Share

ถอนหมั้น - 35%

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 13:10:02

เพชรไพลินนั่งมองแผลที่เริ่มตกสะเก็ดตามแขนและใบหน้าอย่างกังวล กัญญพัชรจัดว่าเป็นผู้หญิงที่ผิวสวยมาก ทั้งเนียนละเอียดและขาวใสจนน่าอิจฉา แต่พอต้องมาเป็นแผลหลายแห่งจึงทำให้เธออดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะเป็นแผลเป็นหรือไม่ เพราะในฐานะที่เธอมาอาศัยร่างของกัญญพัชรอยู่ ฉะนั้นเธอก็ต้องดูแลเอาใจใส่แทนเจ้าของเดิมให้ดี

ในหัวเริ่มคิดถึงครีมลบรอยแผลเป็นแต่ละยี่ห้อ ก่อนเกิดอุบัติเหตุเธอทำธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางยี่ห้อดัง ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นหมวดบำรุงผิวและหมวดแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ดังนั้นเธอจึงค่อนข้างเชี่ยวชาญในการเลือกเฟ้นครีมแต่ละชนิดเป็นพิเศษ รวมไปถึงเชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้าแต่งตัวอีกด้วย

โชคดีที่กัญญพัชรค่อนข้างแต่งตัวเป็น แม้หลายชุดจะดูอ่อนหวานไปบ้าง ในขณะที่เพชรไพลินนั้นแต่งสไตล์เรียบหรู แต่เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหา เพราะหญิงสาวสามารถนำมาปรับแต่งให้เข้ากันได้อย่างลงตัวอยู่แล้ว ติดก็แต่ว่าดูเหมือนกัญญพัชรจะไม่ค่อยแต่งหน้าแต่งตา เพราะบนโต๊ะเครื่องแป้งไม่ค่อยมีเครื่องสำอางเท่าไรนัก

“เฮ้อ! เบื่อจะตายอยู่แล้ว คิดถึงภูมิจังเลย ป่านนี้ยายวาเป็นยังไงบ้างเนี่ย”

เพชรไพลินทิ้งตัวนอนลงบนเตียงกว้างพลางหลับตาลงอย่างเบื่อหน่าย อยากออกไปข้างนอกแต่บิดามารดาก็ยังไม่อนุญาตให้ไปไหนเพราะเห็นว่าแผลของเธอยังไม่หายดี แต่เธอเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วเพราะคิดถึงช่วงเวลาของการทำงาน คิดถึงตอนเดินทางไปเยี่ยมสาขาต่างๆ ตามห้างสรรพสินค้า คิดถึงเวลามีอีเวนต์เปิดตัวสินค้าใหม่ คิดถึงเพชรแพรวา น้องสาวที่ต้องดูแลธุรกิจต่อจากเธอเพียงลำพัง และคิดถึงคู่หมั้นหนุ่มอย่างภูมิบดินทร์ด้วย

อยากโทรศัพท์หาทั้งคู่ แต่ก็รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหากเล่าเรื่องวิญญาณเข้าร่างคนอื่นให้ฟังมีหวังคงถูกมองว่าสติไม่ดี เรื่องเหลือเชื่อและหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้ยากอย่างนี้ ไม่มีคนปกติที่ไหนจะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงแน่นอน

ครั้นคิดถึงภูมิบดินทร์ เพชรไพลินก็อดนึกถึงคู่หมั้นของกัญญพัชรไม่ได้ ตั้งแต่อยู่ในโรงพยาบาลจนกระทั่งกลับมาพักฟื้นที่บ้าน เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนนั้นโผล่หัวมาเยี่ยมเยียนเลยสักครั้ง มีแต่บิดามารดาของเขาที่หมั่นมาเยี่ยมมาหาไม่เคยขาด แค่นี้ก็พอชั่งน้ำหนักความสำคัญของกัญญพัชรในใจของคู่หมั้นได้แล้วว่าอยู่ในระดับไหน

“ถอนหมั้นไปเลยเหอะ ชักรำคาญแล้ว ร่างนี้จะได้เป็นอิสระสักที ผู้ชายดีๆ มีถมเถไป” คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องนอนลงไปข้างล่างเพื่อไปหาบิดาที่ห้องทำงาน

ตั้งแต่บุตรสาวประสบอุบัติเหตุ พัชระก็ให้เลขานุการหอบงานกลับมาทำที่บ้านตลอด เพราะอยากอยู่ดูแลบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวน เพชรไพลินรู้สึกตื้นตันแทนกัญญพัชรอย่างบอกไม่ถูกที่เป็นที่รักของทุกคนในบ้านได้ขนาดนี้

เพชรไพลินมาอยู่ในร่างของกัญญพัชรได้แค่ไม่กี่วันก็สัมผัสถึงความรักของท่านทั้งสองได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ท่านกระตือรือร้นคอยถามอาการนั่นนี่ทำให้หญิงสาวน้ำตาซึมเพราะคิดถึงบิดามารดาของตัวเอง

บิดาของเธอเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้วตั้งแต่เธอยังเด็ก มารดาจึงเป็นคนเลี้ยงดูเธอกับเพชรแพรวาเพียงลำพังมาโดยตลอด ไม่ยอมแต่งงานใหม่ จนกระทั่งท่านเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อห้าปีก่อน ในสายตาของเพชรไพลิน มารดาเป็นผู้หญิงที่เก่งและแกร่งที่สุดในโลก เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างแท้จริง หญิงสาวจึงยึดท่านเป็นแบบอย่างและพยายามดูแลธุรกิจที่ท่านสร้างมากับมือให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีก ทว่าตอนนี้เธอคงไม่สามารถทำได้อีกแล้ว ทุกอย่างต้องฝากความหวังไว้กับเพชรแพรวาให้ดูแลต่อไป

หญิงสาวเดินมาถึงหน้าห้องทำงาน เห็นประตูแง้มเปิดไว้เพียงเล็กน้อยจึงคิดจะเคาะประตูเพื่อให้คนในห้องรู้ตัวก่อนเดินเข้าไป แต่เพราะเสียงพูดคุยในนั้นทำให้เพชรไพลินชะงักมือแล้วลดลงข้างลำตัวพลางเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

“ผลประกอบการสองปีมานี้ลดต่ำลงมากเลยนะคะคุณ เศรษฐกิจแบบนี้คงมีแต่คนอยากเก็บเงินไว้กับตัวมากกว่ามาซื้อเพชรซื้อพลอยใส่” กัญญาถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มเมื่อเห็นตัวเลขรายได้ของปีที่ผ่านมา

“คงต้องอดทนกันไปสักพักนั่นแหละ ยังดีที่ไม่ขาดทุน” พัชระเองก็หนักใจไม่น้อย ช่วงนี้ผู้ค้าเครื่องประดับเพชรพลอยต่างบ่นกันทั้งนั้นว่าค่อนข้างเงียบเหงา ทุกวันนี้รายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากลูกค้าขาประจำที่เป็นพวกคุณหญิงคุณนายและบรรดาไฮโซมาซื้อเก็บไว้เป็นมรดกและสมบัติส่วนตัวทั้งนั้น แต่ลูกค้าใหม่ๆ กลับแทบไม่มี

เพชรไพลินตัดสินใจเคาะประตูห้องทำงานแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปหาท่านทั้งสอง หญิงสาวยิ้มประจบบิดามารดาทันทีเมื่อเห็นช่องทางที่จะได้ออกจากบ้านไปทำงานแม้จะเป็นธุรกิจที่เธอไม่เคยจับเลยก็ตาม แต่กระนั้นก็ยังดีกว่าทนอุดอู้อยู่แต่ในบ้านจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแบบนี้

“มีอะไรให้พัชช่วยไหมคะ คุณพ่อคุณแม่”

หญิงสาวถามอย่างกระตือรือร้น ครั้นเห็นสายตาของท่านทั้งสองที่มองมาอย่างไม่เชื่อหูที่เธอพูดอย่างนั้นออกไปก็ไม่แปลกใจเท่าไรนัก เพราะจากความฝันที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวตอนเธอหลับก็ทำให้พอรู้ว่ากัญญพัชรไม่เคยคิดจะช่วยดูแลธุรกิจของทางบ้านเลย

“พัชอยากช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานบ้างค่ะ ให้พัชช่วยได้ไหมคะ พัชสัญญาว่าจะเริ่มเรียนรู้ธุรกิจนี้อย่างจริงจัง...นะคะคุณพ่อคุณแม่”

เธอนั่งลงข้างมารดาแล้วยื่นแขนไปสวมกอดเอวของท่านไว้อย่างออดอ้อน ยิ่งเห็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความคาดไม่ถึงและแปรเปลี่ยนเป็นปลื้มปีติของท่านทั้งสองแล้ว ก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองคิดไม่ผิดที่ตัดสินใจขอท่านทำงาน

“ได้สิลูก แค่หนูเริ่มสนใจธุรกิจของครอบครัวพ่อกับแม่ก็ดีใจและขอบใจหนูมากแล้ว” มารดาลูบศีรษะของบุตรสาวอย่างรักใคร่ ขณะที่ผู้เป็นบิดาหยิบแฟ้มหนาบนโต๊ะแล้วเดินมานั่งบนโซฟาอีกตัว

“แต่ก่อนอื่น หนูต้องรู้ก่อนว่าร้านของเราขายแบบไหนบ้าง นี่เป็นแค็ตตาล็อกสินค้าที่เรามีทั้งหมด”

เพชรไพลินรับแฟ้มมาจากมือบิดาแล้วเปิดดูรูปแบบสินค้าในนั้นอย่างตั้งใจ หัวคิ้วเริ่มขมวด จนกระทั่งเผลอถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

“ใครเป็นคนออกแบบเครื่องเพชรพวกนี้คะ” หญิงสาวถามพลางเปิดดูหน้าต่อไปเรื่อยๆ

“ดีไซเนอร์ที่บริษัทเรานั่นแหละลูก” พัชระเป็นฝ่ายตอบ เห็นสีหน้าบูดบึ้งของบุตรสาวแล้วก็ได้แต่ขำ เพราะเข้าใจว่าอีกเดี๋ยวเจ้าตัวคงขอถอนคำพูดที่บอกว่าอยากช่วยงาน เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมากัญญพัชรไม่เคยอยากเข้ามาช่วยดูแลกิจการสักครั้ง

“เชยมาก” เพชรไพลินพูดออกไปตามตรงโดยไม่อ้อมค้อม เครื่องเพชรที่เห็นในภาพนั้นสวยอลังการก็จริง แต่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว และเครื่องประดับที่ออกแบบมาอย่างเว่อร์วังขนาดนี้ไม่เหมาะจะใส่ในชีวิตประจำวันเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งแต่ละแบบที่ทำออกมานั้นก็ราคาสูงเสียจนคนธรรมดาไม่มีสิทธิ์แตะต้อง

“ลิน...พัชว่าเราน่าจะลองปรับเปลี่ยนบ้างนะคะ จ้างดีไซเนอร์คนใหม่เข้ามาเพื่อออกแบบเครื่องประดับให้ดูทันสมัยขึ้น หรือไม่ก็ให้คนเก่าออกแบบเครื่องประดับให้เป็นชิ้นเล็กลง อย่างแหวนเพชรก็ใช้เพชรไม่เกินหนึ่งกะรัตต่อวง ราคาจะได้ถูกลง และคนวัยทำงานทั่วไปจะได้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น” หญิงสาวปิดแฟ้มแล้วพูดต่อ

“สัดส่วนของหนุ่มสาววัยทำงานที่มีกำลังซื้อน่ะมีจำนวนมากกว่าพวกไฮโซตั้งหลายเท่านะคะ สังคมบ้านเราคนรายได้ระดับปานกลางมีเยอะที่สุด พัชคิดว่าถ้าเราทำเครื่องประดับให้เล็กลง ราคาถูกลง ออกแบบให้ดูเก๋ไก๋กว่าเดิม และสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ ยอดขายจะต้องดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอนค่ะ”

“แต่ยี่ห้อของเราน่ะ คนในแวดวงเพชรทั้งหมดจะรู้กันอยู่ว่าดีไซน์ของเราเป็นเอกลักษณ์แบบนี้นะลูก” กัญญาแย้งบุตรสาว แม้ว่าจะเริ่มเห็นด้วยกับแนวคิดของอีกฝ่าย

“เราก็ทำซับแบรนด์สิคะ แบรนด์ใหญ่ก็ให้ออกแบบอลังการเวอร์วังเหมือนเดิมไป แต่ซับแบรนด์ก็มีไว้เพื่อซัปพอร์ตลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางและอยากมีเครื่องประดับไว้ในครอบครอง ยิ่งถ้ามีการผ่อนสินค้าได้ก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพราะพัชเชื่อว่าหลายคนอยากได้อยากมีแต่ไม่มีเงินก้อนมากพอที่จะซื้อ”

เธอเห็นร้านเพชรและร้านเครื่องประดับหลายร้านที่เจอพิษเศรษฐกิจต่างก็ต้องหาทางปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดด้วยวิธีนี้กันทั้งนั้น จึงอยากเอามาทำกับร้านของตัวเองบ้าง

“ให้พัชรับผิดชอบโพรเจกต์นี้ได้ไหมคะ” เพชรไพลินมองหน้าท่านทั้งสองด้วยสายตาคาดหวัง ทว่ายังไม่ทันได้คำตอบก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น และคนที่โผล่หน้าเข้ามาก็คือรวงทิพย์ พี่เลี้ยงของกัญญพัชร

“คุณหนูคะ โทรศัพท์จากคุณวินทร์ค่ะ”

เพชรไพลินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ สงสัยผู้ชายคนนั้นคงเพิ่งนึกขึ้นได้กระมังว่าตนเองมีคู่หมั้นอยู่จึงเพิ่งโทร. มาหาเอาป่านนี้ แต่แม้จะไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ กระนั้นหญิงสาวก็ยังลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์ที่พี่เลี้ยงเอามาให้

“ฮัลโหล” เธอตัดสินใจเดินออกมาคุยข้างนอกห้อง เพราะเกรงว่าบิดามารดาจะสงสัยเอาได้หากเธอพูดจากับคู่หมั้นหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตร ไม่เหมือนที่กัญญพัชรพูด

“เป็นยังไงบ้างน่ะเรา ร่างกายดีขึ้นเยอะรึยัง” เสียงทุ้มของเขาฟังดูเหมือนห่วงใย แต่เพชรไพลินกลับแบะปากใส่อย่างอดไม่ได้

“ก็ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ โชคดีที่ไม่ตาย”

“พี่อยากนัดเจอเราหน่อยน่ะ พรุ่งนี้สะดวกไหม” จากนั้นเขาก็บอกสถานที่นัดพบและเวลามาพร้อมสรรพ

“โอเคค่ะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ เรื่องจะพูดมีแค่นี้ใช่ไหมคะ พัชจะได้ไปทำธุระต่อ” หญิงสาวรีบปิดการสนทนาให้ได้โดยไว เพราะอยากเข้าไปคุยเรื่องงานกับบิดามารดาต่อ

“อืม...เอาไว้คุย...” เขายังพูดไม่ทันจบ แต่เพชรไพลินอยากจบแล้วจึงรีบพูดแทรกขึ้น

“งั้นแค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ” พูดจบก็กดตัดสายทิ้งทันที จากนั้นก็วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะในห้องรับแขกแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าปลายสายกำลังมองโทรศัพท์ของตัวเองอย่างแปลกใจระคนขุ่นเคือง

รวินทร์เม้มปากแน่นด้วยความไม่พอใจ กัญญพัชรไม่เคยวางสายใส่เขาอย่างนี้มาก่อน หนำซ้ำน้ำเสียงที่ฟังเหมือนรำคาญเต็มทนของเธอก็ทำให้เขาหงุดหงิดเสียจนพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

พรุ่งนี้อย่ามาร้องไห้ให้เขาเห็นก็แล้วกัน!

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status