Share

ชีวิตใหม่ - 35%

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-22 15:53:58

รวินทร์สะพายเป้ใบย่อมเดินลงบันไดมาที่ชั้นล่างพลางผิวปากฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เสร็จธุระเรื่องกัญญพัชรแล้วเขาจะได้กลับไปดูแลงานที่เหมืองต่อ เขาไม่ค่อยชอบขลุกอยู่ในกรุงเทพฯ เท่าไรนัก จะเข้ามาเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น โดยเฉพาะการมาเยี่ยมบิดามารดาซึ่งพำนักอยู่ย่านชานเมือง

“แกควรจะไปเยี่ยมหนูพัชเขาบ้าง”

เสียงของบิดาดังขึ้นขัดเสียงฮัมเพลงของเขา แม้จะไม่กระโชกโฮกฮากหรือขึ้นเสียงใส่ แต่น้ำเสียงราบเรียบนั้นเขาก็พอฟังออกว่าแฝงความไม่พอใจอยู่ไม่น้อย

ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นซึ่งบิดามารดากำลังนั่งพักผ่อนดูรายการทางโทรทัศน์กันอยู่ ทั้งสองหันมามองตั้งแต่ได้ยินเสียงเพลงของเขาแล้วก็ว่าได้ เขานั่งลงข้างมารดาด้วยท่าทีสบายๆ ดูไม่ทุกข์ร้อน จนท่านทั้งสองได้แต่ถอนหายใจด้วยความระอา

“ผมก็มีงานต้องทำเหมือนกันนะครับคุณพ่อ จะให้ผมไปนั่งเฝ้าคนป่วยที่ไม่รู้ว่าจะฟื้นวันไหนได้ยังไงกัน แล้วที่เหมืองใครจะดูแล”

รวินทร์รู้ดีว่าคำตอบของตัวเองค่อนข้างใจดำไปสักหน่อยสำหรับคนฟัง ทั้งที่ความจริงแล้วเขาไปเยี่ยมและสอบถามอาการของกัญญพัชรที่โรงพยาบาลทุกวันตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ แต่เพราะเขาไม่ต้องการให้บิดามารดามีความหวังเรื่องเขากับกัญญพัชร จึงจำเป็นต้องปิดเรื่องนี้เอาไว้ หาไม่แล้วท่านต้องเอาไปบอกหญิงสาวแน่นอนว่าเขาไปเยี่ยมทุกวัน และกัญญพัชรก็จะตัดใจจากเขาไม่ได้สักที

“แต่ในฐานะคู่หมั้น เราก็ควรจะไปเยี่ยมน้องสักหน่อยนะตาวินทร์”

สรวงสุดาผู้เป็นมารดาบีบแขนเขาอย่างอ่อนโยน รวินทร์จึงล้มตัวลงนอนหนุนตักท่านอย่างเอาใจ

“คุณแม่ก็รู้ว่าผมไม่อยากหมั้นมาตั้งแต่แรก ยังไงผมก็ยังยืนยันว่าอยากถอนหมั้นอยู่ดี”

“หนูพัชเขาไม่ดีตรงไหน ทำไมแกถึงรักเขาไม่ได้” รวิศเริ่มพูดเสียงขุ่น การหมั้นหมายระหว่างบุตรชายของตนกับบุตรสาวของเพื่อนสนิทที่ทำธุรกิจอยู่ในแวดวงเดียวกันเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุดแล้ว เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน เขาไม่อยากได้สะใภ้ที่มาจากครอบครัวอื่นเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะมาชุบมือเปิบ ฮุบธุรกิจเพชรที่บิดาของเขาเป็นคนบุกเบิกขึ้น

“พัชดีทุกอย่างครับคุณพ่อ สวย รวย เข้าสังคมเก่ง แต่ผมไม่ได้รู้สึกกับพัชแบบนั้น แต่ไหนแต่ไรมาผมมองพัชเป็นน้องสาวมาตลอด จู่ๆ จะให้มาเปลี่ยนความรู้สึกกันแบบนี้ ผมทำไม่ได้หรอก”

รวินทร์ไม่ได้เล่าให้พวกท่านฟังถึงความขี้หึงอย่างร้ายกาจของกัญญพัชร รวมไปถึงการที่เธอตามติดเขาแจจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร เพราะเหตุนี้เขาถึงไม่อยากมากรุงเทพฯ เท่าไรนัก เพราะทุกครั้งเขาต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับฤทธิ์เดชที่เธอไปแผลงใส่เพื่อนผู้หญิงของเขา หรือแม้กระทั่งลูกค้าที่เป็นผู้หญิงบางราย

“แต่งๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองนั่นแหละลูก” สรวงสุดายังคงพยายามโน้มน้าวบุตรชาย แม้จะรู้ว่าไม่ได้ผล แต่เธอก็ยังอยากให้รวินทร์เปิดใจยอมรับกัญญพัชรบ้าง

“เฮ้อ...นี่มันสมัยไหนแล้วครับคุณแม่ ตามหลักแล้วไอ้เรื่องคลุมถุงชนอะไรนี่เขาไม่นิยมกันแล้วนะ แค่ผมยอมหมั้นก็ถือว่าดีมากแล้ว และตอนนี้ผมก็พยายามทำให้พัชเขาคิดเหมือนผม นั่นก็คือถอนหมั้นกันซะ” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นนั่ง เมื่อเห็นบิดาทำท่าจะพูดอะไรต่อ ชายหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ผมไปก่อนดีกว่า ขืนช้ากว่านี้เดี๋ยวไปถึงที่โน่นดึกพอดี”

รวินทร์ทำทีเป็นดูนาฬิกาข้อมือก่อนลุกขึ้นยืน เขายกมือไหว้บิดามารดา จากนั้นก็คว้ากระเป๋าเป้ที่บรรจุของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นขึ้นพาดไหล่แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เพราะหากอยู่นานกว่านี้เขาอาจทำให้บิดาความดันขึ้นเพราะความโมโหก็เป็นได้

เพชรไพลินนั่งมองหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ดวงตาทั้งสองข้างบวมแดงเล็กน้อยเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ทันทีที่รู้ว่าตัวเองตายแล้วเธอก็สลบไป ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ยังเห็นพี่เลี้ยงของเจ้าของร่างนี้นั่งเฝ้าอยู่บนโซฟาข้างเตียงเหมือนเดิม และนั่นก็ทำให้เธอปล่อยโฮออกมาทันที

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือความจริง ไม่ใช่ความฝัน เธอต้องติดอยู่ในร่างนี้ไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ

กัญญพัชร คือชื่อจริงของเจ้าของร่างนี้ ตอนที่เธอสลบไป ผู้หญิงที่ชื่อกัญญพัชรยังอุตส่าห์โผล่มาในความฝันของเธออีกแล้ว และฝันครั้งนี้ก็เหมือนเดิม นั่นคือเธอกำลังเดินตามกัญญพัชรไปทุกหนทุกแห่ง รับรู้เรื่องราวของหญิงสาวคนนี้เรื่องแล้วเรื่องเล่า แต่เรื่องที่เธอเห็นบ่อยที่สุดและรับรู้มากที่สุดเห็นจะมีแต่เรื่องของผู้ชายที่ชื่อรวินทร์

ผู้ชายแสนเย็นชาที่ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่เห็นความรักอยู่ในตาคมดุคู่นั้นแม้แต่น้อย ผิดกับกัญญพัชรที่มองอีกฝ่ายราวกับเขาเป็นผู้สร้างโลก เธอเห็นแล้วขัดหูขัดตาเหลือเกิน ในฝันที่เธอได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตมาจากเจ้าของร่างนั้น ดูเหมือนว่ารวินทร์ต้องการถอนหมั้นกับกัญญพัชรมาก แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ทนทายาด อุตส่าห์ยืดเวลามาได้ตั้งหลายเดือนเพียงเพราะรักเขาอย่างโง่งมและไม่อยากปล่อยเขาไป

เอาเถอะ...ลองมาพูดเรื่องถอนหมั้นกับเธอสิ เธอจะรีบตกลงทันทีอย่างไม่ลังเลเลย

“คุณหนูปวดหัวรึเปล่าคะ อยากกินอะไรไหม น้ารวงจะไปซื้อมาให้” รวงทิพย์ถามอย่างเอาใจใส่ กัญญพัชรเป็นคนเรื่องมากเรื่องอาหารการกินมาแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นอาหารในโรงพยาบาลจึงไม่มีทางถูกปากกัญญพัชรแน่นอน

“พัชกินอะไรไม่ลงหรอกค่ะ มันรู้สึกตื้อๆ ไปหมด”

ใครจะไปกินลง จู่ๆ ก็ต้องมารับรู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว แถมต้องมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ โชคดีที่ร่างนี้หน้าตาสะสวย รูปร่างสะโอดสะอง ผิวพรรณก็ขาวนวลเนียนอย่างคนที่ได้รับการดูแลเรื่องนี้มาโดยเฉพาะ และแม้ว่าฐานะของกัญญพัชรจะเรียกได้ว่าเข้าขั้นเศรษฐีหรือผู้มีอันจะกินเพราะครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านเพชรซึ่งมีสาขาในเฉพาะย่านธุรกิจที่คนมีกำลังซื้อสูง แต่สิ่งที่เธอกังวลก็คืออนาคตต่อจากนี้ต่างหาก ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป

แล้วทางบ้านเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง เพชรแพรวาจะอยู่คนเดียวได้ไหม จะดูแลบริษัทคนเดียวไหวหรือเปล่า และหากเธอนำเรื่องที่ตัวเองมาเข้าร่างนี้ไปเล่าให้ภูมิบดินทร์ฟัง เขาจะเชื่อเธอหรือไม่ หรือเขาจะจับเธอส่งโรงพยาบาลบ้า

“คุณหนู ร้องไห้อีกแล้วหรือคะ ไม่เอาค่ะ อย่าร้อง น้าบอกแล้วไงคะว่ามันไม่ใช่ความผิดของเรา เอาอย่างนี้ไหมคะ ถ้าคุณหนูได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไร คุณหนูก็ชวนคุณแม่ไปวัดเพื่อทำบุญให้ผู้หญิงคนนั้น ดีไหมคะ”

รวงทิพย์ได้แต่ลูบหลังลูบไหล่หญิงสาวอย่างปลอบประโลม ขณะที่เพชรไพลินนั้นน้ำท่วมปาก พูดออกไปไม่ได้ว่าความจริงแล้วคนที่ตายก็คือคุณหนูของรวงทิพย์เองต่างหาก ส่วนคู่กรณีอย่างเธอยังไม่ตาย เพียงแต่ย้ายมาอยู่ในร่างนี้แทน

“นั่นสินะคะ เราต้องทำบุญไปให้เธอสักหน่อย” ชวนบิดามารดาของกัญญพัชรไปทำบุญถือเป็นความคิดที่ไม่เลว เพราะเธอจะได้ถือโอกาสไปทำบุญให้เจ้าของร่างนี้ด้วย แต่ที่น่าสลดใจก็คือบิดามารดาของกัญญพัชรคงไม่รู้ตัวว่ากำลังทำบุญให้บุตรสาวของตัวเองอยู่

“น้ารวง...พัชมีอะไรจะบอกละ” เพชรไพลินหันไปหารวงทิพย์ เห็นอีกฝ่ายรอฟังอย่างใจจดใจจ่อจึงตัดสินใจพูดไปตรงๆ

“พัชรู้สึกว่าจำบางเรื่องไม่ค่อยได้ น่าจะเป็นผลจากอุบัติเหตุน่ะ ฉะนั้นหากมีเรื่องไหนที่พัชลืมๆ ไป น้ารวงต้องคอยเตือนคอยบอกพัชนะ”

เพราะเธอไม่ใช่กัญญพัชร เรื่องบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของร่างนี้เธอจึงไม่รู้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่แตกตื่นจนเกินไปว่าเธอความจำเสื่อม จึงต้องโกหกบ้างเพื่อให้เวลาตัวเองได้ตั้งตัวรับมือกับชีวิตใหม่

จากนี้ไปเธอคงต้องใช้ชีวิตในนามของกัญญพัชรแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เธอจะไม่ยอมเป็นเหมือนเจ้าของร่างนี้เด็ดขาดก็คือความเหลาะแหละไม่เอาไหนของผู้หญิงคนนี้ เธอจะสร้างกัญญพัชรคนใหม่ขึ้นมา ไม่ให้ใครนินทาลับหลังได้อีกว่ามีดีแค่สวยไปวันๆ แต่ข้างในกลวงโบ๋ไร้สมอง หยิบจับทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง...เธอจะทำให้คนพวกนั้นถอนคำพูดให้หมด จะเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่จากหญิงสาวอ่อนแอเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อให้เป็นดาวเจิดจรัสเลยทีเดียว

         และแน่นอนว่าสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนนั่นก็คือถอนหมั้นกับผู้ชายขี้เก๊กคนนั้นซะ เพราะอยู่ไปก็รกหูรกตาเธอเปล่าๆ

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status