Share

บทที่ 7

last update Huling Na-update: 2025-12-03 09:50:50

“เรื่องนั้น เรียบร้อยใช่ไหม”

เดย์ดึงรั้งไนท์เอาไว้ ก่อนจะกระซิบถามเบา ๆ ปล่อยให้แสงเหนือเดินนำเข้าร้านอาหารไป

“เอ่อ วันนี้อาจจะคีบไม่ได้ตุ๊กตา แต่กูกับมึงได้แสงเหนือกลับคอนโดแน่ ๆ”

เสียงหัวเราะแสนเจ้าเล่ห์ของทั้งคู่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นระรัว มันเต็มไปด้วยความคาดหวัง ราวกับการรอคอยที่ยืดเยื้อมานานกำลังจะสิ้นสุดลง

หลังจากมื้อเย็นจบลง ทั้งสามเดินกลับมาที่ลานจอดรถ เพื่อพาแสงเหนือกลับไปส่งที่หอพัก โดยมีไนท์เป็นคนขับและมีแสงเหนือนั่งอยู่ที่เบาะหลังเหมือนเคย เสียงเพลงดังคลอเบา ๆ จากในรถทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและผ่อนคลายมากขึ้น

“วันนี้สนุกมากเลยค่ะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับหนังสือนะคะ”

แสงเหนือยังคงพูดเจื้อยแจ้วเสียงใส พลางเอนหลังพิงเบาะอย่างผ่อนคลาย ดวงตากลมใสยังเจือแววความสนุกสดใส จากตอนเล่นตู้คีบตุ๊กตาไม่จางหาย

“เสียดายที่พวกพี่คีบตุ๊กตาให้เหนือไม่ได้ แต่ครั้งหน้าพี่จะไม่พลาดเลยสัญญา”

เดย์เอ่ยเสียงนิ่ง พร้อมยกยิ้มที่มุมปากอย่างมั่นใจ เพราะเขาได้แอดไลน์เจ้าของตู้เพื่อสั่งตู้คีบตุ๊กตามาส่งที่คอนโดไว้เรียบร้อย ครั้งหน้าเขาจะต้องฝึกมือ แล้วพาคนตัวเล็กกลับไปคีบตุ๊กตาด้วยกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้นเขาจะต้องคีบตุ๊กตาได้แน่นอน

เสียงเครื่องยนต์ดับลง พร้อมรถหรูสีดำเคลื่อนตัวมาจอดสนิทตรงลานหน้าหอพักเล็ก ๆ ที่มีผู้คนไม่ค่อยพลุ่งพล่านมากนัก

“ถึงแล้วค่ะ เหนือไปก่อนนะคะ”

แสงเหนือพูดบอกกับทั้งสองคนพลางหันไปยิ้มให้ ดวงตากลมโตทอประกายระยิบระยับจนคนมองแทบละสายตาไม่ได้

“เดี๋ยวพี่กับไอ้ไนท์ขึ้นไปส่ง” เดย์พูดเสียงเรียบแต่แฝงน้ำหนักของความห่วงใย

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว”

“หนังสือตั้งเยอะ จะขนขึ้นไปคนเดียวได้ยังไง ขึ้นไปด้วยเถอะ ดึกแล้วมันไม่ปลอดภัย”

ไนท์ที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยเอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่มั่นคงบ่งบอกว่าเขาจริงจังและไม่ยอมให้เธอขึ้นไปคนเดียวเพียงลำพัง ทำเอาหญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างยอมจำนน เพราะมันก็จริงอย่างที่คนตัวโตบอก เธอไม่มีทางยกหนังสือทั้งหมดนี้ด้วยตัวเดียวได้แน่นอน

“ก็ได้ค่ะ”

ทั้งสามคนเดินเคียงกัน เข้าไปในอาคารสีขาว เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสะท้อน ไปตามทางเดินที่สว่างด้วยหลอดไฟนีออน แสงเหนือเดินนำหน้าพวกเขาเล็กน้อย ปล่อยให้สองแฝดตามมาด้านหลังในระยะไม่ห่างกันมากนัก

เดย์และไนท์เดินต่อไปเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร สายตาคมทอดมองแผ่นหลังบางตรงหน้าลุ้นระทึก ยิ่งเข้าใกล้ประตูห้องพักของเธอมากเท่าไหร่ หัวใจของพวกเขาก็บีบรัดตัวด้วยความตื่นเต้น กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นก่อนประตูจะถูกเปิดออก เผยให้เห็นห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาด อ่อนโยนไม่ต่างจากกลิ่นกายของเจ้าของห้อง

“เอ๊ะ?”

เรียวคิ้วบางขมวดเข้าหากันด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจ เพราะประตูห้องที่ควรจะปิดล็อกเอาไว้ มันกลับไม่ได้ปิดสนิทอย่างที่มันควรจะเป็น

แสงเหนือเดินเข้าไปในห้องช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องทุกอย่างในห้องที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยกลับถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย จนกระทั่งปลายเท้าเผลอเตะเข้ากับบางสิ่งที่กลิ้งอยู่กับพื้น

ลิ้นชักโต๊ะทำงานเปิดออก เอกสารกองเกลือนเต็มพื้น ผ้าคลุมเตียงถูกดึงออกจนยับยู่ยี่ แม้แต่ประตูตู้เสื้อผ้าก็แง้มออกเหมือนมีใครเพิ่งเข้ามาค้นหาอะไรบางอย่าง

“พะ…พี่เดย์…พะ...พี่ไนท์”

เสียงลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด เนื้อตัวสั่นไหวด้วยความรู้สึกหวาดกลัว จนเสียงร้องเรียกสั่นเครือ ฟังแทบไม่เป็นภาษา คนตัวโตทั้งสองคนที่อุ้มกล่องลังรีบเดินเข้ามาหาทันที

“เหนือ?”

ไนท์มองแสงเหนือยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความตกใจและหวาดกลัว หยาดน้ำตาเอ่อคลอเต็มใบหน้า

“ชะ ช่วยด้วยค่ะ มีคนเข้ามา มีโจรเข้าห้องเหนือ”

ร่างสูงไม่รอช้า วงแขนแกร่งดึงโอบรวบร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะกวาดตามองทั่วห้องทันที แล้วส่งต่อคนตัวเล็กให้เดย์ดูแล

“หนูไปอยู่กับไอ้เดย์ก่อน พี่จะจัดการตรงนี้เอง”

“มึงไปเหอะ กูอยู่เหนือเอง”

ไนท์ส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของเดย์อย่างอ่อนโยน ก่อนจะเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ห้อง มือหนาของไนท์เอื้อมไปแตะขอบประตูตู้เสื้อผ้าใบเล็กสีน้ำตาลที่ถูกเปิดออก

สิ่งที่วางกองตรงหน้าทำเอาเขานึกโมโห ที่คนพวกนั้นรื้อค้นจนชุดชั้นในลายลูกไม้หลากสีของแสงเหนือออกกองอยู่ตรงหน้า สองมือกำหมัดแน่น สูดลมหายใจเข้าไปจนสุดปอดแล้วถอนหายใจออกมาช้า ๆ อย่างใจเย็น เพื่อระงับอารณ์และความโกรธ

แต่เขาก็พูดอะไรออกมาไม่ได้ นอกจากข่มความไม่พอใจเอาไว้แล้วแสร้งเดินสำรวจทุกอย่างภายในห้องต่อไป

“พวกมันไปแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว”

เขาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น ก่อนจะปรายตามองฝาแฝดของตัวเองเพื่อส่งสัญญาณบอกให้รู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี แล้วแยกตัวออกไปแล้วกดส่งข้อความหาใครบางคนที่เขาเพิ่งโทรหาก่อนหน้านี้ เพราะเขาย้ำนักย้ำหนาอย่ายุ่งกับของใช้ส่วนตัว ‘แล้วนี่พวกมันทำงานยังไงถึงมายุ่งกับชุดชั้นในของแสงเหนือได้’

“เหนือ เช็กก่อนมีอะไรหายหรือเปล่า”

หญิงสาวพยักหน้ารับเบา ๆ เธอทำเพียงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอีกครั้ง เพื่อมองหาบางสิ่ง บางอย่างที่มีความหมายต่อความรู้สึกมากกว่าสิ่งของมีค่า แต่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนเธอก็มองหาสิ่งนั้นไม่เจอ

“รูปของเราสามคนตอนเด็กที่วางบนหัวเตียงหายไปค่ะ”

ทั้งสองแฝดสบตากัน แววตาอบอุ่นเมื่อครู่หายไปอย่างสิ้นเชิง หลงเหลือเพียงความเงียบงัน และแรงกดดันที่แผ่กระจายออกมาจนความรู้สึกอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้อง

เดย์ยกมือขึ้นเสยผมตัวเอง เพื่อระงับอารมณ์ ไม่รู้ว่าไอ้ไนท์สั่งคนของที่บ้านยังไง ถึงทำรูปของพวกเขาสมัยเด็กหายไปด้วย ก่อนพูดเสียงกดต่ำออกมา เพื่อพาร่างบางกลับคอนโดตัวเองไม่งั้นเขาคงได้หลุดระเบิดอารมณ์จนความแตกแน่ ๆ

“คืนนี้เหนือไปอยู่คอนโดพี่ก่อน”

“แต่...”

“ไม่มีแต่ครับ ที่นี่ตอนนี้อันตรายเกินไปที่เหนือจะอยู่คนเดียว”

น้ำเสียงเขาแน่วแน่จนหญิงสาวต้องเงียบไป ไนท์หันมามองพี่ชายตัวเอง ก่อนเอ่ยขึ้นสมทบคำพูดนั้นให้มีน้ำหนักมากขึ้น

“เราไม่รู้ว่าคนที่ทำจะหวนกลับมาอีกไหม เพราะฉะนั้นตอนนี้หนูอยู่คนเดียวไม่ได้”

แสงเหนือเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ ดวงตายังคงสั่นไหวและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาสีใส

“เก็บของที่จำเป็น แล้วไปกับพี่นะครับ”

“แต่พวกชุดชั้นในไม่ต้องเอาไปนะ พวกมันเห็นหมดแล้วพี่ไม่ชอบ”

“ค่ะ?”

คนตัวเล็กหันกลับไปมองตามเสียงของไนท์อีกครั้ง ในขณะที่กำลังจะเดินออกมาไปพร้อมกับแฝดคนพี่ ด้วยความขวยเขินและความแปลกใจ ที่อยู่ ๆ เขาก็พูดถึงเรื่องชุดชั้นในของเธอ ก่อนจะผละตัวออกจากเดย์ด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนไปเก็บของใช้ส่วนตัวที่ไม่ควรให้ใครเห็น หลังจากที่เริ่มตั้งสติได้

“ไอ้ไนท์มัน มัน...มันหมายถึงว่ามันคงใส่ไม่ได้ เพราะ...เพราะ เพราะมันสกปรกหมดแล้ว พวกมันคงรื้อค้นเหยียบของใช้ไปทั่ว”

เดย์ได้แต่ถลึงสายตาใส่ฝาแฝดตัวเอง ที่เกือบจะแสดงพิรุธออกมาจนแสงเหนือจับได้ เพราะถ้าคนตัวเล็กเกิดเอะใจ หรือสังเกตเห็นขึ้นมาเพียงเล็กน้อย สถานการณ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นคงพังลงไม่เป็นท่า

“ใช่ ๆ พี่แค่จะบอกว่ามันสกปรก ไม่ต้องเอาอะไรไปหรอกเดียวพี่ซื้อให้ใหม่”

“เก็บแค่ของใช้ที่จำเป็น ส่วนรูปของเราพี่จะให้คนมาหาให้อีกที”

ดวงตาคมยังจับจ้องไปที่ข้าวของในห้องที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง ก่อนจะหันมาสบตากับแสงเหนือ เธอพยักหน้าเบา ๆ อย่างว่าง่ายก่อนจะเก็บของที่สำคัญใส่กระเป๋าตัวเองทันที

เธอพยายามไม่มองสภาพห้องอีก เพียงแค่คิดว่ามีใครบางคนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต มันก็บีบรัดความรู้สึกของเธอก็จนแทบหายใจไม่ออก

“ไปกับพี่ครับ”

ไนท์เดินไปหยุดที่ประตู สายตาคมกวาดมองทุกมุมห้อง ราวกับต้องการจดจำรายละเอียดที่เกิดขึ้นไว้ทั้งหมด เพื่อกลับไปเช็กบิลกับคนของตัวเองที่ทำงานไม่ได้เรื่อง

เมื่อทั้งสามลงมาถึงลานจอด รถยนต์หรูสีดำเคลื่อนออกไปจากหอพักอย่างเงียบงัน ภายในรถไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ

“เหนือจะได้กลับมาอยู่ที่นี่อีกไหมคะ”

เสียงของเธอยังคงสั่นไหว แม้จะรู้คำตอบดีแก่ใจว่าเธอคงต้องย้ายออกจากที่นี่ เพราะทั้งสองคนคงไม่ยอมให้เธอได้อยู่ต่อ รวมถึงตัวเธอเองก็ไม่มั่นใจว่าจะมีความกล้ามากพอจะอยู่ที่นี่ทั้ง ๆ ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้หรือไม่

“ไม่ต้องคิดมาก เดียวพวกพี่ช่วยหนูหาที่พักใหม่เอง แต่คืนนี้หนูไปอยู่กับพี่ชั่วคราวก่อนเพื่อความปลอดภัย” ไนท์ตอบสั้น ๆ

“พี่เห็นด้วยกับไอ้ไนท์ ยังไงความปลอดภัยก็ต้องมาก่อน”

เสียงของเดย์เรียบอ่อนลงจากเมื่อครู่ แต่ยังคงแฝงความหนักแน่นอยู่ในทุกถ้อยคำ แสงเหนือหลุบตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วยังสั่นไหว ขณะกำชายกระโปรงไว้แน่น จนสองแฝดอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดที่ทำให้ความสดใสของเธอหายไป

“เอาไว้พี่จะชดเชยเรื่องแย่ ๆ วันนี้ให้นะครับ”

“พี่ก็เหมือนกัน”

เสียงของเดย์เอ่ยบอกกับร่างบาง ตามมาด้วยเสียงของไนท์ ทำเอาแสงเหนือมองกลับมาด้วยมึนงงที่ทั้งสองคนพูดออกมาแบบนั้น แต่ก็คิดว่าเป็นเพราะพวกเขาเป็นห่วงและอยากชดเชยความรู้สึกให้เธอกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าการชดเชยที่พวกเขาหมายถึงไม่ใช่แค่ชดเชยที่เธอเจอเรื่องน่าตกใจ แต่มันรวมถึงเรื่องที่พวกเขาทำวันนี้ด้วย

“ค่ะ…”

คำตอบเบาแผ่วหลุดจากริมฝีปาก เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วพยักน้อย ๆ เป็นเชิงยอมรับ ก่อนจะเบือนสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ภายในรถเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์เดินเบา ๆ กับเสียงลมหายใจที่ยังไม่สม่ำเสมอของเธอเอง

ดวงตากลมโตทอดมองไฟถนนเรียงรายทอดผ่านใบหน้าซีดขาวของเธอ ที่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงสีส้มอุ่นจากไฟริมทาง พอผ่านไปไม่นานดวงตากลมโตที่ยังสั่นระริกก็ค่อย ๆ เริ่มสงบลง ลมหายใจเริ่มคงที่มากขึ้นทีละนิด

ไนท์และเดย์เหลือบมองจากกระจกมองหลัง เห็นร่างเล็กที่เอนตัวพิงกระจก ดวงตาเหม่อมองแสงไฟที่พาดผ่านไปทีละดวง

ทว่าแสงเหนือกลับไม่รู้เลยว่า สายตาของคนทั้งสองที่มองมาหาเธอผ่านกระจกมองหลัง มันเต็มไปด้วยความตั้งใจบางอย่าง ที่มากกว่าคำว่า รัก

ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาสองคนทำมันจะมากเกินไปหรือเปล่า แต่วันนี้พวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำและจะยอมรับสิ่งที่ตามมา และเขาจะชดเชยให้เธอแน่นอนไม่ว่าผลจะออกเป็นแบบไหน และอีกไม่นานเขาจะเป็นฝ่ายยอมรับความผิดที่ก่อขึ้นด้วยตัวเองแน่นอน
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 69

    “ไปครับ แต่พี่สองคนจะไปให้หมอแสงเหนือคนเดียวเท่านั้น”“คนบ้า”แสงเหนือต่อว่าทั้งสองคนด้วยท่าทีเง้างอน กว่าเธอจะรู้ตัวว่าโดนหลอก อารมณ์และความต้องการของเธอก็เริ่มไปไกลจนกู่ไม่กลับ“อ๊ะ อื้มมมม”ไนท์เอนตัวพิงบนหัวเตียง แล้วดึงร่างเล็กให้โน้มตัวตามมา ก่อนจะตะโบบจูบดูดนมทั้งสองเต้าหายเข้าไปในปาก โดยที่แ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 68

    “งั้นหันหน้ามานี้ครับ แล้วอมมันเข้าไปให้พี่หน่อย”ไนท์ที่เห็นว่าคนตัวเล็กเสร็จนำไปก่อน และคิดว่าแสงเหนือพร้อมที่จะรับตัวตนของพวกเขาแล้ว ก็จับร่างบางพลิกเข้าหาตัวเองมือหนาบีบคางเล็กเล็ก ๆ ให้เธออ้าปากออก ก่อนจะดันแท่งเอ็นร้อนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนเข้าไปในโพรงปากอ่อนนุ่มนั้นทันที“อ่าส์

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 67

    “อย่าใจร้ายกับผัวเลยนะครับ”ไนท์กับเดย์กลับหัวเราะในลำคอพร้อมกัน เสียงทุ้มต่ำแบบนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดจากอก“หนูไหวครับ แต่พี่ไม่ไหว”ทันทีที่พูดจบ เดย์ก็อุ้มเธอขึ้นทั้งตัว ด้วยเรียวแขนแกร่ง ร่างเล็กของเธอถูกอุ้มจนตัวลอย ก่อนถูกวางลงบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดแสงเหนือเผลอขยับถอยจนติดหัวเ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 66

    เสียงเพลงจากงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ค่อย ๆ เลือนหายไปและเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เมื่อเดย์เดินนำขึ้นบันไดหินอ่อนออกมา ก่อนจะเดินตรงเข้ามาในลิฟต์เพื่อกลับขึ้นไปยังห้องสวีทที่ใช้เป็นห้องหอในคืนนี้ทว่าประตูลิฟต์ยังไม่ทันได้ปิดลง ฝ่ามือหนาของไนท์ก็มาขวางเอาไว้ซะก่อน“กูไปด้วย”“หึ”ร่างสูงของคนสองก้าวออกมาจากประต

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 65

    หลังจากพิธีการจบลงและแสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แสงไฟสีทองอ่อน ๆ ก็เปิดขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยงที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นโซนอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดหรู แท่งไฟยาวประดับด้วยดวงดาวคริสตัลหลายพันดวง ทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงของออโรร่าจริง ๆ แสงเหนือ อยู่ในชุดเดรสสีขาวไข่มุกสั้นเหนือเข่า ปั

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 64

    เสียงไวโอลินบรรเลงเพลงหวานแผ่วเบา ประกายแสงสะท้อนจากคริสตัลที่แขวนเรียงกันเป็นม่านใส ๆ เป็นคลื่นซ้อนกันคล้ายกับแสงออโรร่า หรือแสงเหนือทางเดินยาวปูด้วยดอกกุหลาบสีขาว ตั้งแต่บันไดหินอ่อนด้านหน้าไปจนถึงซุ้มพิธีที่ล้อมรอบด้วยม่านผ้าชีฟองสีขาวสวยงามลงตัวราวกับฉากแต่งงานในเทพนิยายที่หลายคนใฝ่ฝันถึง งดงา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status