ログインมาเฟียที่เย็นชาอย่างสิงหล เขาเจอกับโอเมก้าตัวเล็กที่มีกลิ่นมะลิเป็นกลิ่นประจำตัวด้วยความบังเอิญ ใครจะไปรู้ล่ะว่าการเจอกันแบบบังเอิญของพวกเขา จะเป็นจุดเริ่มต้นของครอบครัว แสนดีเป็นคนที่เกิดในสมัยอโยธยา เขาหนีโจรป่าในระหว่างที่กำลังเดินทางเข้าสู่วัง เขาหนีตายจนกระทั่งวิ่งเข้าไปในถ้ำที่ไม่มีทางออก โผล่มาอีกทีก็เจอกับคนตัวโตอย่างกับยักษ์ ทำท่าทางแปลกประหลาด คำพูดก็แปลกประหลาด เขาต้องการที่จะหลีกหนี แต่ดูท่าแล้วเจ้ายักษ์วัดแจ้งจะตามติดเขา ต้องทำให้เจ้ายักษ์คนนี้รู้เสียบ้างว่า คนอย่างแสนดีไม่ได้ยอมใครง่ายๆ วิชาการต่อสู้ของแสนดีไม่เป็นรองใคร ความรักของทั้งคู่เป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาลเลิศรัตนวรชัย ซึ่งจะมีอีก 2 เรื่องนั่นคือเรื่องของรุ่นลูก เป็นเรื่องราวของสิรินทร์ ลูกชายคนโต และสีหราช ลูกชายคนเล็ก ตระกูลเลิศรัตนวรชัยเกิดขึ้นได้จากสิงหลและแสนดีเลิศรัตนวรชัยคู่นี้
もっと見るI Swear, Let Me Love You Again
Written by
Okeke-Eze Ifeoma Isabella (Omaisabella)
"How are you today Mrs Lydia?" Nurse Nia, who had been in charge of the blood transfusion since we began, asked with a smile as wore her gloves.
"I'm okay." I replied tiredly and shook a bit as she inserted the needle after looking for an easy access vein.
"You seem tired." She analyzed me but I just shrugged it off. I was tired physically, mentally, emotionally but everything was somehow going to get better. I really hoped so.
As we were about to start talking, Doctor Fian and my husband entered the room. I grinned just looking at him in his blue suit and trousers. He was just so handsome and many would describe him as having the attributes of a Greek god. Every time I saw him, I realized why I loved him.
"Lydia, how are you doing? Have you been taking all your vitamins and iron supplements?" Doctor Fian asked and I nodded in response feeling blood leave my body.
"How are you Nathan?" I asked him but he didn't respond. He kept talking to the doctor and I pursed my lips in embarrassment.
I just looked around the hospital room I have grown fond of these past few years. The whole room was painted in cream and the bed was laid in white bed sheets.
"Here." Nurse Nia handed me an energy drink afterwards and used a cotton wool to clean the part of my arm the needle was placed in.
"If you will excuse me." Nurse Nia and Doctor Fian exited the room with my blood in the bag.
The room was quiet with just my husband and I just here. He broke the silence when he said. "The money has been transferred into your account."
I remained silent, preventing myself from saying anything that may lead me to say something I wasn't meant to.
After a minute, he exited the room and I wore my blue denim jacket following behind him. I was debating myself if I should still try and start a conversation with him or let it be.
We arrived at the room of the woman I was donating my blood to. "Hey Nathan." She smiled and for some reason she seemed…okay, healthy even.
"How are you feeling?" I stepped into the room and it seemed they hadn't still noticed my presence. My chest tightened at the fact that he cared to ask how she felt and never ever even for once asked, "How are you?"
"Weak. My thigh still hurts despite everything." Aubrey replied. She had a cut on her thigh which was slowly healing but according to her, it was still extremely painful no matter the treatment administered to it.
"What did I miss?" I shut my eyes tight regretting my decision when I saw my mother-in-law coming out of the bathroom in this luxurious hospital room which was almost like a hotel.
"Nothing Mrs. King, Nathan just finally came to see me." Aubrey smiled widely, touching Nathan's arm. For some odd reason, Nathan didn't push her arms away and Mrs. King was just focused on her, which hurts.
"Ohhh, Hi Lydia." Aubrey gave a tight-lipped smile calling everyone's attention to me. Mrs King, my mother-in-law, rolled her eyes in a full circle while Nathan didn't spare me a glance.
"What are you doing here? She has done what we called her to do, do you still need her here?" She turned her attention to Nathan. He sighed deeply, not saying a word in response.
Before I could respond, she said to Aubrey, "Her presence must bring you nothing but disgust, so I will send her out of here just relax."
An emotion of embarrassment and hurt flashed through my eye but like what any normal person would, such as saying something smart or just exiting out of the room, I stood there like a fool unable to calculate my next step.
"No Mrs. King. She is already doing so much for me. I mean I'm literally getting better just because of her." She tried to play all nice but I could see right through here.
Mrs King scoffed while Nathan's phone ringing loudly had him excusing himself leaving all three of us.
They didn't pay me any attention, Mrs King brought out a cream she had gotten for Aubrey to heal her scars. I was always envious looking at how much Mrs King and the whole King Family adored Aubrey…they treated her like she was some kind of heroin or would I say delicate substance. They all adored her and no matter what I did, I doubt it would ever lead to them caring and loving me like they do to Aubrey.
I watched their every movement like a creep, but I furrowed my eyebrow in confusion when Aubrey easily moved her legs and as soon as her hospital gown raised up I was able to see only a slight cut on her knee.
"What the hell are you doing there staring like a fool?" Mrs King was just so rudely blunt and not once over the years have I watched her rude energy. I respected her for birthing the man I loved, every single day I prayed she would care about me.
I shook my head still watching Aubrey and suddenly it hit me. Nathan walked into the room and without thinking twice, I spoke out loud,
"She's pretending. She's just acting like she's in pain and needs blood knowing that that's the only reason you check up on her or care about it. She's ok—-"
"Hey calm down Lydia. What are you even saying?" Nathan cut me off furrowing his eyebrow. It seemed like he didn't hear me the first time maybe because I was speaking too fast as realization dawned on me.
ย้อนไปเมื่อ 10 ปีแรกของการใช้ชีวิตคู่ของสินหลและแสนดี ศัตรูทางธุรกิจของสิงหลมีมามากมายหลายหน้าหลายตา เพราะความที่สิงหลในอดีตไม่ใช่นักธุรกิจที่มือใสสะอาดเท่าไหร่นัก ก่อนจะแต่งงานเขาเองก็ทำทุกอย่างเพื่อปีนป่ายขึ้นสู่จุดสูงสุด ทำให้เขาสร้างศัตรูไว้มากมาย"เฮียไปทำงานก่อนนะ ฝากหอมแก้มลูกๆด้วย"แสนดีสวมกอดสามี ในทุกๆเช้าเขาต้องแสดงความรักซึ่งกันและกันก่อนไปทำงานเสมอ สิงหลจะออกจากบ้านเป็นคนแรก ลูกชายทั้งสองคนสีหราชและสิรินทร์จะต้องไปโรงเรียนโดยที่แสนดีเป็นคนพาไปส่ง กิจวัตรประจําวันของครอบครัวเลิศรัตนวรชัย จะไม่มีอะไรใหม่เป็นพิเศษ แสนดีไปส่งนักเรียนเสร็จแล้วก็จะกลับมาที่บ้านเพื่อทำอาหารและดูแลบ้าน สามีออกไปทำงานเพื่อหาเงินไว้สำหรับอนาคตของลูก ทุกอย่างดูราบรื่น "วันนี้จะทำขนมอะไรเหรอแสนดี"ป้าประไพเอ่ยถามทันทีที่เห็นแสนดีกำลังเตรียมแป้งออกมาจากตู้"กะจะทำลูกชุบเอาไว้ให้เด็กๆทานเล่นตอนช่วงเย็นนะครับป้าประไพ กะหล่ำ ไปดูสีผสมอาหารในตู้ชั้นบนให้เราที""ได้เจ้าค่ะคุณหนู"กะหล่ำสาวใช้ประจำตัวของคุณหนูแสนดี ตอนนี้เธอมีครอบครัวแล้ว แต่งงานอยู่กินกับพี่เกรียงไกรแต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน แสนดีมองคนสนิทของ
หมอพิพัฒน์ มานิชยกุล อายุ 56 ปี เขาเป็นนายแพทย์ที่ประจำอยู่โรงพยาบาล เป็นอัลฟ่าฟีโรโมนกลิ่นพิมเสน ยังคงครองตัวเป็นโสดเรื่อยมา เพราะไม่เคยคิดว่าความรักมันจะสามารถเกิดขึ้นในใจเขาได้"นี่ของฝากมึงไอ้หมอ"หมอพิพัฒน์เงยหน้ามองเพื่อนสนิทอย่างสิงหลที่วางถุงของฝากไว้ที่โต๊ะทำงานของเขา"มึงไปไหนมาถึงมีของฝากให้กู""ก็พาเมียกูไปอยุธยาที่เดิมนั่นแหละ กูล่ะไม่อยากไปเลยกลัวเมียกูหาย แต่ก็ขัดใจเมียไม่ได้ "หมอพิพัฒน์ถึงกับหัวเราะ สิงหลเป็นคนที่กลัวเมียมาก มากในระดับที่ไม่กล้าขัดใจเมียเลยแม้แต่นิดเดียว แค่เมียด่ามันก็ร้องไห้กระซิกกระซิกหมดมาดมาเฟียไปเลยทีเดียว"เออ..ไอ้หมอ ลูกชายกูเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลนี้เป็นยังไงบ้างวะ มีอัลฟ่ามาจีบลูกกูหรือเปล่า อย่าลืมดูแลหลานนะเว้ย"หมอพิพัฒน์คิดถึงลูกชายของสิงหลและแสนดีที่มีสายพันธุ์โอเมก้า สิรินทร์ เลิศรัตนวรชัย ย้ายมาที่โรงพยาบาลของเขาได้หลายเดือนแล้ว "เขาก็ทำหน้าที่ของเขานั่นแหละ มึงเลิกห่วงลูกดิ ลูกมึงน่ะ 22 แล้วนะ ไม่ใช่ 2 ขวบ!!"สิงหลมองเพื่อนสนิท ก่อนที่จะหัวเราะร่า"ขนาดลูกกูยัง 22 แล้ว มึงคิดสภาพมึงดิตอนนี้ยังไม่มีลูกเลย กว่ามึงจะมีลูก กูตายก่อน ไม่
สีหราชเดินลงมาจากชั้นบนในเช้าวันเปิดมหาลัย ปีนี้เขาจะเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายแล้ว "ลงมาทานข้าวก่อนลูก""ครับแม่ แล้วนี่ไอ้เสือมันไปไหนครับ"แสนดีวางอาหารที่ทำเป็นประจำทุกเช้าบนโต๊ะอาหาร ครอบครัวของเขาตื่นไม่พร้อมกัน แต่เขาก็พร้อมที่จะให้ทุกคนได้กินอิ่มก่อนออกไปทำภารกิจของแต่ละคน"พี่เสือไปโรงพยาบาล เมื่อเช้าแม่ก็ถามแล้วนะว่าจะไปทำไมแต่ก็ไม่บอก คงจะไปหาหมอพิพัฒน์ละมั้ง เพราะเห็นว่าเสือจะย้ายมาที่โรงพยาบาลของหมอพิพัฒน์น่ะ"เสือหรือสิรินทร์ ได้เป็นหมอของโรงพยาบาลเดียวกับเพื่อนสนิทของพ่อ สิงโตเลยไม่ห่วงอะไรมากมาย เพราะปกติแล้วสิรินทร์จะเป็นโอเมก้าที่ทำตัวน่าห่วงมาก แต่ถ้าได้อยู่ใกล้อาพิพัฒน์แล้วสีหราชก็เบาใจ"ก็ดีนะครับแม่ ให้มันไปอยู่ใกล้อาพิพัฒน์ มันจะได้ไม่ต้องโดนอัลฟ่าคนอื่นจีบ""จ๊ะ ลูกทานอาหารซะนะ ตอนนี้หนูกลิ่นหอมไปรออยู่ที่รถแล้ว เอาน้องไปมหาลัยด้วยนะลูก แล้วก็อย่าลืม ไปส่งน้องที่คณะด้วย ลูกเคยดูแลพี่เสือมาแบบไหน แม่ขอให้สิงโตดูแลกลิ่นหอมแบบนั้นเลยนะลูก"สีหราชถึงกับถอนหายใจ เขาพ้นจากสิรินทร์มา 1 คน ยังต้องมาเจอกับเด็กกลิ่นหอมอีก ตอนที่เข้ามหาลัยใหม่ๆ เขารับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดของพ
หลังจากจัดการธุระของเด็กกลิ่นหอมเสร็จเรียบร้อยแล้วแสนดีจึงเดินขึ้นมาชั้นบน เขาเองก็ถูกชะตากับโอเมก้ากลิ่นหอม เขารู้สึกว่ากลิ่นหอมเป็นเด็กที่เรียบร้อยอ่อนหวาน แถมยังเรียนรู้ได้เร็ว เขาเลยให้กลิ่นหอมนอนห้องข้างๆกับกะหล่ำ"จัดการเรื่องเด็กคนนั้นเสร็จแล้วเหรอจ๊ะ""ครับเฮีย เด็กคนนั้นน่ารักดีนะครับ ผมชอบเลย เขาดูเรียบร้อยและเจียมตัวมากเลย"สิงหลยิ้มให้กับภรรยา พร้อมกับดึงภรรยาลงมานั่งที่ตักของตน "เด็กคนนั้นน่าสงสารมากเลยนะ พ่อก็ตาย แม่ก็หนีไปมีผัวใหม่ บ้านก็ถูกยึด ก่อนที่พ่อของเขาจะตายก็อยู่กันลำบากมาก พ่อของเด็กคนนั้นเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเฮีย เคยโทรมาขอความช่วยเหลือจากเฮียไปครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเฮียก็ช่วยไป แล้วมันก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย มารู้อีกทีก็มันตายไปแล้ว ตอนที่เฮียไปเผาศพมัน เฮียเห็นเด็กคนนี้ยืนร้องไห้อยู่หน้าเมรุเผาศพ พอเฮียได้คุยกับเด็กคนนี้ เฮียก็เลยเกิดความสงสาร แล้วก็รับอุปการะนี่แหละ""ผมยินดีครับเฮีย ผมเองก็รู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้เหมือนกัน"ในระหว่างที่พูดมือของสิงหลก็ไม่ได้อยู่กับที่ มือของเฮียลูบไปตามหลังของแสนดี แม้เวลาจะผ่านกันมา 20 กว่าปีแล้วแต่กลิ่นลีลาวดียังไม่จางหาย เขา
สิงหลจัดการให้เกรียงไกรติดต่อไปยังมานะ เขาไม่ต้องการให้มานะ ปากโป้งเรื่องคฤหาสน์ของเขา'ฮัลโหลครับเฮีย ลมอะไรหอบเฮียให้โทรหาผมได้ครับเนี่ย'"มึงทำอะไรของมึงไอ้มานะ มึงก็รู้ว่าไอ้เสี่ยฉัตรชัยมันร้ายกาจขนาดไหน มึงไปทำอะไรอยู่ในรังของมัน ห๊ะ!!"'แล้วเฮียจะยุ่งอะไร ผมจะทำอะไรมันก็สิทธิของผม เฮียไม่ใช่พี่ผม
พอจัดการเรื่องการชำระเงินกับทางร้านเรียบร้อยแล้ว สิงหลก็พาแสนดีเดินเล่นในห้าง แสนดีดูตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ไม่เคยเห็น ถามนู่นถามนี่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิงหลก็เต็มใจที่จะตอบ "นี่แสง นั่นมันคู่หมั้นเธอไม่ใช่เหรอ ไหนเธอบอกว่าคู่หมั้นหลงเธอจะตาย ไงถึงมากับโอเมก้าคนอื่นล่ะ"แสงสรรค์ที่นั่งอยู่ในร้านไอศครีมแห
แสนดีรู้สึกอึดอัดใจมาก เพราะเขาไม่ค่อยเข้าใจคำถามของมานะเท่าไหร่ แต่มานะก็ยังซักไซ้ไม่ยอมหยุด ถามนู่นถามนี่เกี่ยวกับเฮียสิงหล ซึ่งแสนดีก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง "แล้วนี่จดทะเบียนกับเฮียเขาหรือยังครับ ถ้ายังไม่แต่งต้องระวังนะ เพราะว่ามีสาวๆแล้วก็พวกโอเมก้าจ้องจะจับเฮียอยู่เยอะเลย""จดทะเบียน...คืออะไรเหร
เช้าวันต่อมา สิงหลเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมกับแสนดี วันนี้เขามีประชุมที่โรงแรมแต่เช้า สิงหลหันไปมองคนข้างตัว แสนดีทำหน้ามุ่ยตั้งแต่เช้า เพราะโกรธที่เขาแอบเข้าไปนอนในห้อง เขายังนึกขำหมากระเป๋า ล็อคประตูให้เขานอนอยู่ข้างนอกแต่ลืมไปว่าเขาเป็นเจ้าของห้อง เขาสแกนลายนิ้วมือเข้าห้องได้ "เลิกโกรธเฮียได้แล้วนะ