เข้าสู่ระบบเพราะบาดแผลจากอดีตทำให้เขาหวาดกลัวความรัก ‘โนงามิ ทัตสึโตะ’ ชายหนุ่มที่เติบโตมาโดยปราศจากความรักของแม่เลยทำให้มีรสนิยมทางเพศที่ชอบมีอำนาจเหนือคู่นอน และไม่สามารถมีความรักกับใครได้ แต่แล้ววันหนึ่งกลับมีข้อความทักมา ‘สะดวกนอนด้วยกันสักคืนไหมคะ’ ทั้งที่คิดว่าเป็นการชวนมีเซ็กส์ด้วยแล้วก็จะจบลงภายในไม่กี่วันเหมือนอย่างทุกที แต่มันกลับไม่ใช่อย่างสิ้นเชิง ‘ฮิอิรางิ โมโมะ’ หญิงสาวที่ออกตัวว่าขอให้มาช่วยเป็นคู่นอนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการวาดมังงะติดเรท ซึ่งทั้งรูปร่าง หน้าตา นิสัย ไม่ใช่แบบที่ตนเองชอบเลยแม้แต่นิด อย่างดีก็แค่ลักษณะของ ‘เหยื่อ’ ที่น่าสนใจ ทว่าความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ลึกซึ้ง เหตุการณ์ต่างๆ ที่คอยผลักดัน คำพูดแรงใจที่ได้รับมา และความอ่อนโยนอันใสซื่อที่เธอมอบให้ มันทำให้เขาเริ่มเปิดใจทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว วันนี้สะดวกไหม ที่จะรักกัน
ดูเพิ่มเติมแจ้งข่าวเนื่องจากทางเรามีเหตุผลส่วนตัวทางบ้าน จึงไม่สามารถอัพเดตนิยายในช่องทางนี้ต่อได้ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี่ด้วยค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม เราเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามลบนิยายเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้ามาอ่านเพิ่มและเก้อแล้ว ทว่าด้วยทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้ลบตอน ปิดตอน หรือปิดการเผยแพร่นิยายใดๆ จึงทำให้จำเป็นต้องปล่อยค้างเอาไว้อยู่แบบนี้จนกว่าจะครบสัญญา ขออภัยในความไม่สะดวกอีกครั้งค่ะ แต่ทั้งนี้ ถ้าใครสนใจอยากติดตามนิยายของเราต่อ สามารถเสิร์ชชื่อนิยายในกูเกิลได้เลยนะคะ ทางนั้นมีแจ้งช่องทางอัพเดตงานประจำอยู่ และเป็นช่องทางเผยแพร่งานถาวรของเรา สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคนที่สนใจงานของเราค่ะ ----จากตรงนี้ไม่มีอะไร แค่พิมพ์ให้ครบ 200 คำ เพื่อจะได้กดเผยแพร่ได้ค่ะ ยะฮุ้ว จุ๊กกรู้ ขอบคุณยอดอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ตอนแรกลงไปไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ยอดอ่านเยอะกว่าที่คิด ถึงนิยายเราจะเป็นแนวนอกกระแสก็ตาม (Light Novel) ดังนั้นจึงหวังว่าจะได้เจอกับทุกๆ คนอีกในโอกาสหน้านะคะ (ที่คงเป็นเว็บอื่น XD)
เมื่อลืมตาขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัว เธอก็เห็นเขานั่งอยู่ริมหน้าต่าง ซึ่งคล้ายว่าเจ้าตัวตื่นนานแล้ว ในมือจึงจับสมาร์ตโฟนเล่นเกมอยู่ โมโมะเลยยันตัวลุกขึ้นบ้างก่อนสายตาทั้งสองจะประสานกันพอดี มุมปากหยักยิ้มแป้นทันใด “ทัตสึคุง อรุณสวัสดิ์” ทัตสึโตะกะพริบตา จากแสงแดดนอกหน้าต่างส่องกระทบให้เรือนผมสีเข้มสว่างขึ้นเล็กน้อย “อรุณสวัสดิ์ครับ ยังเวียนหัวอยู่รึเปล่า” เวียนหัว...? โมโมะเงียบไปพักหนึ่ง ความทรงจำสุดท้ายคล้ายว่าจะเป็นตัวเองนั่งกอดขวดสาเก... พวงแก้มเห่อร้อนขึ้นทันใด มิหนำซ้ำพอนึกออกได้อย่างหนึ่ง ที่เหลือก็เริ่มทยอยผุดขึ้นมา ตั้งแต่เธอกระดกแก้วไม่หยุด ร้องหาเนื้อเพิ่ม มียูกะ เนเนะ และมิฮิเมะผลัดกันป้อนเนื้อกับผักย่างให้ ตามด้วย ...อาเจียนใส่เสื้อทัตสึโตะ อ๋า... ร่างกายฝืดแข็งทันใด ลำคอหันมองชายหนุ่มทีละสเต็ป “ทะทะ ทัตสึ คุง เมื่อคืน...” “รุ่นพี่อ้วกใส่เสื้อผมน่ะครับ” “...” โดนย้ำเข้าเต็มเปาเลย เธอห่อไหล่หน้ายู่ “ขอโทษ ฉันเอาไปซักให้นะ” “ผมส่งซักที่ร้านสะดวกซักใกล้ๆ นี้แล้วครั
ทัตสึโตะจะรู้ตัวไหมนะ พอเข้ามาในห้องที่มิฮิเมะจองรอเอาไว้ ขณะทุกคนทักทายพร้อมจัดเตรียมจานกับตะเกียบให้ โมโมะก็รีบนั่งลงบนเบาะที่ว่าง เพราะเป็นที่นั่งแบบฝังลงพื้นเลยฉวยโอกาสกำนิ้วมือใต้โต๊ะปรับอารมณ์ ตอนนั้นมัวแต่ใจเสียว่าพรรคพวกน้อยลง หากพอรู้ว่าพวกมิฮิเมะแกล้งให้เธอได้อยู่กับทัตสึโตะสองคนก็เกือบกลั้นยิ้มไม่อยู่ น่าอายก็จริง แต่ดีใจมากกว่าที่พวกเพื่อนของเขาคอยสร้างโอกาสให้ ระหว่างทางเดินมาถึงต้องรีบเดิน กลัวว่าตัวเองจะหลุดสีหน้าไป วันนี้ทัตสึโตะก็เท่มากเลยด้วย ไม่รู้ว่าที่หน้าร้อนผ่าวตอนนี้เป็นเพราะเข้ามานั่งใกล้เตาร้อนๆ หรือเป็นเพราะสาเหตุอื่นกันแน่ หากปลายนิ้วก็กระตุกเมื่อทัตสึโตะเข้ามานั่งข้างๆ “ว่าไง เป็นไงบ้าง ต้องไปย้ำซ้ำเติมอะไรเจ้าเด็กนั่นอีกไหม” มิฮิเมะเอ่ยทักยักคิ้ว “แต่ทัตสึทั้งคน ไม่มีปัญหาอยู่แล้วมั้ง” “ก็ไม่มีน่ะสิ” ทัตสึโตะตอบกลับพลางกลั้วหัวเราะเล็กน้อย “ใจปลาซิวกว่าที่คิด ขู่นิดหน่อยก็ได้แล้ว” ...จะว่าไปแล้ว โมโมะเงยหน้า “แล้วเรื่องใบบันทึกประจำวันล่ะ ทัตสึคุงไปแจ้งเรื่องไว้ตอนไหน ฉันไม่เ
ทัตสึโตะมองตามมือที่จับจูงตนเองไว้ตลอดถึงปลายผมตัดสั้นที่ขยับไปมาอย่างอารมณ์ดี เรื่องมือนี่ก็เหมือนกัน คงคึกจนทำเรื่องอะไรที่ไม่เคยทำ ขนาดลงจากรถบัสมาถึงย่านการค้าอันเป็นที่ตั้งของร้านเนื้อย่างที่พวกมิฮิเมะนัดไว้ โมโมะยังยิ้มไม่หุบเลย ทั้งฮัมเพลงกระท่อนกระแท่นเผื่อแผ่มาให้รอบข้างอีกต่างหาก ตอนแรกก็เห็นว่าใจฝ่อถึงได้ให้จับมือไว้จนจบเรื่อง แต่ตอนนี้ดูอารมณ์ดีจนน่าคิดว่าถ้าเขาปล่อยมือ อีกฝ่ายจะลอยขึ้นฟ้าเลยรึเปล่า ในหัวนึกภาพกระต่ายโมโมะลอยไปกับลูกโป่ง แต่ก่อนจะลอยไปถึงชั้นอวกาศ โมโมะตัวจริงก็หยุดเดิน “ทัตสึคุง วันนี้ขอบคุณนะ” เขากะพริบตาปริบหนึ่งเมื่ออีกฝ่ายหันมายิ้มให้ “ไม่หรอกครับ ผมแค่ทำตามใจตัวเอง ...ดีที่ฝ่ายนั้นลนจนจบง่ายกว่าที่คิด” ทัตสึโตะกล่าวพลางหลุบมองมือที่ยังไม่ปล่อย “ไม่ใช่เหตุผลที่รุ่นพี่ดีใจขนาดนั้นหรอก” “ไม่ดีใจได้ยังไง ทัตสึคุงช่วยจัดการแถมพูดให้หมดจนฉันไม่ต้องทำอะไรเลย เท่สุดๆ อ้อ วันนี้เพื่อเป็นการตอบแทน ฉันขอเป็นคนเลี้ยงมื้อเย็นให้ทุกคนเลยแล้วกันนะ ได้เงินคืนมาตั้งเยอะด้วยนี่นา~”
และทันทีที่อยู่นอกสายตาจากคนอื่น เขาลดมุมปากลงเล็กน้อยพลางมองหน้าคู่กรณีตรงหน้าทีละคน ตอนนี้ก็เวลาเย็นแล้ว ถ้าจบเรื่องเร็วหน่อยก็คงดี “อยากให้ขอโทษเหรอครับ หรือว่าชดใช้ค่าเสียหาย”“เฮ้ ทัตสึ”ชูยะขมวดคิ้วรั้งด้านหลัง แต่ทัตสึโตะก็เพียงยกมือห้าม“ถ้าอยากให้ขอโทษ น่าเสียดายที่เพื่อนผมคงขอโทษพวกคุณได
ซึ่งราวกับตอบรับความสงสัย ทางนั้นก็เหมือนจะแยกย้ายพอดี ต่างฝ่ายต่างแลกแอ็กเคานต์ SNS กันยกเว้นเธอที่พวกเขาแอบมอง ชูยะมองแล้วถึงได้ถอนหายใจอีกหนคล้ายโล่งใจ กระทั่งกลุ่มฝ่ายชายออกจากร้านไปก่อน เหลือแค่ฝ่ายหญิงที่ยังนั่งคุยกันต่อไม่มีไปร้านสอง ทัตสึโตะคิด พวกนัดบอด ถ้าไม่ได้มีไปต่อก็แสดงความนัยว่าล้ม
ไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว ทว่าเธอก็ตื่นเพราะสมาร์ตโฟนกำลังสั่นสะเทือนอยู่ข้างหมอน แสงแดดสีแสดลอดผ่านผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทแยงตาจนต้องหยีตาลง โมโมะขยี้ตาเล็กน้อย หยิบต้นตอการปลุกมาดูด้วยสมองที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ จนเห็นการแจ้งเตือนแชตจากเพื่อนในสายงานเสริมเดียวกันเด้งขึ้นมาเป็นสิบข้อคว
“เอ๊ะ ห้องฉันอยู่ถัดไปแค่สองห้องเองนะ”ก็ไปส่งอยู่ดี ไม่อยากให้พวกชูยะมาซักถามตอนนี้ด้วย ดังนั้นโดยไม่รอคำตอบจากหญิงสาว เขาคว้ากระเป๋าโน้ตบุ๊กมาสะพายให้เองแล้วเดินนำออกจากห้องทันที ทิ้งให้โมโมะตาโต รีบบอกขอบคุณคนอื่นก่อนรีบวิ่งเหยาะตามหลังจนแยกตัวออกมาสองคน“ทัตสึคุง ขอบคุณนะ คราวนี้ฉันจะตอบแทนดีๆ