Share

ถอนหมั้น - 70%

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 16:10:40

เพชรไพลินวุ่นวายอยู่กับกองหนังสือตรงหน้ามาตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะไม่เคยจับธุรกิจเกี่ยวกับเพชรพลอยและเครื่องประดับมาก่อน ดังนั้นสิ่งแรกที่จำเป็นต้องทำก็คือการทำความรู้จักกับเรื่องพวกนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

เรื่องการออกแบบนั้นเธอคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะอย่างไรเสียก็ต้องรับจิวเวลรี่ดีไซเนอร์คนใหม่เข้ามาทำหน้าที่นี้อยู่ดี ส่วนรูปแบบจะออกไปในทิศทางไหนเธอก็ไม่ห่วงเช่นกัน เพราะค่อนข้างมั่นใจในรสนิยมของตนว่าไม่มีทางทำให้เครื่องประดับเหล่านั้นดูเชยและเกร่ออย่างแน่นอน

เพราะเธอขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าแม่แห่งวงการเครื่องสำอางเชียวนะ!

ฉะนั้นเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมและรสนิยมในการแต่งตัวรวมถึงการเลือกเครื่องประดับ เพชรไพลินพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอไม่ด้อยไปกว่าใคร และเธอก็มั่นใจว่างานนี้จะต้องประสบความสำเร็จแน่นอน

“คุณหนูคะ อีกหนึ่งชั่วโมงจะได้เวลานัดกับคุณวินทร์แล้วนะคะ”

รวงทิพย์เข้ามาเตือนคุณหนูของตนด้วยความเป็นห่วง เพราะตั้งแต่ตื่นมาตอนเช้า กัญญพัชรก็เอาแต่จมจ่อมอยู่กับการอ่านหนังสือเพื่อทำความเข้าใจกับธุรกิจของครอบครัวอย่างเอาจริงเอาจัง อาหารเช้าก็ให้ยกขึ้นมารับประทานบนห้องนอน มีลุกขึ้นจากโต๊ะก็ตอนเข้าห้องน้ำเท่านั้น

เพชรไพลินเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ เริ่มไม่อยากไปเจอรวินทร์เท่าไรแล้วเพราะกำลังติดพันกับงานตรงหน้า แต่จะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะนัดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งวันนี้ก็ถือเป็นวันสำคัญที่เธอกับเขาจะปลดพันธะผูกพันกันและกันในฐานะคู่หมั้นด้วย

หญิงสาวระบายลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว เสื้อผ้าของกัญญพัชรมีมากกว่าของเธอถึงสองหรือสามเท่าจึงดูละลานตาไปหมดจนไม่รู้ว่าจะเลือกหยิบตัวไหนมาสวม สุดท้ายเธอจึงเลือกกางเกงเข้ารูปสีดำกับเสื้อกล้ามสีเดียวกันแล้วคลุมทับด้วยเบลเซอร์สีเทาเข้ม ตบท้ายด้วยการหยิบกระเป๋าสะพายรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันราคาแพงระยับที่เคยอยากได้นักหนาแต่ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของออกมาเตรียมไว้

เธอส่องกระจกแบบเต็มตัวเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นผ้าปิดแผลที่ติดอยู่บนหน้าผาก รอยแผลตามแขนยังพอใช้เสื้อผ้าปกปิดได้ แต่แผลบนใบหน้านั้นคงต้องปล่อยไว้เพราะคงไม่สามารถเอาอะไรมาปิดได้ จากนั้นก็แต่งหน้าอ่อนๆ เพราะบนโต๊ะเครื่องแป้งของกัญญพัชรมีเครื่องสำอางน้อยชิ้นเหลือเกิน เห็นทีออกจากบ้านไปคราวนี้ต้องแวะชอปปิงที่ห้างสรรพสินค้าเสียหน่อย

และแน่นอนว่าเธอต้องแวะวัดที่กำลังจัดงานศพร่างของเธอด้วย

“ให้น้าบัติขับรถให้นะลูก” กัญญาบอกบุตรสาวที่เดินลงบันไดมาด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไรนักเพราะยังมีอาการเจ็บยอกที่หัวเข่าอยู่ ซึ่งหญิงสาวก็รีบพยักหน้ารับทันทีเพราะยอมรับว่าตอนนี้กลัวการขับรถไปเลยทีเดียว

เมื่อขึ้นมานั่งบนรถได้ เพชรไพลินก็บอกความต้องการของตัวเองทันที

“น้าบัติคะ เสร็จจากกินข้าวกับคุณวินทร์แล้วน้าช่วยพาพัชไปที่วัดหน่อยได้ไหมคะ วัดที่...เอ่อ...ญาติคู่กรณีของพัชเขากำลังจัดงานศพน่ะค่ะ”

“มันจะดีหรือครับคุณหนู” สมบัติถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นคนผิดที่เป็นคนขับรถโดยประมาท แต่เขาก็ไม่อยากให้บุตรสาวของเจ้านายผู้มีจิตใจอ่อนไหวง่ายต้องไปพบปะกับญาติของคู่กรณีแบบซึ่งๆ หน้า

“ดีสิคะ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมาพัชก็ไม่เคยไปเจอพวกเขาเลยสักครั้ง พัชอยากไปค่ะ”

สมบัติพยักหน้าช้าๆ ในเมื่อเป็นความต้องการของเจ้าตัวเขาก็คงไม่สามารถแย้งได้ ดังนั้นเขาจึงขับรถไปตามจุดนัดหมายที่กัญญพัชรบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้เงียบๆ โดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก

รวินทร์มองคู่หมั้นสาวที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยความฉงน ตามปกติแล้วทุกครั้งที่เจอหน้ากัน กัญญพัชรมักจะยิ้มแย้มและแสดงท่าทางดีอกดีใจเสมอ ทว่าครั้งนี้กลับมีบางอย่างแปลกออกไป เพราะดูเหมือนหญิงสาวมองเขาตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าราวกับกำลังมองคนแปลกหน้า

“มาถึงนานรึยัง” เขาถามพลางดึงเก้าอี้ออกมาแล้วหันไปหาบริกรเพื่อขอเมนูอาหาร

เพชรไพลินมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังลากเก้าอี้แล้วหย่อนนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างประเมิน ผู้ชายคนนี้หน้าตาหล่อเหลา คิ้วเข้มดกเรียงตัวสวยรับกันดีกับดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน แต่ริมฝีปากสีเข้มนั้นกลับบางเฉียบจนมองผิวเผินแล้วคล้ายคนต่างชาติ ไรเคราเขียวครึ้มที่ขึ้นตามแนวกรามส่งผลให้ใบหน้ายิ่งเฉียบคมดุดัน บุคลิกลักษณะแบบนี้นี่เอง เธอจึงไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเขาถึงดูแลและบริหารเหมืองขนาดใหญ่แห่งนั้นได้

นี่น่ะหรือคู่หมั้นของเจ้าของร่างนี้

เธออยู่ในร่างของกัญญพัชรมาหลายวันแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเพิ่งได้เห็นรวินทร์ คู่หมั้นหนุ่มที่หลายคนพูดถึง แม้ตอนที่เธอนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ผู้ชายซึ่งรั้งตำแหน่งคู่หมั้นคนนี้ก็ไม่เคยโผล่หน้าไปให้เห็นแม้แต่วันเดียว

“วันนี้พี่วินทร์นึกยังไงคะ ถึงได้นัดพัชออกมากินมื้อเที่ยง”

เธอไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เวลาที่กัญญพัชรพูดคุยกับรวินทร์จะแสดงสีหน้าแววตาอย่างไรบ้าง แต่จากความฝันที่ผุดขึ้นมาในช่วงเวลาที่เธอหลับก็พอรู้ได้ว่า เจ้าของร่างนี้รักใคร่หลงใหลผู้ชายตรงหน้ามากแค่ไหน...ทว่าเธอทำไม่ได้เพราะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย

รวินทร์มองหน้าเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “กินข้าวกันให้เสร็จก่อนดีกว่า แล้วค่อยคุยธุระของเรา”

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ คุยไปกินไปดีกว่า พัชไม่อยากเสียเวลา เพราะเดี๋ยวต้องรีบกลับไปทำงานของบริษัทต่อ” เพชรไพลินลอบถอนหายใจ นี่เขาคิดว่าเธอว่างมากหรืออย่างไรกัน

ชายหนุ่มมีสีหน้าอึ้งไป ก่อนจะตั้งสติได้แล้วพยักหน้าช้าๆ

“ก็ดีเหมือนกัน...พี่อยากคุยเรื่องถอนหมั้น”

เพชรไพลินเลิกคิ้วขึ้นพลางมองหน้าเขานิ่ง จากเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดมาในความฝัน เธอก็พอเดาออกว่ารวินทร์ไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวกัญญพัชรสักนิด มีแต่กัญญพัชรที่รักเขาข้างเดียวจนแทบหูหนวกตาบอด

“เหตุผลล่ะคะ” เธออยากรู้ว่าเขาจะใช้เหตุผลอะไรมาบอกถอนหมั้นกับเธอ เขามีความเป็นลูกผู้ชายพอที่จะพูดความจริงหรือไม่ และเขาก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง

“ก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเราสองคนต้องหมั้นกันเพราะผู้ใหญ่เห็นชอบ แต่พี่ไม่ได้รักพัช เพราะพี่มีผู้หญิงที่รักอยู่แล้ว”

“อ้อ...มีแฟนแล้วว่างั้น” หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ ทำท่าเหมือนเข้าใจเขาเสียเต็มประดา ก่อนจะลองพูดแหย่เขาดู

“แต่พี่ก็รู้ว่าพัชรักพี่มาตลอด” เธอแสร้งตีหน้าเศร้า แต่เขากลับกลอกตามองไปทางอื่นราวกับทนมองไม่ได้

“พัช...พี่ไม่เคยคิดเกินเลยกับพัชมากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ข้อนี้พัชก็รู้ดี...”

“โอเคค่ะ ถอนก็ถอน แล้วนี่เราต้องทำอะไรบ้างคะ พัชต้องคืนของหมั้นใช่ไหม อ๊ะ! จริงสิ คืนแหวนก่อน” หญิงสาวพูดพลางถอดแหวนหมั้นส่งคืนให้ด้วยการวางไว้ตรงหน้าเขา

รวินทร์อึ้งไปอีกครั้ง เพราะคาดไม่ถึงว่าเธอจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ ทั้งที่เขาเตรียมใจมาเป็นอย่างดีว่ากัญญพัชรจะต้องร้องไห้โวยวายจนอับอายผู้คนไปทั่ว ฉะนั้นเขาจึงได้เลือกร้านอาหารที่มีมุมส่วนตัวและค่อนข้างห่างจากโต๊ะอื่นๆ

“อ้าว ตกลงว่ายังไงคะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันค่ะ พัชจะให้คนเอาของหมั้นไปคืนให้ที่บ้านดีกว่า เพราะพัชเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรบ้าง คงต้องกลับไปถามคุณพ่อคุณแม่แล้วละ” เธอเห็นเขายังคงอึ้งไม่หายจึงเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเอามาคืนหรอก เพราะพี่เป็นฝ่ายขอถอนหมั้น...” เขายังพูดไม่ทันจบ หญิงสาวก็โพล่งขัดขึ้นเสียก่อน

“ไม่ได้หรอกค่ะ พัชเองก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม ไม่ใช่ของของพัชสักหน่อย...ทำไมพี่วินทร์มองพัชอย่างนั้นล่ะคะ”

“พี่คิดว่าพัชจะ...” เขาไม่ได้พูดต่อ กระนั้นเพชรไพลินก็รู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร

“พี่วินทร์คิดว่าพัชจะร้องไห้ฟูมฟายหรือคะ โอ๊ย! ไม่หรอกค่ะ พัชน่ะชิลๆ ถอนหมั้นไปก็ดีค่ะ เราจะได้มีอิสระ จากนี้เราก็ติดต่อกันเฉพาะเรื่องงานอย่างเดียวก็พอ ดีไหมคะ” เธอเห็นเขามองเธอเหมือนมองคนแปลกหน้าก็อดขำไม่ได้

“พัชน่ะเหมือนคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็เลยรู้สึกว่าชีวิตนี้มีอะไรให้น่าค้นหา น่าลงมือทำอีกตั้งเยอะแยะ ดีกว่ามาคอยวิ่งตามผู้ชายที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย อีกอย่างนะคะ พี่วินทร์คลุกคลีอยู่กับเพชรกับพลอยก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่หรือคะว่า หากเพชรหรือพลอยชิ้นไหนที่มันไม่ได้คุณภาพหรือด้อยราคา เราก็ควรจะคัดแยกมันออกไป...พัชก็เหมือนกันค่ะ อะไรที่ไม่ดีหรือไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับชีวิต พัชก็ควรจะตัดมันทิ้งไปเหมือนกัน”

เพชรไพลินคลี่ยิ้มหวานหยด ขณะที่คนฟังอย่างรวินทร์ถึงกับขบกรามกรอดด้วยความไม่พอใจ

นี่เธอหาว่าเขาเป็นสิ่งไร้ประโยชน์จนต้องกำจัดทิ้งเชียวหรือ!

“อ้าว พี่วินทร์จะไปไหนล่ะคะ ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันหรือ” เธอรีบถามเมื่อเห็นเขาผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และหยิบแหวนหมั้นบนโต๊ะไปกำไว้แน่น

“พี่มีธุระด่วนต้องรีบไปจัดการ ขอบคุณสำหรับเรื่องถอนหมั้น” น้ำเสียงแข็งกระด้างของเขาทำเอาหญิงสาวเกือบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

            “ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้เอง พัชยินดีและเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง เดินดีๆ นะคะ พัชเป็นห่วง”

            รวินทร์จ้ำพรวดๆ ไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง ขณะที่เพชรไพลินหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวบนโต๊ะ

“เฮ้อ...เธอนี่ช่างตาต่ำจริงๆ เลยนะกัญญพัชร ที่ไปหลงใหลได้ปลื้มผู้ชายคนนี้เสียได้” แค่ได้คุยกันไม่กี่ประโยคเธอก็รู้สึกแล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่คู่ควร

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status