LOGINณ ลานประหารหน้าประตูเมืองทิศเหนือ ชาวเมืองหลวงนับพันคนเดินทางมารวมตัวกันแน่นขนัดระเบียงและสองฝั่งถนน เสียงก่นด่าและตะโกนสาปแช่งดังระงมไปทั่วบริเวณ เมื่อขบวนรถคุมนักโทษเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆ รกเกวียนไม้ขังเจิ้นอวี้และเจิ้นหวงที่อยู่ในสภาพหมดสิ้นสภาพขุนนางใหญ่ ผมผ่ารังแคร์ เสื้อผ้าขาดวิ่นเปรอะคราบ
ยามรุ่งอรุณของวันใหม่ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงแคว้นซีอวี้ฉาบไปด้วยสีแดงเพลิงดุจสายเลือด เมฆมืดครึ้มเคลื่อนตัวเข้ามาบดบังแสงอาทิตย์ยามเช้าจนไร้ซึ่งความอบอุ่น ไอหมอกหนาวเย็นจากยอดเขาหิมะทอดตัวยาวลงมาปกคลุมไปทั่วลานกว้างหน้าประตูเมืองทิศเหนือ ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดเอาใบไม้แห้งและเศษฝุ่นกรบเกลื่อนไปตามพื้นหิน ท
ณ หุบเขาอสูรคาย ชายแดนทิศเหนือ คืนนี้ฟ้ามืดมิดไร้แสงดวงดาว ควันหมอกหนาแน่นปกคลุมไปทั่วแนวป่าผืนใหญ่ ค่ายลับของกองทัพแคว้นหานถูกสร้างขึ้นอย่างมิดชิดในแอ่งกะทะกลางหุบเขา คบเพลิงส่องสว่างตามจุดคุมกัน และมีเวรยามเดินตรวจตราอย่างแน่นหนาทุกห้าก้าว หลี่จิ้นพร้อมด้วยเฉินโม่และองครักษ์เกราะดำซุ่มตัวอยู่บนย
"เจิ้นอวี้มีเวลาเหลือไม่มาก และเสียงร้องโฮ่ร้องของชาวเมืองก็ดังเกินไป... มันพูดได้เพียงคำเดียวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน..." ฉิ่งอินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกระซิบออกไป "มันพูดคำว่า... 'เว่ย'... ออกมาคำหนึ่งเพคะหวางโฮ่ว!" บรรยากาศภายในตำหนักเฟิ่งอี๋พลันเย็นเยียบลงในพริบตา ฉิ่งอินรีบก้
สายลมยามเช้าพัดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักฉลุลายวิหคสวรรค์ของ ตำหนักเฟิ่งอี๋ ไอเย็นจางๆ ลอยคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของชาอูหลงชั้นดีและกลิ่นมวลบุปผาที่ตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงกว้าง เว่ยซูฮองเฮาในชุดสีแดงชาดปักดิ้นทองลายหงส์เหิน ทรงยืนประทับอยู่เบื้องหน้ากระถางแจกันกระเบื้องเคลือบกวางตุ้งอย่างสง่างาม พ
"เจิ้นปาจื่อ... ไม่สิ บัดนี้เจ้าเป็นเพียงนักโทษหญิงตระกูลเจิ้นเท่านั้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำของต้าหวางดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงบ แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้หายใจลำบาก "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ารอยยิ้มและมารยาของเจ้าที่เคยใช้ออดอ้อนข้า จะสามารถลบล้างความผิดฐานขายชาติของตระกูลเจ้าได้?" "ต้าหวาง... หม่อม
วันที่สามมาไป๋ซู่ซู่ได้เดินเท้าเข้ามายังประตูเมืองหลวงทางทิศตะวันออก ในสภาพอิดโรยและมีบาดแผลตามตัวไม่มีเคล้าของความเป็นคุณหนูบุตรสาวลูกเจ้าเมืองลี่แม้แต่น้อย เมื่อนางก้าวเดินมาหน้าประตูเมืองหลวงและต่อแถวเข้าเมืองเพราะเมืองหลวงมีการป้องกันหนาแน่น ไม่ว่ารถพ่อค้าหรือรถของเหล่าขุนนางต่างโดนตรวจสอบทักหมด
ยามรุ่งอรุณมาเยือนในแคว้นซู แคว้นซูเป็นแคว้นทางเหนือสุดเหนือสองแคว้น โดยมีแคว้นตันอยู่ทางตะวันตก และแคว้นหานอยู่ทางทิศใต้ ใช้พรมแดนคือแม่น้ำ เทือกเขา และทะเลกว้างใหญ่ขวางกัน แคว้นซูถือว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดเหนือสามแคว้น เพราะมีทุกอย่างที่กล่าวในข้างต้น เมื่อถึงในฤดูน้ำหลาก ดินดอนลุ่มแม่น้ำจะตกลงมาสู่แ
จ่างซุนอู๋จี้ทอดกายนอนบนตั้งนอนในห้องรับรองในจวนของเจ้าเมืองหู่ ในมือหนาถือม้วนตำราทอดสายตามองตัวอักษรที่ปรากฏ สาวใช้เตรียมน้ำให้กับเขาเพื่อชำระร่างกาย โดยมีหยางจื่อและหวังเตออยู่ใกล้ไม่ห่างกายเพื่อดูแลความปลอดภัยของเขา “น้ำในอ่างพร้อมแล้วเพคะ” สาวใช้วัยกลางคนเอ่ยบอก หยางจื่อจึงเอาเข็มเงินจิ้มลงไปใ
หลังจากกลับมาจากไท่จี้กงที่เก็บพระศพของอดีตต้าหวางแล้ว จ่างซุนอู๋จี้ก้าวเดินเข้าไปในตกกงมุ่งหน้าไปยังโถงเข้าไปยังเรือนเยว่จินซึ่งเป็นเรือนนอนของเขา เขานั่งลงบนสระน้ำขนาดใหญ่ น้ำภายในสระร้อนกรุ่นจนควันลอยขึ้นมาในอากาศ อีกทั้งสระน้ำแห่งนี้สามารถลงไปได้ถึงเจ็ดแปดคนเห็นจะได้ หวังเตอเทเหล้าดอกท้อที่ร้อน







