“เรื่องนั้น เรียบร้อยใช่ไหม”
เดย์ดึงรั้งไนท์เอาไว้ ก่อนจะกระซิบถามเบา ๆ ปล่อยให้แสงเหนือเดินนำเข้าร้านอาหารไป
“เอ่อ วันนี้อาจจะคีบไม่ได้ตุ๊กตา แต่กูกับมึงได้แสงเหนือกลับคอนโดแน่ ๆ”
เสียงหัวเราะแสนเจ้าเล่ห์ของทั้งคู่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นระรัว มันเต็มไปด้วยความคาดหวัง ราวกับการรอคอยที่ยืดเยื้อมานานกำลังจะสิ้นสุดลง
หลังจากมื้อเย็นจบลง ทั้งสามเดินกลับมาที่ลานจอดรถ เพื่อพาแสงเหนือกลับไปส่งที่หอพัก โดยมีไนท์เป็นคนขับและมีแสงเหนือนั่งอยู่ที่เบาะหลังเหมือนเคย เสียงเพลงดังคลอเบา ๆ จากในรถทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและผ่อนคลายมากขึ้น
“วันนี้สนุกมากเลยค่ะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับหนังสือนะคะ”
แสงเหนือยังคงพูดเจื้อยแจ้วเสียงใส พลางเอนหลังพิงเบาะอย่างผ่อนคลาย ดวงตากลมใสยังเจือแววความสนุกสดใส จากตอนเล่นตู้คีบตุ๊กตาไม่จางหาย
“เสียดายที่พวกพี่คีบตุ๊กตาให้เหนือไม่ได้ แต่ครั้งหน้าพี่จะไม่พลาดเลยสัญญา”
เดย์เอ่ยเสียงนิ่ง พร้อมยกยิ้มที่มุมปากอย่างมั่นใจ เพราะเขาได้แอดไลน์เจ้าของตู้เพื่อสั่งตู้คีบตุ๊กตามาส่งที่คอนโดไว้เรียบร้อย ครั้งหน้าเขาจะต้องฝึกมือ แล้วพาคนตัวเล็กกลับไปคีบตุ๊กตาด้วยกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้นเขาจะต้องคีบตุ๊กตาได้แน่นอน
เสียงเครื่องยนต์ดับลง พร้อมรถหรูสีดำเคลื่อนตัวมาจอดสนิทตรงลานหน้าหอพักเล็ก ๆ ที่มีผู้คนไม่ค่อยพลุ่งพล่านมากนัก
“ถึงแล้วค่ะ เหนือไปก่อนนะคะ”
แสงเหนือพูดบอกกับทั้งสองคนพลางหันไปยิ้มให้ ดวงตากลมโตทอประกายระยิบระยับจนคนมองแทบละสายตาไม่ได้
“เดี๋ยวพี่กับไอ้ไนท์ขึ้นไปส่ง” เดย์พูดเสียงเรียบแต่แฝงน้ำหนักของความห่วงใย
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว”
“หนังสือตั้งเยอะ จะขนขึ้นไปคนเดียวได้ยังไง ขึ้นไปด้วยเถอะ ดึกแล้วมันไม่ปลอดภัย”
ไนท์ที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยเอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่มั่นคงบ่งบอกว่าเขาจริงจังและไม่ยอมให้เธอขึ้นไปคนเดียวเพียงลำพัง ทำเอาหญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างยอมจำนน เพราะมันก็จริงอย่างที่คนตัวโตบอก เธอไม่มีทางยกหนังสือทั้งหมดนี้ด้วยตัวเดียวได้แน่นอน
“ก็ได้ค่ะ”
ทั้งสามคนเดินเคียงกัน เข้าไปในอาคารสีขาว เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสะท้อน ไปตามทางเดินที่สว่างด้วยหลอดไฟนีออน แสงเหนือเดินนำหน้าพวกเขาเล็กน้อย ปล่อยให้สองแฝดตามมาด้านหลังในระยะไม่ห่างกันมากนัก
เดย์และไนท์เดินต่อไปเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร สายตาคมทอดมองแผ่นหลังบางตรงหน้าลุ้นระทึก ยิ่งเข้าใกล้ประตูห้องพักของเธอมากเท่าไหร่ หัวใจของพวกเขาก็บีบรัดตัวด้วยความตื่นเต้น กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นก่อนประตูจะถูกเปิดออก เผยให้เห็นห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาด อ่อนโยนไม่ต่างจากกลิ่นกายของเจ้าของห้อง
“เอ๊ะ?”
เรียวคิ้วบางขมวดเข้าหากันด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจ เพราะประตูห้องที่ควรจะปิดล็อกเอาไว้ มันกลับไม่ได้ปิดสนิทอย่างที่มันควรจะเป็น
แสงเหนือเดินเข้าไปในห้องช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องทุกอย่างในห้องที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยกลับถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย จนกระทั่งปลายเท้าเผลอเตะเข้ากับบางสิ่งที่กลิ้งอยู่กับพื้น
ลิ้นชักโต๊ะทำงานเปิดออก เอกสารกองเกลือนเต็มพื้น ผ้าคลุมเตียงถูกดึงออกจนยับยู่ยี่ แม้แต่ประตูตู้เสื้อผ้าก็แง้มออกเหมือนมีใครเพิ่งเข้ามาค้นหาอะไรบางอย่าง
“พะ…พี่เดย์…พะ...พี่ไนท์”
เสียงลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด เนื้อตัวสั่นไหวด้วยความรู้สึกหวาดกลัว จนเสียงร้องเรียกสั่นเครือ ฟังแทบไม่เป็นภาษา คนตัวโตทั้งสองคนที่อุ้มกล่องลังรีบเดินเข้ามาหาทันที
“เหนือ?”
ไนท์มองแสงเหนือยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความตกใจและหวาดกลัว หยาดน้ำตาเอ่อคลอเต็มใบหน้า
“ชะ ช่วยด้วยค่ะ มีคนเข้ามา มีโจรเข้าห้องเหนือ”
ร่างสูงไม่รอช้า วงแขนแกร่งดึงโอบรวบร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะกวาดตามองทั่วห้องทันที แล้วส่งต่อคนตัวเล็กให้เดย์ดูแล
“หนูไปอยู่กับไอ้เดย์ก่อน พี่จะจัดการตรงนี้เอง”
“มึงไปเหอะ กูอยู่เหนือเอง”
ไนท์ส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของเดย์อย่างอ่อนโยน ก่อนจะเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ห้อง มือหนาของไนท์เอื้อมไปแตะขอบประตูตู้เสื้อผ้าใบเล็กสีน้ำตาลที่ถูกเปิดออก
สิ่งที่วางกองตรงหน้าทำเอาเขานึกโมโห ที่คนพวกนั้นรื้อค้นจนชุดชั้นในลายลูกไม้หลากสีของแสงเหนือออกกองอยู่ตรงหน้า สองมือกำหมัดแน่น สูดลมหายใจเข้าไปจนสุดปอดแล้วถอนหายใจออกมาช้า ๆ อย่างใจเย็น เพื่อระงับอารณ์และความโกรธ
แต่เขาก็พูดอะไรออกมาไม่ได้ นอกจากข่มความไม่พอใจเอาไว้แล้วแสร้งเดินสำรวจทุกอย่างภายในห้องต่อไป
“พวกมันไปแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว”
เขาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น ก่อนจะปรายตามองฝาแฝดของตัวเองเพื่อส่งสัญญาณบอกให้รู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี แล้วแยกตัวออกไปแล้วกดส่งข้อความหาใครบางคนที่เขาเพิ่งโทรหาก่อนหน้านี้ เพราะเขาย้ำนักย้ำหนาอย่ายุ่งกับของใช้ส่วนตัว ‘แล้วนี่พวกมันทำงานยังไงถึงมายุ่งกับชุดชั้นในของแสงเหนือได้’
“เหนือ เช็กก่อนมีอะไรหายหรือเปล่า”
หญิงสาวพยักหน้ารับเบา ๆ เธอทำเพียงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอีกครั้ง เพื่อมองหาบางสิ่ง บางอย่างที่มีความหมายต่อความรู้สึกมากกว่าสิ่งของมีค่า แต่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนเธอก็มองหาสิ่งนั้นไม่เจอ
“รูปของเราสามคนตอนเด็กที่วางบนหัวเตียงหายไปค่ะ”
ทั้งสองแฝดสบตากัน แววตาอบอุ่นเมื่อครู่หายไปอย่างสิ้นเชิง หลงเหลือเพียงความเงียบงัน และแรงกดดันที่แผ่กระจายออกมาจนความรู้สึกอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้อง
เดย์ยกมือขึ้นเสยผมตัวเอง เพื่อระงับอารมณ์ ไม่รู้ว่าไอ้ไนท์สั่งคนของที่บ้านยังไง ถึงทำรูปของพวกเขาสมัยเด็กหายไปด้วย ก่อนพูดเสียงกดต่ำออกมา เพื่อพาร่างบางกลับคอนโดตัวเองไม่งั้นเขาคงได้หลุดระเบิดอารมณ์จนความแตกแน่ ๆ
“คืนนี้เหนือไปอยู่คอนโดพี่ก่อน”
“แต่...”
“ไม่มีแต่ครับ ที่นี่ตอนนี้อันตรายเกินไปที่เหนือจะอยู่คนเดียว”
น้ำเสียงเขาแน่วแน่จนหญิงสาวต้องเงียบไป ไนท์หันมามองพี่ชายตัวเอง ก่อนเอ่ยขึ้นสมทบคำพูดนั้นให้มีน้ำหนักมากขึ้น
“เราไม่รู้ว่าคนที่ทำจะหวนกลับมาอีกไหม เพราะฉะนั้นตอนนี้หนูอยู่คนเดียวไม่ได้”
แสงเหนือเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ ดวงตายังคงสั่นไหวและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาสีใส
“เก็บของที่จำเป็น แล้วไปกับพี่นะครับ”
“แต่พวกชุดชั้นในไม่ต้องเอาไปนะ พวกมันเห็นหมดแล้วพี่ไม่ชอบ”
“ค่ะ?”
คนตัวเล็กหันกลับไปมองตามเสียงของไนท์อีกครั้ง ในขณะที่กำลังจะเดินออกมาไปพร้อมกับแฝดคนพี่ ด้วยความขวยเขินและความแปลกใจ ที่อยู่ ๆ เขาก็พูดถึงเรื่องชุดชั้นในของเธอ ก่อนจะผละตัวออกจากเดย์ด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนไปเก็บของใช้ส่วนตัวที่ไม่ควรให้ใครเห็น หลังจากที่เริ่มตั้งสติได้
“ไอ้ไนท์มัน มัน...มันหมายถึงว่ามันคงใส่ไม่ได้ เพราะ...เพราะ เพราะมันสกปรกหมดแล้ว พวกมันคงรื้อค้นเหยียบของใช้ไปทั่ว”
เดย์ได้แต่ถลึงสายตาใส่ฝาแฝดตัวเอง ที่เกือบจะแสดงพิรุธออกมาจนแสงเหนือจับได้ เพราะถ้าคนตัวเล็กเกิดเอะใจ หรือสังเกตเห็นขึ้นมาเพียงเล็กน้อย สถานการณ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นคงพังลงไม่เป็นท่า
“ใช่ ๆ พี่แค่จะบอกว่ามันสกปรก ไม่ต้องเอาอะไรไปหรอกเดียวพี่ซื้อให้ใหม่”
“เก็บแค่ของใช้ที่จำเป็น ส่วนรูปของเราพี่จะให้คนมาหาให้อีกที”
ดวงตาคมยังจับจ้องไปที่ข้าวของในห้องที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง ก่อนจะหันมาสบตากับแสงเหนือ เธอพยักหน้าเบา ๆ อย่างว่าง่ายก่อนจะเก็บของที่สำคัญใส่กระเป๋าตัวเองทันที
เธอพยายามไม่มองสภาพห้องอีก เพียงแค่คิดว่ามีใครบางคนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต มันก็บีบรัดความรู้สึกของเธอก็จนแทบหายใจไม่ออก
“ไปกับพี่ครับ”
ไนท์เดินไปหยุดที่ประตู สายตาคมกวาดมองทุกมุมห้อง ราวกับต้องการจดจำรายละเอียดที่เกิดขึ้นไว้ทั้งหมด เพื่อกลับไปเช็กบิลกับคนของตัวเองที่ทำงานไม่ได้เรื่อง
เมื่อทั้งสามลงมาถึงลานจอด รถยนต์หรูสีดำเคลื่อนออกไปจากหอพักอย่างเงียบงัน ภายในรถไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ
“เหนือจะได้กลับมาอยู่ที่นี่อีกไหมคะ”
เสียงของเธอยังคงสั่นไหว แม้จะรู้คำตอบดีแก่ใจว่าเธอคงต้องย้ายออกจากที่นี่ เพราะทั้งสองคนคงไม่ยอมให้เธอได้อยู่ต่อ รวมถึงตัวเธอเองก็ไม่มั่นใจว่าจะมีความกล้ามากพอจะอยู่ที่นี่ทั้ง ๆ ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้หรือไม่
“ไม่ต้องคิดมาก เดียวพวกพี่ช่วยหนูหาที่พักใหม่เอง แต่คืนนี้หนูไปอยู่กับพี่ชั่วคราวก่อนเพื่อความปลอดภัย” ไนท์ตอบสั้น ๆ
“พี่เห็นด้วยกับไอ้ไนท์ ยังไงความปลอดภัยก็ต้องมาก่อน”
เสียงของเดย์เรียบอ่อนลงจากเมื่อครู่ แต่ยังคงแฝงความหนักแน่นอยู่ในทุกถ้อยคำ แสงเหนือหลุบตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วยังสั่นไหว ขณะกำชายกระโปรงไว้แน่น จนสองแฝดอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดที่ทำให้ความสดใสของเธอหายไป
“เอาไว้พี่จะชดเชยเรื่องแย่ ๆ วันนี้ให้นะครับ”
“พี่ก็เหมือนกัน”
เสียงของเดย์เอ่ยบอกกับร่างบาง ตามมาด้วยเสียงของไนท์ ทำเอาแสงเหนือมองกลับมาด้วยมึนงงที่ทั้งสองคนพูดออกมาแบบนั้น แต่ก็คิดว่าเป็นเพราะพวกเขาเป็นห่วงและอยากชดเชยความรู้สึกให้เธอกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าการชดเชยที่พวกเขาหมายถึงไม่ใช่แค่ชดเชยที่เธอเจอเรื่องน่าตกใจ แต่มันรวมถึงเรื่องที่พวกเขาทำวันนี้ด้วย
“ค่ะ…”
คำตอบเบาแผ่วหลุดจากริมฝีปาก เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วพยักน้อย ๆ เป็นเชิงยอมรับ ก่อนจะเบือนสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ภายในรถเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์เดินเบา ๆ กับเสียงลมหายใจที่ยังไม่สม่ำเสมอของเธอเอง
ดวงตากลมโตทอดมองไฟถนนเรียงรายทอดผ่านใบหน้าซีดขาวของเธอ ที่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงสีส้มอุ่นจากไฟริมทาง พอผ่านไปไม่นานดวงตากลมโตที่ยังสั่นระริกก็ค่อย ๆ เริ่มสงบลง ลมหายใจเริ่มคงที่มากขึ้นทีละนิด
ไนท์และเดย์เหลือบมองจากกระจกมองหลัง เห็นร่างเล็กที่เอนตัวพิงกระจก ดวงตาเหม่อมองแสงไฟที่พาดผ่านไปทีละดวง
ทว่าแสงเหนือกลับไม่รู้เลยว่า สายตาของคนทั้งสองที่มองมาหาเธอผ่านกระจกมองหลัง มันเต็มไปด้วยความตั้งใจบางอย่าง ที่มากกว่าคำว่า รัก
ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาสองคนทำมันจะมากเกินไปหรือเปล่า แต่วันนี้พวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำและจะยอมรับสิ่งที่ตามมา และเขาจะชดเชยให้เธอแน่นอนไม่ว่าผลจะออกเป็นแบบไหน และอีกไม่นานเขาจะเป็นฝ่ายยอมรับความผิดที่ก่อขึ้นด้วยตัวเองแน่นอน