ホーム / โรแมนติก / ต้นสายปลายรัก / ศัตรูในที่ลับ - 35%

共有

ศัตรูในที่ลับ - 35%

last update 公開日: 2026-01-28 13:10:08

รวินทร์เดินไปที่โต๊ะของปานฤทัยเพียงแค่ไม่กี่นาทีเขาก็เดินกลับมานั่งโต๊ะเดิม เพชรไพลินขมวดคิ้ว ในใจเริ่มสงสัยแล้วว่าปานฤทัยเป็นคนรักของเขาแน่หรือ เพราะถ้ามองไม่ผิดเธอไม่เห็นแววรักใคร่อ่อนโยนในตาของชายหนุ่มแม้แต่น้อย อีกทั้งยังดูเกรงอกเกรงใจและให้เกียรติผู้หญิงคนนั้นอยู่มากราวกับไม่ใช่คู่รักกัน ตรงกันข้ามกับปานฤทัยที่พยายามแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าเขาเป็นคนสำคัญของหล่อน

“อ้าว รีบกลับมาทำไมล่ะคะ พวกเราอยู่กันได้ค่ะ พี่ไปอยู่กับแฟนเถอะ เอาไว้ถึงตอนจ่ายค่าอาหารเมื่อไรแล้วพัชจะให้เด็กไปเรียกที่โต๊ะ”

เท่าที่จำได้จากความฝัน รวินทร์จะเทกแคร์กัญญพัชรตามหน้าที่เท่านั้น แม้จะไม่เคยทิ้งขว้างให้ต้องอยู่ตามลำพัง แต่ก็ไม่ได้ทำตัวสนิทสนมด้วยเท่าที่ควร

“ไม่เป็นไรหรอก เธออยู่กับเพื่อน” ชายหนุ่มตอบแค่นั้นโดยไม่ได้ขยายความต่อว่าเพื่อนที่นั่งอยู่กับปานฤทัยมีแค่คนเดียว และดูเหมือนเพิ่งมาถึงด้วยซ้ำ ราวกับว่าถูกปานฤทัยตามตัวให้มาที่ร้านนี้โดยด่วน ไม่ต้องให้เดาก็พอรู้ว่าเจ้าหล่อนแอบติดตามเขากับกัญญพัชรตั้งแต่ออกจากโรงแรมแล้วแน่นอน

พนักงานเริ่มนำอาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะ ตักข้าวให้ทุกคนเสร็จเรียบร้อยก็ถอยออกไปยืนห่างๆ จังหวะนั้นเองรวินทร์ก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างได้จึงหันไปบอกพนักงานคนเดิม

“พี่ขอน้ำมะพร้าวเป็นวุ้นเย็นๆ สักแก้วนะ...มีใครจะเอาน้ำมะพร้าวด้วยไหมครับ” เขาหันมาถามทุกคนบนโต๊ะ เมื่อไม่มีคนต้องการเพิ่มเขาจึงสั่งมาแค่แก้วเดียว

“พี่ชอบน้ำมะพร้าวด้วยหรือคะ” จะเอามาล้างหน้าหรือไง...ประโยคหลังเธอได้แต่ถามในใจ เพราะก่อนหน้านี้เห็นเขาสั่งเบียร์กับน้ำอัดลมให้เธอแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าเขาจะสั่งน้ำมะพร้าวมาทำไมอีก

รวินทร์มองหน้าคนถามนิ่ง ประกายความสงสัยวาบผ่านตาของเขา ก่อนจะพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ

“พี่ก็สั่งมาไว้ให้เราไง ทุกครั้งเวลากินอาหารเผ็ดๆ เราก็มักจะสั่งน้ำมะพร้าวเย็นเป็นวุ้นมาเตรียมไว้กลั้วปากแก้เผ็ดไม่ใช่หรือ คราวนี้ลืมละสิ”

เขาลอบสังเกตสีหน้าของหญิงสาวจึงทันได้เห็นความงุนงงสงสัยฉายชัด ก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามกลบเกลื่อนด้วยการยิ้มแล้วยอมรับแต่โดยดี

“นั่นสิเนอะ ลืมจริงๆ ด้วยแหละ” แม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่ในใจกลับลอบบ่นหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของร่าง เพราะในความฝันทั้งหมดที่จำได้ไม่มีเรื่องนี้อยู่เลย

เพชรไพลินกินอาหารไปคุยกับทีมงานไปอย่างเป็นกันเอง มีบางคราวที่หันไปขอความเห็นจากรวินทร์บ้างเป็นระยะ จนกระทั่งเธอเริ่มทนความเผ็ดร้อนของอาหารไม่ไหวจึงต้องอมน้ำมะพร้าวไว้เพื่อแก้เผ็ด ขณะที่รวินทร์ลุกเดินออกไปจากโต๊ะ ซึ่งเธอคิดว่าเขาคงไปหาปานฤทัยที่นั่งอยู่อีกด้าน

‘เพิ่งกินไปไม่ถึงครึ่งจานเลย...’ หญิงสาวได้แต่โอดครวญในใจพลางมองกับข้าวตาปรอย หากเป็นเมื่อก่อนเธอกินอาหารเผ็ดๆ ได้อย่างสบายๆ เพราะเป็นคนชอบอาหารรสจัดอยู่แล้ว แต่พอมาอยู่ในร่างของกัญญพัชรซึ่งไม่คุ้นชินกับอาหารรสจัดจึงทำให้แสบปากแสบท้องไปหมด...แม่กัญญพัชรนี่คุณหนูชะมัดเลย

สักพักชายหนุ่มก็เดินกลับมาพร้อมกับถือจานมาด้วยหนึ่งใบ พอเขาวางจานใบนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ เพชรไพลินจึงเห็นว่าในจานคือไข่เจียวกุ้งสับ เธอช้อนตามองเขาเป็นเชิงถามเพราะในปากอมน้ำมะพร้าวอยู่

“กินแต่ใบเหลียงผัดไข่กับไข่เจียวนี่ละกัน ไม่งั้นเดี๋ยวได้ปวดท้องทั้งคืนอีกหรอกเราน่ะ”

เสียงทุ้มของเขากับประโยคที่ดูเหมือนตำหนิเธอเพราะกินอย่างไม่บันยะบันยังจนเป็นแบบนี้ไม่ได้ทำให้เพชรไพลินโกรธแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกดีต่อเขาขึ้นมานิดๆ เพราะอย่างน้อยรวินทร์ก็ยังมีความเป็นห่วงเป็นใยกัญญพัชรอยู่ อุตส่าห์เดินไปสั่งไข่เจียวแล้วยกมาให้ด้วยตัวเอง หรือไม่ก็เขาอาจจะสั่งแล้วยืนรอเอามาเลยถึงได้เสร็จรวดเร็วทันใจอย่างนี้

ชายหนุ่มเลื่อนจานอาหารรสจัดไปทางฝั่งของช่างกล้องและช่างภาพ ตรงหน้าเพชรไพลินจึงมีแต่ไข่เจียวกุ้งสับและใบเหลียงผัดไข่ ราวกับจะบอกเป็นนัยๆ ว่าเขาอนุญาตให้เธอกินได้แค่สองอย่างเท่านั้น

เพชรไพลินมองการกระทำของเขาแล้วได้แต่ลอบยิ้ม แม้เขาจะขี้เก๊กไปสักนิด ใจร้ายไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยก็นับว่ามีความดีอยู่บ้าง พลันนั้นเธอนึกถึงตอนที่เขามาพูดเรื่องถอนหมั้น เขาบอกว่าคิดกับกัญญพัชรแค่น้องสาว ไม่เคยคิดเป็นอื่น ฉะนั้นความรู้สึกที่เขามีต่อเจ้าของร่างนี้ก็คงเป็นความห่วงใยตามประสาพี่ชายที่มีต่อน้องสาวจริงๆ กระมัง

คนทั้งหมดนั่งดื่มและฟังเพลงไปจนถึงสามทุ่ม รวินทร์จึงเรียกเก็บเงิน จากนั้นก็ขับรถพาทุกคนกลับไปพักยังโรงแรม แต่จู่ๆ ระหว่างที่รถใกล้ถึงที่พัก หญิงสาวที่นั่งข้างคนขับก็รื้อค้นหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพายจนดูวุ่นวาย

“มีอะไรรึเปล่า” รวินทร์ถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นกัญญพัชรทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“พัชหากระเป๋าตังค์ไม่เจอ ไม่แน่ใจว่าอยู่บนห้องพักรึเปล่า จำไม่ได้ด้วยสิว่าได้หยิบออกมาไหม”

เธอตอบพลางทำหน้าครุ่นคิด แต่เธอจำได้ว่าไม่เคยเอาออกจากกระเป๋าสักครั้ง อีกทั้งกระเป๋าใบนี้ก็อยู่ติดตัวตลอดเวลาด้วย

“ถึงที่พักก็ลองขึ้นไปดูว่าอยู่ไหม ถ้าไม่อยู่ก็น่าจะหล่นหายรึเปล่า”

ชายหนุ่มนึกสถานที่ที่วันนี้พากัญญพัชรไป นอกจากร้านอาหารที่ภูเก็ตแล้วก็มีเหมืองฤทธิเทพแค่นั้น

“ถ้าไม่อยู่บนห้อง บางทีอาจจะหล่นอยู่ที่เหมืองก็ได้นะคะน้องพัช” สุวารีออกความเห็น ซึ่งเพชรไพลินก็เห็นด้วย

พอถึงโรงแรมหญิงสาวจึงรีบขึ้นไปที่ห้องพักของตัวเองเพื่อค้นหากระเป๋าสตางค์ โดยที่รวินทร์นั่งรออยู่ที่ล็อบบีด้านล่าง เผื่อว่าในห้องพักไม่มีเขาจะได้ไปดูให้ที่เหมือง

สิบห้านาทีผ่านไปหญิงสาวก็ออกจากลิฟต์แล้วตรงมาหาชายหนุ่มที่นั่งรออยู่ เขาเห็นเธอสะพายกระเป๋าใบเดิมลงมาก็พอรู้แล้วว่ากระเป๋าสตางค์ไม่ได้อยู่ด้านบน

“ในห้องไม่มีค่ะ พัชว่ามันน่าจะตกอยู่ที่เหมืองแน่ๆ” ตอนแรกเธอคิดว่าพรุ่งนี้ค่อยเข้าไปค้นหาดูทีเดียวก็ได้ แต่พอคิดอีกที ที่นั่นมีคนเข้าออกเยอะ หากมีคนเก็บได้แล้วไม่เอามาคืนเธอไม่แย่หรอกหรือ ดังนั้นจึงคิดว่าไปคืนนี้เลยดีกว่า

“เดี๋ยวพี่ไปดูให้ก็ได้ เราอยู่ที่นี่แหละ” รวินทร์อาสาเพราะเห็นว่าดึกแล้ว แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้าหวือ

“พัชไปด้วยดีกว่า เพราะพี่คงไม่รู้ว่ากระเป๋าสตางค์พัชเป็นแบบไหน” ในนั้นมีเงินเป็นปึกๆ เนื่องจากบัตรเอทีเอ็มของกัญญพัชรนั้นเธอใช้ไม่ได้สักใบเพราะไม่รู้รหัส หากกระเป๋าสตางค์หายไปเธอต้องแย่แน่

“งั้นก็ตามใจ” เขาพยักหน้าให้เธอเดินตามไปที่ลานจอดรถ ใช้เวลาไม่นานนักก็พาหญิงสาวมาถึงเหมืองฤทธิเทพ

หน้าเหมืองมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเฝ้าอยู่สองคน เมื่อเห็นผู้เป็นนายจะขับรถเข้าไปข้างในจึงรีบเปิดประตูให้แต่โดยดี รวินทร์ขับรถมาจอดหน้าอาคารที่พาทีมงานของกัญญพัชรมาเมื่อช่วงบ่าย ด้านหน้าเปิดไฟไว้จึงทำให้ทางเข้าอาคารสว่างจ้า ดูไม่น่ากลัวเหมือนพื้นที่ตรงลานด้านข้างที่ขับผ่านมา ซึ่งมืดมิดจนมองเห็นได้เพียงรางๆ

ชายหนุ่มหยิบกุญแจจากลิ้นชักหน้ารถแล้วลงไปไขประตูทางเข้าด้านหน้า โดยมีหญิงสาวยืนเยื้องไปทางด้านหลัง แต่กลับสอดส่ายสายตาไปทั่วบริเวณ

“พื้นที่โล่งๆ แถวนั้นน่ากลัวจัง พี่ไม่กลัวว่าจะมีคนแอบเข้ามาขโมยของในอาคารบ้างหรือคะ” เธออดถามด้วยความสงสัยไม่ได้

เขาเคยบอกว่ารั้วกั้นพื้นที่ของเหมืองกับที่ดินผืนข้างๆ เป็นแค่รั้วลวดหนามธรรมดา ดังนั้นหากคนคิดจะเข้ามาขโมยเพชรพลอยย่อมไม่ยากเกินความสามารถ

“ถึงจะเข้ามาได้ แต่ก็เอาอะไรไปไม่ได้อยู่ดี เพราะทุกอย่างพี่จะเก็บไว้ในห้องนั้นหมด คนที่เข้าไปในนั้นได้ก็มีเพียงพี่คนเดียวเท่านั้น”

รวินทร์ตอบคำถามพลางเปิดประตูออกกว้างแล้วเดินเข้าไปก่อน เพราะข้างในมืดสนิท ไม่ได้เปิดไฟทิ้งไว้เหมือนด้านนอกอาคาร

“แล้วเวลาที่เอาเพชรดิบให้ช่างเจียระไน เคยมีช่างแอบขโมยกลับบ้านบ้างรึเปล่าคะ แบบว่าจิ๊กไปนิดๆ หน่อยๆ อะไรแบบนั้นน่ะ”

มนุษย์ทุกคนมีความโลภอยู่ในตัว อยู่ที่ว่าจะแสดงออกมาในรูปแบบไหน บางคนโลภแต่ไม่คิดอยากได้ ขณะที่บางคนโลภแล้วต้องหาทางเอามาเป็นของตัวเอง

“มันก็มีบ้าง แต่ไม่บ่อยหรอก ส่วนใหญ่เป็นแค่เม็ดเล็กๆ น่ะ ราคาไม่เท่าไร อีกอย่างช่างที่ทำงานที่นี่ก็ไว้ใจได้ทุกคน”

รวินทร์เอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟข้างผนัง แต่ปรากฏว่าไม่ติด หัวคิ้วของชายหนุ่มขมวดมุ่นทันทีเพราะรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล เขารีบหันหน้าไปทางหญิงสาวแล้วเอานิ้วทาบริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงให้เงียบเสียง ซึ่งเพชรไพลินก็หุบปากฉับแล้วมีท่าทีระแวดระวังขึ้นมาทันที

 

 

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

  • ต้นสายปลายรัก   เธอเป็นใคร! - 35%

    รวินทร์พากัญญพัชรนั่งสปีดโบตที่ให้เพื่อนเช่าเอาไว้ให้เพราะสะดวกและรวดเร็วกว่า หญิงสาวมีกระเป๋าสัมภาระหนึ่งใบ กับกระเป๋าสะพายที่เจ้าตัวคาดไหล่เอาไว้ตลอด ข้างตัวมีถุงพลาสติกใส่ชุดว่ายน้ำและเสื้อผ้าลำลองเช่นกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดที่เธอซื้อมาสดๆ ร้อนๆ ก่อนขึ้นเรือเพราะไม่ได้เตรียมตั

  • ต้นสายปลายรัก   ฉายเดี่ยวเที่ยวพังงา - 100%

    รวินทร์พาหญิงสาวเข้ามาที่เหมืองโดยไม่แวะเอาของไปเก็บที่โรงแรมก่อน เพราะรู้ว่าเธออยากรีบทำงานให้เสร็จโดยไว การที่กัญญพัชรไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธเรื่องที่เขาชวนไปดำน้ำ ก็หมายความว่าใจเธอเอนเอียงแล้วว่าอยากไปแน่นอน“อยากไปดูการเจียระไนก่อน หรือว่าอยากดูการขึ้นโครงแหวนก่อน” เขาถามระห

  • ต้นสายปลายรัก   ฉายเดี่ยวเที่ยวพังงา - 35%

    “ให้ผมไปส่งนะครับ” พุฒิพงศ์พูดขึ้นทันทีที่เพชรไพลินนั่งลงหญิงสาวหันไปมองหน้าเขาพร้อมยิ้มให้“ขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่อุตส่าห์มีน้ำใจ แต่เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่า เพราะตอนนี้ที่บ้านเอารถออกมารับแล้วน่ะค่ะ”เพชรไพลินไม่ปิดโอกาสชายหนุ่มเสียทีเด

  • ต้นสายปลายรัก   เพื่อนรักเพื่อนร้าย - 100%

    เสร็จจากมื้อเที่ยง เพชรไพลินกับพราวพิรุณก็แยกย้ายกันกลับไปทำงาน ตลอดทั้งบ่าย เพชรไพลินแทบไม่มีสมาธิจะทำอะไร เพราะสมองเอาแต่คอยคิดเรื่องยาคลายเครียดหรือยากล่อมประสาทที่ถูกสับเปลี่ยนกับวิตามิน ยอมรับว่าทำใจไม่ได้หากท้ายที่สุดแล้วคนที่ลงมือเป็นเพชรแพรวาหรือภูมิบดินทร์ แม้ตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐานอะไรท

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status