Accueil / วาย / ต้องมนต์เมีย / บทที่ ๑ อย่าเศร้าไปไอ้หนุ่ม

Partager

ต้องมนต์เมีย
ต้องมนต์เมีย
Auteur: นักเขียนเจ้าตอง(JaoTong)

บทที่ ๑ อย่าเศร้าไปไอ้หนุ่ม

last update Date de publication: 2025-08-19 20:00:55

เสียงเดินของนางฟ้าชุดขาวพาดผ่านบทสนทนาระหว่างคนไข้และเหล่าญาติ เจ้าของผมสั้นสลวยพยักหน้ารับคนไข้ตัวน้อยบนรถเข็นซึ่งมาเข้ารับรักษาอย่างเป็นมิตร แล้วจึงย่างก้าวตรงไปยังโต๊ะจำแนกเอกสารหน้าศูนย์ผิวหนัง ทักทายเหล่าพี่พยาบาลซึ่งมาเปลี่ยนกะด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขุม ทว่ากลับมีสิ่งแปลกปลอมพร้อมด้วยหูหางสีขาวดำฟูฟ่องแฝงตัวมาในหมู่ชนด้วยหนึ่งอัตรา นั่นจึงทำเอาบุรุษพยาบาลเหนื่อยใจอยู่ภายใน

กุมภ์ คนไข้คนนั้นเขามาหาอีกแล้วนะ’

‘อือ รู้แล้ว ปล่อยเขาไปก่อน’

เจ้าของชื่อกระซิบตอบพลางวางมือจากเอกสารในตะกร้า ผินใบหน้าลงมามองเพื่อนในแผนกอย่างรู้กัน เพราะหลังจากที่เจ้าตัวมาเข้ารับการรักษา เพียงไม่นานก็กลับมาพร้อมกับดอกไม้ช่อโตอยู่เสมอ แม้เคยโดนเขาตำหนิไปรอบหนึ่งว่ามันเป็นพฤติกรรมอันรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ก็เหมือนฟังหูซ้ายทะลุหูขวาและเลือกกะเกณฑ์มาในเวลาที่คนไข้น้อยราวกับรู้ล่วงหน้า ทั้งที่โรงพยาบาลเป็นที่ที่เอาแน่เอานอนเรื่องเวลาไม่ได้

‘แต่ถ้าปล่อยแล้วเขายังไม่ไปไหน เดี๋ยวจะโดนหัวหน้าดุเอานะ’

เอมบอกเขาไปก็ได้ว่าเป็นเพราะฉัน เอมจะได้ไม่โดนดุไปด้วย’

‘โถ่ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย แต่ถ้ากุมภ์โดนเรียกไปคุย แล้วใครจะมากินข้าวเย็นกับเอมล่ะ’

สองเพื่อนซี้พูดคุยปรึกษากัน ส่วนตัวของเอมซึ่งอยู่ในฐานะสุคนธ์คนสนิทก็ได้แต่มองเพื่อนหน้านิ่งตาละห้อย อ้อนให้เพื่อนไปไล่คนไข้สายพันธุ์เสือดาวหิมะคนนั้นด้วยกัน เพราะเขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับคนที่มีรอยสักเต็มตัวเพียงคนเดียวหรอก


สุคนธ์ พิโดร รดา สามเพศรองในโลกที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เหล่าสิ่งมีชีวิตดำรงเผ่าพันธุ์ไปได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

‘สุคนธ์’ มนุษย์ฐานพีระมิดนับเป็นเพศซึ่งมีอำนาจต่อรองน้อยที่สุดในบรรดาเพศทั้งหมด ด้วยรูปลักษณ์ที่ในสายตาใครก็ถูกมองว่าอ่อนแอ ตั้งแต่เกิดส่วนใหญ่จึงล้วนถูกประคบประหงมดูแลประหนึ่งไข่ในหิน ส่งกลิ่นหอมกำจายเมื่อเข้า ‘ฤดูพิสมัย’ ชักจูงพิโดรที่อยู่ใกล้ให้เข้ามามีสัมพันธ์ทางกายเพื่อก่อเกิดทายาท

‘พิโดร’ มนุษย์ยอดพีระมิด มีรูปร่างสูงใหญ่เป็นที่น่าเกรงขาม มิหนำซ้ำส่วนใหญ่มียศถาบรรดาศักดิ์และอำนาจต่อรองสูงที่สุดในบรรดาเพศทั้งหมด สามารถขับกลิ่นข่มเพศอื่นได้โดยเฉพาะสุคนธ์ ในทางตรงกันข้ามกลับถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหอมของสุคนธ์ได้ง่ายในบางรายอาจคลุ้มคลั่งไม่อาจควบคุมสติสัมปชัญญะได้เลยเชียว

‘รดา’ เพศที่มีจำนวนมากที่สุดในสังคม เป็นคนธรรมดาดาษดื่นไม่สามารถรับรู้กลิ่นพิสมัยของสุคนธ์ได้กระนั้นในบางครั้งก็สามารถได้กลิ่นข่มจากพิโดรได้เช่นกัน


‘เอมใจจริงอยากจะไปบอกเขาเอง แต่มันกลัวน่ะสิ’

‘กลัวอะไร เขาก็คนเหมือน ๆ กัน ทีเลือดน่ะไม่กลัวนะ’

‘ก็มันคนละกรณีกัน ปะ! ไปบอกเขาด้วยกันนะ’

เอมกอดแขนเจ้าเพื่อนแน่นไม่ให้ไปไหนเพราะนี่อยู่ในเวลาเลิกงานของพวกเขาแล้ว ต่อให้เอมจะเป็นสายพันธุ์แมวเหมือนกัน แต่ไอ้เขามันก็แมวบ้าน สู้แมวป่าไม่ได้ ต้องให้สายเลือดจระเข้เย็นเฉียบไปเป็นคนปราบ และที่สำคัญเป็นเจ้าตัวที่กำลังถูกตามจีบอยู่ไปจัดการคงจะมีประสิทธิภาพมากกว่า

“ไว้เราขอเก็บของใส่กระเป๋าก่อนนะ”

“เย่! กุมภ์เท่ที่สุด!”

เพื่อนแมวสามสียิ้มดีใจส่ายหางกอดเพื่อนต่างสายพันธุ์อย่างเริงร่า ในขณะที่กุมภ์ได้แต่ยิ้ม ๆ เหลือบมองไปยังคนใส่เสื้อแขนยาวซึ่งมาพร้อมกับดอกไม้ช่อโต ทว่ายังเห็นรอยสักโผล่ออกมาตามหลังฝ่ามือ

จากข่าวลือได้ยินมาว่าเป็นพวกเล่นคุณไสย กระนั้นในสายตาเขามันไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด กลับกันแล้ว...

“แล้วเย็นนี้เราจะกินอะไรดี?”

“ที่ถนนข้าง ๆ มีร้านมาเปิดใหม่ด้วย ไปลองกันไหม มีขนมที่กุมภ์ชอบด้วยนะ”

กุมภ์ส่งยิ้มไปตามจังหวะบทสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อไม่ให้ความคิดในหัวฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้


‘สังคมมนุษย์สัตว์’ คือนิยามของโลกนี้ ทุกผู้ทุกคนมีวิวัฒนาการมาจากสัตว์ประเภทใดประเภทหนึ่งโดยมีพื้นฐานคล้ายคลึงกับมนุษย์ พัฒนาสังคมระหว่างสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อมาจนเข้าสู่ยุคสมัยสุขสงบซึ่งสิ่งประดิษฐ์เดินหน้าไกลขึ้นจากประวัติศาสตร์ ผู้คนเริ่มตั้งหมู่บ้านเวลาผ่านไปกลายเป็นพระนครอันใหญ่โต ก่อเกิดเศรษฐกิจการเมืองโดยมีคนตัวเล็กตัวน้อยเป็นฟันเฟืองช่วยกันขับเคลื่อน และนั่นคือสังคมมนุษย์สัตว์


เป็นระยะเวลากว่า ๑ ปีที่พ่อหมอคนนี้พยายามตามจีบน้องจระเข้น้อย บุรุษพยาบาลคนสวยประจำแผนกผิวหนัง อีก ๑ ปีสำหรับการคบหาดูใจ อีก ๒ ปีสำหรับการหมั้นเพื่อให้น้องเจ้าประกอบอาชีพตามความฝัน ในที่สุดไอ้สินธุ เหมบำรุงก็จะได้แต่งเมียเสียที!

เจ้าของสายเลือดเสือดาวหิมะที่เมื่อคืนก่อนวันแต่งงานแทบนอนไม่หลับ เช้านี้จึงกำพานแน่นระบายความกริ่งเกรงอยู่หน้าขบวนขันหมากจนเหล่าพี่น้องฝาแฝดอดแซวไม่ได้

“นึกว่าฉันที่เป็นพี่ใหญ่จะได้แต่งคนแรกซะอีก น่าอิจฉาว่ะ”

ภูวธรรศกล่าวอย่างหมั่นไส้ที่ไอ้น้องรองมันได้นอนกกเมียเป็นคนแรก ทั้งที่เขารู้คู่ชะตาที่ถูกกำหนดมาก่อนใครเพื่อนแท้ ๆ

“พ่อหมอเขาคงทำของใส่ละมั้ง น้องกุมภ์เขาถึงยอมทำงานแค่สองปีแล้วออกมาแต่งกับมึง”

มารุตน้องเล็กกระดกแว่นตาดำเหลือบมองเบะปากใส่พี่ที่อายุห่างกันเพียงหลักวินาที เพราะเจ้าตัวมีอีกชื่อคือ ‘พ่อครูสินแห่งตำหนักหิรัญ’ อยากได้ อยากทำอะไรก็เสกได้ดังใจนึกเพียงท่องบทสวด คงจะเป่าคาถาใส่น้องกุมภ์ที่รักในการทำงานมาหลงตัวเองแทนกระมัง

ในใจของสินตอนนี้แม้จะเดือดดาลจนอยากจับพานพุ่มทุ่มหน้าพี่น้องเท่าไร ทว่าต้องกล้ำกลืนมันไปเพราะวันนี้ถือเป็นพิธีมงคล จะให้มีข่าวว่าเจ้าบ่าวกระทืบคนในงานไม่ได้อย่างเด็ดขาด

เมื่อถึงฤกษ์งามยามดีสินถึงพยักหน้าส่งสัญญาณกับคนในแถว เสียงกู่ร้องเอาชัยเริ่มต้นขึ้นไต่ระดับตามด้วยเสียงตอบรับจากผู้คนในขบวนขันหมาก เครื่องดนตรีพื้นบ้านถูกบรรเลงตามจังหวะเดินของรูปขบวนมุ่งตรงไปยังเรือนไม้หลังโตซึ่งปลูกขึ้นใหม่ไว้เป็นเรือนหอข้างตำหนักโดยเฉพาะ

เขาถูกเลือกให้สืบทอดวิชาคุณไสยประจำตระกูล ทราบตั้งแต่ยังเล็กแล้วถึงคู่ชะตาที่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตมาจึงไม่ได้ปันใจไปให้ใครนอกเสียจากคนในคำทำนาย โดยทีแรกนึกว่าเจ้าตัวจะมีบุคลิกร่าเริงสดใส หรือไม่ก็เป็นแม่บ้านแม่เรือนเหมาะกับวิถีชีวิตพ่อหมอที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเรื่องในครัวเรือนมากนัก ทว่าน้องกุมภ์คนสวยกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขุม ฝักใฝ่มุ่งมั่นในสัมมาอาชีพ ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลยสักนิด กลับกันน้องกุมภ์ที่เป็นแบบนี้ดูมีเสน่ห์มากกว่าคนในจินตนาการเสียอีก

ญาติสนิทมิตรสหายซึ่งมาเข้าร่วมงานต่างส่งเสียงให้กำลังใจเมื่อเจ้าบ่าวย่างเดินมายังประตูเงินประตูทอง โดยนอกจากเงินทองที่มอบใส่ซองมาแล้วเขายังต้องอวดพละกำลังที่มีเพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าจะสามารถปกป้องภรรยาได้ผ่านการดันพื้น ๕๐ ครั้งถ้วน นี่เขาคอยช่วยเหลือไปรับไปส่งแบกข้าวของเครื่องใช้ตอนไปซื้อของมาตุนให้น้องยังไม่พออีกหรือไร

เจ้าบ่าวในชุดไทยนุ่งโจงกระเบนถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางพานในมือลง จัดท่าจัดทางให้เข้าที่แล้วจึงทำตามมารดาเจ้าของประตูบอก นี่ขนาดเป็นแม่แท้ ๆ ของเขาน่ะนี่ หากเป็นไอ้พี่น้องสองตัวนั่นมาไม่รู้จะโดนกี่ร้อยครั้ง

เสือดาวหิมะหนุ่มเดินหอบแฮกขึ้นมาบนเรือน ขนหูขนหางเปียกซกไปด้วยเหงื่อไคลตามอุณหภูมิหน้าร้อนของสยามประเทศ ทำไมฤกษ์ที่ดูไว้มันต้องมาอยู่ในกลางเดือนเมษายนด้วยวะ!

ยังดีที่ประตูสุดท้ายเป็นการทายใจง่าย ๆ ว่าน้องกุมภ์ชอบสีอะไร แม้ไม่รู้เหตุผลทว่าคำตอบที่ถูกต้องคือสีแดง ท้ายที่สุดตัวเขาก็ได้เข้าไปมอบพานมอบแหวนแก่คนรักที่นั่งรออยู่บนเรือนในชุดลูกไม้แนบเนื้อสีขาวฝังมุกพร้อมด้วยผ้าเนื้อดีถักท้อให้เข้ารูปร่างเพรียวบาง

รอยยิ้มเล็ก ๆ บริเวณมุมปากของน้องเจ้า อาจดูน้อยไปในสายตาแขกเหรื่อ แต่สำหรับเขาที่คบหาดูใจมาร่วมหลายปี นี่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขของพวกเราแล้ว

เมื่อตกกลางคืนหลังงานเลี้ยงโต๊ะจีนในตอนเย็น พวกเขาสองสามีภรรยาจะได้ใช้เวลาร่วมกันเสียที เพราะผ่านมาหลังกลายเป็นคู่หมั้น น้องกุมภ์เพียงมาร่วมอาศัยชายคาเดียวกัน ช่วยเหลืองานบ้านงานเรือน และกลับเข้านอนในห้องพักท้ายเรือนของตนเอง ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งไปมากกว่านั้น คืนนี้จึงเป็นค่ำคืนแรกที่พวกเขาจะได้นอนร่วมเตียง

กลอนประตูห้องน้ำถูกไขออก ชวนให้หางฟูฟ่องสะบัดส่ายไปมาด้วยความตื่นเต้น ไม่ต่างจากใบหูซึ่งตั้งขึ้นเอนไปยังต้นเสียง ไม่กี่อึดใจ ภรรยาคนสวยในชุดนอนขาสั้นลายตารางสีอ่อน เผยเนื้อต้นขาและเรียวแขนเรียบเนียนสะท้อนแสงจันทร์ผุดผ่องก็เดินออกมา หรือเขาที่อยู่กับไสยเวทนานจะมีนางฟ้ามาชำระบาปเอาวันนี้

“คุณสิน ให้ฉันนอนฝั่งไหนเหรอจ๊ะ?”

“เรียกพี่ได้แล้ว”

ไม่ว่าเมื่อไรที่สนทนากัน คนเด็กกว่ามักใช้คำสุภาพอยู่เสมอไม่ต่างอะไรกับเมื่อตอนที่เขาเคยเป็นคนไข้ในการดูแล ต่อให้อยู่ด้วยกัน ต่อให้เขาบอกปากเปียกปากเฉะ น้องเจ้าก็ไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้สรรพนามอย่างเป็นกันเองเสียที

“ให้ฉันนอนฝั่งไหนดีจ๊ะ”

“เรียกพี่ก่อนแล้วเดี๋ยวจะตอบ”

น้องกุมภ์มีต้นตระกูลเป็นจระเข้น้ำจืด ซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็น ทำอะไรก็มักจะหน้านิ่งอยู่เสมอ ทว่าจะกล่าวหาสายเลือดอย่างเดียวเห็นทีจะไม่ได้เพราะพ่อตาแม่ยายต่างเป็นคนเปิดเผย แปลกก็เพียงภรรยาของเขาคนนี้ที่แสดงความรู้สึกไม่เก่ง

“ทำไม คิดข้ออ้างอยู่เหรอ?”

สินกล่าวทวงคำเรียกร้องอีกครั้ง พลางเอื้อมมือไปจับอวัยวะเดียวกันของเด็กปลายเตียง เจ้าตัวเป็นคนดื้อเงียบมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าทำไมกับแค่เรียกกันอย่างสนิทสนมให้สมกับเป็นคู่สามีภรรยาจึงบ่ายเบี่ยงมานานขนาดนี้

“ฉันยังไม่ชินน่ะจ้ะ”

“เขินเหรอ?”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้...จ้ะ”

คำตอบนั้นค่อนข้างฟังดูย้อนแย้งไปสักหน่อย เพราะตอนนี้จระเข้น้อยถูกเขาโอบเอวมานั่งอยู่ในอ้อมแขนเป็นที่เรียบร้อย

“ตัวเรา...เย็นมากเลย”

“คงเพราะพึ่งอาบน้ำเสร็จ”

เจ้าของเสียงทุ้มหวานกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติ ตอบสามีที่กกกอดซุกไซ้ศีรษะไปกับลาดไหล่จนใบหูฟูฟ่องทั้งสองลู่ไปตามสันกรามมน ต่อด้วยฝ่ามือซึ่งลูบไปยังแผ่นหลังก่อนจะลามลงไปยังหางเคลือบเกล็ดแข็งซึ่งพาดนิ่งอยู่ขอบเตียงไม่ขยับเขยื้อน

“หอมด้วย...”

“แต่เราใช้สบู่ตัวเดียวกันนี่จ๊ะ”

พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

ประโยคอันเปี่ยมไปด้วยความหมายแฝงนั้นถูกกล่าวออกมาพร้อมแววตาซึ่งเต็มไปด้วยแรงปรารถนา คมเขี้ยวที่เก็บซ่อนมานานเริ่มขบเม้มเส้นสายของเชือกถักที่ผูกรัดอาภรณ์ส่วนบนเอาไว้ และด้วยแรงดึงเพียงเล็กน้อยเสื้อตัวเล็กก็พลันหลวมโคร่งหย่อนคล้อย เปิดผิวอกเนียนละเอียดสู่สายตาผู้ล่า

“เมื่อกี้เราถามว่าจะนอนฝั่งไหนใช่ไหม”

“จ้ะ”

ฝ่ามือสีซีดที่พาดบนบ่าเริ่มเกร็งอย่างเป็นไปเอง ทว่าสายตากลมยังคงหรี่มองสามีโดยไร้ซึ่งอารมณ์ใดเจือปน

“พี่เองก็ไม่แน่ใจ เพราะเราคงได้เปลี่ยนท่านอนกันนับครั้งไม่ถ้วนเลยล่ะ”

เนื้อเสียงทุ้มบอกเป็นนัยถึงกิจกรรมฉันสามีภรรยาที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ก่อนที่ร่างเล็กจะถูกประคองมาหนุนหมอนเตรียมพร้อมสำหรับทำหน้าที่ภรรยาเพื่อให้พิธีวิวาห์เสร็จสมบูรณ์

“ช่วยอ่อนโยน...กับฉันด้วยนะจ๊ะ”

“พี่สัญญา”

สามีให้คำมั่นพร้อมลงไปมอบจุมพิตบนหน้าแก้มตอบพร้อมรอยยิ้ม สร้างสถานการณ์ที่ผ่อนคลายก่อนที่ทุกอย่างจะค่อย ๆ เร่งเร้าขึ้นตามอย่างที่มันควรจะเป็น แล้วจึงสิ้นสุดค่ำคืนด้วยการสร้างพันธะเพื่อเป็นเครื่องหมายตีตราความเป็นเจ้าของ

ร่องรอยนั้นมาพร้อมกับคราบเลือดกลิ่นสนิม พ่วงด้วยกล้ามเนื้อที่ปวดตุบอย่างห้ามไม่ได้จากฝีมือของตัวเขาซึ่งเป็นสามี แต่เนื่องจากประสบการณ์พยาบาลที่ผ่านมาทำให้น้องกุมภ์สามารถเลือกใช้ยาบรรเทาอาการที่พกติดตัวและเข้านอนได้โดยไร้ซึ่งปัญหาใด ๆ ในขณะที่เขาซึ่งสู้อุตส่าห์ตระเตรียมตลับยามาจากตำหนักไม่ได้แสดงฝีมือดูแลเมียเลย ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งนัก


ทุกอย่างภายในห้องหับดำเนินมาจนเช้าโดยไร้ซึ่งความหวือหวาอย่างที่เคยเพ้อไว้สารพัดสมัยวัยกลัดมัน กลับกันมันมอบความรู้สึกอบอุ่นชุ่มชื่นหัวใจ นี่น่ะหรือความรู้สึกของคนที่ได้นอนกกเมีย มันเติมเต็มแบบนี้นี่เอง

ทว่าเมื่อคืนที่ได้นอนกอดน้องจระเข้น้อยใต้ผืนผ้าห่มเดียวกัน เช้ามาไม่ทันฟ้าสาง บนเตียงก็เหลือแต่เพียงตัวเขา แต่เพราะความงัวเงียผนวกกับความล้าทำให้ร่างบึกบึนหยัดร่างขึ้นมาหาวเรียกสติอยู่นานสองนาน ก่อนจะควานหาร่างภรรยาที่หายไปอีกครั้งทว่ากลับไม่เจอ

สามีในสภาพเปลือยเปล่าพร้อมด้วยหูหางชี้ฟูและผ้าห่มปิดของสงวนหนึ่งผืนนั่งงง ยังคงหันซ้ายหันขวา เผื่อน้องกุมภ์จะตื่นมาตระเตรียมข้าวของบางอย่าง ทว่าต่อให้เบิ่งตามองอย่างไรก็หาไม่เจอ กระนั้นสินจึงตั้งใจจะเดินไปดูยังสุขาซึ่งอยู่ภายในห้องเพื่อตรวจสอบดู เพราะมีกฎอยู่ว่าคู่แต่งงานใหม่ห้ามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกจากห้องก่อนพระอาทิตย์ขึ้นหรือหกโมงเช้าเป็นอย่างต่ำ แต่นี่พึ่งจะตีห้าเอง

‘อุบ!...แหวะ’ เสียงอาเจียนแว่วมาจากภายในทำให้สินที่สะลึมสะลือตื่นเต็มตา รีบเคาะประตูห้องน้ำถามไถ่อาการคนน้องภายใน

“กุมภ์! กุมภ์เป็นอะไรไหม!? เปิดประตูให้พี่เข้าไปดูอาการที!”

ยิ่งพูดสินยิ่งร้อนใจ เพราะตัวเขาผ่านการทำของเล่นคุณไสยมาเยอะ และอาจารย์หรือบิดาของเขาก็บอกว่ามันอาจส่งผลต่อตัวคู่ชะตาออกมาเป็นอาการป่วยบางอย่าง บางทีน้องกุมภ์อาจกำลังประสบเช่นนั้นอยู่ ซึ่งต่อให้จะทำวิธีธรรมชาติอย่างการอาเจียนหรือกินยาก็ไม่ได้ช่วยเพราะต้องเป็นตัวเขาที่ท่องบทแก้เท่านั้น

ทว่าไม่ทันไร เสียงอาเจียนเสียงน้ำไหลก็หยุดลงตามด้วยบานประตูที่เปิดออกพร้อมภรรยาในชุดนอนตัวรุ่งริ่งเดินเซออกมาจนสินอดไม่ได้ที่จะช่วยโอบประคอง

ร่องรอยขบกัดบนร่างเล็กนั้นมีมากกว่าจะนับได้ด้วยนิ้วมือทั้งสิบ ไหนจะรอยช้ำจากแรงที่เขาเผลอขาดสติไปเมื่อคืน ยิ่งมาเห็นเมียป่วยกะทันหันแบบนี้ยิ่งรู้สึกโทษตัวเอง

“เราจิบน้ำหน่อยไหมครับ?”

“อือ...”

คงเพราะความล้าด้วยเหตุนานัปการ น้องน้อยจึงตอบด้วยเสียงในลำคอ ส่วนเขาจึงละมือไปหยิบเหยือกน้ำเทใส่แก้วมอบให้ภรรยาพลางช่วยบีบนวดมือข้างที่ว่างเป็นการคลายเส้น

“กุมภ์ครับ เรานอนต่ออีกสัก...”

“ฉันจะนอน”

ไม่ทันที่สินจะพูดจบ คนน้องก็ตอบเสียงแข็ง กระชับเสื้อดึงชายผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเอนลงนอนโดยไม่สนใจสามีซึ่งนั่งยองอยู่ข้างเตียงเลยสักนิด จะมีก็เพียงสายตาไร้แววที่มองกดต่ำลงมาราวกับเป็นคนละคน

เมื่อกี้นี้มันอะไร...ทำไมน้องกุมภ์ถึงมองเขาด้วยสายตาที่รังเกียจแบบนั้น...

ว่าแล้วสินก็วางแก้วน้ำบนโต๊ะหัวเตียง พลางหาจังหวะก้มมองเจ้าสินน้อยของตัวเองที่ห้อยโตงเตงอยู่ระหว่างขา สักพักใบหน้าก็พลันซีด หรือที่น้องกุมภ์ตวัดหางตาใส่ราวกับแค้นมาแต่ชาติปางก่อนเป็นเพราะเขาลีลาไม่เด็ดเหรอ!?

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ต้องมนต์เมีย   บทพิเศษ ๑๐ นำโชค

    วาณิช × เอมสิ้นปีนี้แลที่ไอ้วาณิชจะได้มีเมียเป็นตัวเป็นตนกับเขาเสียที หลังจมอยู่กับธุรกิจขนส่งมานานกว่าจะรู้ตัวก็ปาไปเกือบสามสิบแล้ว คิดว่าถ้ามีเงินมีความมั่นคงจะมีคนมารุมล้อมให้เลือกแต่กลับกันเลย คนพวกนั้นหาความจริงใจไม่ได้เลยสักนิด! ท้ายที่สุดเมื่อเขาไม่สามารถพึ่งพาสัญชาตญาณของตัวเองได้ จึงเลือกมาพึ่งพาพ่อครูที่เขาว่ามีของดีของเด็ด ที่ว่าทำนายแม่นมากที่สุดในแดนเหนือของประเทศ“ถ้าเรื่องเมีย ไม่เจอสิ้นปีนี้ก็เลื่อนไปอีกสิบปีเลยนะ”“อะไรนะครับ!!”นักธุรกิจสายพันธุ์ม้าศึกตะโกนลั่นด้วยความตกตะลึง ในขณะที่พ่อครูสินธุว่าแล้วก็เอนกายใช้แขนยันหมอนขิดง่วงเหงาหาวนอน ไอ้พ่อค้าคนนี้มาทีไรก็เอาแต่ถามเรื่องเมีย ต่อให้เขาจะรู้ไปยันชื่อว่าเมียมันมีรากเหง้าศักราชมาจากไหน แต่ด้วยนิสัยมุทะลุแบบมันแล้ว เมื่อได้ชื่อได้ลักษณะคงไปตามหาสุดหล้าฟ้าเขียวไม่เป็นอันทำงาน ซึ่งนั่นนอกจากจะไม่ทำให้มันได้เมียมานอนกกแล้ว ยังนำพาให้ธุรกิจที่ทำมาล่มจมอีกต่างหาก สู้ไม่บอกแล้วให้มันตั้งใจทำงานแบบนี้ไปจะส่งผลดีกับ

  • ต้องมนต์เมีย   บทพิเศษ ๙ สุขสันต์วันเสือ

    ช่วงสายของวันนี้กุมภีล์มีนัดสำคัญกับเพื่อนร่วมนามสกุล ว่าจะพากันไปเดินห้างเสื้อผ้าห้างญี่ปุ่น ก่อนจะไปทานมื้อเที่ยงที่ห้างธนเลิศซึ่งเป็นการตระเวนเที่ยวแบบที่กุมภีล์ไม่เคยทำมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแขกพิเศษมาร่วมก๊วนด้วยอีกสองคนคือคุณม่วง อดีตเลขานุการของคุณภูวธรรศ และคุณชาติ น้องสะใภ้ของเขาซึ่งแต่งเข้าตระกูลมาเมื่อปลายปีก่อนทว่าหากนับตามอายุแล้วคุณชาติเป็นสะใภ้ที่อาวุโสที่สุด เพราะปัจจุบันอายุย่างเข้าเลขสี่แล้ว ทว่าอีกฝ่ายเคยทำงานแสดงมาก่อนจึงรักษาเนื้อรักษาตัวดี พอมายืนข้างกันเหมือนคุณชาติเป็นพี่เขาปีสองปีเอง“มองแบบนี้พี่ก็เขินแย่สิ”สะใภ้สามสายพันธุ์จิ้งจอกร่างสูงกล่าวด้วยความเขินอาย พลางยกมือเรียวปิดหน้าปิดตาบังหน้าแก้มขึ้นสี อดีตตัวเขาทำงานอยู่ในย่านเริงรมย์ โดนจ้องมองนั้นถือเป็นเรื่องสามัญ ทว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าเด็ก ๆ เหล่านี้จะเข้ามาถามวิธีคงความเยาว์วัยด้วยดวงตาใสแป๋ว สำหรับเขาแล้วไม่ว่าจะเป็นหนูเปลววัวน้อย หนูกุมภ์จระเข้คนสวย หรือจะหนูม่วงตัวจิ๋วต่างน่ารักน่าหยิกกันอยู่แล้ว จะมาถามอะไรกับคนวัยผู้ใหญ่ระยะสุดท้ายอย่างเขา

  • ต้องมนต์เมีย   บทพิเศษ ๘ สักประเดี๋ยว (NC)

    “คนไข้ ได้เวลาถอดสายน้ำเกลือแล้วครับ”“แป๊บหนึ่งนะหลาน ลุงขออ่านหน้านี้ให้จบก่อน”กุมภ์ยืนมองคนไข้สูงอายุที่กำลังตั้งใจอ่านหนังสือพิมพ์อย่างขะมักเขม้น พร้อมด้วยเหล่าคนไข้คนอื่นซึ่งดูจะสนอกสนใจข่าวหน้าหนึ่งนั้นเป็นพิเศษ แต่เพราะผู้สูงอายุแถบนี้อ่านหนังสือไม่คล่องนัก จึงกำลังรอคุณตาบนเตียงที่เรียนจบเป็นอาจารย์เล่าให้ฟังอยู่“เสร็จแล้วจ้ะหลาน นี่มือจ้ะ”“ขอบคุณครับ”หากเป็นเขาเมื่อก่อนคงหยิบหนังสือพิมพ์ออกไปจากมือทันทีเพราะมองว่าเสียเวลารอ แต่ไม่รู้ทำไมที่ผ่านมาถึงรู้สึกว่าตัวเองใจเย็นลง เพราะมีสามีชื่อสินธุ เหมบำรุงหรือเปล่านะระหว่างกำลังวุ่นวายกับหลังมือของอาจารย์ท่านนั้น กุมภ์ก็พลอยได้ฟังเรื่องราวจากหน้าหนังสือพิมพ์ไปด้วย เห็นแวบ ๆ ตอนเข้ามาว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชายวัยรุ่นสักยันต์เต็มตัวกำลังโดนตำรวจจับกุม เพราะภาพมีขนาดใหญ่สะดุดตา‘ในข่าวนะ เขาเขียนว่ามีเด็กแสร้งทำตัวเป็นหมอผี รับทำอาคมคุณไสยแต่จริง ๆ แล้วล่อลวงหญิงสาวมาทำอนาจาร...’กุมภ์พอฟังจบก็หูผึ่ง องค์ประกอบในเนื้อข่าวม

  • ต้องมนต์เมีย   บทพิเศษ ๗ นางฟ้าชุดขาว (NC)

    มีการถกเถียงระหว่างสามีภรรยาเล็กน้อยเมื่อถึงคราวลูกสาวคนโตอายุถึงเกณฑ์ คุณพ่อเสือต้องการให้ลูกสาวเข้าเรียนประถมหนึ่งทีเดียว ทว่าคุณแม่จระเข้กลับอยากให้ลูกได้เรียนรู้สังคมตั้งแต่ยังเล็กจึงเสนอศูนย์อนุบาล ซึ่งเดี๋ยวนี้มีของเล่นสื่อการสอนครบครันให้ลูกสาวได้เสริมพัฒนาการท้ายที่สุดคุณแม่พยาบาลก็เป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นน้ำมนต์และเมธัสเสือน้อยคนรองจึงได้เข้าเรียนอนุบาลตามลำดับเพราะเป็นพิโดรเหมือนกันตอนคลอดคนที่สองปลายปีนั้นไม่วุ่นวายเท่าคนแรก เพราะคุณพ่อพกสติไปโรงพยาบาลด้วย ทุกอย่างจึงผ่านไปได้อย่างราบรื่นกว่าเดิมสองเท่า ยิ่งไปกว่านั้นสามีเขายังรับรองให้เขาออกไปทำงานพิเศษเป็นพยาบาลยังโรงอนามัยเปิดใหม่ใกล้บ้านเพื่อหารายได้เสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ หลังสามีได้พ่อบ้านสูงวัยมาดูแลตำหนักซึ่งเป็นคนรู้จักเก่าแก่ของตระกูลดังนั้นเช้าวันจันทร์อันสดใสของคุณแม่ลูกสองจึงเริ่มต้นด้วยการปลุกเด็ก ๆ ขึ้นจากนิทรา ก่อนจะพากันลงไปอาบน้ำด้วยกันต่อจากคุณพ่อที่เดี๋ยวนี้มักจะตื่นขึ้นมาสวดมนตร์ก่อนเป็นประจำ“วันนี้มีอะไรกินเหรอจ๊ะแม่”“ลุงเย็น

  • ต้องมนต์เมีย   บทพิเศษ ๖ นาทีชีวิต

    สินนั่งขาสั่นหงึกมือประสานด้วยความเคร่งเครียดอยู่หน้าห้องคลอด ต่อให้ตัวเองจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่น้องกุมภ์จะได้รับการดูแลจากคณะแพทย์อย่างดีที่สุด ตั้งแต่ย้ายตัวภรรยาท้องแก่มาอยู่ยังห้องพักเดี่ยวช่วงใกล้คลอด จัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้เอาไว้ครบครัน รู้เวลาอันเหมาะสมที่ลูกน้อยจะออกมาลืมตาดูโลกจากการจับยาม รวมไปถึงรู้ด้วยว่ามีมนตร์คาถาใดบ้างที่จะทำให้เมียตัวน้อยไม่เจ็บจนเกินไป กระนั้นในฐานะผัวและว่าที่พ่อคนอย่างเขายังกังวลอยู่วันยังค่ำ ทั้งที่ภรรยาคนสวยเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนแท้ ๆโดยมนตร์คาถาที่ว่าคล้ายกับเมื่อตอนน้องกุมภ์ท้องอ่อน ทว่าคราวนี้เป็นแบ่งความเจ็บปวดมาแทน-“โอ๊ย!!”สินนั่ง ๆ อยู่ก็สะดุ้งเฮือกเมื่อหน้าท้องรู้สึกเหมือนมีอะไรมากรีดเป็นทางยาว ก่อนจะตามมาด้วยความระทมทรมานอีกมากมายยังบริเวณเดียวกัน ความรู้สึกของแรงดึงบางอย่าง ดึงเนื้อลึกเข้าไปทีละชั้น สะท้อนลงไปถึงท้องน้อย ลึกเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง ทำเอาสินที่ต้องเก็บอาการกัดฟันนั่งเกร็งจนเส้นเลือดขึ้นแขนขึ้นหน้าจนเจ้าพนักงานที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ต่างคิดว่าคุณพ่อคนนี้แสดงความเป็นห่วงต

  • ต้องมนต์เมีย   บทพิเศษ ๕ คงแก่เรียน

    “พี่กุมภ์...”“ว่าอะไรนะจ๊ะ?”เจ้าของชื่อเอียงคอมองสามีด้วยความสงสัยพลางลูบครรภ์ระยะ ๗ เดือนไปพลาง ในตอนนี้พวกเขากำลังขับรถเดินทางไปยังร้านอาหารร้านโปรดสมัยคบหาดูใจ ทว่าจู่ ๆ คุณชายสินธุที่จับพวงมาลัยรอรถติดก็พูดสรรพนามแปร่งหูขึ้นมา“แบบนี้ไม่ใช่ว่าเราแก่กว่าพี่หรอกเหรอ?”“เพราะว่าฉันโดนทำของใส่เหรอจ๊ะ?”“ใช่”กุมภ์ใช้เวลานี้กลับมาคิดไตร่ตรอง หากรวมปีทั้งหมดเข้าด้วยกันนับตั้งแต่ชาติแรก เขาเสียตอนอายุพอ ๆ กับชาตินี้ หากบวกสองชาติที่เหลือ อายุเขาตอนนี้คงอายุมากกว่าสามีราวปีสองปีได้กระมัง ว่าแต่เพราะเหตุใดสามีถึงได้นึกขึ้นได้เอาป่านนี้“อย่างไรชีวิตจริงฉันก็อายุน้อยกว่าพี่นี่จ๊ะ”“แต่นี่เคยชินกับการตีความจากอายุวิญญาณน่ะสิ เลยสับสนนิดหน่อย”เพราะก่อนหน้านั้นเจอแต่เรื่องเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อนจึงไม่มีใจมองเรื่องละเอียดลออสักเท่าไรนัก เผลอ ๆ บางตำราที่พ่อสอนยังให้เขาตีความอายุวิญญาณเป็นสองเท่าเทียบกับอายุสังขารเสียด้วยซ้ำ หากเป็นเช่นนั้นตอนนี้อายุวิญญาณของเมียเขาคงสี่สิบกว่าแล้วน่ะสิ ประกอบกับนิสั

  • ต้องมนต์เมีย   บทพิเศษ ๔ น้ำผึ้งเดือนห้า

    สินรู้ดีว่าเมียตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่เฉย มักชอบหากิจกรรมอะไรมาทำฆ่าเวลาอยู่เสมอ ปกติถ้าเสร็จจากการทำความสะอาดเรือนก็มักลงเรือนไปฝึกทำอาหารอยู่ในครัว ไม่ก็เดินรอบตำหนักตรวจสอบอายุการใช้งานเครื่องเรือนต่าง ๆ เช่น นาฬิกาแขวน ราวไม้ที่สึกกร่อน หรือส่วนที่ต้องการการบำรุงรักษา เรียกได้

  • ต้องมนต์เมีย   บทพิเศษ ๓ สมใจอยาก (NC)

    พวกเขาแต่งงานมาจวนจะครบปีแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเวลาอันดีที่พี่สินจะกลับมางอแงขอไปเที่ยวฮันนีมูนอีกครั้ง แน่นอนว่าคราวนี้เขาอนุญาต อย่างไรเสียก็ไม่มีเรื่องมากวนใจ และการเที่ยวปีละครั้งสองครั้งก็ถือเป็นช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมทว่าต่อให้นั่นจะเป็นโองการอันแน่วแน่ของคุณสามี แต่ด้วยภา

  • ต้องมนต์เมีย   บทพิเศษ ๒ ก่อนแต่ง

    “ดอกเก่าไม่ทันเหี่ยวเลย มีดอกใหม่มาอีกแล้ว”คนไข้หญิงชรากล่าวทักพยาบาลหนุ่มหางจระเข้ด้วยไมตรีจิต เมื่อราวเดือนก่อนเธอเริ่มเห็นหนูกุมภ์นำดอกไม้มาไล่เสียบตามแจกันแผนก ก่อนจะลามมายังห้องพักผู้ป่วยบางรายซึ่งได้รับอนุญาตจากแพทย์แล้ว ทว่าพักหลังมานี้ชักจะมีดอกไม้ชนิดใหม่ ๆ มาทุกวี่

  • ต้องมนต์เมีย   บทที่ ๒๓ สุดใจ (จบบริบูรณ์)

    แสงอ่อนของเช้าวันใหม่เล็ดลอดผ่านช่องไม้ของหน้าต่างเรือนไทย ต้องผิวละเอียดที่โผล่พ้นชายเสื้อ พลอยกล่อมให้ร่างบนเตียงนอนพลิกไปมาเล็กน้อย ก่อนที่อาการปวดเมื่อยจะแล่นวาบขึ้นมาตามแผ่นหลังทุกกล้ามเนื้อเหมือนผ่านการบีบเคล้นจนเกินขีดจำกัด ความล้าแทรกซึมลึกถึงกระดูก เส้นเอ็นและเนื้ออ่อนระบมในแบบที

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status