่ มือใหญ่จับคางมนสั่นระริกให้อยู่นิ่ง อีกมือก็ตักน้ำแกงโสมมาเป่าแล้วป้อนให้เขากิน"ซิงเอ๋อร์ กินเสียหน่อย เจ้าจะหมดแรงเอาได้นะ"ปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ที่ชำเราเขาจนมีสภาพปางตายป้อนน้ำแกงเข้าปากที่บวมช้ำอย่างอ่อนโยนจนเหมือนเป็นคนละคนกับเมื่อไม่กี่เค่อ[1]ที่แล้วบาดแผลบอบช้ำบนริมฝีปากเมื่อสัมผัสน้ำแกงอุ่นร้อนก็ทำให้เซียวซิงโหรวแสบจนสะดุ้ง แต่องค์ชายใหญ่ก็ยังดันช้อนเข้ามาในปากของเขา น้ำแกงโสมไล้สัมผัสแผลถูกกัดที่ลิ้นทำให้เซียวซิงโหรวแสบร้อนไปหมดจนแทบสำลัก น้ำแกงไหลเลอะออกมาจากมุมปาก เซียวซิงโหรวไม่สามารถรับน้ำแกงสรรพคุณเลิศล้ำนี้เข้าไปได้อันที่จริงถึงเขาจะไม่ได้บอบช้ำก็คงจะกินเข้าไปไม่ได้อยู่ดีตั้งแต่ถูกจับขังไว้ในตำหนักแปดสำราญ สิ่งเดียวที่เซียวซิงโหรวได้กลืนลงคอคือสารพันยาต่ำทรามและโอสถที่มีสรรพคุณใช้ในการยืดชีวิตของเขาและยังมีน้ำกามน่าขยะแขยงเหล่านั้นโอสถเลิศล้ำมากมายของหมอเทวดาถูกยัดเยียดให้เขากินจนตอนนี้ร่างกายของเซียวซิงโหรวแทบจะไม่ต่
Read More
บทที่ 3 ตวนหวางซื่อจื่อ (1/2)
บทที่ 3ตวนหวางซื่อจื่อ"บังอาจ! กล้าเอ่ยข้อความมดเท็จ อ้างว่าเป็นคำทำนายจากเทพพยากรณ์ บ่อนทำลายความมั่นคงของสายเลือดสัตว์เทพอย่างราชวงศ์เสวียน! จับร่างทรงเทพพยากรณ์ไปประหาร!"เสวียนจวินหวงตี้ตวาดขันทีที่นำคำทำนายจากสำนักพยากรณ์มาถวายลั่น อำนาจบารมีแห่งโอรสสวรรค์ทำให้บ่าวรับใช้ทั้งหมดรีบคุกเข่า ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว"หวงตี้ พระองค์อย่าได้ทรงวู่วามนัก ร่างทรงเทพพยากรณ์งูดำจะมาจุติในตระกูลซางเพียงศตวรรษละคน พระองค์ทรงบังคับให้นางมาประจำอยู่ที่เมืองหลวงก็แล้ว มาถึงตอนนี้ยังจะสั่งประหารนาง ผู้พยากรณ์ทั่วแว่นแคว้นต้องไม่พอใจมากเป็นแน่" ไท่โฮ่วที่ประทับอยู่ข้างบุตรชายกล่าวตักเตือนด้วยความสงบเยือกเย็นแม้ในใจจะระส่ำระส่ายไม่แพ้กันเพราะคำพยากรณ์หนึ่งพาดพิงถึงแก้วตาดวงใจของนางโดยตรง"แล้วเราจะยอมรับคำพยากรณ์เหล่าหรือ? เสด็จแม่ นั่นมันคำพูดของพวกกบฏแผ่นดิน!" หวงตี้กลับไม่สามารถสงบตามพระมารดาได้ คำทำนายของตระกูลซางแม่นยำมากเพียงใด คำทำนายจากร่างทรงเทพพยากรณ์มีความถูกต้องมากแค่ไหน ทั่วทั้งแผ่นดินต่างก็รู้ เมื่อสักครู่ร่างทรงเทพพยากรณ์ยังเผยคำทำนายที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแคว้นแห่งเต่าดำออกมาส
Read More
บทที่ 3 ตวนหวางซื่อจื่อ (NC, rape, incest, painful sex, kink, rough sex, blood, corporal, outdoor sex) (2/2)
"อ๊าาาา!"เซียวซิงโหรวกรีดร้องเสียงดังลั่น น้ำตาท้นทะลักขึ้นมาอาบดวงแก้วใสไร้ประกาย ช่องทางข้างหลังถูกรุกล้ำแทงพรวดเข้ามาจนสุดความยาวในคราเดียว ความเจ็บปวดปะทุแล่นจากรูทวารไต่ขึ้นมาตามสันหลังจนเขาหลังแอ่น เซียวซิงโหรวดิ้นหนีจากความทรมานนี้แต่แขนของญาติผู้พี่โอบรัดรอบตัวเขาไว้อย่างแน่นหนาดั่งโซ่ตรวน"บังเหียนอยู่ในมือเจ้า ควบคุมม้าสิ อาซิง"เซียวซิงโหรวหรี่ตามองสายบังเหียนที่เข้ามาอยู่ในมือข้างเดียวกันกับที่จับผ้าห่มไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ การดิ้นรนของเขากระตุกให้สายบังเหียนขยับ ม้าเดินตามแรงดึงรั้ง ชั่วจังหวะที่ม้าออกเดิน อานม้าก็ขยับขึ้นลงกระเทือนไปยังสองคนที่นั่งซ้อนอยู่ข้างบน"ฮึก!"แก่นกายแข็งร้อนขยับอยู่ภายในโพรงฉีกขาดอาบโลหิตที่ถูกรุกรานโดยไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน เซียวซิงโหรวกัดปากแน่นกลั้นเสียงสะอื้น ความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาทำให้เขาต้องทิ้งตัวลงไปในวงแขนแกร่ง แรงดึงจับให้เขาไปพิงแผ่นอกหนาด้านหลัง ลำคอระหงถูกซุกไซ้ดอมดม ร่างกายที่แทบจะเปลือยเปล่าถูกบีบเค้นจนแดงช้ำ เซียวซิงโหรวใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระตุกบังเหียนบังคับให้ม้าหยุดเดินตวนหวางซื่อจื่อเงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอขาวเนียน "อาซ
Read More
บทที่ 4 พี่รุ่ย (eating disorder, erotophonophilia) (1/2)
บทที่ 4พี่รุ่ยผมดำหยักศกสลวยดังเกลียวคลื่นอันเป็นเอกลักษณ์แห่งสายเลือดราชวงศ์เสวียนของเซียวซิงโหรวถูกรวบขึ้นเป็นมวยสูง ร่างอรชรเพรียวบางดั่งสตรีถูกจับเปลือยนอนทอดกายอยู่ในอ่างหินอ่อนขนาดใหญ่ที่ถูกยกมาตั้งไว้ใต้บานกระจกใสบนเพดานสูง ร่องรอยต่างๆ ที่คนก่อนทิ้งไว้ได้โอสถของหมอเทวดาเฮ่าเถียนรักษาจนหายเป็นปลิดทิ้งเซียวซิงโหรวกอดกายเย็นเฉียบของตนไว้แน่น เขาเริ่มจะคาดเดาการกระทำของพี่น้องเหล่านั้นได้บ้างแล้ว การแวะเวียนหมุนวนตามรอบครั้งสุดท้ายของพี่น้องหลังจากไท่จื่อก็ไล่ลำดับตามอายุลดหลั่นกันมา เรียงไม่ต่างจากบานประตูในตำหนักแปดสำราญแห่งนี้ ตวนหวางซื่อจื่อไปแล้ว ครั้งนี้คงหนีไม่พ้นเป็นรุ่ยหวางซื่อจื่อที่มีอายุมากรองลงมาจากตวนหวางซื่อจื่อเซียวซิงโหรวตัวสั่นสะท้าน รุ่ยหวางซื่อจื่อผู้นี้ชื่นชอบอาหารการกินเป็นที่สุด เขาถูกจัดวางไว้บนจานขนาดนี้คงไม่พ้นต้องกลายเป็นมื้ออาหารให้กับอีกฝ่าย แต่ที่ทำให้เซียวซิงโหรวหวาดกลัวจับใจ เป็นเพราะรุ่ยหวางซื่อจื่อผู้นี้...จะเสร็จสมได้เมื่อมองดูเขาขาดใจตายอีกเรื่องที่เซียวซิงโหรวเริ่มจะพอเข้าใจในตัวพี่น้องทั้งเจ็ดก็คือ เมื่อก่อนเขาเคยทำให้พี่น้องมีความสุขด้วย
Read More
บทที่ 4 พี่รุ่ย (NC, rape, incest, eating disorder, erotophonophilia, death, murder, suicide attempt, asphyxiation) (2/2)
เป็นดั่งที่รุ่ยหวางซื่อจื่อกล่าว ความเผ็ดร้อนของน้ำมันพริกในปริมาณมากทำให้เซียวซิงโหรวเจ็บแสบไปหมด ต่อมน้ำลายรับสัมผัสเจ็บปวดก็เร่งผลิตน้ำลายออกมาดับร้อน รุ่ยหวางซื่อจื่อถอนนิ้วออกจากโพรงปากแดงฉานแล้วยึดตรึงใบหน้างดงามเพื่อประกบปากลงไปดูดกินน้ำลายปรุงรสเผ็ดแสบแต่กลับหวานล้ำราวน้ำผึ้งป่า ลิ้นร้อนส่งพริกมาลวกโพรงปากเขาซ้ำๆ ทั้งปากและฟันของญาติผู้พี่ก็ขบกัดเขาราวกับกัดกินอาหาร ฤทธิ์ร้อนถูกส่งเข้าสู่บาดแผลเรียกน้ำตาแห่งความเจ็บปวดออกมา รุ่ยหวางซื่อจื่อถอนลิ้นออกมาจากโพรงปากไปลากเลียดื่มกินหยดน้ำตาพราวใสต่อ รสพริกที่ติดมากับน้ำลายทำให้เซียวซิงโหรวแสบตาไปหมด น้ำตาก็ยิ่งเอ่อท้นออกมาให้ญาติผู้พี่ดื่มกินมากกว่าเดิม"ไม่รู้ว่าของเผ็ดจะกระตุ้นปากล่างเจ้าให้หลั่งน้ำออกมาแบบน้ำลายได้หรือไม่""อ๊าาาา!"น้ำมันพริกถูกเทเข้าไปในช่องทางข้างหลัง นิ้วหยาบสอดตามเข้าไปกวาดไล้ชโลมให้ความเผ็ดกระจายไปจนทั่ว เซียวซิงโหรวหุบขาแน่นเท้าตะกายถีบระบายความแสบร้อน นิ้วหยาบควานหาจุดที่เขาจดจำได้เป็นอย่างดีพบก็กวาดนิ้วกระตุกเขี่ยซ้ำๆ ความกระสันที่มาพร้อมกับความเผ็ดแสบส่งให้ร่างขาวเคลือบน้ำมันพริกสั่นสะท้านบิดเร้าไปมาไม
Read More
บทที่ 5 เสด็จพี่สาม (torture, pain play, bondage, blood, coercion, branding, physical & mental abuse, cross-dressing) (1/2)
บทที่ 5เสด็จพี่สาม"เสี่ยวซิง ร่ายรำให้ดีสิ ร่ายรำให้งดงามเหมือนที่แล้วมา"โซ่ที่ล่ามคอถูกดึงขึ้น เซียวซิงโหรวถูกบังคับให้ลุกขึ้นยืนบนแผ่นไม้แคบ ข้างล่างคือหินไฟร้อนฉ่าเดือดระอุนับพันก้อนวางซ้อนอัดแน่นจนเต็มพื้นที่ เวทีสำหรับการแสดงร่ายรำที่องค์ชายสามชื่นชอบถูกดัดแปลงจนกลายเป็นลานทรมานนักโทษกิตติมศักดิ์ ที่ข้อมือและข้อเท้าของท่านชายนักโทษทั้งสี่ยังมีโซ่ที่ล่ามไว้อย่างหย่อนคล้อยเพื่อให้เขาขยับแขนขาโบกสะบัดได้"ร่ายรำสิ หากเจ้าพลาดจะโดนทำโทษเอานะ""วิธีนี้จะได้ผลจริงหรือ?"เด็กชายร้องถามญาติผู้พี่ผ่านเงาสะท้อนของกระจก"เชื่อใจพี่สามของเจ้าสิ พี่สามต้องพาเจ้าไปหาเสด็จย่าได้อย่างแน่นอน" องค์ชายสามเสวียนเฉินเต๋อระบายยิ้มตอบกลับญาติผู้น้อง"แต่ว่าลอบเข้าวังมีความผิดใหญ่หลวงมิใช่หรือ?""เสี่ยวซิง มีพี่สามอยู่ ไม่ว่าใครก็มารังแกเจ้าไม่ได้" มือของญาติผู้พี่สางหวีเป็นครั้งสุดท้าย "เรียบร้อย""เสด็จพี่สามสุดยอด ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าข้ามีผมหยักศก" เซียวซิงโหรวตรวจสอบตัวเองในกระจก "แต่งตัวเป็นนางกำนัลแบบนี้...จะตบตาคนอื่นได้อย่างนั้นหรือ?""แน่นอน เสี่ยวซิงของเรางดงามปานนี้ ไม่ว่าใครก็ต้องคิดว่าเป
Read More
บทที่ 5 เสด็จพี่สาม (NC, rape, incest, torture, pain play, bondage, blood, coercion, branding, physical & mental abuse, cross-dressing) (2/2)
ตุบ!เซียวซิงโหรวร่ายรำอยู่บนกระดานเล็กแคบไปกับโซ่ตรวนเส้นหนาหนักและเสื้อผ้านางรำย้วยระย้าแสนเกะกะ ท่านชายถูกสายโซ่เกี่ยวรั้งจนเกือบจะตกลงจากกระดานไม้ เซียวซิงโหรวทรุดตัวเกาะกระดานไว้แน่น ดวงแก้วไร้แสงดาวคู่งามสั่นระริกมองลงไปยังหินไฟเดือดระอุเบื้องล่าง"ผิดพลาดต้องโดนลงโทษ""อ๊าาาาาาาาาาา!"เหล็กร้อนถูกนาบลงบนสะโพกขาวงอนงาม เซียวซิงโหรวเบี่ยงตัวหนีกลับเกือบพลัดตกลงไปบนพื้นแห่งห้วงนรก จะคลานหนีก็ถูกดึงรั้งสายโซ่กลับมาใหม่ เนื้อหนังที่โดนเผาไหม้ส่งความปวดตุบร้าวจนชาไปถึงปลายเท้า กลิ่นเนื้อสุกชวนคลื่นเหียนลอยโชยมาพร้อมกับควันโขมง เซียวซิงโหรวได้แต่หมอบเกาะกระดานไม้แผ่นน้อยไว้แน่น กรีดร้องระบายความเจ็บปวดที่ยังคงแนบแน่นลงบนสะโพกสั่นสะท้านองค์ชายสามดึงแท่งเหล็กออก ที่สะโพกขาวผ่องผุดเส้นสีแดงสว่างโร่สามขีด เป็นเลขสาม เจ้าของสลักชื่อลงบนของของเขาแล้ว"เสด็จพี่สามถูกใจการแสดงชุดนี้หรือไม่?"เซียวซิงโหรวรินสุราให้ญาติผู้พี่ที่นั่งเอกเขนกชมการรำเคล้าดนตรีแสนน่าตื่นตาด้วยความสำราญองค์ชายสามรับจอกสุรามาดื่มแล้วเอนตัวพิงญาติผู้น้องอย่างสบายอารมณ์ "เสี่ยวซิงคุมงานเองพี่สามย่อมต้องถูกใจ แต่ถ้าจะใ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status