Share

ชีวิตใหม่ - 100%

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-22 21:10:23

เพชรไพลินเดินออกจากห้องแต่งตัวเพื่อสำรวจจุดอื่นต่อ แม้ใจจะไม่อยากออกไปจากห้องที่เป็นเหมือนสวรรค์ย่อมๆ ของผู้หญิงทุกคน แต่เพราะยังมีเวลาอีกมากมายที่จะได้มาขลุกอยู่ในห้องนั้น จึงได้แต่หักใจแล้วเร่งรีบจดจำรายละเอียดของความเป็น ‘กัญญพัชร’ ที่หลงเหลืออยู่ในห้องนี้ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

หญิงสาวเดินมาที่โต๊ะเขียนหนังสือซึ่งตั้งติดบานหน้าต่าง บนนั้นมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กวางไว้เครื่องหนึ่ง ที่มุมโต๊ะมีกระบอกใส่เครื่องเขียนและหนังสือหลายเล่มวางโชว์สันเรียงกันติดผนัง เธอลองสุ่มหยิบขึ้นมาหนึ่งเล่มเพราะอยากรู้ว่ากัญญพัชรอ่านหนังสือแนวไหน เธอดึงเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลงช้าๆ จากนั้นก็ก้มลงมองหนังสือในมือ แล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ

“หนังสือสอนทำอาหารเนี่ยนะ” เธอลองเปิดหน้ากระดาษผ่านๆ และหยุดดูบางหน้าที่มีกระดาษแนบไว้

“พี่วินทร์ชอบอาหารรสจัด ยิ่งเผ็ดยิ่งชอบ” เพชรไพลินอ่านประโยคสั้นๆ ที่เขียนไว้ในกระดาษพลางขมวดคิ้ว จากนั้นจึงลองอ่านประโยคสั้นๆ บนกระดาษที่แนบไว้บางหน้าอย่างอ่อนใจระคนเวทนาหญิงสาวเจ้าของร่างที่ตนอาศัยอยู่

เธอเงยหน้ามองหนังสืออีกหลายเล่มที่วางไว้ก็เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นตำราสอนการทำอาหารและเครื่องดื่มแทบทั้งสิ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากัญญพัชรเตรียมตัวจะเป็นภรรยาของรวินทร์ด้วยความยินดีและเต็มใจ พยายามฝึกฝนและเรียนรู้ที่จะเป็นแม่บ้านแม่เรือนให้เขาแม้จะไม่ใช่เรื่องถนัดของตนก็ตาม แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่ากัญญพัชรไม่คิดจะยอมแพ้ รู้ว่าเขาไม่ได้รักจึงหวังใช้ความดีและเสน่ห์ปลายจวักมามัดใจเขา

“เธอรักเขาขนาดนี้เลยหรือพัช เขามีดีตรงไหนกัน”

หญิงสาวได้แต่พึมพำกับตัวเองเพราะไม่เคยเจอรวินทร์ซึ่งๆ หน้า เคยเห็นแต่ในฝันก็พอรู้แค่ว่าเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวสีแทน เครื่องหน้าคมคาย นัยน์ตาคมดุ ดูไปแล้วก็จัดว่า ‘ดูดี’ อยู่บ้าง แต่สำหรับเธอแล้วกลับมองว่าผู้ชายคนนี้ช่างขี้เก๊กเหลือเกิน

นี่ขนาดเจอแค่ในฝันเธอยังหมั่นไส้เขาได้ขนาดนี้ แล้วถ้าเจอตัวเป็นๆ เธอจะอดใจไม่แบะปากใส่เขาได้หรือ

เพชรไพลินเก็บหนังสือเหล่านั้นไว้ที่เดิมแล้วลองเปิดลิ้นชักดูว่ามีอะไรเก็บเอาไว้บ้าง ยิ่งเปิดดูหญิงสาวก็ยิ่งนับถือความเป็นระเบียบของอีกฝ่ายที่ช่างเก็บข้าวของกระจุกกระจิกต่างๆ ไว้ได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วนไม่รกหูรกตา ผิดกับเธอที่คว้าอะไรได้ก็จับยัดลงลิ้นชักไป พอจะใช้งานก็ค่อยรื้อหาจนเละเทะยิ่งกว่าเดิม

พลันสายตาของเพชรไพลินก็สะดุดเข้ากับสมุดบันทึกซึ่งหุ้มด้วยปกผ้ากำมะหยี่สีน้ำตาลอ่อนเล่มหนึ่ง เธอหยิบมันขึ้นมาแล้วพลิกเปิดดูหน้าแรกด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงไม่ได้เก็บรวมกลุ่มเข้ากับสมุดหนังสือเล่มอื่นที่วางอยู่บนโต๊ะ

และหญิงสาวก็ต้องเบิกตากว้างเพราะหน้าแรกนั้นมีลายมืออันแสนเป็นระเบียบของกัญญพัชรที่เขียนชื่อกับนามสกุลของตัวเองรวมถึงวันเกิดไว้อีกด้วย

หากเป็นเรื่องอื่น เพชรไพลินคงมองข้ามไป ไม่สนใจ แต่ครั้งนี้ไม่สนใจไม่ได้ เพราะคงไม่มีอะไรน่าตื่นตกใจไปกว่าการที่รู้ว่าเธอกับกัญญพัชรเกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกัน ต่างกันก็แค่พุทธศักราชเท่านั้นเอง!

เสียงเคาะประตูสามครั้งไม่ได้ทำให้ร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับ ‘ก้อนหิน’ หลายขนาดตรงหน้าให้ความสนใจ เขาไม่เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ แม้ว่าประตูจะเปิดออกแล้วมีร่างสันทัดของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง

“ทางนั้นเขาโทร. มาแจ้งว่าคุณพัชออกจากโรงพยาบาลแล้ว” นาวา ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนและเลขาฯ ส่วนตัวของรวินทร์บอกคนที่กำลังหน้าดำคร่ำเคร่งกับการตรวจสอบคุณภาพของเพชรที่ได้มาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

มือของรวินทร์ชะงักไป พลางเหลือบมองคนพูดแล้วถามเสียงต่ำ

“เมื่อไร”

“ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” นาวาตอบสั้นๆ ขณะที่รวินทร์เบนสายตาไปมองนาฬิกาบนผนังพร้อมกับขมวดคิ้ว

ตอนนี้บ่ายสี่โมงเข้าไปแล้ว แต่จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีโทรศัพท์จากกัญญพัชรเข้าเครื่องของเขาแม้แต่สายเดียว ข้อความที่เคยส่งให้เขาวันละหลายครั้งก็หายเงียบไป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติมาก เพราะหากหญิงสาวออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวาน เธอจะต้องหมั่นโทร. หาเขาแล้วออดอ้อนหว่านล้อมให้เขาขึ้นไปเยี่ยมเธอที่กรุงเทพฯ เช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่มี

“ไม่คิดจะโทร. หาน้องเขาหน่อยหรือเพื่อน ที่เขาไม่โทร. มาก็เพราะอาจจะรอให้นายโทร. ไปก็ได้” นาวาพูดเหมือนรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ จึงได้รับสายตาไม่สบอารมณ์จากผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายทันที

“ไม่จำเป็น แบบนี้ก็ดีแล้ว ไม่ปวดหัว” รวินทร์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ

“เรื่องนั้นถึงไหนแล้ว” ชายหนุ่มต้องการเปลี่ยนเรื่องจึงเอ่ยปากถามคนที่กำลังมองมายิ้มๆ อย่างล้อเลียน

“ก็กำลังหาทางสืบอยู่ ตอนนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้ เพราะอย่างที่รู้กันนั่นแหละว่าคนที่มีส่วนจับต้องเพชรดิบก็มีตั้งหลายคน ตั้งแต่คนตรวจสอบคุณภาพยันคนเจียระไน” นาวาเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังขึ้นมาเมื่อพูดถึงเรื่องงาน

“อืม...ไม่เป็นไร เราเองก็ยังสืบอะไรไม่ได้เหมือนกัน” รวินทร์พูดแล้วถอนหายใจ เขาตรวจสอบแล้วพบว่ามีเพชรดิบที่ส่งมาจากแอฟริกาใต้หายไปจำนวนหนึ่ง ครั้นลองเอาเอกสารทั้งหมดมาตรวจเช็กย้อนหลังก็พบว่าเพชรดิบที่ได้มานั้นจะหายไปทุกครั้งที่มีการตรวจนับเพื่อเก็บบันทึก แม้แต่ละครั้งจะมีจำนวนไม่มาก แต่พอเอามารวมกันแล้วก็ถือว่าเสียหายหลายล้านบาท

ขนาดมีการลงบันทึกจำนวนที่ได้มาของก็ยังหาย แล้วจำนวนที่ไม่ได้ลงบันทึกไว้เล่า จะเสียหายไปเท่าไรแล้ว

และเพราะเขามัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับงานทางนี้ จึงไม่มีเวลาโผล่หน้าไปให้คุณหนูโลกสวยคนนั้นเห็นหรอก เขาอุตส่าห์ไม่ไปหา ไม่ไปเยี่ยม ไม่แสดงท่าทีอะไรด้วยทั้งนั้นเพราะอยากให้กัญญพัชรตัดใจจากเขาไป แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาอึดอัดกับการเป็นคู่หมั้นของเธอมากแค่ไหน เพราะหญิงสาวยังคงตามตื๊อเขาอย่างเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยน

การที่กัญญพัชรเงียบหายไป ไม่โทร. หาเขาและไม่ส่งข้อความมาเช่นเคย ไม่ต้องเดาก็รู้แล้วว่าเธอกำลังหาเรื่องเรียกร้องความสนใจ ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยไปง้อหรืออ่อนข้อโทร. หาก่อนสักครั้ง แต่เธอก็ยังใช้มุกเดิมตลอด นับวันเขาจึงยิ่งเบื่อ ยิ่งจะหมดความอดทนลงไปทุกที

เขาจะยอมทนเป็นคู่หมั้นให้กัญญพัชรถึงแค่สิ้นปีนี้เท่านั้น ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่หกเดือน หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็จะถอนหมั้นและขออิสระคืนมาให้ได้

รวินทร์ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองพื้นที่กว้างใหญ่เบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย สมัยก่อนพื้นที่ของบรรพบุรุษเขาตรงนี้เคยเป็นเหมืองเรือขุด ซึ่งสมัยนั้นบิดาเล่าให้ฟังว่าการทำเหมืองแร่ในแถบนี้เป็นงานประจำของคนในท้องถิ่นเลยก็ว่าได้ ทว่าผ่านมายี่สิบกว่าปี แร่ที่ขุดได้ก็มีจำนวนลดน้อยลงจนทำให้ประสบภาวะขาดทุน หลังจากนั้นเหมืองก็ปิดตัวลง คุณปู่ของเขาจึงหันไปจับธุรกิจเกี่ยวกับเพชรพลอยแล้วปล่อยพื้นที่ตรงนี้ให้ว่างเปล่าโดยไม่ทำอะไร ด้วยต้องการฟื้นฟูสภาพหลังจากที่เสื่อมโทรมลงไปเพราะการทำเหมือง แต่คนท้องถิ่นแถวนี้ก็ยังมักเรียกที่นี่กันติดปากว่าเหมืองอยู่ แม้กระทั่งเขาเองก็ตาม

“ถามจริงนะวินทร์ แกสงสัยใครหรือมีตัวเลือกในใจบ้างรึเปล่า”

นาวาลองถามหยั่งเชิงดู ขณะที่คนถูกถามระบายลมหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มพลางยกมือขึ้นกอดอก

“บอกไม่ถูกว่ะ ก็น่าสงสัยไปหมดนั่นแหละ ตั้งแต่ช่างทำทองยันช่างเจียระไนเพชรพลอย แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องลากตัวออกมาให้ได้ เพราะต่อให้เอาไปแค่สี่ห้าเม็ดก็ถือว่าเป็นขโมยอยู่ดี เอาไว้ไม่ได้ อีกอย่างเราก็ไม่รู้ด้วยว่าเพชรดิบที่หายไปจะมีมูลค่ามากแค่ไหนเวลาที่เจียระไนออกมา”

ถ้าเป็นทองเขาจะไม่เสียดายเท่านี้เลย เพราะเศษทองที่เหลือจากการทำทองรูปพรรณ ช่างทำทองมักจะเก็บไปด้วยอยู่แล้ว ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะถือเสียว่าเป็นค่าแรงพิเศษหรือโบนัส อีกทั้งหากเทียบเป็นเม็ดเงินแล้วก็แค่น้อยนิดเท่านั้น เขาจึงไม่ซีเรียสมาก แต่สำหรับเพชรดิบนั้นไม่ใช่ แต่ละเม็ดมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งกะรัต เขาจึงไม่สามารถวางเฉยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้

“แปลว่านายสงสัยช่างเจียระไนละสิ” นาวาเดาใจเพื่อน เพราะบรรดาคนที่รู้ว่าเพชรดิบเม็ดไหนเจียระไนออกมาแล้วจะได้มูลค่าดี นอกจากรวินทร์กับเขาแล้วก็มีช่างเจียระไนเพชรที่สามารถมองออก

รวินทร์ไม่พูดอะไร แต่การปิดปากเงียบอย่างนี้ก็ไม่ต่างกับยอมรับ นาวาเห็นปฏิกิริยาเพื่อนจึงพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“ได้เรื่องยังไงแล้วจะเอามาบอก” พูดจบนาวาก็หันกลับไปทางประตูห้องทำงาน แต่จู่ๆ เขาก็หยุดยืนอยู่ที่เดิมแล้วหันมาหาเพื่อนอีกครั้ง

“ลืมบอกไป คุณปานเขาให้มาถามว่าเย็นนี้นายจะว่างไปดินเนอร์กับเขาไหม โทร. ไปบอกเขาด้วยล่ะ”

รวินทร์หันมองแผ่นหลังของผู้พูดที่กำลังลับหายไปจากประตูห้องเมื่อได้ยินประโยคนั้น ชายหนุ่มครุ่นคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทร. หาใครบางคน

“สวัสดีครับคุณปาน ผมจะโทร. มาบอกว่า...คืนนี้ผมว่างครับ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status