เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม

เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอหนีให้พ้นจากองค์ชายสิบสาม

last updateLast Updated : 2026-10-28
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
26Chapters
7views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เรื่องย่อ... นางเคยเป็น พระสนมเอกผู้สูงศักดิ์ ที่ทะเยอทะยานจนพาตนสู่จุดจบอันอนาถ ชะตาฟ้าส่งนางกลับมาเกิดใหม่ในวัยเยาว์ ครานี้ไป๋หลิงฮวาสาบานว่าจะไม่ขอข้องเกี่ยววังหลังอีก นางสร้าง “โรงเตี๊ยมเยว่หยิ่ง” ขึ้นด้วยสองมือ พลิกชีวิตจากพระสนมเป็นนายหญิงผู้มั่งคั่ง และคิดว่าตนหนีพันธนาการแห่งโชคชะตาได้สำเร็จ ทว่า…บุรุษผู้หนึ่งกลับก้าวเข้ามาในทุกชาติภพ เยวี่ยหาน องค์ชายสิบสาม ผู้ที่ชาติก่อนเคยกลายเป็นกบฏเพราะนาง แต่ชาตินี้ เขากลับเป็นแม่ทัพผู้กุมอำนาจและหัวใจที่ไม่เคยเปลี่ยนไป นางอาจหนีวังหลังได้… แต่นางไม่อาจหนีชายผู้ผูกพันชะตาด้วยรักนิรันดร์คนนี้ไปได้เลย สปอย... ยามราตรีเงียบสงัด ประตูตำหนักพลันถูกแง้มออกอย่างไร้เสียง เงาร่างสูงใหญ่ปรากฏท่ามกลางแสงจันทร์ที่ลอดเข้ามา เยวี่ยหานก้าวเข้ามาอย่างกับเจ้าของสถานที่ หัวใจของไป๋หลิงฮวากระตุกวาบ “ท่าน…มาได้อย่างไร?” นางถามเสียงเบาหวั่นไหว “ข้ามาเยี่ยม พระสนมไป๋หลิงฮวา …มิใช่หรือ?”มุมปากเขาเหยียดยิ้มเย็นเฉียบ “แล้วท่านต้องการสิ่งใดกันแน่” นางกัดริมฝีปากแน่น สายตาคมกริบตวัดมองรอบห้อง

View More

Chapter 1

1 พระสนมหวนชะตา

1

พระสนมหวนชะตา

เสียงกรีดร้องสะท้อนก้องไปทั่วตำหนักงดงามที่ครั้งหนึ่งเคยเปี่ยมด้วยความสงบสุข บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นนองเลือด เหล่าทหารในชุดเกราะเหล็กยกดาบฟาดฟันมิปรานี ร่างอันบอบบางของหญิงสาวในวังหลังล้มลงทีละคน เลือดสีแดงสดแผ่กระจายราวดอกเหมยต้องน้ำค้างยามหนาว

เบื้องหน้าผู้คนทั้งหลาย บุรุษผู้หนึ่งยืนสูงตระหง่านในอาภรณ์นักรบ ใบหน้าคมเข้มดุดัน เขาคือ องค์ชายสิบสาม ผู้ก่อการกบฏและนำทัพเข้ายึดวังหลวงด้วยมือนี้เอง ดวงตาคมคู่นั้นเย็นเยียบประหนึ่งคมกระบี่ สะท้อนเพลิงไฟและคราบเลือดรอบกาย

“เจ้ายอมสวามิภักดิ์หรือไม่” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยถามพระสนมรองที่นั่งคุกเข่าสั่นระริก เบื้องหน้าคือทางตันแห่งชีวิต นางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว รีบก้มหน้ากราบพลางเปล่งเสียงสะอื้น

“หม่อมฉัน… ยอมเพค่ะ โปรดไว้ชีวิต…” คำพูดนั้นยังไม่ทันสิ้นดี คมดาบในมือองค์ชายกลับตวัดลงโดยไร้ซึ่งลังเล ศีรษะของสตรีนางนั้นพลันหลุดร่วง เลือดแดงฉานไหลนองพื้น

องค์ชายสิบสามเช็ดคมดาบด้วยชายผ้าของผู้ตาย ใบหน้ามิได้ปรากฏความสาสมใจหรือโกรธแค้น มีเพียงความเย็นเยียบประหนึ่งหิมะกลางเหมันต์ ก่อนทอดสายตาไปยังเหล่าสนมที่เหลืออยู่เอ่ยเสียงเรียบเย็น

“ผู้ใดยอมเพียงเพื่อเอาตัวรอด… ล้วนคือคนทรยศ”

…

กำแพงวังอันรุ่งโรจน์ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและเงาเพลิงลุกโชน เหล่าทหารชุดเกราะคุมตัวสตรีนางหนึ่งเข้ามา—ไป๋หลิงฮวา พระสนมเอกผู้เลอโฉม อาภรณ์ไหมสีอ่อนที่เคยงามสง่าบัดนี้เปื้อนฝุ่นและคราบน้ำตา ทว่าความงามบนดวงหน้ายังคงส่องประกายสะกดสายตาทุกผู้คน

นางถูกผลักให้คุกเข่าลงเบื้องหน้า เยวี่ยหาน องค์ชายสิบสามในชุดเกราะนักรบ เขายืนสูงเด่น ใบหน้าเปื้อนเลือดแต่กลับเผยรอยยิ้มเย็นเยียบประหนึ่งคนสิ้นสติ

“ท่าน… เสียสติไปแล้วหรือ เหตุใดต้องก่อการนองเลือดเยี่ยงนี้” ไป๋หลิงฮวามองเขาด้วยแววตาหวาดหวั่น เสียงสั่นเครือเอ่ยถาม

“เสียสติหรือ… ฮ่า ฮ่า… ทั้งหมดนี่ล้วนเพื่อเจ้า! ข้าจะโค่นบัลลังก์ ขึ้นครองราชย์ แล้วเจ้าจะได้เป็นไทเฮาดังใจสมปรารถนา… เจ้าไม่ดีใจหรือ หลิงฮวา?”เยวี่ยหานหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความบ้าคลั่ง

เสียงหัวเราะสะท้อนก้องไปทั่วโถงวัง ราวปีศาจกรีดกรายกลางเพลิงนรก ไป๋หลิงฮวาหน้าซีดเผือด ดวงตาสั่นระริก นางส่ายหน้าช้า ๆ น้ำตาไหลริน

“มิใช่เช่นนั้น… ข้าไม่เคยปรารถนาให้เป็นเช่นนี้เลย… ตอนนี้… ตอนนี้ข้ากำลังตั้งครรภ์… เป็นพระโอรสของฝ่าบาท… ข้าไม่อาจเป็นของท่านได้”

คำพูดนั้นประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ความเงียบงันครอบคลุมเพียงชั่วขณะ ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าเยวี่ยหานบิดเบี้ยวกลายเป็นหัวเราะราวคนบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม เสียงหัวเราะก้องสะท้าน ท่ามกลางเปลวเพลิงและสายตาหวาดกลัวของสนมเอกผู้เลอโฉม…

....

เสียงหัวเราะบ้าคลั่งก้องสะท้านไปทั่วกำแพงวัง เยวี่ยหานสะบัดดาบในมืออย่างไร้ทิศทาง แววตาสับสนคลุ้มคลั่ง ร่างสูงในชุดเกราะแดงฉานเต็มไปด้วยคราบเลือด

“ไป๋หลิงฮวา! ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าทำ… ล้วนเพื่อเจ้า! แต่เจ้า…เจ้ากลับไม่รอข้า!” เสียงคำรามสะเทือนดุจฟ้าฟาด ดวงตาแดงก่ำแทบหลั่งน้ำตา

“ไม่เป็นไร… ข้าจะรอวันที่เจ้าคลอดลูกออกมา แล้วข้าจะฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง จากนั้น…เราจะได้ครองรักกันอย่างมีความสุข…เพียงเราสองคน!” เขากัดฟันแน่น ก่อนยกดาบขึ้นชี้ไปยังนาง เอ่ยเสียงต่ำดั่งปีศาจ

ไป๋หลิงฮวาหน้าซีดเผือด ส่ายหน้าด้วยน้ำตานอง ดวงใจบีบคั้นราวจะแหลกสลาย นางผลักร่างทหารออก วิ่งพุ่งไปยังเชิงกำแพงสูงแห่งวังหลวง

“หลิงฮวา! เจ้าหนีข้าไปมิได้!” เยวี่ยหานคำรามลั่น วิ่งตามนางไปทุกย่างก้าว

ลมหนาวโบกสะบัด ชายอาภรณ์นางพลิ้วไหวบนยอดกำแพงสูง ไป๋หลิงฮวาหันกลับมองเขาครั้งสุดท้าย น้ำตาเอ่อคลอ นางเปล่งเสียงสะท้อนใจ

“เยวี่ยหาน… ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเพราะข้าเอง เพราะความทะเยอทะยานต่ำตม ข้าอยากได้อำนาจ อยากได้ตำแหน่งไทเฮา ข้าทำผิดต่อท่าน… ผิดต่อฝ่าบาท… หากจะต้องชดใช้บาปนี้ ก็ให้ข้าชดใช้ด้วยชีวิตเถิด!”

สิ้นคำ เสียงร้องสะท้อนเศร้าก็ขาดหายไปพร้อมกับร่างบอบบางที่พุ่งกระโจนลงจากกำแพงสูง สายลมพัดแรงพลิ้วพาอาภรณ์นางร่วงหล่นประหนึ่งกลีบดอกเหมยปลิดขั้ว

เยวี่ยหานหยุดนิ่ง คมดาบในมือสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้าง เขาตะโกนเรียกนามนางด้วยเสียงแตกพร่า ร่างสูงคุกเข่าทรุดลงบนหินเย็นแข็ง เสียงหัวเราะและเสียงร้องไห้ประสานกันดุจเสียงวิญญาณที่หลงทาง…

…

เสียงน้ำกระเซ็นดังสะท้อนก้องในหู เด็กหญิงสะดุ้งเฮือกพลันลืมตาขึ้น ลมหายใจขาดห้วง มือเล็กตะเกียกตะกายคว้าขอบสระ แม่นมเหรินรีบโอบประคองด้วยน้ำตานองหน้า

“พระสนมหลิงฮวา! ฟื้นเถิดเพคะ… โชคดีเหลือเกิน!”

สาวใช้และองครักษ์ผู้ภักดีต่างกรูกันเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนกพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก ไป๋หลิงฮวายกดวงตากลมใสมองทุกผู้คนอย่างไม่เชื่อสายตา พวกเขาล้วนยังอยู่ ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่ตามความทรงจำของนาง พวกเขาล้วนสิ้นไปนานแล้ว

นางเงยหน้ามองเงาสะท้อนในกระจกทองเหลือง ใบหน้าของเด็กหญิงวัยเพียงสิบสองปี ดวงตาใสกระจ่างเหมือนหยดน้ำฝน มิใช่พระสนมเอกผู้เลอโฉมผู้ถูกชิงชังและหวาดเกรงในวังหลัง หัวใจหลิงฮวาเต้นระรัว นางมิอาจห้ามน้ำตาที่เอ่อคลอได้

“สวรรค์… ข้าย้อนคืนมาเมื่อแปดปีก่อนจริง ๆ หรือ…”

ขณะเดียวกัน ความทรงจำชัดเจนยิ่งนัก ยามนี้นางคือหนึ่งใน “สี่พระสนมเอก” แห่งวังหลังที่เพิ่งถูกโปรดเกล้าเข้ามาใหม่ ๆ ร่างนี้ยังสดใส แต่ตำแหน่งกลับสูงส่ง นั่นหมายความว่า เส้นทางแก่งแย่งในวังหลัง กำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง

…

ห้องนอนเงียบสงัด แสงโคมไฟน้ำมันส่องสะท้อนเงาจางบนผนังไม้ ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยสิบสองปีเอนกายอยู่บนตั่งนอน ผ้าห่มไหมบางเบาห่มคลุมถึงอก มือเรียวเล็กวางพาดบนหน้าท้อง นัยน์ตากลมใสทอประกายหม่นหมองเกินกว่าเด็กวัยเดียวกันจะมี

ไป๋หลิงฮวา ถอนหายใจยาว ราวกับเสียงนั้นพาเอาความขมขื่นในอกหลุดร่วงออกมา นางหลับตาลงแต่กลับเห็นภาพอดีตชาติวาบขึ้น โลหิตไหลนองพระราชฐาน น้ำตาสตรี เสียงกรีดร้องแย่งชิงตำแหน่ง ลามไปถึงวังหลวงจนราชสำนักสะเทือน

ชาติก่อน นางมิใช่เพียงพระสนมเอกผู้งามเลิศ หากแต่เป็นหญิงที่ แทรกแซงทุกสิ่งให้อยู่ในกำมือ ตั้งแต่ตำหนักในวังหลังไปจนถึงราชกิจทั้งหลายในวังหน้า ทว่าอำนาจและเกียรติยศที่ไขว่คว้า กลับนำพานางไปสู่จุดจบอันอเนจอนาถ

แววตาน้อยคู่นั้นพราวด้วยหยาดน้ำใส นางพึมพำเสียงแผ่ว

“เกิดใหม่ครานี้… ข้าไม่ขอแก่งแย่งชิงดี ไม่ขอเป็นใหญ่เหนือผู้ใด ไม่ขอพึ่งพิงสามี…หรือชายใดอีกแล้ว”

ริมฝีปากเล็กเม้มแน่น มือกำผ้าห่มไว้มั่น ความเย็นเยียบในใจค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว

ชาติก่อน… ตอนที่ฮ่องเต้ล้มป่วย นางเคยมีโอกาสนั่งเคียงข้าง ช่วยตัดสินราชกิจแทน นั่นทำให้นางได้ศึกษากิจการทั้งหลายในแผ่นดิน ทั้งการค้า เส้นทางบกน้ำ ราคาธัญพืช และอำนาจของพ่อค้าตระกูลใหญ่

ครั้งนี้ นางหวนคืนสู่วัยเยาว์อีกครา หากสวรรค์ยังเมตตา นางจักใช้ความรู้เหล่านั้นเป็นเกราะกำบัง มิใช่เพื่ออำนาจ หากเพื่อให้ตนเอง ยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ต้องอิงใคร

ไป๋หลิงฮวาลืมตาขึ้น ดวงตากลมที่เคยหม่นเศร้าเปล่งประกายเจิดจ้าราวแสงดาวกลางรัตติกาล เสียงลมเบา ๆ นอกหน้าต่างพัดลอดเข้ามา ดุจพยานรับรู้คำปณิธานใหม่ของสตรีผู้หวนคืนจากความตาย…

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
26 Chapters
1 พระสนมหวนชะตา
1 พระสนมหวนชะตา เสียงกรีดร้องสะท้อนก้องไปทั่วตำหนักงดงามที่ครั้งหนึ่งเคยเปี่ยมด้วยความสงบสุข บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นนองเลือด เหล่าทหารในชุดเกราะเหล็กยกดาบฟาดฟันมิปรานี ร่างอันบอบบางของหญิงสาวในวังหลังล้มลงทีละคน เลือดสีแดงสดแผ่กระจายราวดอกเหมยต้องน้ำค้างยามหนาว เบื้องหน้าผู้คนทั้งหลาย บุรุษผู้หนึ่งยืนสูงตระหง่านในอาภรณ์นักรบ ใบหน้าคมเข้มดุดัน เขาคือ องค์ชายสิบสาม ผู้ก่อการกบฏและนำทัพเข้ายึดวังหลวงด้วยมือนี้เอง ดวงตาคมคู่นั้นเย็นเยียบประหนึ่งคมกระบี่ สะท้อนเพลิงไฟและคราบเลือดรอบกาย “เจ้ายอมสวามิภักดิ์หรือไม่” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยถามพระสนมรองที่นั่งคุกเข่าสั่นระริก เบื้องหน้าคือทางตันแห่งชีวิต นางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว รีบก้มหน้ากราบพลางเปล่งเสียงสะอื้น “หม่อมฉัน… ยอมเพค่ะ โปรดไว้ชีวิต…” คำพูดนั้นยังไม่ทันสิ้นดี คมดาบในมือองค์ชายกลับตวัดลงโดยไร้ซึ่งลังเล ศีรษะของสตรีนางนั้นพลันหลุดร่วง เลือดแดงฉานไหลนองพื้น องค์ชายสิบสามเช็ดคมดาบด้วยชายผ้าของผู้ตาย ใบหน้ามิได้ปรากฏความสาสมใจหรือโกรธแค้น มีเพียงความเย็นเยียบประหนึ่งหิมะกลางเหมันต์ ก่อนทอดสายตาไปยังเหล่าสนมที่เหลืออยู่เอ่ยเส
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
2 พระสนมตัวน้อย
2พระสนมตัวน้อยรุ่งอรุณแห่งฤดูใบไม้ผลิ แสงอาทิตย์สาดทอผ่านม่านหมอกบางเบา บริเวณสวนหลวงแต่งแต้มไปด้วยสีสันของดอกเหมยและโบตั๋นที่เบ่งบานหอมกรุ่น บรรยากาศในวันงานชมบุปผาคึกคัก เหล่าข้าหลวงสาวพากันจัดวางโต๊ะชาและขนมหวานอย่างประณีตพระสนมเอกทั้งสี่ทิศล้วนมาปรากฏกายพร้อมหน้า พระสนมทิศเหนือ หลิวเยี่ยน งามสง่าเย็นเยียบดังหิมะ พระสนมทิศใต้ ซู่ซู่ อ่อนหวานเปี่ยมเสน่ห์ดังสายลมร้อน พระสนมทิศตะวันตก ฮุ่ยหรง งามเล่อโฉมเฉียบแหลมประหนึ่งแสงอาทิตย์อัสดง และ… พระสนมทิศตะวันออก ไป๋หลิงฮวา เด็กหญิงวัยเพียงสิบสองในอาภรณ์แพรไหมอ่อนบาง สีหน้ายังละมุนเยาว์เมื่อร่างเล็กของหลิงฮวาก้าวเข้าสู่ลานชมบุปผา สายตาของเหล่าพระสนมทั้งหลายก็พลันทอดมองด้วยแววเหยียดหยาม แววตาล้อเลียนและหัวเราะเยาะดังแผ่วเบาในหมู่สาวใช้ หากเป็นชาติก่อน นางคงกำหมัดแน่น สะสมความเจ็บแค้นในใจราวไฟสุมเถ้า แต่บัดนี้… ไป๋หลิงฮวาเพียงยกดวงตาใสกระจ่างทอดมองบุปผาเบื้องหน้าสายลมอ่อนพัดพากลีบดอกเหมยปลิวร่วง นางยกมือเล็กอ่อนบางรองรับแผ่วเบา ริมฝีปากคลี่ยิ้มจางประหนึ่งมิได้ยินเสียงใด ๆ“ความงามของดอกไม้… ย่อมมิได้บานเพื่อตอบโต้กับใคร หากแต่บานเพราะเป็
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
3 ไป๋ซูหราน
3 ไป๋ซูหราน ค่ำคืนก่อนหน้า ตำหนักอำพัลยังสว่างด้วยแสงตะเกียงน้ำมัน เด็กหญิงร่างเล็กนั่งอยู่บนโต๊ะไม้หอม ขีดเขียนลงบนปฏิทินกระดาษไผ่ด้วยความมุ่งมั่นเป็นชั่วโมง แม่นมเหรินยืนมองด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูน้อยจึงเอาแต่หมกมุ่นกับวันเวลาในปฏิทินนัก แต่ไป๋หลิงฮวากลับเพียงยิ้มบาง ๆ ไม่ไขความลับนั้นออกมา รุ่งเช้า แสงอาทิตย์แรกโผล่ขึ้นเหนือกำแพงวัง ไป๋หลิงฮวาสวมอาภรณ์แพรไหมสีอ่อน เดินเคียงแม่นมเข้าสู่ท้องพระโรงเพื่อถวายพระพรพร้อมพระสนมองค์อื่น ๆ เมื่อเปรียบกับพระสนมทั้งหลาย นางดูด้อยไปทุกประการ ทุกพระนางงามเลอโฉมเพียบพร้อม ต่างจาก ไป๋หลิงฮวา ผู้ยังเป็นเพียงเด็กหญิงวัยสิบสอง รูปร่างเล็ก หน้าตาเยาว์เกินวัย และไร้ตระกูลใหญ่หนุนหลัง บรรดาพระสนมก้าวเข้ามาเรียงถวายพระพร รินสุรา บรรเลงขิม บ้างถวายกลอนสด บ้างจัดของกำนัลล้ำค่าให้ฮ่องเต้ ทุกถ้อยคำล้วนสวยหรูเปี่ยมเสน่ห์ มุ่งหมายช่วงชิงพระเนตร แต่เมื่อถึงตาของไป๋หลิงฮวา เด็กหญิงเพียงคุกเข่าถวายบังคม เสียงอ่อนใสเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเรียบง่าย “หม่อมฉันไป๋หลิงฮวา ขอน้อมถวายพระพรแด่ฝ่าบาท หากฝ่าบาททรงมีเวลาว่างสักน้อย… หม่อมฉันใคร่ขอให
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
4 ธิดาเทพ
4ธิดาเทพฟ้าเย็นย่ำ ลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นดินแห้งแตกระแหงเข้าสู่ตำหนักอำพัล แสงโคมสว่างไหวพลิ้วอยู่บนผนังไม้ ไป๋หลิงฮวา ประทับนั่งอยู่ตรงกลางโถงเล็ก สีหน้านิ่งสงบเกินกว่าวัยสิบสองปีนางกวาดตามองทุกผู้คนที่นั่งรายรอบ องครักษ์จ้าว ผู้ยืนเฝ้าอย่างภักดี, แม่นมเหริน ผู้เลี้ยงดูมาด้วยความรัก และ ไป๋ซูหราน เด็กสาวที่เพิ่งพ้นชีวิตทุกข์ทนมาไม่นาน“ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากบอกพวกท่าน… ข้าไม่อยากอยู่ในวังหลังนี้ไปชั่วชีวิต ไม่อยากแก่งแย่งตำแหน่งพระสนมกับผู้ใดอีก” เสียงของหลิงฮวาดังขึ้นชัด ทว่าอ่อนโยนห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมพัดลอดหน้าต่าง ทุกคนเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อหูตนเอง“สิ่งที่ข้าต้องการ…คือโรงเตี๊ยม โรงเตี๊ยมที่เป็นของเราเอง”แววตาของนางเจิดจ้าไม่ต่างจากเปลวเพลิง “ข้าอยากพึ่งพาตนเอง หาเลี้ยงชีวิตอย่างอิสระ มิใช่ถูกพันธนาการด้วยวังหลัง”“คุณหนู…ท่านคิดอันใดกัน โรงเตี๊ยมไม่ใช่เรื่องเล็ก เรื่องเช่นนี้พระสนมอย่างท่านจะออกไปทำได้หรือ?”แม่นมเหรินรีบโพล่งถามด้วยความกังวลหลิงฮวาเพียงแย้มยิ้มบาง พลางเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งห้องแทบหยุดหายใจ“หากข้าบอกท่านว่า ข้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และได้ฟื้นกลับมา…ท่า
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
5 ระเห็ดออกจากวัง
5ระเห็ดออกจากวังเมื่อการค้าขายเรือสำเร็จลุล่วง ไป๋หลิงฮวานำเงินมาแบ่งคืนให้แม่นมเหรินและองครักษ์จ้าว ไม่เพียงคืนต้น แต่ยังบวกดอกเบี้ยอีกครึ่งเท่า ตามคำสัตย์“คุณหนูน้อย…ท่านช่างไม่ลืมคุณคนชราเช่นข้า” แม่นมเหรินน้ำตาคลอ ยกชายแขนเสื้อขึ้นปาดเสียงสะอื้นพลางพึมพำ องครักษ์จ้าวก็กำหมัดแน่น ดวงตากร้าวซึ้ง“ใต้หล้าอาจมองท่านเป็นเพียงเด็กหญิง แต่ในสายตาข้า ท่านคือธิดาเทพจริงๆ”ไป๋หลิงฮวาเพียงยกยิ้มบาง ในใจนึกขันที่มีคนเชื่อเรื่องนี้ พลันหันไปเรียก ไป๋ซูหราน มอบถุงเงินเล็ก ๆ ให้“นี่…รางวัลตอบแทนเจ้า” ซูหรานรับถุงเงินไว้แล้วเบิกตากว้าง ร่างเล็กกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาสะท้อนชัดว่านี่คือครั้งแรกที่นางได้สัมผัส “ความมั่งคั่ง” ด้วยมือของตนเองหลิงฮวาหันกาย กลับหยิบถุงเงินอีกส่วนหนึ่งส่งมอบให้องครักษ์จ้าว“เงินก้อนนี้…เจ้าจงนำไปส่งมอบแก่บุรุษผู้หนึ่ง อาศัยอยู่ทางทิศเหนือ ติดชายแดนหิมะ บอกเขาว่าพบนกเขาไฟยามรุ่งอรุณ” จากนั้นนางคลี่แผนที่วาดด้วยฝีมือตนเองส่งให้“เจ้าจงใช้เส้นทางนี้ เขากำลังต้องการเงินก้อนนี้มากนัก” องครักษ์จ้าวรับแผนที่ไว้ สีหน้าคร่ำเคร่ง“หนทางไก
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
6 นายหญิงในอารามชี
6นายหญิงในอารามชี5 ปีต่อมา...ภายในอารามเงียบสงัด กลิ่นธูปกรุ่นคลอเคล้ากับเสียงสวดมนต์ที่เพิ่งจบไป ไฟตะเกียงริบหรี่ทอแสงอาบเงาใบหน้างดงามของสตรีในชุดขาวสะอาด ไป๋หลิงฮวา พระสนมแห่งวังหลังในอดีต ยามนี้กลับนั่งนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าพระพุทธรูป ราวกับชีสาวผู้ละวางทางโลกข้างกายนางคือไป๋ซูหรานและแม่นมเหริน ทั้งสองแต่งชุดเช่นเดียวกัน ทว่าดูออกชัดว่าเป็นเพียงการปลอมตนเพื่อกลมกลืนกับสถานที่ เมื่อเสียงฝีเท้าดังขึ้นในความเงียบ ทั้งคู่ก็ลุกก้าวออกไปด้านนอกอารามโดยมิเอ่ยสิ่งใดชายวัยกลางคนร่างสูงสง่าในชุดนักเดินทางก้าวเข้ามาเงียบกริบ หลี่เจวี๋ย อดีตทหารหน่วยข่าวกรองผู้หวนกลับมาอยู่ภายใต้ร่มเงาของนายหญิงไป๋ เขาคืออดีตลูกน้องฝีมือดีของบิดาแม่ทัพไป๋ คนที่นางให้องครักษ์จ้าวไปช่วยเหลือที่ชายแดนทางเหนือเขาประสานมือคำนับพลางก้มศีรษะต่ำ “นายหญิง…เรื่องดินปืนนั่นขอรับ”ไป๋หลิงฮวาเลิกเปลือกตาขึ้น ดวงตาคมเรียบเย็นวาบขึ้นในความมืด “ให้ราคาดีหรือไม่”“สองเท่าของคราวก่อนขอรับ” น้ำเสียงของหลี่เจวี๋ยหนักแน่น ทว่าแฝงด้วยประกายยินดี เพราะการค้าครานี้อาจทำให้เครือข่ายของโรงเตี๊ยมขยายกว้างยิ่งกว่าเดิมหญิงสาวยกยิ้ม
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
7 เยวี่ยหาน
7เยวี่ยหาน…เสียงหวูด “พุสี” ดังสะเทือนท้องฟ้า เปลวไฟสีแดงฉานพุ่งขึ้นเหนือขอบเขตฟ้า เป็นสัญญาณเตือนศึกที่ทุกผู้คนต่างสะดุ้งสะเทือน รถลำเลียงดินปืนที่เพิ่งออกจากโกดังเพียงไม่กี่ลี้ ถูกกองโจรชุดดำโจมตีอย่างกะทันหัน เสียงม้ากระหึ่มสะท้านพื้นดิน พลุไฟแลบวาบ ทหารหลายสิบนายกรูกันเข้าปะทะไป๋หลิงฮวาในชุดสตรีสูงศักดิ์ปิดบังใบหน้า หันสายตาเฉียบขาดไปยังแม่ทัพทหารเฒ่า น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้น“นี่มันหมายความว่าอย่างไร? หรือท่านคิดจะเล่นตุกติกกับข้า?”แม่ทัพส่ายหน้าร้อนรน “ไม่ใช่พวกของข้า! เป็นกองกำลังเผ่าทุ่งหญ้า พวกมันบุกลึกเข้ามาถึงนี่แล้ว!” ยังไม่ทันจบคำ ร่างในชุดดำโผล่เข้ามาจ่อคมมีดเย็นเฉียบแนบลำคอของไป๋หลิงฮวา กลิ่นเลือดสาบคละคลุ้ง เขากระซิบเย็นเยียบ“บอกมา ดินปืนซ่อนที่ใด มิฉะนั้นเลือดเจ้าจะไหลรินตรงนี้” ทุกสายตาเบิกกว้าง แต่กลับผิดคาด ริมฝีปากภายใต้ผ้าคลุมแย้มยิ้มบาง ๆ ไป๋หลิงฮวายกมือขึ้นช้า ๆ ก่อนปล่อยเข็มเงินจากใต้ฝ่ามือ ซัดเข้าที่เส้นเอ็นข้อมือคนร้าย เสียงร้องลั่นดังขึ้นเมื่อคมมีดหล่นกระทบพื้นทันใดนั้นอีกสามเงาดำพุ่งตรงเข้าหานาง แต่เพียงพริบตา เข็มเงินอีกสองเล่มก็พุ่งวาบปักเข้าที่ไห
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
8 แม่นาง ช่างสอบสวน
8แม่นาง...ช่างสอบสวนกองไฟยังคงลุกโชติ สะท้อนเงาใบไม้พลิ้วไหวรอบกาย ไป๋หลิงฮวาหลับตาลงครู่หนึ่ง พยายามสะบัดความทรงจำในอดีตที่คอยกัดกินใจให้มลายหายไป คนตรงหน้า…ไม่ใช่เยวี่ยหานผู้สติฟั่นเฟือนในชาติก่อนเขายังเป็นเพียงองค์ชายสิบสาม ผู้ไม่ทันถูกนางเป่าหู หากตัดเรื่องราวเหล่านั้นออกไป เขาก็เป็นเพียงบุรุษที่ซื่อตรงและเด็ดขาดในสนามรบ“โจรเผ่าทุ่งหญ้ามาที่นี่ได้อย่างไร” นางสูดลมหายใจลึก ระงับอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“น่าจะมีไส้ศึกในกองทัพส่งข่าว” ดวงตาคมปลาบหันมามอง นัยน์ตาเปล่งประกายวาววับใต้แสงไฟ“แล้วรู้หรือยังว่าเป็นผู้ใด” น้ำเสียงนางคมชัด เขาเลิกคิ้วแผ่วเบา ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย“ตอนแรก…ข้าไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นใคร” ไป๋หลิงฮวาขมวดคิ้วแน่น ความโกรธพลุ่งขึ้นมาโดยฉับพลัน ดวงตาสีเข้มวาววับ“แสดงว่าพวกเจ้าวางแผนล่อโจรมา แล้วใช้ข้าเป็นเหยื่อ!” เยวี่ยหานยักไหล่เล็กน้อย ท่าทีไม่เดือดร้อน“มิใช่ว่าข้าอยากให้เป็นเช่นนั้น… เพียงแต่ไม่คิดว่าเจ้าจะวิ่งเตลิดเข้ามากลางป่าเองต่างหาก แผนครั้งนี้จึงเสีย”“เสียหายหรือ” นางเชิดคางขึ้น ยกนิ้วเรียวงามขึ้นนับทีละข้อ “ดินปืนที่ข้าบรรทุกมามีทั้งหม
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
9 แรงงานไม่พึ่งประสงค์
9แรงงานไม่พึ่งประสงค์อันที่จริง…กาลเวลาย่อมเปลี่ยนผันมิได้ยึดติดกับเส้นทางเก่าเสมอไป หลังจากที่ไป๋หลิงฮวาตัดสินใจออกบวช บทบาทและชีวิตของนางก็มิได้ดำเนินเช่นที่เคยลิขิตไว้ในอดีตอีก โรงเตี๊ยมที่ก่อร่างขึ้น รวมถึงกิจการค้าขนาดย่อมที่ค่อย ๆ แผ่ขยาย ล้วนเป็นสิ่งใหม่ที่นางสร้างขึ้นด้วยน้ำมือ มิได้มีอยู่ในกาลก่อนหน้าบางอย่างก็เป็นไปดังที่นางเคยทราบ เช่น ราคาสินค้าเกลือหรือผ้าไหมดิบที่ผันแปรตามฤดูกาลเส้นทางสายไหม การหลั่งไหลของพ่อค้าตะวันตกที่นำเครื่องแก้วและเงินตราเข้ามา ล้วนคล้ายคลึงกับอดีตที่นางจดจำได้ แต่บางเรื่อง…กลับผิดเพี้ยนออกไปจากครรลองเดิมเล็กน้อยด้วยว่านางเร้นกายอยู่นอกวังหลวง ข่าวสารเบื้องในจึงเป็นเพียงเงาลาง ๆ ที่เล็ดรอดออกมา นางมิอาจล่วงรู้ได้ว่าขณะนี้เบื้องหลังม่านวังหลวงกำลังเกิดเหตุการณ์สิ่งใดบ้างไป๋หลิงฮวาหลับตาลงครู่หนึ่ง ความทรงจำเมื่อครั้งอดีตหวนคืนมา ปีนั้น…นางได้พบกับเยวี่ยหานที่อารามแห่งนี้ เขามาเยี่ยมพระสนมผู้เป็นมารดา และนั่นคือจุดเริ่มที่นางยื่นหัตถ์แห่ง “ชะตา” เข้าแทรก นางคือผู้ที่เพียรยั่วยุและเป่าหูให้เขาก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการแย่งชิงราชบัลลังก์ ผลักไสให้เข
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
10 สืบคดีใช้หนี้นายหญิง
10สืบคดีใช้หนี้นายหญิงค่ำคืนที่โรงเตี๊ยมสาขาหลักเต็มไปด้วยความเงียบขรึม แสงตะเกียงส่องสะท้อนใบหน้าของไป๋หลิงฮวาที่หม่นหมอง ดวงตาคมกริบจ้องมองรายงานที่เพิ่งได้รับมา ข่าวร้ายที่ทำให้เลือดในกายนายหญิงเดือดพล่าน ลูกค้าสามราย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทหารในกองทัพ เสียชีวิตพร้อมกันในโรงเตี๊ยม สามสาขา ที่กระจายอยู่ตามหัวเมืองใกล้เคียง“...นี่มิใช่เรื่องบังเอิญแน่” น้ำเสียงนางราบเรียบแต่หนักแน่น ก่อนหันไปเรียก “ซือเฟิ่ง เข้ามา”ชายหนุ่มในชุดแรงงานซอมซ่อ ก้าวเข้ามาพร้อมร่างสูงสมชายชาติทหาร แม้สวมคราบคนรับใช้ แต่เพียงยืนก็เผยให้เห็นสง่าราศีที่มิอาจปิดบังได้ เยวี่ยหานโค้งศีรษะเล็กน้อย รอฟังคำสั่ง“เจ้าไปสืบมาให้กระจ่างทีว่าเหตุใดทหารเหล่านั้นถึงตายพร้อมกันในโรงเตี๊ยมของเรา มีผู้ใดจงใจทำลายชื่อเสียงหรือไม่” นางกล่าวสั้นๆ แต่ชัดถ้อย ทุกถ้อยคำแฝงแรงกดดัน เยวี่ยหานเพียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดวงตาคมจับจ้องนางอย่างรู้ทัน“ได้ ข้าจะจัดการให้เอง” เขาตอบตกลงอย่างง่ายดาย ราวกับนี่คือสิ่งที่เฝ้ารออยู่แล้ว เมื่อร่างสูงลับตาไป หลี่เจวี๋ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบก้าวเข้ามา เสียงกดต่ำแฝงความกังวล “นายหญิง... ข้าน้อยไม
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status