LOGINการทำงานที่ผิดพลาดของสวรรค์ ทำอวี๋ถงต้องทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวพ่อค้าตกอับที่จวนกำลังจะถูกยึด!! ที่พึ่งเดียวคือแต่งงานกับอ๋องตาบอด แต่สวรรค์ยังมีเมตตา มอบวาจาสิทธิ์ให้เธอด้วย ฉันจะกลับมาร่ำรวยให้ได้!!
View Moreจู่ๆการผ่าตัดที่ผิดพลาดทำหญิงสาววัย25ปีอย่างอวี๋ถงวิญญาณหลุดออกจากร่าง ยังไม่ทันจะกลับเข้าไปใหม่ ก็ถูกใครบางคนลากมายังที่แห่งนึง
“ประทับตราตรงนี้ เจ้ามีนามว่าอะไร” สถานที่ที่มืดและเย็นเหยียบทำร่างบางห่อตัว “นาม? ชื่องั้นหรอ? ชื่อ หลี่อวี๋ถง ฉันชื่ออวี๋ถง” เธอตอบอย่างงงๆ แต่คนที่คุมบัญชีกลับเบิกตากว้าง “หลินโม่ เจ้าไปจับสตรีจากห้องใดมา!!” คราวนี้เหมือนทุกอย่างรอบตัววุ่นวาย การตรวจชื่อเธอซ้ำไปมาสร้างความตื่นตระหนกไม่น้อย “แย่แล้ว!! เราจับตัวมาผิดคน” “เจ้าพานางกลับไปเดี๋ยวนี้!!” ไม่ทันได้ตั้งตัว หลี่อวี๋ถงถูกพากลับมายังที่เดิม ห้องผ่าตัดที่ตอนนี้ทุกอย่างเงียบเฉียบ “มันตายได้ก็ดี ทีแรกฉันไม่ได้อยากจ่ายค่ารักษาพยาบาลมันนัก เห็นแก่ที่มันจะยอมแต่งงานแทนแกหรอกนะ แต่ตายแบบนี้ก็ดี!! เงินประกันก็เป็นของฉันทั้งหมด!!” เสียงป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องดังอยู่ไม่ไกล “คุณหมอ ฉีดยากันศพเน่าแล้วใช่ไหม แบบนั้นก็ฝังเลย!!” เธอได้แต่อ้าปากค้าง มองคนที่ควบคุมเธอด้วยสายตาอ่านยากก่อนจะแผดเสียงออกมาดังลั่น “พวกคุณต้องรับผิดชอบ พวกคุณจับวิญญาณไปผิด ฉันจะกลับเจ้าร่างยังไง!!” ผู้ชายคนนั้นทำหน้าตากลืนไม่เจ้าคลายไม่ออก “เจ้าใจเย็นลงหน่อนเถิด เรื่องนี้ท่านผู้ครองเมืองวิญญาณต้องช่วยได้” เขากำลังพาเธอกลับแต่เธอขืนแขนเอาไว้ “โทษฐานที่ทำฉันกลับไปไม่ได้ อย่าให้พวกมันเสวยสุขบนกองเงินของฉัน!!” เขามองเธออย่างคิดหนักก่อนจะยอมพยักหน้าเพราะเธอจ้องเขาไม่ลดละ “ข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้!!” ไม่นานรถดับเพลิงก็วุ่นไปทั่วเมือง “แย่แล้ว บริษัทประกันไฟไหม้ ไหม้จนคุมเพลิงไม่ได้เชียวแหละ!“ “จริงหรอ? แบบนี้ก็แย่สิใครจำเป็นต้องใช้เงินหากไม่มีหลักฐานไปยื่นบริษัทประกันไม่มีทางจ่ายหรอก เปิดดูระบบในมือถือเร็วเข้า!!” ทุกคนรีบกดทันที ไม่เว้นแม้แต่ป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องด้วย “แม่!! แย่แล้ว มือถือนังอวี๋เปิดไม่ติด!!” “ค้นหาบัตรมันสิ!!” กระเป๋าถือเธอถูกค้นกระจัดกระจาย “มะ ไม่มี!! ไม่มีได้ยังไง!!แบบนั้นเราจะไปฟ้องร้องเอาเงินได้ยังไง!!” เสียงสองแม่ลูกโวนวายทำผู้คนใกล้เคียงต่างนินทาว่าหวังเพียงเงินทอง “ทีนี้เจ้าพอใจแล้วใช่หรือไม่ รีบกลับไปที่นครวิญญาณเถอะ ท่านผู้คุมกฏต้องช่วยได้” ไม่นานเธอก็กลับมาที่เดิม “หลินโม่ เหตุใดจึงยังพานางกลับมา!!” “นางกลับเข้าร่างไม่ได้แล้วขอรับ นาง…ร่างนางถูกทำลายไปแล้ว” ปึ่ง!! “ต้องรีบแก้ไขก่อนประตูสวรรค์จะเปิด ไม่เช่นนั้นเราถูกขังคุกมืดแน่นอน!!” “ทุกคนรีบตรวจชื่อของคนที่ฆ่าตัวตายเดี๋ยวนี้!!” การทำงานเร็วรี่มาพร้อมกับแสงที่รำไรบริเวณขอบฟ้า “มีๆ แม่นางผู้นี้อยู่ที่เมืองคู่ขนาน ถึงจะเป็นยุคโบราณแต่นางทำผิดกฏสวรรค์ขอรับ!!” เธอมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างงงงวย “พวกท่านเอาแต่พูดกัน ไม่เห็นจะมีใครรับผิดขอบชีวิตฉันเลย!!” “เจ้าต้องไปที่นั่นเดี๋ยวนี้หากศพถูกทำลาย ดวงวิญญาณไม่มีที่ไปจะแตกสลายดับสูญ ไม่เวียนว่ายตายเกิดเช่นปกติ!! พวกข้าเองจะถูกไฟบรรลัยกัลป์แผดเผาเท่าอายุเจ้าเช่นกัน!!” เวลากระชั้นชิด เธอมองทุกคนอย่างคิดหนัก “ฉันไม่รู้จักที่นั่น จะใช้ชีวิตยังไง!!” “เช่นนั้นข้าจะให้พร เพื่อเอาชีวิตรอดเจ้าเลือกมา!!” นางใช้มือจิ้มปาก “พรงั้นหรอ?“ หัวสมองทำงานเร็วรี่ เธอคิดถึงงานขายที่เธอทำมาสิบปีตั้งแต่เด็ก ”ข้า…ขอพรให้วาจาข้าศักดิ์สิทธิ์!!”“พี่ชาย ข้าจำเป็นต้องเอาผักพวกนี้กลับไปจุนเจือครอบครัว หากข้าจะจ้างท่านไปที่ตัวเมืองเจียงหนาน ท่านคิดราคาข้าเท่าไหร่กัน” คนขับเกวียนมองร่างบอบบางแล้วถอนหายใจ“ที่นั่นไกลเกินไป ขนของไปแบบนี้เจ้าจ่ายค่าจ้างข้าไม่คุ้มหรอก แต่ว่าเฉียงเทียนหน่ะ จะไปเยี่ยมลูกเมียที่นั่นพอดี เจ้าลองถามเขาดูว่ามีพื้นที่ให้เจ้าติดเกวียนเขาไปด้วยหรือไม่”บุรุษรุ่นใหญ่พยักเพยินหน้าไปที่หนุ่มน้อยที่น่าจะอายุ15-16หนาวเท่านางตอนนี้“พี่ชาย ข้า…”“ข้าขอค่าเหนื่อยสัก5อีแปะก็แล้วกัน ถือว่าช่วยกัน แต่ข้าหน่ะ จอดที่เดียวคือตลาดหน้าอำเภอ หากจะไปต่อเจ้าหาทางเอาเอง” นางพยักหน้าอย่างดีใจ ก่อนจะเข็นผักมาวางไว้ โดยใช้ใบไม้ถมด้านบนไม่ให้รู้ว่าด้านในคือสิ่งใด“นี่เงินค่าผักเจ้าค่ะ” นางหยิบเงินออกมา10อีแปะก่อนยื่นให้แม่ค้า“ไม่เอาๆ ข้าช่วย” นางส่ายหัวและดึงมือแม่ค้ามารับเงิน“ไม่ได้เจ้าค่ะ รอบหน้าท่านเก็บไว้ให้ข้าอีก อีก2วันข้าจะมาซื้ออีกเจ้าค่ะ” นางรีบโบกมือและวิ่งไปขึ้นเกวียน โดยมีชาวบ้าน2คนนั่งไปด้วย คนนึงเป็นยายแก่ๆบอกแค่ว่าจะไปหาบุตรสาวที่อำเภอเจียงหนาน ส่วนอีกคนเป็นเด็กสาววัยไล่เลี่ยกับนาง บอกว่าจะไปหางานที่เมืองเจียงหนา
“อืม นานๆจะเจอคนที่กล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเราโดยไม่กลัวอำนาจไทเฮา เห็นทีว่าแม่ต้องเชิญนางมาที่จวนอ๋องเสียหน่อย” เขาไม่ขัดกลับยกยิ้ม จริงๆนางควรได้รับความขอบคุณอย่างที่มารดาว่า“จิงเซียวพาไท่เฟยไปพักเถอะ ปิดหน้าต่างดีๆ อย่าหล่ะหลวม“ เขาสั่งสาวใช้ข้างกายมารดาก่อนที่คนของเขาจะเข้ามาพยุงเขาแยกไปอีกทาง จนไม่ทันสังเกตุพระมารดาที่ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา”นานๆทีจะเจอคนใจดีด้วย หนานอ๋องเองก็คงดีใจเช่นไท่เฟยเพคะ“ จิงเซียวพยุงร่างบอบบางของพระมารดาหนานอ๋องกลับห้องนอน อดจะตื้นตันใจด้วยไม่ได้เช่นกัน”นานแล้วนะ ที่จวนอ๋องแห่งนี้ไร้คนกล้ายื่นมือเข้ามา ทุกคนคงหวาดกลัว คงมีแต่ฝ่าบาทที่ยังเอ็นดูอยู่บ้าง เห้อออ ข้าทำให้ลูกเป็นห่วงจนไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อกรกับไทเฮาเชียวหรือ“เช้านี้แม้ไม่เช้ามากเช่นที่ควรจะตื่น แต่ก็ไม่ได้สายจนตะวันโด่ง หลี่อวี๋ถงลุกขึ้นมาล้างหน้าในมิติลับของนางก่อนเปลี่ยนชุด จากนั้นจึงหยิบอาหารแห้งติดไม้ติดมือออกมานิดหน่อย รวมถึงเมล็ดพืชที่นางค้นเจอด้วย“ตอนนี้ใบค้าเกลือยังอยู่แม้มีคนอยากได้มากนักแต่ข้าจะทนทำการค้าต่อไป และต้องหาเงินให้มากขึ้นหน่อย ฉะนั้น ข้าจะเป็นคนออกไปหาเงิน ส่วนพว
“คุณหนูท่านกลับมาแล้ว!! นายท่านร้อนใจจนไม่กินข้าวกินปลา ไปถามที่จวนเจ้ากรมก็บอกว่าคุณหนูออกมานานแล้ว ไปที่ใดมาเจ้าคะ” แม่นมจางที่คอยท่ารีบวิ่งเข้ามาหานางด้วยความดีใจ นางกำลังจะเอ่ยตอบแต่ฝ่ามือหนาฟาดลงมาเต็มแก้มนางเพี้ยะ!!“งามหน้า!! งามหน้าจริงๆ เจ้าไปจวนท่านเจ้ากรมคนเดียว หายไปเกือบ3ชั่วยามกลับมาด้วยสภาพเช่นนี้ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!!“ คนโดนตบกัดฟันแน่น มองบิดาที่ยืนด่าเสียงดัง โดยข้างๆมีน้องสาวต่างมารดายืนอยู่ด้วย ดวงตามีแววสะใจเล็กน้อย”พี่หญิงท่านทำเรื่องเสื่อมเสียพวกนี้ หากบุรุษในเมืองหลวงรู้เข้า ใครเล่าจะกล้าแต่งงานกับท่าน“ มุมปากที่มีเลือดออกแตกยับ นางหัวเราะในลำคอ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี”สมบัติมารดาข้าก็พอมีอยู่บ้าง จะกลัวไปใยว่าจะไม่ได้แต่งงาน ระวังก็แต่เจ้าเถอะ จะใช้ชีวิตเช่นไรในเมื่อของมีค่าไม่มีติดตัวสักชิ้น!!“ คำพูดเผ็ดร้อนทำหลี่ชิงอวี๋อ้าปากค้าง เดิมทีพี่สาวของนางคนนี้มักเก็บอารมณ์ ไม่แสดงออกยามถูกถากถาง แต่วันนี้ทั้งวันนางกลับแปลกไป!!”หากอยากรู้ว่าข้าไปที่ใดมา ท่านพ่อไม่ลองไปถามท่านเจ้ากรมดูเล่าว่าออกมาข้าต้องเจอกับอะไร หนานอ๋องถูกรอบทำร้ายระหว่างทาง ข้าวิ่งหนีออกมาย
“แม่นาง…เจ้าคนสกุลหลี่งั้นหรือ” บุรุษที่ถูกจูงมือวิ่งมาตลอดทางถามขึ้นหลังจากนางพาหยุดวิ่ง“ชะ ใช่ ท่านอ๋อง ข้าพาท่านลัดมาทางป่า ฝั่งขวามือหลังออกมาจากจวนท่านเจ้ากรม ท่านรู้หรือไม่ว่ามันจะไปทางไหนต่อ” นางใกล้หมดแรงเต็มที คำพูดตะกุกตะกักเหมือนเหนื่อยเหลือแสน ยิ่งทำคนที่มองไม่เห็นกังวล“ตรงไปอีกหน่อย เจอลำธาร เดินตามลำธารลงมาด้านล่าง ถึงจวนข้าแล้ว ว่าแต่เสียงเจ้าดูไม่ดี เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” บัดนี้ตาของหลี่อวี๋ถงเริ่มลืมไม่ขึ้น“ข้าใช้ร่างกายเยอะไปหน่อย จนอาจจะเดินต่อไม่ไหว แต่เพื่อป้องกันคนพวกนั้นตามมา ข้า..จะพาท่านไปหลบมุมหน่อย ขอพักอีกเดี๋ยวจะพาไปส่งที่จวน” นางใช้แรงเฮือกสุดท้าย มองหาที่ซ่อน ก่อนจะพบเจอโขดหินที่มีซอกพอให้เข้าไปหลบได้ จึงพาเขามุดเข้าไปในนั้น“เดี๋ยว!!” จู่ๆเสียงเข้มก็ดุขึ้นมา“เข้าไปก่อน!!” นางดันเขาจนเข้าไปเรียบร้อยก่อนจะถอนหายใจเอนพิงกับหินและหลับตาลง“เจ้าเป็นสตรี อยู่กับบุรุษค่ำมืดเป็นเรื่องไม่ควร!!” เขาขมวดคิ้วพร้อมทำหน้าไม่สบายใจนัก กลิ่นตัวของนางหอมหวาน เขาจึงจำได้ตอนที่ถูกพานางวิ่ง แต่ตอนนี้นางไม่สนสิ่งใดแล้ว ร่างกายอ่อนลงเรื่อยๆ หนังตาหนักอึ้ง“ท่านไม่พู











