เข้าสู่ระบบเสิ่นเยว่หลันโอบรอบคอแกร่ง พลอยขยับกายตอบรับจังหวะการหลอมรวมที่ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจากความนุ่มนวลเป็นความเร่าร้อนและดุดันตามอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น เสียงอาภรณ์กระทบเตียงและเสียงหายใจสะท้อนในความมืด คืนแรกภายใต้เงาแห่งอำนาจ ดำเนินไปอย่างลึกซึ้งและผนึกหัวใจสองดวงไว้ด้วยกันท่ามกลางความเสน่หาที่ไร้ทางถอนตัว
นางก้าวขึ้นเตียงและนอนลงข้างเขา สัมผัสจากริมฝีปากของหยางเจิ้นเทียนแนบชิดลงมาอย่างหนักแน่นและเอาแต่ใจ รสสัมผัสเต็มไปด้วยความดุดันและทรงอำนาจ สมกับเป็นผู้ปกครองเหนือคนนับแสน ร่างบางของเสิ่นเยว่หลันแข็งเกร็งไปชั่วขณะภายใต้อกแกร่งที่ทับท้อนลงมา ไออุ่นจากผิวกายและลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะปนกับกลิ่นหอมอ่อน
ชายหนุ่มก้าวเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าเงียบขึมมองมาที่นางที่นั่งมองเขาอย่างเงียบงันโดยไม่พูดสิ่งใดออกมา นางค่อยๆ ลุกขึ้น ใช้มือขวาทับมือซ้ายไว้ตรงหน้าโน้มตัวเล็กน้อยตามที่นางกำนัลสอนนางมา ถือเป็นการคารวะเจ้าแคว้น “ต้าหวาง” นางเรียกเขาด้วยตำแหน่งของเขา เขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อย “เจ้ารอข้าน
การเป็นสตรีของต้าหวางไม่ได้หมายถึงการได้อยู่ใกล้คนที่รักเพียงอย่างเดียว มันหมายถึงการก้าวเข้าสู่โลกที่มีทั้งอำนาจ การเมือง และการแย่งชิง โลกที่ความโปรดปรานอาจทำให้คนหนึ่งสูงขึ้นในชั่วข้ามคืน และความริษยาอาจทำให้อีกคนตกต่ำได้ในเวลาเดียวกัน ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจอย่างไม่อาจห้าม หากวันหนึ่งนางตั้งค
ยามค่ำคืนคลี่คลุมพระราชวังซีอวี้ด้วยความเงียบงัน แสงจันทร์สีเงินส่องผ่านช่องหน้าต่างลายฉลุ ทาบลงบนพื้นไม้ขัดมันเป็นริ้วบาง ๆ ขณะที่แสงจากตะเกียงและเชิงเทียนหลายสิบเล่มสั่นไหวอยู่ตามมุมห้อง กลิ่นกำยานอ่อนๆ ลอยปะปนกับกลิ่นดอกเหมยและดอกกุ้ยฮวาที่จัดไว้ในแจกันหยก เสียงสายลมยามราตรีลอดผ่านม่านลูกปัดดังแผ
แต่ในวังหลวง… ทุกอย่างเป็นสิ่งใหม่ ทุกคนมีฐานะ ทุกคำพูดมีความหมาย ทุกสายตาอาจเป็นการหยั่งเชิง และทุกคนต่างมีสิ่งที่ต้องการจากนาง “นายหญิงต้องมีครรภ์มังกรก่อนใครนะเจ้าคะ “ซูเยว่กล่าวอย่างจริงจัง มือของฝูอันที่กำลังนวดหัวไหล่ชะงักไปเพียงเสี้ยวหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล คำว่า’ ครรภ์มังกร
หลังจากกลับมาจากไท่จี้กงที่เก็บพระศพของอดีตต้าหวางแล้ว จ่างซุนอู๋จี้ก้าวเดินเข้าไปในตกกงมุ่งหน้าไปยังโถงเข้าไปยังเรือนเยว่จินซึ่งเป็นเรือนนอนของเขา เขานั่งลงบนสระน้ำขนาดใหญ่ น้ำภายในสระร้อนกรุ่นจนควันลอยขึ้นมาในอากาศ อีกทั้งสระน้ำแห่งนี้สามารถลงไปได้ถึงเจ็ดแปดคนเห็นจะได้ หวังเตอเทเหล้าดอกท้อที่ร้อน
จ่างซุนอู๋จี้ทอดกายนอนบนตั้งนอนในห้องรับรองในจวนของเจ้าเมืองหู่ ในมือหนาถือม้วนตำราทอดสายตามองตัวอักษรที่ปรากฏ สาวใช้เตรียมน้ำให้กับเขาเพื่อชำระร่างกาย โดยมีหยางจื่อและหวังเตออยู่ใกล้ไม่ห่างกายเพื่อดูแลความปลอดภัยของเขา “น้ำในอ่างพร้อมแล้วเพคะ” สาวใช้วัยกลางคนเอ่ยบอก หยางจื่อจึงเอาเข็มเงินจิ้มลงไปใ
จ่างซุนอู๋จี้ทอดสายตามองทหารของเมืองหู่ที่มีประมาณหนึ่งหมื่นคน โดยมีทหารหลวงของแคว้นหานมาสมทบอีกด้วย ซึ่งทหารของจ่างซุนอู๋จี้ของแคว้นซูมีเพียงหกพันคนเท่านั้น อู๋จี้ไสม้าไปยังหน้ากองทัพแคว้นซูพร้อมกับหยางจื่อและหวังเตอ เจ้าเมืองหู่ก็ไสม้าเพื่อมาเจรจากันก่อนทำศึกทุกครั้งที่ต้องส่งคนของมาเจรจาเสียก่อน
ชายหนุ่มใบหน้าของเขางดงามราวกับหยก ผิวพรรณขาวละเอียดดุจไข่มุก แต่ทว่าร่างกายกำยำสูงใหญ่ โดยมีความสูงประมาณหนึ่งจ้าง สูงต่างจากผู้คนทั่วไปมากพอสมควร ความสุขของเขาไม่เป็นอุปสรรคในการยกทัพจับศึกแต่อย่างใด แต่เขาสามารถบุกตีข้าศึกมานับไม่ถ้วน และชนะแทบทุกครั้ง ทำให้เขามีฉายาว่า มัจจุราชเดินดิน (1 จ้าง เท







