LOGINบทที่ 2
เสด็จพี่ใหญ่
ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเป็นวงกลม บนพื้นเย็นตำแหน่งที่เซียวซิงโหรวชอบนอนแผ่หรา มีชุดโต๊ะที่นั่งถูกนำมาตั้งวาง สุราชั้นดีหลายสิบไหวางกองเกลื่อน บ้างว่างเปล่า บ้างยังไม่พร่อง ล้วนแล้วแต่เป็นสุราชั้นเลิศที่หามาได้ยากยิ่งที่ท่านชายเจ้าสำราญรวบรวมไว้ในตำหนักแปดสำราญแห่งนี้
"ไหต่อไปเป็นอะไรเล่า? ซิงเอ๋อร์"
เซียวซิงโหรวเปิดไหสุราไหที่เจ็ด จมูกโค้งมนงดงามจรดที่ปากไห กลิ่นสุคนธรสท้นทะลักออกมา แม้จะยังไม่ได้ลิ้มลองแต่กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของมันก็ให้คำตอบกับเขาแล้ว "นี่คือสุราทิวาไร้กาลของผู้อาวุโสจ้าว แห่งสำนักบรรพตหมื่นมรรคา"
"ดี สมัยนี้จะหาสุราดีต้องมีชื่อผู้อาวุโสจ้าวเท่านั้น หากจะจัดอันดับร้อยอันดับแรกคงตกเป็นสุราของนางไม่แปดสิบก็เก้าสิบ มา ยกสุราให้พี่ใหญ่ดื่ม!"
เซียวซิงโหรวถูกโอบรัดแนบชิดอยู่ระหว่างท่อนแขนใหญ่โตอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและลำตัวแข็งแกร่งบึกบึนจนขยับแทบไม่ได้ เขาเม้มปากยกไหสุราหนักอึ้งขึ้นจ่อปากญาติผู้พี่ คอยเอียงรินสุราเลิศรสให้ไหลลงลำคอที่ดูจะด้านชาต่อฤทธิ์ร้อนของสุราไปเสียแล้วขององค์ชายใหญ่
ท่านชายผู้ถูกไท่โฮ่วเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหิน ปกป้องเขาเอาไว้ในวังหลวง กลับต้องมาป้อนสุราถึงปากชายฉกรรจ์ที่กกกอดเขาไว้ข้างกาย
ไม่ต่างอะไรจากนางโลมชั้นต่ำ
เซียวซิงโหรวเม้มปากแน่นอย่างอดกลั้น เขายินยอมที่จะลดศักดิ์ศรีลงมาทำตัวเช่นนี้มากกว่าที่จะถูกเสด็จพี่ใหญ่ชำเรา
องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเสวียนอู่มีความสามารถด้านการสู้รบจนไต่เต้าขึ้นมาถึงระดับแม่ทัพได้ด้วยอายุเพียงสิบแปดปี หลังจากนั้นก็ครองตำแหน่งนักรบอันดับหนึ่งแห่งกองทัพหลวงมาโดยตลอด อีกทั้งยังมีกองกำลังในครอบครองหลายหมื่นนาย ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือและอำนาจมากมายถึงเพียงนี้กลับไม่ได้ทำให้เขามีผู้หนุนหลังให้ขึ้นครองราชย์มากเท่าไท่จื่อ เป็นเพราะข้อเสียอันใหญ่หลวงของเขา
องค์ชายใหญ่ขึ้นชื่อเรื่องการเสพสุราเคล้านารีในปริมาณที่เกินกว่าคนปกติทั่วไป ไปหอนางโลมที่ใดที่นั่นถึงกับต้องปิดทำการไล่แขกคนอื่นกลับ เนื่องจากสุราทั้งหอต้องนำมาประเคนให้เขา ยังไม่พอ ยังมีข่าวลืออีกว่ากว่าจะสยบให้ม้าศึกตัวนี้หายพยศได้จำต้องใช้นางโลมจนหมดหอเลยทีเดียว
และเซียวซิงโหรวก็ไม่อยากรับหน้าที่ทดแทนนางโลมทั้งหอดั่งเคย จึงฝืนทนอดกลั้นนั่งยกไหสุราบ่ายเบี่ยงความสนใจขององค์ชายใหญ่
องค์ชายใหญ่แหงนคอกระดกสุราสายตาก็เหลือบเห็นท้องฟ้าเบื้องบนผ่านบานกระจกใส "ซิงเอ๋อร์ เจ้าดู กระจกใสไร้มลทินบานใหญ่ขนาดนี้ อีกทั้งยังเป็นวงกลมไม่มีบิดเบี้ยวหายากมากใช่หรือไม่ เจ้าชอบมันหรือไม่?"
"บรรณาการจากต่างแดนย่อมเป็นของกษัตริย์ หาใช่ของที่เอามาให้นักโทษอย่างตัวน้องชายได้" เซียวซิงโหรวตอบอย่างไร้อารมณ์ร่วมในบทสนทนา
"เหอะ! กษัตริย์ที่เจ้าว่านอนรอความตายอยู่บนเตียงทองคำของเขาแล้ว!" องค์ชายใหญ่แม้จะดื่มสุราไปหลายไหก็ยังไม่เมา แต่คำพูดที่ออกมาจากปากเขาไม่เกรงฟ้ากลัวดินเสียยิ่งกว่าคนเมาอีก
เซียวซิงโหรวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ท่าน...เสด็จพี่ใหญ่ ท่านกำลังพูดถึงพระบิดาของท่านอยู่นะ"
องค์ชายใหญ่แค่นเสียง "และก็เป็นเสด็จลุงของเจ้าด้วย เสด็จลุงใจทรามที่น่ารังเกียจของเจ้า"
ดวงแก้วคู่สวยไหวระริกด้วยความสะเทือนใจ เซียวซิงโหรวเม้มปากแน่น เขาเกือบจะทำให้เสด็จพี่ใหญ่โกรธเสียแล้ว "ถึงอย่างไร กระจกล้ำค่าบานนี้ก็ไม่ใช่ของที่จะเอามาใช้เช่นนี้ได้"
ใบหน้างดงามถูกดึงกระชากอย่างแรงบังคับให้เงยขึ้นไปมองหน้าอดีตพี่ใหญ่แสนใจดีและสนุกสนานของเขา บัดนี้กลายเป็นชายตัวโตเหม็นกลิ่นสุราหึ่งราวกับโจรป่าเถื่อน องค์ชายใหญ่ฉีกยิ้มกว้างเปิดเผยเขี้ยวฟันแหลมคมดุจสัตว์นักล่า
"รู้หรือไม่ เหตุใดกระจกบานนี้จึงมาลงเอยอยู่ที่นี่ได้? ซิงเอ๋อร์ เป็นเจ้าที่ทำให้เราพี่น้องปรองดองกันได้ การจะให้ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันจากของที่มีชิ้นเดียวมีเพียงวิธีเดียวคือนำมาให้เจ้า"
สัมผัสป่าเถื่อนทำให้เซียวซิงโหรวตัวสั่นเป็นลูกนก แม้จะกลัวมากเพียงใดเขาก็ต้องฝืนทำใจกล้าแล้วพูดต่อ "ขุนนางพวกนั้นไม่คัดค้านหรืออย่างไร?"
องค์ชายใหญ่ระเบิดหัวเราะเสียงดังกังวาน "ใครจะสนล่ะ ขอแค่คลื่นลมสงบสุขก็พอแล้วไม่ใช่รึไง?"
ดวงแก้วคู่งามสั่นไหว เซียวซิงโหรวเพิ่งจะได้ตระหนักรู้ ไม่มีใครสนใจว่าเขาถูกคุมขังอยู่ในตำหนักของตนเองแทนที่จะถูกนำตัวไปไต่สวนที่คุกหลวง ไม่มีใครสนใจว่าเขาจะได้รับการปฏิบัติต่างจากนักโทษประหารทั่วไป ไม่มีใครสนใจว่าเขาเป็นผู้สังหารฉีจวิ้นหวางซื่อจื่อจริงหรือไม่
ทุกคนในแคว้นเสวียนอู่เห็นด้วยกับการขังเขาไว้เพื่อบำเรอเหล่าพี่น้อง
ดวงแก้วคู่งามสิ้นแสงดาวถูกแทนที่ด้วยรอยแตกร้าว ยังไม่ทันที่ใจเขาจะกลับมาสงบลง สุราร้อนก็ถูกราดรดศีรษะเขาลงมา เซียวซิงโหรวรีบก้มหน้าปิดเปลือกตาหนีน้ำเมรัยแสบร้อน แต่เขาไม่สามารถดิ้นหนีจากวงแขนแข็งแกร่งของญาติผู้พี่ได้
"มาทำให้ขุนนางพวกนั้นได้เห็นเถอะ ว่าพวกเขาคิดถูกแล้ว!"
ใบหน้างามล้ำถูกกระชากขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากบางถูกประกบบดเบียดอย่างรุนแรง สุรารสร้อนถูกบังคับแทรกสอดให้ไหลเข้าไปมัวเมาลงคอของท่านชายผู้สั่นเทา อาภรณ์ชั้นดีถูกฉีกทึ้งดั่งโดนกรงเล็บของอสูรร้ายกระชากข่วน แม้สุราที่รินรดลงมาจะร้อนรุ่มแต่ก็ไม่สามารถทำให้ร่างแบบบางหยุดสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บได้
เซียวซิงโหรวเข้าใจผิดไป ความจริงคือไม่ว่าจะพยายามบ่ายเบี่ยงมากเพียงใด จุดจบก็เป็นเช่นเดิม
ร่างเปลือยเปล่าเปียกโชกถูกรุกรานอย่างโหดร้าย ริมฝีปากบางถูกขบกัดบดขยี้ซ้ำๆ จนบวมเจ่อห้อเลือดไปหมด เรียวขาทั้งสองถูกยกขึ้นพาดบ่าแกร่ง แก่นกายที่ใหญ่โตเกินขนาดปกติรุกรานเข้ามาอย่างป่าเถื่อน โพรงน้อยที่ไม่ได้ถูกสร้างไว้เพื่อรองรับความใหญ่โตนี้ไหนเลยจะโอบรับมันลงไปได้ แต่องค์ชายใหญ่ไม่สนใจ แก่นกายใหญ่ยักษ์ยังคงรุดหน้าดันตัวเข้าไปอย่างต่อเนื่อง เนื้อนุ่มหยุ่นถูกรุกล้ำจนปริแตก เซียวซิงโหรวกรีดร้องสุดเสียง ลำตัวท่อนล่างคล้ายจะฉีกแยกออกจากกัน โลหิตไหลเจือปนไปกับสุรา ท่านชายกรีดร้องจนลำคอแหบแห้งแก่นกายใหญ่โตเกินมนุษย์กลับเพิ่งจะเข้าไปได้เพียงครึ่งทาง
"ซิงเอ๋อร์ เจ้าแน่นเหลือเกิน พี่ใหญ่จะทนไม่ไหวแล้ว!"
แก่นกายยักษ์ที่สอดเข้ามาได้เพียงครึ่งขยับเข้าออกรวดเร็วตั้งแต่เริ่ม ทุกครั้งที่ดุนดันกลับเข้ามาหวังที่จะเสือกแทงเข้าไปได้ลึกกว่าเดิม
"ฮึก! หยุด...ฮือ ไม่...อย่า อ๊าาาา!"
แม้จะยังเข้าไปได้ไม่สุด น้ำกามแห่งความรื่นรมย์ก็ฉีดพ่นออกมาแล้ว องค์ชายใหญ่เสร็จสมแล้วก็ไม่ได้ถอนแก่นกายออกไป น้ำกามที่ท่วมอยู่ในโพรงแคบช่วยหล่อลื่นให้เขาขยับแก่นกายได้ง่ายขึ้น แก่นกายที่ฟื้นตัวกลับมาพองโตขึ้นใหม่อัดกระแทกเข้าไปจนสุด
"อ๊าาาาา!"
ความเจ็บปวดกัดกินสติของเซียวซิงโหรว เขาทำได้เพียงกรีดร้องระบายความทรมานจนลำคอปวดหนึบ ปากบวมถูกกัดกินซ้ำไปมา ช่องทางฉีกขาดถูกอัดกระแทกอย่างป่าเถื่อน ความใหญ่โตเมื่อแทงเข้ามาจนสุดก็ส่งให้หน้าท้องปูดนูนตามลำแท่งของแก่นกาย การชำเราอันดิบเถื่อนนำมาซึ่งความอึดอัดและเจ็บปวดเท่านั้น น้ำกามารมณ์ถูกปลดปล่อยเข้าร่างนับครั้งไม่ถ้วน ทุกครั้งที่สติเลือนรางจนเสียงร้องแผ่วลงสุราร้อนก็จะเทราดลงบนดวงหน้างามแสนบอบช้ำ ปลุกให้เขาตื่นขึ้นมารับการทรมานไม่รู้จบ
[1] 1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที
เด็กชายตัวน้อยวัยห้าปี ผู้มีใบหน้างดงามโดดเด่นเกินวัยลอบมองออกไปนอกประตูเรือนในยามดึกดื่น เมื่อไม่เห็นผู้ใดเด็กน้อยก็ลากตั่งตัวเล็กที่สุดในเรือนออกมาด้วยความทุลักทุเล กว่าจะลากตั่งออกไปนอกเรือนได้ก็เล่นเอาหอบ แต่เด็กชายไม่ได้หยุดพัก เขาลากตั่งไปจนถึงผนังด้านข้างของเรือนเมื่อวางไว้ตรงตำแหน่งที่เขาคิดว่าพอดีแล้ว เด็กชายก็ปีนขึ้นไปบนตั่งตัวเล็กที่สูงมากในความคิดของเขา ยื้อยุดอยู่นานกว่าเขาจะพาตัวเองขึ้นมานั่งข้างบนได้ เด็กชายลุกขึ้นยืนบนตั่งแล้วเอื้อมมือสุดแขนหวังจะเอื้อมขึ้นไปจับมุมหลังคาแต่ด้วยส่วนสูงของเด็กตัวน้อย ไม่ว่าเขาจะเอื้อมแขนออกไปมากเพียงใด จะเขย่งเท้าหรือจะกระโดดก็ไม่สามารถร่นระยะอันแสนห่างไกลลงไปได้ทุกการกระทำตกอยู่ในสายตาของผู้ที่แอบปีนขึ้นมาวิ่งเล่นบนกำแพงตำหนัก ขณะที่เขาแอบหลบซ่อนจากทหารยามอยู่ก็มาพบเห็นสิ่งที่น่าสนใจเข้าจนต้องหยุดดู"เจ้าทำอะไรน่ะ?"เด็กชายตกใจจนสะดุ้งตัวโยน เขาเกือบจะตกลงจากตั่งแต่ผู้ที่เป็นต้นเหตุกระโดดลงมาจากกำแพงดึงตัวเขาไว้ได้ทัน"เป็นท่านหญิงมาแอบหนีเที่ยวตอนกลางคืนไม่ได้นะ""ข้าเป็นผู้ชาย!" เด็กชายวัยห้าปีหันขวับไปทางผู้พูด แต่กลับพบเจอแต่ความ
บทที่ 26ออกเดินทางท่ามกลางหมู่ดาวบ้านของหลินอี้ที่เมืองหลวงอู่ยงแห่งเกาะกุยเหว่ยไม่ได้เล็กขนาดที่เขาเกริ่นเอาไว้ ออกจะพอดีสำหรับคนเพียงสองคน และเขาก็ไม่ได้ขัดสนด้วย ผู้ติดตามของไท่จื่อเป็นหน่วยลับ ต้องการผู้มีความสามารถสูงและพร้อมเสี่ยงอันตรายจึงมีเงินเดือนที่สูงตามไปด้วยเมื่อกลับมาถึงเกาะกุยเหว่ยไม่นานหลินอี้ยังมีข่าวดีเพิ่มขึ้นอีกต่อหนึ่ง หัวหน้าผู้ติดตามของไท่จื่อยื่นเรื่องลาออกเพื่อไปเดินทางท่องโลกยุทธภพสะสางเจตนารมณ์เดิม หลินอี้จึงได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้าคนต่อไป และหน่วยผู้ติดตามจะไม่ใช่หน่วยลับอีกเช่นในกาลก่อน จากนี้ทุกคนจะได้ตำแหน่งขุนนางทำงานในที่แจ้งบ้านที่หลังไม่เล็กมากจึงยกระดับกลายเป็นจวน หลินอี้บอกว่าแต่เดิมไปเป็นสายลับอยู่ที่เมืองท่าตะวันออก บ้านในเมืองหลวงอู่ยงจึงไม่มีคนรับใช้แม้สักคน ดีที่เขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจึงไม่มีปัญหาในการขนย้ายสิ่งของ เพียงแค่โคจรลมปราณนำของเข้าถุงเฉียนคุนแล้วค่อยนำออกมาจัดวางในจวนใหม่ก็เป็นอันใช้ได้เพียงแต่พื้นที่มากย่อมมีสิ่งให้จัดการมาก หลินอี้เห็นญาติผู้พี่ต้องมาช่วยเขาจัดการเรือนหลังใหญ่ก็ละอายใจนักคิดว่าพาเขามาลำบากจึงคิดจะจ้างค
บทที่ 25ท่านยาย และ อาซูศึกฟ้าดินผ่านไป สงครามก็มาถึงบทสรุป กลุ่มพันธมิตรกบฏเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในศึกสงครามผลัดเปลี่ยนแผ่นดินสงครามผ่านพ้นไปแล้ว ราชวงศ์เสวียนเองก็จบสิ้นแล้วแต่เซียวซิงโหรวยังมีชีวิตอยู่...เพื่ออะไร?ก่อนหน้านี้ท่านชายเจ้าสำราญทุ่มเททั้งชีวิตศึกษาและรวบรวมศาสตร์ทั้งแปดเพื่อสร้างความสุขสำราญให้กับพี่น้องตามประสงค์ของท่านยายแต่ตอนนี้ทั้งพี่น้องทั้งท่านยาย คนเหล่านั้นไม่อยู่แล้ว แล้วเขาต้องทำสิ่งใดเล่า?ยิ่งไปกว่านั้น ท่านชายเซียวใช้แทบจะทั้งชีวิตของเขาอยู่ในรั้ววัง มีบ้างที่ออกไปที่เมืองหลวง แต่ด้วยความที่มีรูปโฉมสะดุดตาผู้คนจึงมักไปได้ไม่ไกล อย่างมากก็อยู่เพียงโดยรอบจวนของตนเท่านั้น และตอนนี้เมืองหลวงก็พังราบไปแล้วจากไฟสงคราม การเดินทางที่ยาวไกลที่สุดก็คือหลังจากถูกกลุ่มกบฏพาตัวออกจากตำหนักแปดสำราญ แต่นั่นไม่นับว่าเป็นการเดินทางด้วยซ้ำ เพราะเขาโดนคุมความประพฤติอยู่แต่ในรถม้าเสียส่วนใหญ่แล้วเขาควรจะไปที่ใด?"ญาติผู้พี่ ข้าเข้าไปได้หรือไม่?"เสียงจากนอกกระโจมทำให้เซียวซิงโหรวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เป็นหลินอี้"เข้ามาเถอะ"หลินอี้เดินเข้ากระโจมที่ตั้งขึ้นชั่วคราวหลังจบ
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นทิศที่เซียวซิงโหรวกระเดื่องใจจะมาหยุดยืนมากที่สุด"ฉินหวางซื่อจื่อ เสวียนเหว่ย อาเหว่ย พี่น้องและสหายของข้า" ความเวทนาพาดผ่านดวงตาไร้ประกายเพียงชั่วอึดใจก็จางหายไป "เจ้าชื่นชอบศิลปะและบทกวี นั่นเป็นความเข้าใจผิดเดิมๆ ของข้า แท้จริงแล้วเจ้าไม่ได้ชอบอะไรเลย"เมื่อแววตาบ้าคลั่งฉายอยู่บนใบหน้า เสวียนเหว่ยก็เป็นดั่งคนแปลกหน้า แต่เป็นคนแปลกหน้าที่เขารู้จักดี"ย่าของเจ้าเป็นสนมระดับล่างที่ไม่ได้รับความโปรดปราน บิดาของเจ้าแม้จะรอดชีวิตมาจากศึกชิงบัลลังก์แต่ก็ไม่เป็นที่โปรดปราน เจ้าถูกกดดันจากทุกฝ่าย ทั้งสายตระกูลฝากความหวังไว้ที่เจ้าให้นำพาความรุ่งโรจน์มาสู่วงศ์ตระกูล ข้าสงสารเจ้า เห็นใจเจ้า แต่เจ้าก็ไม่ควรเอาทุกอย่างมาลงที่ข้าโดยอ้างว่าเป็นเพราะความรู้สึกที่มีต่อข้า!"ข้ากับเจ้าและอาเอินเกิดปีเดียวกัน โตมาด้วยกัน ข้ามองเจ้าเป็นพี่น้องเป็นสหาย แต่เจ้ากลับจะบังคับให้ข้าร่วมกราบฟ้าดินกับเจ้าต่อหน้าป้ายวิญญาณบรรพบุรุษที่เจ้าไม่ได้อัญเชิญมาอย่างสมเกียรติเสียด้วยซ้ำ ข้าไม่เสียใจที่วันนั้นยั่วยุจนโดนเจ้าทรมานมากมาย แม้จะตายไปก็ยังดีกว่าต้องกราบฟ้าดินร่วมกับเจ้า!"บันทึก 'อา
บทที่ 24การแก้แค้นของท่านชายเจ้าสำราญสงครามดำเนินไปอย่างรุนแรงมากขึ้น ตราพยัคฆ์เคลื่อนกำลังพลทหารแคว้นเสวียนอู่นับแสน ป้ายทวงคุณทุกแผ่นที่ราชวงศ์เสวียนครอบครองเองก็ถูกกระตุ้นเรียกให้เทพเซียนผู้ผูกพันธะกับราชวงศ์ลงมาจุติครบทุกองค์ สงครามล้างผลาญแว่นแคว้นกำลังจะปะทุขึ้นภายในตำหนักแปดสำราญเองก็เตรียมการพร้อมแล้วเช่นกันเตียงหลังใหญ่ถูกยกออก ฉากกั้นหนาหนักแข็งแรงทั้งเจ็ดถูกนำมาตั้งเรียงรายล้อมรอบพรมผ้าขนสัตว์ผืนหนากลางห้องเอาไว้ หน้าฉากกั้นทุกบานมีเตาไฟตั้งไว้อยู่ ที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้มีผู้จับจองไว้อยู่แล้ว ร่างหมดสติถูกขึงตรึงไว้กับฉากกั้นอย่างแน่นหนา เว้นไว้เพียงทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่มีสิ่งใดตั้งอยู่เลยทิศของฉีฝูแสงขาวพร่างพราวสาดส่องลงมาผ่านกระจกใสที่ถูกปิดเข้าไปใหม่ แสงส่องลงมาเป็นวงกลางห้องดั่งแสงสวรรค์ส่องส่งการจุติของเทพสวรรค์ท่านชายเจ้าสำราญ เจ้าของและนักโทษแห่งตำหนักเดินเข้าไปยืนกลางกลุ่มแสง เขาแหงนหน้ามองความสว่างที่เขาใฝ่หา เพียงแต่ในใจของเขาตอนนี้มืดเกินกว่าที่แสงใดจะมาจุดประกายได้ ดวงแก้วว่างเปล่าปิดลง กักเก็บความคั่งแค้นทั้งหมดที่มีลงไปไม่ให้เล็ดรอดออกมาแม้เพียงทา
บทที่ 23ความแค้นรุ่ยหวางซื่อจื่อผู้สืบทอดแห่งดินแดนขาซ้ายหน้ากลับมาจากแนวหน้า การปะทะครั้งใหญ่เพิ่งจบลง ทั้งกองทัพขาซ้ายหน้าและกองกำลังกลุ่มกบฏนำทัพโดยฉีจวิ้นหวางเสียหายด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครได้เปรียบใคร และไม่มีใครตกเป็นเบี้ยล่าง พวกเขาปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่าต่อสู้กันอย่างสูสี ทัพทั้งสองต่างเหนื่อยล้า รุ่ยหวางส่งสารไปขอความช่วยเหลือจากทางเมืองหลวงแล้วหลายวันยังไม่ได้รับการตอบกลับ กำลังใจของทหารเริ่มถดถอยลงทุกชั่วขณะ"พี่รุ่ย" เบาหวิวดุจกระซิบ น้ำเสียงที่แสนถวิลหาลอยมากับสายลมสัมผัสไล้ที่ใบหู รุ่ยหวางซื่อจื่อผู้เหน็ดเหนื่อยหันไปตามทิศทางของเสียงนั้นด้วยความตกใจที่จ้องเขากลับมาจากที่ห่างไกลคือดวงแก้วบรรจุหมู่ดาวแสนน่าหลงใหล แต่ที่ทำให้ในอกของเขาจุกล้นไปด้วยความร้อนรุ่มแห่งความปิติดีใจคือรอยยิ้มงดงามที่เขาไม่ได้เห็นมานานนับปีตั้งแต่งานเลี้ยงครั้งนั้นเท้าที่ยังสวมรองเท้าเกราะเหล็กหนาหนักก้าวไปทางที่เสียงอ่อนหวานชักนำเขาไปอย่างช้าๆ ราวกับต้องมนต์สะกด สุดท้ายจึงออกวิ่งไปด้วยความร้อนรนในที่สุดข้าก็เจอเจ้าจนได้ อาซิง!มือเอื้อมออกไป แต่รอยยิ้มนั้นไม่หยุดรอเขา ใบหน้างามล้ำดั่งนางฟ



![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



