Mag-log inกาลเวลาผันผ่านนำพาความรุ่งโรจน์มาสู่แคว้นซีอวี้ ภายหลังจากเสียงร้องแรกเกิดของรัชทายาทตัวน้อยผู้สืบสายเลือดดังขึ้นก้องตำหนักกานลู่ ตำแหน่งของเสิ่นเยว่หลันในฐานะหวางโฮ่วและมารดาแห่งแผ่นดินก็ยิ่งมั่นคงดั่งขุนเขา ทว่าผู้ที่คลั่งไคล้และลุ่มหลงนางยิ่งกว่าผู้ใด กลับมิใช่เหล่าขุนนางหรือราษฎร หากแต่เป็นองค์จ
สัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนหวานและทะนุถนอมแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้งในพริบตา เมื่อหยางเจิ้นเทียนประทับริมฝีปากลงดูดซับความหวานจากกลีบปากอิ่มอย่างดูดดื่ม เรียวลิ้นร้อนรุกรานกวาดต้อนความหอมหวานภายในโพรงปากจนเสียงครางหวานหูเล็ดลอดออกมาแผ่วเบา ร่างกายทั้งสองแนบชิดสนิทแน่นไร้ซึ่งช่องว่าง ลมหา
เสิ่นเยว่หลันหวีดร้องออกมาอย่างสุดกลั้น เมื่อเรียวลิ้นร้อนและสัมผัสอันอุ่นจัดของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินก้มลงปรนเปรอจุดอ่อนไหวกลางกายอย่างไม่นึกถือพระองค์ ริมฝีปากหนาตักตวงความหวานล้ำและหยาดน้ำทิพย์แห่งความปรารถนาอย่างหิวกระหาย สตรีใต้ร่างบิดเร้าสะโพกหนีสัมผัสที่วาบหวามจนเกินต้านทาน มือเรียวข
“อ๊า…อือ…ฮือ…อ๊า…” เสียงครางหวานกระซิบระคนเสียงหอบสะท้านดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องสรงส่วนพระองค์ ท่ามกลางไอน้ำอุ่นจัดที่ลอยฟุ้งกระจายผสมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของกลีบกุหลาบสีแดงฉานที่กระจัดกระจายอยู่เต็มผิวน้ำ หยางเจิ้นเทียนไม่ได้ปล่อยให้สุรเสียงหวานล้ำนั้นเลือนหายไปในความว่างเปล่า เขาประทับริมฝีปากลงดูดซั
หยางเจิ้นเทียนก้าวย่างอย่างมั่นคงมุ่งตรงไปยังห้องสรงส่วนพระองค์ภายในตำหนักกานลู่ ไออุ่นจากไอน้ำธรรมชาติลอยคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของกำยานและมวลดอกไม้ เขาค่อยๆ วางร่างบางลงบนพื้นหยกอุ่นอย่างทะนุถนอม ราวกับนางเป็นสิ่งล้ำค่าที่อาจแหลกสลายได้หากสัมผัสแรงเกินไป เสิ่นเยว่หลันยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังแ
นางจูบริมฝีปากของเขา โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว แต่ทว่าสัมผัสอ่อนละมุนในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและร้อนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับเปลวเพลิงที่ถูกสุมด้วยเชื้อไฟ หยางเจิ้นเทียนนิ่งงันไปชั่วอึดใจก่อนที่ดวงตาคมเข้มจะฉายแวววาวโรจน์ด้วยประกายปรารถนา เขาไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย มือหนาข้างหนึ่งรั้งท้ายทอ
หลังจากกลับมาจากไท่จี้กงที่เก็บพระศพของอดีตต้าหวางแล้ว จ่างซุนอู๋จี้ก้าวเดินเข้าไปในตกกงมุ่งหน้าไปยังโถงเข้าไปยังเรือนเยว่จินซึ่งเป็นเรือนนอนของเขา เขานั่งลงบนสระน้ำขนาดใหญ่ น้ำภายในสระร้อนกรุ่นจนควันลอยขึ้นมาในอากาศ อีกทั้งสระน้ำแห่งนี้สามารถลงไปได้ถึงเจ็ดแปดคนเห็นจะได้ หวังเตอเทเหล้าดอกท้อที่ร้อน
จ่างซุนอู๋จี้ทอดกายนอนบนตั้งนอนในห้องรับรองในจวนของเจ้าเมืองหู่ ในมือหนาถือม้วนตำราทอดสายตามองตัวอักษรที่ปรากฏ สาวใช้เตรียมน้ำให้กับเขาเพื่อชำระร่างกาย โดยมีหยางจื่อและหวังเตออยู่ใกล้ไม่ห่างกายเพื่อดูแลความปลอดภัยของเขา “น้ำในอ่างพร้อมแล้วเพคะ” สาวใช้วัยกลางคนเอ่ยบอก หยางจื่อจึงเอาเข็มเงินจิ้มลงไปใ
จ่างซุนอู๋จี้ทอดสายตามองทหารของเมืองหู่ที่มีประมาณหนึ่งหมื่นคน โดยมีทหารหลวงของแคว้นหานมาสมทบอีกด้วย ซึ่งทหารของจ่างซุนอู๋จี้ของแคว้นซูมีเพียงหกพันคนเท่านั้น อู๋จี้ไสม้าไปยังหน้ากองทัพแคว้นซูพร้อมกับหยางจื่อและหวังเตอ เจ้าเมืองหู่ก็ไสม้าเพื่อมาเจรจากันก่อนทำศึกทุกครั้งที่ต้องส่งคนของมาเจรจาเสียก่อน
ชายหนุ่มใบหน้าของเขางดงามราวกับหยก ผิวพรรณขาวละเอียดดุจไข่มุก แต่ทว่าร่างกายกำยำสูงใหญ่ โดยมีความสูงประมาณหนึ่งจ้าง สูงต่างจากผู้คนทั่วไปมากพอสมควร ความสุขของเขาไม่เป็นอุปสรรคในการยกทัพจับศึกแต่อย่างใด แต่เขาสามารถบุกตีข้าศึกมานับไม่ถ้วน และชนะแทบทุกครั้ง ทำให้เขามีฉายาว่า มัจจุราชเดินดิน (1 จ้าง เท







