Masukดินไม่สนใจหรอกว่าเตยหอมจะอยู่ข้างหน้าห้องหรือไม่ เพราะตอนนี้เขาสนใจแต่ร่างอวบอิ่มของหลินมากกว่าที่จะสนใจผู้หญิงหิวเงินคนนั้น เขาปลดเปลื้องชุดของตัวเองออกและหลินเองก็เช่นกัน เพียงเวลาไม่นานเขาและหล่อนก็เหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า เขาเคลื่อนตัวไปนั่งปลายเตียงขนาดเล็กหย่อนขากับพื้นกระท่อม แยกขาแข็งแรงทั้งสองออกกว้าง โดยมีหลินเคลื่อนกายมาคุกเข่าหน้าหว่างขาทั้งสองของเขา สองมือเล็กลูบไล้ต้นขาที่มีเส้นไหม้นุ่มประดับท่อนขาแข็งแรง และความเป็นบุรุษของเขาก็กำลังขยับตัวขยายกายแกร่ง
“อือ...หลินคิดถึงดินจังเลยค่ะ” มือน้อยลูบไล้พวงสวรรค์ของบุรุษไปมาพร้อมกับโน้มหน้าลงไปจูบความเป็นชายของชายหนุ่มแล้วอ้าปากน้อยครอบครองดูดเม้มหนักหน่วงเป็นจังหวะเหมือนที่เคยทำ
“โอว์...คุณรู้ใจผมเหลือเกินหลิน อือ...” เขาคำรามเสียวเมื่อปากน้อยเป็นงานของหลินกำลังรุกเร้าความเป็นชายของเขาอยู่ มือใหญ่ที่จับขอบเตียงทั้งสองข้างก็เคลื่อนมากดหัวทุยน้อยของหล่อนไปซุกไซ้กลางหว่างขาตัวเองอย่างเอาแต่ใจและต้องการความแนบอิงและปากน้อยของหล่อน
“อือ...อ่า...อูว์”
เสียงครางอู้อี้ของปากน้อยดังลอดออกมาพร้อมกับหัวทุยเล็กเคลื่อนขยับขึ้นลงอยู่กลางหว่างขาของบุรุษ สองมือเล็กก็เคล้นคลึงพวงสวรรค์ของดินไปด้วย
“โอว์...ดีเหลือเกินหลิน อือ...อ่า...เสียว ผมเสียวหลิน ชูว์...”
เขาเกร็งเอวสอบเมื่อปากของหลินกำลังทรมานแก่นกายร้อนของเขา ปากน้อยช่างเป็นงานและรู้ใจเขาเหลือเกิน แอ่นยกเร่าเอวสอบเสียดสีกับปากน้อยที่ดูดเม้นกลืนกินเขาเป็นจังหวะด้วยความเสียวซ่าน
ด้านเตยหอมหล่อนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูตลอดไม่ขยับตัวไปไหน ยิ่งได้ยินเสียงครวญครางของคนข้างในก็ยิ่งโกรธและเกลียดดิน เกลียดที่เขาไม่รักษาน้ำใจของเธอ ไม่ได้เห็นเธอเป็นภรรยา ไม่เห็นหล่อนในสายตาด้วยซ้ำ เมื่อยืนทนฟังเรื่องบัดสีไม่ไหวจึงเดินออกจากตรงนี้ไปทั้งน้ำตา ส่วนข้างในกระท่อมน้อยก็กำลังร้อนรุ่มซ่านเสียวไปด้วยไฟกามสวาท
กลับจากไร่ก็ดึกดื่น ดินเดินร้องเพลงขึ้นมายังชั้นสองของบ้าน และก่อนจะกลับบ้านเขาก็ไปส่งหลินที่บ้านและทานมื้อค่ำกับหล่อน บอกเลยตอนนี้เขาทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย หลินดูดแรงเขาทั้งวันเลยวันนี้ พอเข้ามาในห้องนอนก็เห็นภรรยาแต่งของตนเองนอนบนเตียงหันหลังให้ตนเอง เขาก็แสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะอาบน้ำพักผ่อนบ้าง
ประตูห้องน้ำปิดสนิทพร้อมกับเสียงฝักบัวในห้องน้ำไหล เตยหอมก็พลิกตัวหันมามองทางประตูแล้วเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนแก้มของตนเองออก ก่อนจะดึงรั้งผ้าห่มขึ้นคลุมหัวตัวเองนอนต่อ วันนี้เหนื่อยไม่มีแรงอารมณ์และสติมากพอจะชวนดินทะเลาะด้วยจึงเลือกที่จะเงียบและนอนหลับพักผ่อนดีกว่า
เวลาผ่านไปไม่นานดินก็ออกมาพร้อมกับกางเกงนอนและสะบัดผมไล่น้ำที่เกาะหัวตัวเองออกพร้อมเช็ดผมให้แห้ง เป็นนานกว่าผมจะแห้ง พอผมแห้งก็เคลื่อนตัวขึ้นไปบนเตียงของตัวเอง เตียง 6 ฟุตดูแคบไปทันทีเมื่อมีอีกคนมานอนด้วย แถมหล่อนก็นอนดิ้น กางขากางแขนเต็มเตียงของเขาอีก
“ให้มันได้อย่างนี้สิเตยหอม” เขาบ่นให้หล่อนแล้วข่มตาตัวเองนอนหลับอยู่ขอบเตียงแทบจะขยับตัวไม่ได้ สองมือดึงแย่งผ้าห่มจากหญิงสาวมาห่มบ้าง แล้วก็ต้องสะดุ้งตัวเกร็งเมื่อมือหล่อนขยับพลิกตัวหันมาทางเขาพร้อมกับเรียวแขนเล็กตวัดพาดเอวสอบของเขา
ฮืม!
เขาคำรามในลำคอเมื่อถูกแขนเล็กกอดพาดเอวของตนเอง มือใหญ่จับมือแขนเล็กออกจากเอวของตนแล้วก็ขยับตัวนอนตะแคง แต่เหมือนว่าเตยหอมกำลังแกล้งเขาอยู่ตอนนี้ หล่อนตวัดแทนโอบกอดเอวเขาอีกครั้ง
“เตยหอม!”
เหลือทนแล้ว เขาร้องเรียกชื่อของหญิงสาวพร้อมกับกระชากดึงเธอลุกขึ้น แล้วเธอก็ตื่นขึ้นเมื่อถูกกระชากดึงไม่เบาเท่าไหร่นัก
“ไปนอนที่อื่นไป ถ้าจะนอนดิ้นและนอนกอดฉันแบบนี้”
“อือ...ว่าไงนะคะ” เตยหอมพึมพำถามคนกระชากดึงตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วขยี้ตามองดูเขา แต่ก็หลับตาอีกครั้ง
“ตื่น! ไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไงยัยบ้า ไปนอนใต้เตียงหรือไปนอนห้องรับแขกก็ได้ ฉันนอนไม่หลับ”
“อือ...เหรอคะ ฝันดีนะคะสามี” พึมพำเหมือนจะรับรู้ แต่แล้วก็ดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือใหญ่แล้วล้มตัวลงนอนพร้อมดึงผ้าห่มมาห่มด้วยท่านอนที่แสนสบาย
“เตยหอม! โธ่เว้ย!” เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่กัดฟันแล้วล้มตัวลงนอนเหมือนเดิมและดึงแย่งผ้าห่มจากสาวเจ้ามาห่ม ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดไฟข้างหัวเตียง แล้วก็ต้องเกร็งอีกครั้งเมื่อภรรยาแต่งพลิกตัวมาเบียดเขาและกอดเขาแนบแน่นกว่าเดิม
“อืม...อดทนไอ้ดิน อดทนไว้ ถ้าเราย้ายห้องนอนแสดงว่าเรายอมให้ยัยบ้านี่” บอกกับตัวเองแล้วข่มตาหลับในความมืด แม้ว่าจะรำคาญและรู้สึกแปลกๆ เมื่อมีร่างน้อยนอนกอดแล้วเคลื่อนกายเสียดสีกับเนื้อตัวของตนเองก็ตาม
เช้าวันใหม่ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ห้องรับประทานอาหาร เป็นครั้งแรกที่บ้านหลังนี้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสามีภรรยา น้องชายเจ้าของบ้าน จะว่าไป บ้านหลังใหญ่หลังนี้แตกหักกันไปตั้งแต่ว่องไวบอกกับคล่องแคล่วว่าจะแต่งงานกับมรุลี พอแต่งงาน สามีภรรยาก็แตกกันไปคนละทาง แต่วันนี้ทุกคนก็มานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันในห้องรับประทานอาหาร ทำให้ป้าสมจิตแม่บ้านเก่าแก่และสาวใช้ต่างแปลกใจและไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง“น้องคล่องกลับมาอยู่บ้านเรานะ” ว่องไวบอกน้องชาย วันนี้อย่างน้อยก็มีเรื่องดี ๆ ตื่นมาเจอน้องชายร่วมโต๊ะทานข้าวเช้าด้วย ก่อนจะหันไปมองภรรยาของตน แล้วหันกลับมาสนใจอาหารตรงหน้า“ครับ น้องจะกลับมาค้างบ้านเรา วันนี้พี่ว่องดูเพลีย ๆ นะครับ” คล่องแคล่วถามพี่ชายด้วยความเป็นห่วง ดูตาที่คล้ำโบ๋ของพี่มันบอกชัดเจนว่าเมื่อคืนพี่ชายของเขานอนไม่หลับ“นิดหน่อยน่ะ รีบทานกันเถอะ ป้าสมจิตตักข้าวเลยครับ” ทุกคนบนโต๊ะไม่คิดจะทักทายหนึ่งสาวร่วมโต๊ะแม้แต่น้อย ทำให้ป้าสมจิตและสาวใช้รีบทำงานหน้าที่ของตนแล้วถอยออกไปจากห้องรับประทานอาหาร เพราะบรรยากาศมันดูตึงเครียดยังไงก็ไม่รู้มรุลีรู้สึกน้อยใจเมื่อถูกมองข้าม ถูกมองเป็นส่วนเ
“ก็ได้ค่ะ รุลีไปส่งนะคะ” เธอพูดพร้อมกับแกะมือหนาที่โอบกอดไหล่ของเธอออก แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นก็มีเสียงห้าวดังขึ้น“เชิญครับคุณหนึ่ง ผมขอตัวภรรยาผมไว้คงไม่เป็นไรนะครับ เดินออกไปทางเดิมคงไม่ทำให้คุณหลงทางหรอก”อีกมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น คล่องแคล่วแอบมองการสนทนาของพี่ชายกับภรรยาและแขกของมรุลีตลอด ตอนแรกเขาตั้งใจจะเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย แต่ด้วยความอยากรู้ว่าพี่ชายจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงเลยยืนแอบดูและแอบฟังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไรนัก คล่องแคล่วยิ้มขันเมื่อเห็นการกระทำและการแสดงออกของพี่ชาย เขาเพิ่งเคยเห็นพี่ชายในมุมแบบนี้“ครับ เจอกันพรุ่งนี้นะครับรุลี” ก่อนจะเดินออกไป นับหนึ่งไม่ลืมพูดลามรุลี ส่วนมรุลีทำได้แค่ยิ้มตอบรับ เพราะต้องเจอกันอยู่แล้วเพราะทำงานที่เดียวกัน เมื่อลับร่างของนับหนึ่ง เธอก็หันมาตำหนิสามีทันที“พี่ว่องทำบ้าอะไรคะนี่” เธอขยับตัวถอยห่างจากคนตัวโตที่นั่งเบียดด้วยสีหน้ารังเกียจอีกฝ่าย ปากน้อยเบะเล็กน้อยทำหน้าเบื่อหน่ายว่องไวเต็มกลืนว่องไวแทบจะลุกขึ้นเดินหนีเมื่อเห็นสายตาชิงชังรังเกียจเขาส่งมาจากทางคนที่เขารักสุดหัวใจ แต่ก็ต้องฝืนทำเป็นไม่สนใจตอบกลับไป“ทำไมพี่จะทำไม่ได
“เธอทำทุกอย่างเพื่อหลอกให้พี่รัก และมันก็สำเร็จ พี่รักรุลี รักจริง ๆ แต่เธอไม่ได้รักพี่ เธอแค่แสดงว่ารักพี่เฉย ๆ”มันคือความจริงที่เจ็บชาไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อหญิงที่ทำให้เขารักและทำให้เขาทรยศหักหลังน้องชายกลับเป็นคนบดขยี้หัวใจเขาด้วยน้ำมือของหล่อนเอง แต่ทำไมเขาถึงยังรักหล่อน พยายามจะทำทุกอย่างเพื่อให้มรุลีรักเขาจริง ๆ และทำให้ความอาฆาตแค้นของหล่อนจางหายไปจากใจ แต่เขายังไม่รู้ว่าเพราะอะไรมรุลีถึงแค้นเขาได้ถึงเพียงนี้คล่องแคล่วไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ชายพูด มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน มรุลีรักพี่ชายเขาเขามองออก มันจะเป็นแค่การแสดงได้ยังไง มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ ระหว่างสองคนนี้“มันจะเป็นไปได้ยังไงครับพี่ รุลีรักพี่ ผมดูออกว่าเธอรักพี่”“ไม่ใช่หรอก เธอทำทุกอย่างเพื่อจะแก้แค้นพี่ต่างหาก” เขาแย้งคำพูดน้องชาย แล้วปากระป๋องเบียร์ในมือทิ้งลงพื้น แล้วหยิบบรั่นดีที่ซื้อมาด้วยออกมาเปิดขวดกระดกขึ้นดื่ม“พะ...พอก่อนพี่ว่อง ดื่มแบบนั้นเมาตายกันพอดี” เขาแย่งขวดบรั่นดีจากมือพี่ชายมาถือเก็บไว้“ให้พี่ดื่มจนตาย รุลีก็ไม่สนใจพี่หรอก” เขาพยายามแย่งขวดบรั่นดีคืน แต่คล่องแคล่วจับไว้แน่น“พี่รู้ไหมว่าใครต่อใครก็
“ขอบคุณครับ สบายดีนะครับ ว่าแต่ไม่เจ็บตรงไหนนะครับวันนั้น” คล่องแคล่วรับเมนูมาพร้อมเอ่ยถามพนักงานสาว เมื่อเขาจำเธอได้ว่าเธอเป็นคนที่ตัดหน้ารถเขาและพาเขาไปส่งโรงพยาบาล“สบายดีค่ะ แล้วคุณเป็นยังไงบ้างคะ” ขวัญฟ้าดีใจที่เขาจำหล่อนได้“ผมแข็งแรงดีไม่เป็นอะไรหรอกครับ ว่าแต่คุณทำงานที่นี่นานรึยังครับ”ไม่รู้อะไรทำให้คล่องแคล่วเริ่มถามพนักงานสาวและอยากรู้เรื่องของเธอ ภาพใบหน้าของหล่อนติดตาเขาทุกครั้งเวลาหลับตานอน ภาพในวันที่หล่อนเคาะกระจกเรียกเขา มันยังก้องอยู่ในหู เหมือนกับว่าเธอเป็นห่วงเขาจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่คนที่เขาจะคิดถึงและนึกถึงควรจะเป็นมรุลี คนที่ทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้นคล่องแคล่วสะบัดหัวไล่ความคิดของตัวเองออกไป ก่อนจะมองเมนูอาหารในมือที่รับมาเพื่อสั่ง เขาสั่งสเต็กเนื้อจานเดียวก่อนจะส่งเมนูให้เธอ“รอสักครู่นะคะคุณลูกค้า”“ครับผม ว่าแต่...” คล่องแคล่วหยุดชะงักเมื่อไม่รู้ว่าควรจะถามเธอไหม“รับอะไรเพิ่มอีกรึเปล่าคะ”“คุณชื่ออะไรครับ” ในที่สุดเขาก็เลือกถามชื่อเธอออกไป“ขวัญฟ้าค่ะ เรียกฟ้าก็ได้ค่ะ” เธอบอกเขาพลางแตะป้ายชื่อที่อกซ้ายของตนให้เขาดูว่าเธอมีชื่อติดอยู่ที่เสื้อพนักงาน“ครับคุณฟ
หลังจากอุบัติเหตุของคล่องแคล่ว ว่องไวก็คิดทบทวนตัวเอง แต่พอมองไปยังหญิงที่เข้ามาครอบครองหัวใจตัวเองจึงทำให้เกิดงานแต่งงานในครั้งนี้ หลังจากคล่องแคล่วออกจากโรงพยาบาลได้สองอาทิตย์ งานแต่งานจัดเรียบง่าย มีแค่แขกของเขา ส่วนแขกของเจ้าสาวไม่มี แม้แต่เพื่อนของเธอ เธอก็ยังไม่ชวน ว่องไวมองหาน้องชายตั้งแต่งานเริ่มจนตอนเขาและมรุลีถูกส่งตัวเข้าห้องหอก็ยังไม่เห็นเงาของน้องชาย แอบหวังว่าคล่องแคล่วจะโผล่มาตอนตักบาตรทำบุญเช้า แต่ก็ไม่มา หวังว่าจะมาตอนที่เจ้าหน้าที่มาจดทะเบียนสมรสของเขาและมรุลีแต่ก็ไม่มา จนตอนนี้สามทุ่มกว่า เขานั่งบนเตียง รอเจ้าสาวเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด คิดว่าระหว่างรอคล่องแคล่วจะมาเคาะห้อง แต่ก็ยังเงียบ จนตอนนี้เจ้าสาวออกมาจากห้องน้ำ แทนที่จะเป็นชุดนอน แต่กลับเป็นชุดเหมือนว่าเธอกำลังจะออกไปข้างนอกในคืนเข้าหออย่างไรอย่างนั้น และไม่ปล่อยให้ความสงสัยอยู่นาน เขาจึงถามเสียงนุ่ม“รุลีจะไปไหนครับ” เห็นสาวเจ้าสาวของตัวเองถอดชุดไทยทิ้งมาเป็นชุดเดรสยาวรัดรูปผูกคอสีดำเว้าหลังถึงเอวเล็กคอด“ไปเที่ยวยังไงคะ” หล่อนตอบเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก จนคนฟังสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นในประโยคบอกเล่าของภรรยา
ตลอดเวลาเกือบเดือนที่ต้องนอนร่วมเตียงเดียวกับเตยหอมทำให้เขาทรมานและอดทนมากเหลือเกิน ทรมานกับความโกรธและเนื้อตัวของหล่อนเบียดแนบกับเขา ส่วนนุ่มนิ่มของร่างก็แนบถูไปกับเนื้อตัวของเขา และที่สำคัญหล่อนทำให้เขาขาดความเป็นส่วนตัวมากขึ้นทุกวัน และเช้านี้ก็เป็นเหมือนทุกวันที่ตื่นมามีหญิงสาวนอนเกยทับอยู่บนตัวของเขา“ยัยบ้าเอ๊ย!” ตื่นมาเจอกับภาพแบบนี้ทุกๆ วันเหมือนจะชิน แต่ดินไม่เคยชินสักครั้ง เขาผลักเตยหอมออกจากตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำ ส่วนเตยหอมก็ขยับพลิกตัวนอนต่อไม่สนใจว่าอีกคนจะรังเกียจตัวเองแค่ไหน“คนเลว! คุณใจร้ายกับฉันมากเกินไปแล้วนะคุณดิน” เธอว่าเขาเมื่อนอนต่อไม่ได้แล้ว เพราะทุกๆ วันเธอต้องเจอภาพของเขากับหลินและทั้งคู่ก็หายเข้าไปในกระท่อมด้วยกันทุกวัน กับคนอื่นเขาแสนดี อ่อนโยน สุภาพ แต่กับเธอ เขาปฏิบัติตัวแตกต่างกับทุกคน“คนอย่างเตยหอมไม่มีทางยอมแพ้หรอก รังเกียจกันนักใช่ไหม ได้! ยิ่งรังเกียจฉันมากเท่าไหร่ ฉันยิ่งจะอยู







