Partager

บทที่ 6

last update Date de publication: 2025-12-03 09:50:03

หายไปไหน…”

ไนท์พึมพำออกมาเบา ๆ หลังวางสายโทรศัพท์ เขาใช้เวลาจัดการเรื่องส่วนตัวอยู่นอกร้านนานพอสมควร พอเดินกลับเข้ามาอีกที มุมชั้นหนังสือที่ทั้งเดย์กับแสงเหนือยืนอยู่เมื่อครู่ก็ว่างเปล่าไร้เงาของทั้งสองคนซะแล้ว

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิด ๆ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบร้านอย่างเคยชิน ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมกดโทรหาอีกฝ่าย ทว่าปลายนิ้วกลับหยุดชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นภาพบางอย่างตรงโซนของเล่นเด็กที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของร้านหนังสือ

ไนท์มองร่างสูงของเดย์กำลังยืนอยู่หน้าตู้คีบตุ๊กตา มือหนาจับคันบังคับแน่น สายตาจดจ้องทำอะไรสักอย่างแบบตั้งใจ ส่วนข้าง ๆ กันคือยัยเปี๊ยกของเขาที่ยืนมองด้วยท่าทีลุ้นระทึก ดวงตาเป็นประกายจนเห็นได้ชัดแม้ในระยะไกล

ไนท์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้ามุ่งตรงไปทางนั้น เสียงมือหนาทุบปุ่มกดรัว ๆ ท่ามกลางเสียงโวยเบา ๆ ของฝาแฝดตัวเอง

“อ้าวเฮ้ย ๆ เดี๋ยวก่อนสิ!”

เสียงบ่นดังลั่น เมื่อกรงเล็บโลหะปล่อยตุ๊กตากระต่ายสีขาวให้ร่วงลงไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่อีกนิดเดียวก็จะถึงช่องปล่อยตุ๊กตาอยู่แล้ว

ไนท์หยุดยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเอ็นดูคนตัวเล็ก ทั้งขำปนเอือมระอาพี่ชายตัวเอง ต่างกับแสงเหนือที่กำลังหัวเราะคิกคัก

มือเล็กยกขึ้นป้องปากด้วยท่าทีขำขัน ขณะที่ฝาแฝดของเขายืนทำหน้าขัดใจ แต่ก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้ ก้มหน้าหยอดเหรียญที่แลกมาเพิ่มลงไปอีก

“มึงว่างจนต้องมาแย่งเด็กเล่นที่คีบตุ๊กตาแล้วหรือไง”

“มึงอย่ากวน กูจะเอาตุ๊กตาให้เหนือ”

“…”

ทันทีที่ไนท์เดินเข้าไปใกล้ เสียงเหรียญที่หยอดลงช่องจ่ายตังค์ของตู้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ฝ่ามือของเดย์จะขยับจับคันบังคับอย่างตั้งใจ คราวนี้คนตัวเล็กข้าง ๆ เอียงตัวลุ้นตาม ดวงตากลมโตจ้องมองไม่กะพริบ

“สู้ ๆ ค่ะพี่เดย์ อีกนิดเดียวพี่เดย์! อย่าเพิ่งปล่อยนะคะ!”

“พี่ก็ไม่ได้อยากปล่อย แต่ไอ้นี่มันชอบหลุดเอง!”

เสียงทุ้มตอบกลับอย่างหงุดหงิดปนขำ ก่อนจะเงยหน้ามามองคนข้าง ๆ ที่กำลังหัวเราะจนตาหยี ยิ่งเห็นแบบนี้เขาก็ยิ่งอยากเอาตุ๊กตามาให้เธอให้ได้

“เหนืออย่าหัวเราะพี่สิ พี่กำลังจริงจังอยู่นะเนี่ย”

“พี่ก็อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ”

แสงเหนือยังคงยิ้มพร้อมกับพยายามกลั้นขำคนตัวโต จนกระทั่งเสียงอีกคนดังขึ้นข้างหลัง

“ทำไมมึงไม่ขอซื้อให้มันจบ ๆ”

เสียงทุ้มของไนท์ทำให้ทั้งคู่หันกลับไปมองอีกครั้ง ก่อนที่เดย์จะขมวดคิ้วเข้าหากัน พร้อมกับใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเบา ๆ แล้วทำเสียงจิ๊ที่ปากเบา ๆ เพราะเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวได้เผลอปล่อยมือจากตู้คีบทำให้ตุ๊กตาที่พวกเขาต้องการหลุดไปอีกครั้ง

“อ้าวเฮ้ย! ดูดิ พี่จะคีบได้อยู่แล้ว!”

“ก็ใครใช้ให้พี่ปล่อยมือละค่ะ” แสงเหนือกลั้นเสียงหัวเราะ พลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดูผู้ชายตัวโตตรงหน้า

“โธ่เหนือ พี่เกือบจะทำคีบได้อยู่แล้วนะเนี่ย ถ้าไอ้ไนท์ไม่มาขัดเหนือก็คงได้ตุ๊กตาไปแล้ว”

ไนท์ที่ยืนดูอยู่นานยกแขนขึ้นกอดอก รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นอย่างขบขัน

“มีฝีมือแค่นี้ยังจะขี้โม้ แค่ตุ๊กตายังคีบไม่ได้”

“อ้าวพูดงี้ งั้นมึงกับกูมาแข่งกัน” เดย์เลิกคิ้วท้าทาย

“เอาสิ กูไม่มีทางแพ้มึงอยู่แล้ว”

แสงเหนือเงยหน้าขึ้นมองสองแฝดสลับกันอย่างงง ๆ จากตอนแรกที่แค่คีบตุ๊กตาฆ่าเวลา ระหว่างรอให้พี่ไนท์ทำธุระ ก่อนจะไปหาอะไรกินด้วยกัน กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งคู่ กำลังแข่งกันคีบตุ๊กตาอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อเจ้าขนนุ่มหูยาวที่นอนอยู่ในตู้กระจกใส

“แต่ มันก็แค่ตุ๊กตาเองนะคะ”

“จะอะไรก็ช่าง พี่จะเอาตุ๊กตามาให้เหนือก่อนมันเอง”

เดย์พูดพลางหยอดเหรียญที่แลกมาลงตู้อีกครั้ง ในขณะที่ไนท์เองก็เดินไปแลกเหรียญเพื่อมาหยอดตู้คีบไม่ต่างกัน

“คอยดูนะ แค่เหรียญเดียวกูก็เอาตุ๊กตามาให้เหนือได้แล้ว” ไนท์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะพูดถากถางอีกคน ที่แลกเหรียญมาไว้เต็มตะกร้า

“เหอะ แล้วกูจะรอดู ไอ้คนเก่ง”

เดย์สวนกลับ ก่อนจะก้มตัวจับคันบังคับอีกครั้ง แสงเหนือยืนมองสองคนผลัดกันเล่นตู้คีบอย่างตั้งใจจนอดขำไม่ได้

“พี่เดย์ พี่ไนท์ สู้ ๆ ค่ะ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นในหมู่สามคน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสนุกสนานจนคนผ่านไปมาหลายคนแอบอมยิ้ม ไม่นานกรงเล็บเหล็กก็เคลื่อนไปทางช่องปล่อยใส่ตุ๊กตา

เดย์จับกดปุ่มอย่างมั่นใจเพื่อเตรียมกดปล่อย แต่ตุ๊กตากระต่ายสีขาวก็ร่วงลงไปอีกครั้งต่อหน้าต่อตาทั้ง ๆ ทีอีกนิดเดียวเขาก็จะคีบมันได้สำเร็จ

“โธ่เว้ย! ทำไมมันไม่ตกในช่องสักทีวะ”

“เพราะมึงมันอ่อนไง ต้องอย่างกู เขาถึงจะเรียกว่าของจริง”

ไนท์หัวเราะเบา ๆ เขาก้มตัวบังคับที่คีบตู้หน้าตัวเองทันที สายตาจับจ้องที่ตุ๊กตาแบบเดียวกันกับตัวที่เดย์คีบพลาดไปถึงสองรอบติด

“พี่ไนท์…”

แสงเหนือพึมพำออกมาเบา ๆ พลางมองเขาอย่างลุ้นระทึกไม่แพ้กัน เพียงไม่นานกรงเล็บเหล็กก็เกี่ยวตุ๊กตาได้อย่างแม่นยำ และคราวนี้มันก็ค่อย ๆ เลื่อนมายังจุดหมายท่ามกลางความลุ้นระทึกของทุกคน

แต่ยังไม่ทันจะถึงช่องปล่อย กรงคีบเจ้ากรรมก็ทำเจ้าตุ๊กตากระต่ายหลุดลงกลางทางอีกครั้ง เรียกเสียงหัวเราะสะใจจากฝาแฝดอีกคนที่ยืนกอดอกมองอยู่ได้เป็นอย่างดี เหมือนว่าเขากำลังรอจังหวะที่จะได้เยาะเย้ยนี้โดยเฉพาะ

“คอยดูนะ แค่เหรียญเดียวกูก็เอาตุ๊กตามาให้เหนือได้แล้ว”

เดย์ที่กำลังหัวเราะฝาแฝดตัวเองร่วน พร้อมกับทำเสียงล้อเลียนคำพูดของไนท์ก่อนหน้านี้ ที่อีกฝ่ายคุยโตโอ้อวดว่าตัวเองสามารถคีบตุ๊กตานี้ได้ภายในเหรียญเดียว

“เอ่อ หัวเราะไปครั้งนี้กูแค่พลาด ครั้งต่อไปกูไม่พลาดแน่”

จากรอบแรกที่ตั้งใจแค่เป็นการแข่งกันเล่น ๆ อย่างไม่ตั้งใจ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ทั้งสองคนก็ยังยืนอยู่หน้าตู้คีบตุ๊กตาเหมือนเดิม เสียงเหรียญตกลงในช่องดังแกร๊ก สลับกันไปมาซ้ำ ๆ พร้อมกับเสียงบ่นของสองแฝดที่ดังสะท้อนออกมาไม่หยุด

มือใหญ่จับคันบังคับแน่น สายตาจดจ่ออยู่ที่ตุ๊กตาอย่างไม่วางตา แสงเหนือที่ตอนแรกยังยืนลุ้นอยู่ข้าง ๆ ด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนมานั่งยอง ๆ ข้างตู้แทน

ดวงตากลมมองตามการเคลื่อนไหวของกรงคีบอย่างเหนื่อยอ่อนปนขำกับท่าทางหัวเสียของทั้งสองคนที่ไม่ต่างจากเด็กผู้ชายที่อยากเอาชนะ

“พี่เดย์ค่ะ… พี่ไนท์ค่ะ…”

“หืม?/ครับ” ทั้งคู่หันมาตอบแทบจะพร้อมกัน

“นี่มันนานชั่วโมงแล้วนะคะ คีบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

“แต่พี่จะได้อยู่แล้ว เหนือรอ…”

เดย์พูดเสียงอ่อย คำพูดที่ตั้งใจบอกขาดห้วงไปในจังหวะที่ตุ๊กตากระต่ายสีขาวร่วงลงไปอีกครั้ง

“กล้าพูด ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่ามึงคีบไม่ได้” ไนท์แซวเสียงนิ่งแต่ยกมุมปากนิด ๆ

“พูดมาก มึงก็ไม่ต่างจากกูหรอก”

“นั่นมันเป็นเพราะตู้มันไม่ดี ไอ้ที่คีบแมร่งหนีบอะไรก็ไม่ติด”

“ของกูก็เหมือนกันนั่นแหละ”

“โธ่ พี่ ๆ อย่าทะเลาะกันสิคะ” แสงเหนือพูดพลางหัวเราะเบา ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบขณะมองสองคนตรงหน้า

“เหนือว่า เรากลับกันเหอะค่ะ ไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไรจริง ๆ นะคะ”

ทั้งเดย์และไนท์หันมามองหน้าเธอพร้อมกัน ดวงตาคมทั้งคู่ฉายแววความเหนื่อยผสมความขบขำ ก่อนจะมองหน้ากันเอง แล้วต่างก็หลุดหัวเราะออกมา

“เออ ก็ได้… ยอมแพ้ก็ได้” เดย์ยกมือขึ้นยอมแพ้อย่างเสียไม่ได้

“เอ่อ เอาไว้ครั้งหน้าพี่จะพาหนูมาใหม่” ไนท์พูดพลางหัวเราะเบา ๆ

“ไปกินข้าวกันเถอะค่ะ ก่อนที่พี่สองคนจะทะเลาะกับตู้คีบอีก”

เสียงหัวเราะของสามคนดังขึ้นอีกครั้งขณะเดินออกจากโซนของเล่น แม้ไม่มีตุ๊กตาติดมือกลับไปสักตัว แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอและบรรยากาศอบอุ่นรอบตัวกลับเป็นสิ่งที่ทั้งสองรู้ดีว่าคุ้มค่าแล้วกับเงินที่เสียไป

“วันนี้สนุกมากเลยค่ะ”

แสงเหนือพูดพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะเดินนำออกไปช้า ๆ โดยมีไนท์เดินตามอยู่ข้างหลังอย่างเงียบ ๆ เดย์มองตามทั้งสองคนไป พลางหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะพากันเดินออกไป

เดย์ยืนอยู่ข้างตู้คีบอยู่ชั่วครู่ มองตุ๊กตากระต่ายสีขาวที่ยังคงนอนอยู่ในตู้เหมือนเดิม ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนขึ้นไปเห็นข้อความบนกระดาษเล็ก ๆ แปะอยู่

ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากทันที ฝ่ามือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก้มพิมพ์เบอร์และไอดีไลน์นั้นลงในโน้ตอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตามร่างของทั้งสองคนที่เดินห่างออกไปทุกที

“คราวหน้า พี่จะคีบให้ได้เลย รอก่อนนะ”

เขาเหลือบตามองเจ้าขนปุยหูยาวสีขาวอีกครั้ง พลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แล้วรีบวิ่งตามทั้งคู่ไป เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังไล่หลังจนทันตอนที่แสงเหนือหันกลับมามองพอดี

“เหนือ รอพี่ด้วยครับ”

“พี่เดย์เดินเร็ว ๆ สิคะ เหนือหิวจะแย่”

แสงเหนือหัวเราะคิก ไนท์ส่ายหน้าเบา ๆ ราวกับกำลังเหนื่อยระอา แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู ก่อนทั้งสามจะเดินเคียงกันออกจากห้าง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เหมือนเวลานั้นมีเพียงความสบายใจและความผูกพันที่ค่อย ๆ เติบโตอย่างเงียบ ๆ
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 69

    “ไปครับ แต่พี่สองคนจะไปให้หมอแสงเหนือคนเดียวเท่านั้น”“คนบ้า”แสงเหนือต่อว่าทั้งสองคนด้วยท่าทีเง้างอน กว่าเธอจะรู้ตัวว่าโดนหลอก อารมณ์และความต้องการของเธอก็เริ่มไปไกลจนกู่ไม่กลับ“อ๊ะ อื้มมมม”ไนท์เอนตัวพิงบนหัวเตียง แล้วดึงร่างเล็กให้โน้มตัวตามมา ก่อนจะตะโบบจูบดูดนมทั้งสองเต้าหายเข้าไปในปาก โดยที่แ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 68

    “งั้นหันหน้ามานี้ครับ แล้วอมมันเข้าไปให้พี่หน่อย”ไนท์ที่เห็นว่าคนตัวเล็กเสร็จนำไปก่อน และคิดว่าแสงเหนือพร้อมที่จะรับตัวตนของพวกเขาแล้ว ก็จับร่างบางพลิกเข้าหาตัวเองมือหนาบีบคางเล็กเล็ก ๆ ให้เธออ้าปากออก ก่อนจะดันแท่งเอ็นร้อนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนเข้าไปในโพรงปากอ่อนนุ่มนั้นทันที“อ่าส์

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 67

    “อย่าใจร้ายกับผัวเลยนะครับ”ไนท์กับเดย์กลับหัวเราะในลำคอพร้อมกัน เสียงทุ้มต่ำแบบนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดจากอก“หนูไหวครับ แต่พี่ไม่ไหว”ทันทีที่พูดจบ เดย์ก็อุ้มเธอขึ้นทั้งตัว ด้วยเรียวแขนแกร่ง ร่างเล็กของเธอถูกอุ้มจนตัวลอย ก่อนถูกวางลงบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดแสงเหนือเผลอขยับถอยจนติดหัวเ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 66

    เสียงเพลงจากงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ค่อย ๆ เลือนหายไปและเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เมื่อเดย์เดินนำขึ้นบันไดหินอ่อนออกมา ก่อนจะเดินตรงเข้ามาในลิฟต์เพื่อกลับขึ้นไปยังห้องสวีทที่ใช้เป็นห้องหอในคืนนี้ทว่าประตูลิฟต์ยังไม่ทันได้ปิดลง ฝ่ามือหนาของไนท์ก็มาขวางเอาไว้ซะก่อน“กูไปด้วย”“หึ”ร่างสูงของคนสองก้าวออกมาจากประต

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 65

    หลังจากพิธีการจบลงและแสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แสงไฟสีทองอ่อน ๆ ก็เปิดขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยงที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นโซนอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดหรู แท่งไฟยาวประดับด้วยดวงดาวคริสตัลหลายพันดวง ทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงของออโรร่าจริง ๆ แสงเหนือ อยู่ในชุดเดรสสีขาวไข่มุกสั้นเหนือเข่า ปั

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 64

    เสียงไวโอลินบรรเลงเพลงหวานแผ่วเบา ประกายแสงสะท้อนจากคริสตัลที่แขวนเรียงกันเป็นม่านใส ๆ เป็นคลื่นซ้อนกันคล้ายกับแสงออโรร่า หรือแสงเหนือทางเดินยาวปูด้วยดอกกุหลาบสีขาว ตั้งแต่บันไดหินอ่อนด้านหน้าไปจนถึงซุ้มพิธีที่ล้อมรอบด้วยม่านผ้าชีฟองสีขาวสวยงามลงตัวราวกับฉากแต่งงานในเทพนิยายที่หลายคนใฝ่ฝันถึง งดงา

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 38

    สายน้ำเบื้องหน้าไหลเอื่อยไปตามโขดหินน้อยใหญ่ เคล้าคลอไปกับเสียงน้ำตกที่มีสายน้ำจากลงจากที่สูงลงสู้เบื้องล่างมาบรรจบกับธารน้ำไหลเย็น ดังแผ่วรินคล้ายเสียงลมหายใจของธรรมชาติริมระเบียงห้องนอนที่ถูกสร้างยื่นออกไปจนถึงริมธารน้ำ มีผ้าม่านสีครีมปลิวเบาไปตามแรงลมพวกเขาทั้งสามคนเดินลงบันไดไม้ริมระเบียงช้า ๆ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 36

    เสียงน้ำตกดังแว่วมาแต่ไกล ละอองน้ำบางเบาปะทะมากับสายลม กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ และกล้วยไม้ป่าลอยคลุ้งในอากาศถนนเส้นเล็ก ๆ คดเคี้ยวไปตามแนวต้นไม้ใหญ่และพุ่มเฟิร์นที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ก่อนจะเข้าสู่ลานกว้างของโรงแรมที่ซ่อนตัวอยู่ ท่ามกลางขุนเขาและความเขียวชอุ่มของธรรมชาติไม่นาน รถ Por

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 35

    ดวงตากลมโตมองไปยังแนวเขียวของภูเขาที่ทอดตัวอยู่ไกลสุดสายตา แสงแดดยามบ่ายกระทบกระจกหน้ารถเป็นเงาสะท้อนละมุน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่วางนิ่งอยู่ข้างตัวขึ้นมามันคือโทรศัพท์เครื่องเดิมที่เธอแทบไม่ได้แตะต้องเลยตลอดหลายวันที่อยู่โรงพยาบาล เพราะเธออยากหนีจากโลกภายนอกนั้นชั่วคราวอยากหยุดรับรู้ทุกอย่างที่จะมี

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 34

    หลายวันต่อมา แสงเหนือยังคงนอนอยู่บนเตียงในห้องพักคนป่วยเหมือนเช่นทุกวัน บรรยากาศในห้องไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในโรงพยาบาลเลยสักที แต่เหมือนกับว่าเธอแค่มาเที่ยวพักผ่อนตามโรงแรมหรู ๆ เท่านั้นทว่าคนตัวเล็กก็ยังต้องอยู่ต่อที่ทั้งที่ความจริง เธอรู้สึกดีมากขึ้นแล้ว รวมถึงรอยซ้ำห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status