Share

อุบัติเหตุ - 100%

last update Tanggal publikasi: 2025-12-14 22:44:36

เพชรไพลินลูบหน้าตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา เธอกะพริบตาอยู่หลายครั้ง คิดว่าตัวเองน่าจะตาฝาดเนื่องจากใบหน้าที่สะท้อนออกมาจากกระจกเงานั้นคือผู้หญิงที่อยู่ในฝันอันยาวนานของเธอนั่นเอง

หญิงสาวยังคงไม่ถอดใจ เพราะเธอคิดว่าอาจเป็นผลมาจากการที่เธอฝันถึงผู้หญิงคนนั้นมากเกินไปภาพจึงยังติดตา คิดได้ดังนั้นจึงพยายามไม่มองกระจกแล้วจัดการแปรงฟันล้างหน้าให้เรียบร้อย เธอจงใจไม่หมุนก๊อกน้ำให้เป็นน้ำอุ่น เพราะตั้งใจจะอาศัยความเย็นของน้ำอุณหภูมิปกติทำให้ตาสว่าง

ทว่าพอลืมตาขึ้นมองเงาในกระจก ใบหน้าที่เห็นก็ยังคงเป็นผู้หญิงที่อยู่ในความฝันคนนั้นอยู่ดี

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” เพชรไพลินพยายามทบทวนความจำ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อนึกชื่อนั้นออก

“จริงสิ พยาบาลก็เรียกเราว่า...คุณพัช...อย่าบอกนะว่าคู่กรณีอีกคันก็คือผู้หญิงคนนี้”

หญิงสาวแทบทรงตัวไม่อยู่เมื่อเจอเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ เธอเคยเห็นแต่ในละครเรื่องการสลับร่างหรือสลับวิญญาณ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีเรื่องแบบนั้นอยู่จริง หนำซ้ำยังเกิดขึ้นกับตัวเองอีกด้วย

“แล้วร่างของเราล่ะ ผู้หญิงคนนี้ไปอยู่ในร่างของเราหรือ”

เพชรไพลินหลับตาลงอย่างกลัดกลุ้ม ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับผู้หญิงที่ชื่อพัช หากอยากย้ายกลับไปอยู่ในร่างเดิมเล่า ต้องทำอย่างไร หรือว่าต้องให้รถชนกันอีกครั้ง

หญิงสาวค่อยๆ ก้าวออกจากห้องน้ำด้วยอาการเหม่อลอย พยาบาลสาวคนนั้นยังคงยืนรออยู่หน้าประตูเช่นเดิม เมื่อเห็นคนไข้เดินออกมาแล้วจึงเข้าไปเข็นเสาน้ำเกลือให้อย่างรู้หน้าที่

คราแรกเพชรไพลินอยากจะนั่งบนโซฟาหนานุ่มที่อยู่ข้างเตียง แต่นึกขึ้นได้ว่าร่างกายนี้ยังไม่ฟื้นตัวเท่าไรนัก หากพยาบาลเดินออกจากห้องไปแล้วเธอจะขึ้นเตียงเองได้อย่างไรหากไม่มีคนช่วยประคอง

หญิงสาวนั่งลงบนเตียงที่พยาบาลปรับระดับให้อยู่ต่ำกว่าสะโพกเพื่ออำนวยความสะดวกให้ ปรับหัวเตียงยกขึ้นทำมุมสี่สิบห้าองศาเพื่อให้คนไข้นั่งเอนหลัง จากนั้นก็หยิบเครื่องมือต่างๆ มาวัดค่าอะไรต่อมิอะไรในตัวคนไข้

“คุณพยาบาลคะ ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหม” ตอนนี้เพชรไพลินไม่รู้ว่าคนที่นอนอยู่ในห้องสำหรับคนมาเฝ้าไข้นั้นเป็นใคร ดังนั้นจึงคิดจะถามเรื่องอุบัติเหตุกับคนตรงหน้าดู

“คือตอนที่เกิดอุบัติเหตุ ฉันจำไม่ค่อยได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณพอจะเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ”

พยาบาลสาวทำท่าครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะทำหน้าขอลุแก่โทษ

“ดิฉันเองก็ไม่ค่อยทราบรายละเอียดนักค่ะ เพราะตอนที่คุณถูกส่งตัวเข้ามารักษาที่นี่ ดิฉันก็ทราบแต่เพียงว่าคุณเกิดอุบัติเหตุรถชนมา”

“แล้วคู่กรณีของฉันอีกคันล่ะคะ เขารักษาตัวที่นี่ด้วยรึเปล่า” เธอลองถามดู เพราะหากว่าร่างกายของเธออยู่ที่นี่จริงๆ บางทีตอนนี้ในห้องผู้ป่วยอาจมีเพชรแพรวา หรือป้านวล แม่บ้านที่คอยดูแลความเป็นอยู่ของเธอกับน้องสาวมานอนเฝ้าอยู่ก็เป็นได้

“เอ่อ...ไม่ได้อยู่ที่นี่ค่ะ”

เพชรไพลินสังเกตว่าพยาบาลมีสีหน้ากระอักกระอ่วนไม่น้อยเมื่อจะพูดถึงเรื่องอุบัติเหตุ เธอไม่รู้ว่าที่นี่มีกฎห้ามพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพูดคุยเกี่ยวกับคดีของผู้ป่วยหรือเปล่า จึงไม่คิดจะเซ้าซี้ต่อ

เมื่อพยาบาลออกไปแล้วหญิงสาวก็ได้แต่นั่งคิดอะไรเงียบๆ เพียงลำพัง ตอนนี้เธอมีห่วงสารพัด เพราะการที่จู่ๆ เธอตื่นมาโผล่อยู่ในร่างของคนอื่นนี่ก็ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์ที่สุดแล้ว หากเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น พวกเขาจะต้องคิดแน่ๆ ว่าสมองของเธอถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักจนถึงขั้นพูดจาเพ้อเจ้อ

เธอเป็นห่วงงานที่บริษัท ป่านนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง การประชุมที่ต่างประเทศก็คงยกเลิกไป และไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ติดต่อธุรกิจกันอีก ยิ่งเธอมาอยู่ในร่างนี้ ความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปบริหารงานในบริษัทก็แทบเป็นศูนย์เพราะเธอไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า ถ้าให้เพชรแพรวาขึ้นแท่นบริหารด้วยตัวเองแทนที่เธอไปก่อนก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำได้ดีแค่ไหน เพราะแต่ไหนแต่ไรมาน้องสาวของเธอก็ไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมในแวดวงธุรกิจนัก รวมถึงความละเอียดรอบคอบก็ยังมีไม่มากพออีกด้วย

“อ๊ะ จริงสิ ใช้วิธีนี้ก็ได้นี่นา” เพชรไพลินยิ้มกว้างเมื่อหาวิธีไปบริหารงานในบริษัทได้แล้ว แต่ก่อนอื่นเธอต้องรู้ให้ได้ว่าตอนนี้ร่างของเธออยู่ที่ไหน และหากวิญญาณของผู้หญิงที่ชื่อพัชไปอยู่ในร่างของเธอจริง เธอก็จะให้พัชเป็นหุ่นเชิดโดยทำทีเป็นเข้าไปในบริษัทตามปกติ แต่ความจริงแล้วทุกการตัดสินใจจะมีเธออยู่เบื้องหลังทั้งหมด

พอเคลียร์เรื่องงานเสร็จไปได้เปลาะหนึ่ง ปัญหาถัดไปก็ตามมาจ่อคิวรอทันที

“จริงสิ แล้วภูมิล่ะ” หญิงสาวนึกถึงคู่หมั้นหนุ่มขึ้นมาทันที เดือนหน้าต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้ว แต่เธอยังติดอยู่ในร่างคนอื่นอยู่เลย...ไม่ได้การแล้ว ยังไงก็ต้องหาทางเข้าร่างเดิมให้ได้

เช้าวันต่อมาเพชรไพลินตื่นขึ้นแล้วก็ต้องเจอคนแปลกหน้าคนหนึ่งอยู่ในห้อง อีกฝ่ายมีท่าทีดีใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อในที่สุดเธอก็ฟื้นขึ้นมา น้ำหูน้ำตาไหลเปื้อนแก้ม สะอึกสะอื้นจนฟังแทบไม่เป็นประโยค

“คุณหนู...คุณหนูฟื้นแล้ว...น้ารวงเป็นห่วงแทบแย่เลยค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ เจ็บตรงไหนปวดตรงไหนไหม” รวงทิพย์ พี่เลี้ยงของกัญญพัชรยิ้มกว้างด้วยความดีใจทั้งที่น้ำตายังคงอาบแก้มอยู่อย่างนั้น

“เอ่อ...ก็ปวดๆ ตึงๆ น่ะค่ะ ปวดหัวด้วย” หญิงสาวยกมือขึ้นกุมแผลที่ศีรษะ มันปวดตุบๆ จนเธออยากขอยาแก้ปวดจากพยาบาลมากินเพื่อให้อาการทุเลา

“ถ้างั้นเดี๋ยวน้าเรียกพยาบาลให้นะคะ” รวงทิพย์ทำท่าจะเดินไปทางประตู แต่เพชรไพลินเรียกเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวค่ะ คือตอนนี้ฉัน เอ่อ พัชอยากเข้าห้องน้ำ ช่วยพัชก่อนได้ไหมคะ”

เธอเปลี่ยนคำเรียกขานตัวเองทันที เพราะตอนที่หลับไปเธอฝันเห็นหญิงสาวเจ้าของร่างนี้อีกครั้ง ซึ่งในฝันนั้นพัชเรียกชื่อตัวเองแทนตัวกับทุกคน แต่นับว่าการฝันทั้งสองครั้งเป็นความฝันที่แปลกประหลาด เพราะเหมือนเธอเดินตามผู้หญิงที่ชื่อพัชไปทั่วคฤหาสน์ จึงได้เห็นความสัมพันธ์ที่อีกฝ่ายมีต่อคนในบ้าน รวมถึงนิสัยใจคอของเจ้าของร่างนี้ด้วย

ราวกับผู้หญิงที่ชื่อพัชต้องการฝากฝังร่างนี้ให้เธอดูแลต่อไป จึงพยายามพาเธอไปเห็นชีวิตประจำวันของตัวเอง และต้องการให้เธอใช้ชีวิตที่เหลือในร่างนี้ไปตลอดกาล

หลังจากเข้าห้องน้ำ จัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพชรไพลินก็ออกมานั่งบนโซฟาข้างเตียงแล้วลองเลียบเคียงถามถึงคู่กรณีอีกคันทันที เพราะตอนนี้เธออยากรู้จะแย่อยู่แล้วว่าร่างของเธอเป็นอย่างไรบ้าง

“น้ารวงคะ แล้วรถที่ชนกับพัชอีกคันล่ะคะ เขาไปรักษาตัวที่ไหนหรือ”

รวงทิพย์มีท่าทีอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดราวกับไม่ต้องการพูดถึง แต่พอเห็นเธอมองตาไม่กะพริบเพื่อจะเอาคำตอบให้ได้ เจ้าตัวจึงเดินมานั่งข้างๆ แล้วเอื้อมมือมากุมมือของเธอไว้

“คุณหนู...ฟังแล้วต้องทำใจดีๆ ไว้นะคะ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเรา เป็นความผิดของเขา เพราะผู้หญิงที่เป็นคนขับคันนั้นขับรถพุ่งข้ามเกาะกลางถนนมาชนเราเอง ผลการชันสูตรออกมาแล้วว่าคนขับน่าจะหลับในเพราะ...” รวงทิพย์พูดไม่ทันจบ เพชรไพลินก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“น้ารวงว่าไงนะ...ชันสูตร” หมายความว่าตายแล้วอย่างนั้นหรือ

เธอ-ตาย-แล้ว!

เพชรไพลินช็อกกับข้อมูลที่ได้รับ หลังจากนั้นคำบอกเล่าของรวงทิพย์ก็ไม่เข้าหัวเธอเลยสักนิด จะให้เธอทำใจได้อย่างไรเมื่อจู่ๆ ก็ต้องมารับรู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว

เมื่อถูกกระทบกระเทือนใจอย่างแรง ภาพตรงหน้าก็ค่อยๆ พร่าเลือนไปทีละนิด ก่อนจะดับวูบลงในที่สุด

ร่างสูงใหญ่ของรวินทร์เดินมาหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล จากนั้นก็ถามพยาบาลประจำห้องคนไข้ที่เพชรไพลินพักรักษาตัวอยู่ด้วยประโยคเดิมๆ เช่นทุกครั้งที่มา

“ไม่ทราบว่าคนไข้ที่ชื่อกัญญพัชรฟื้นรึยังครับ”

“ฟื้นแล้วค่ะ ฟื้นเมื่อคืนตอนประมาณตีสอง ตอนนี้อาการไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง คุณหมอบอกว่าให้รอดูอาการอีกสักสองหรือสามวันถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน ติดเชื้อ หรือมีไข้ก็น่าจะกลับบ้านได้แล้ว”

“ขอบคุณมากครับ” รวินทร์พยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนเดินย้อนกลับไปทางเดิม ทำเอาพยาบาลสาวได้แต่สงสัยเพราะวันนี้ชายหนุ่มไม่ยอมเข้าไปในห้องทั้งที่คนไข้ก็ฟื้นแล้ว ทุกครั้งที่เขามา เขาจะถามแค่ว่าคนไข้ฟื้นหรือยัง ซึ่งตอนนั้นคนไข้ยังไม่ฟื้น แต่เขาก็ยังเข้าไปเยี่ยมถึงในห้อง พอคนไข้ฟื้นแล้วกลับไม่ยอมเข้าไป

รวินทร์เดินกลับมาที่รถของตัวเอง จากนั้นก็ขับออกจากโรงพยาบาลไปทันที กัญญพัชรฟื้นแล้วจึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ถึงแม้เขาจะไม่ได้รักเธอในแบบคนรัก แต่เขาก็ถือว่ากัญญพัชรเป็นน้องสาวคนหนึ่ง จะให้ทำเป็นใจดำไม่ยอมมาดูอาการของเธอบ้างเขาก็ทำไม่ได้อยู่ดี จากนี้ไปก็คงรอให้อาการของเธอดีขึ้นกว่านี้แล้วค่อยคุยเรื่องถอนหมั้นกันอีกครั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

  • ต้นสายปลายรัก   ของขวัญวันแต่งงาน - 100%

    เพชรแพรวาเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาหยุดอยู่หน้ารั้วบ้าน พอแม่บ้านเปิดประตูให้หญิงสาวก็ลากกระเป๋าเข้าไปยืนอีกฝั่งของรั้ว จากนั้นก็ยื่นที่จับกระเป๋าให้แม่บ้าน“ขอวาคุยกับเขาก่อนนะคะ แล้วจะตามเข้าไปค่ะ” เธอรอจนกระทั่งแม่บ้านเดินห่างออกไปแล้ว และคิดว่าคงไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างตน

  • ต้นสายปลายรัก   ของขวัญวันแต่งงาน - 70%

    “ใครกันที่ทำแบบนี้” อรพนิตมองข้อความบนการ์ดพลางขมวดคิ้วมุ่น การ์ดใบนี้ใช้วิธีพิมพ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์แทนที่จะเป็นการเขียนด้วยมือ ทำให้ไม่รู้ว่าเป็นลายมือของใคร แต่รอยจูบแบบนี้เป็นวิธีที่เพชรไพลินชอบใช้เวลาส่งข้อความฝากให้ภูมิบดินทร์ และคนที่นำกระดาษโน้ตไปให้เขาที่ออฟฟิศซึ่งอยู่ในอาคา

  • ต้นสายปลายรัก   เธอเป็นใคร! - 100%

    จากนั้นทั้งสองคนก็มารับประทานอาหารมื้อเย็นที่ร้านอาหารของอุทยานฯ รวินทร์สั่งกับข้าวเพียงสองอย่างเพราะไม่อยากเหลือทิ้ง กินเสร็จก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำชำระร่างกาย“พี่วินทร์จะใช้ห้องน้ำในบ้านพักก็ได้นะคะ จะได้ไม่ต้องไปต่อแถวรออาบน้ำตรงนั้น”หญิงสาวเสนออย่างมีน้ำใจ เพราะมองไปเ

  • ต้นสายปลายรัก   เธอเป็นใคร! - 70%

    เมื่อเดินมาถึงที่พัก เพชรไพลินมองบ้านพักหลังเล็กๆ แบบบังกะโล แม้จะไม่ได้หรูหราเหมือนที่พักในโรงแรมหรือรีสอร์ตเพราะที่นี่เป็นบ้านพักของอุทยานฯ แต่เธอก็พึงพอใจ เยื้องไปทางด้านขวามีเต็นท์กางอยู่ จึงหันไปมองคนที่ยืนข้างกาย“นี่เต็นท์ของพี่ใช่ไหม” ถามพลางชี้เต็นท์ที่ว่ารวินท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status