LOGINใครจะไปคิด…ว่าผู้หญิงที่ถ่างขายั่วเย้าเขาผ่านหน้าจอทุกคืน จะเป็นยัยเฉิ่มเพื่อนสนิทที่คอยเป็นเบ๊ให้ตั้งแต่สมัยมัธยมต้น
View Moreตอนที่ 1
ไม่เคยเห็นหน้าแต่ก็พาขึ้นสวรรค์ได้ “ซี๊ด!...อ๊า” ชายร่างสูงนั่งพิงพนักหัวเตียง มือข้างหนึ่งยกมือถือไว้ตรงหน้า มืออีกข้างล้วงลงใต้ขอบกางเกง รูดแท่งร้อนช้า ๆ พร้อมกับสูดลมหายใจหอบแรง “ตะวันขา..…อ๊า!” เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากโทรศัพท์มือถือยั่วเย้าเสียจนชายหนุ่มขบกรามแน่น กล้ามเนื้อท้องแข็งเกร็งเป็นลอนทุกครั้งที่มือกระชากขึ้น ปลายนิ้วหยาบใหญ่รูดแนบกับลำกายที่ขยายตัวเต็มที่ มือหนาร้อนผ่าว ชลั่ก! ชลั่ก! ชลัก! “เสียงเธอนี่มัน อ๊า!” บนหน้าจอเผยให้เห็นมือเรียวเล็กกำลังบีบคลึงหน้าอกตัวเองช้า ๆ ผิวขาวเนียโชว์เด่นอยู่เต็มจอปลายนิ้วยกข้างหนึ่งขึ้นมาขยี้เบา ๆ ที่ยอดถัน แรงบีบหนักขึ้นตามจังหวะมือ “เสียวมั้ยคะ….ตะวันขา” หญิงสาวถามออกมาด้วยน้ำเสียงยียวน ทำเอาชายหนุ่มถึงต้องเร่งจังหวะมือขึ้นเรื่อย ๆ มือหนาเลื่อนมือจากโคนขึ้นไปจนสุดปลาย ขณะที่แผ่นอกหนาเริ่มกระเพื่อมตามแรงหอบหายใจ “อ๊า!โครตเสียวเลยเนเน่…” ชลั่ก! ชลั่ก! ตะวันเผลอเร่งจังหวะมือ เสียงฝ่ามือหนารูดกับแท่งร้อนเริ่มดังชัดเจนในห้องเงียบสนิทเขายังคงมองจ้องจอ ไม่ละสายตาสักวินาที “อื้ม...คนดี ทำเอาเสียวตามเลยค่ะ....” คนบนหน้าจอพูดพร้อมน้ำเสียงหอบแผ่ว มือทั้งสองกำหน้าอกตัวเอง บีบเข้าหากันช้า ๆ แล้วปล่อย สลับกับขยี้ยอดถันวน ๆ อย่าง ยั่วเย้า ร่างสูงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย หลับตาแน่นจินตนาการถึงภาพปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวที่กำลังบีบหน้าอกตัวเอง ลากวนวนรอบยอดถันสีกุหลาบอ่อน แล้วหยิกเบา ๆ “อ๊า....” เสียงแหบพร่าดังขึ้นทันที มือกระชากลำแข็งขึ้นลงแรงจนเสียงดังสะท้อนในห้อง หยดน้ำใส ๆ ที่ปลายลำกลายเป็นฟองชื้นเหนียวเคลือบฝ่ามือทั้งหมด ชลั่ก! ชลั่ก! ชายหนุ่มกัดฟันกรอด มือเร่งความเร็วอย่างรุนแรง กล้ามท้องเกร็งจนชัด เส้นเอ็นปูดตามต้นแขน เงยหน้าหลับตาแน่นอยู่ครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองกล้องอีกครั้ง หน้าจอโทรศัพท์เผยให้เห็นขาเรียวที่กำลังถ่างออก กางเกงในถูกเบี่ยงไว้ด้านข้าง ปลายนิ้ววนแตะเบา ๆ จนมีเสียงน้ำชื้นเบา ๆ ดังลอดลำโพง “อื้ม แบบนี้…ตะวันชอบมั้ย” ร่างสูงหลับตาแน่นขึ้น มือเริ่มรูดเร็วขึ้นอีกระดับ เส้นเอ็นตามท้องน้อยตึงแน่น กล้ามหน้าท้องขยับตามแรงกระตุกของข้อมือ ในหัวจินตนาการว่าคนในหน้าจอนั่งระหว่างขา ริมฝีปากนุ่มลื่นครอบลงมาช้า ๆ “อ๊า…ชอบ แบบนั้นแหละ” ตะวันสูดลมหายใจแรง เขากระชากมือถี่ขึ้นอีกระดับ เสียงหายใจหนัก และเสียงฝ่ามือกระแทกผิวเนื้อแทบกลบเสียงครางหวานที่ลอดออกมาจากโทรศัพท์ “อื้ม...ชอบก็ครางออกมาดัง ๆ สิคะ” มือหนากระชากแรงขึ้นจนเนื้อตึงน้ำที่ไหลเยิ้มเคลือบฝ่ามือทำให้เสียงเนื้อกระทบกันชัดเจน เขาไม่หยุดแม้จะเริ่มรู้สึกตึงไปทั้งแกนลำตัว สองขาเกร็งแกร่งเหยียดตึง เสียงครางเริ่มหลุดปาก “ฮึก…อ๊า! จะแตก!” ชายหนุ่มกัดฟัน คำรามต่ำในลำคอ กล้ามขาเหยียดตึง มือรัดแน่นราวกับจะบีบกระชากน้ำจากแกนกลาง ชลั่ก! ชลั่ก! ชลั่ก! ชลั่ก มือกระชากขึ้นลงเพียงไม่กี่ครั้ง น้ำก็พุ่งออกจากท่อนเอ็นร้อนกระแทกหน้าท้องแกร่งเปื้อนเต็มมือ คนบนเตียงหอบหายใจหนัก ศีรษะเอนพิงหัวเตียง ขณะที่แผ่นอกยังขยับแรงไม่หยุด “เสร็จแล้วเหรอ หื้ม…” เสียงเย้ายวนดังออกมาอีกครั้ง “เมื่อไหร่เนเน่จะเปิดหน้าให้ฉันเห็นสักที....” เขาถามทั้งทีเสียงยังหอบ ใช่แล้ว แม้จะเสร็จไปแล้วหลายครั้ง ทว่าชายหนุ่มกับไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย ด้วยความที่น้ำเสียงหวานบวกกันกับหน้าอกอวบทรงสวยแถมผิวยังขาวทำให้เขามั่นใจได้เลยว่าใบหน้าก็คงจะสวยไม่แพ้กัน “รออีกนิดนะคะ” ปลายสายตอบกลับมา เมื่อหลายเดือนก่อนตะวันเล่นแอพหาคู่ ทำให้จับพลัดจับผลูได้คุยกับหญิงสาวที่ชื่อเนเน่เข้าให้ แถมโลเคชั่นยังอยู่ใกล้ ๆ ตอนแรกกะว่าจะหลอกฟันเล่น ๆเสียหน่อย แต่สาวเจ้าตัวดีดันไปยอมมาเจอไม่ยอมให้เห็นหน้า ทำให้เขาต้องรออดเปรี้ยวไว้กินหวานแทน “นี่ก็หลายเดือนแล้วนะ...ยังอีกเหรอ” “ใจเย็นสิคะ....เน่ไม่คุยกับคุณเรื่องนี้แล้ว ฝันดีค่ะ” สิ้นคำหญิงสาวก็ตัดสายไปในทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน และชายหนุ่มที่ต้องเก็บงำความสงสัยทั้งหมดไว้ในใจ โดยไม่อาจหาคำตอบใดได้ มหาลัย@@ ร่างสูงของ “ตะวัน” หนุ่มวิศวะโยธา ปี 2 ก้าวเดินเข้ามาด้วยจังหวะไม่เร่งรีบ เสื้อวิศวะสีเข้มแนบลำตัวพอดี เผยให้เห็นรูปร่างสูงโปร่งที่ดูเรียบง่ายแต่ลงตัว กางเกงยีนส์รับกับช่วงขายาว ทำให้ทุกย่างก้าวดูสบายตาอย่างน่ามอง ด้านหลังแกร่งก็มีหญิงสาวคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมา “อัยยา”สาวบริหาร สาขาบัญชี ปี 2 ในกระโปรงทรงเอคลุมเข่า เสื้อเชิ้ตที่ติดกระดุมครบทุกเม็ดอย่างเรียบร้อย เส้นผมถูกรวบตึงจนไม่หลงเหลือปอยผมให้หลุดลุ่ย แว่นตากรอบหนาเตอะบดบังดวงตาคู่ใส ใบหน้าไร้เครื่องสำอางตกแต่ง ร่างเล็กเดินตามหลังตะวันไม่ห่างนัก สองมือพะรุงพะรังไปด้วยข้าวของในมือถือราวกับเป็นเงาตามตัว หรือจะเรียกว่าเบ้ก็ไม่ผิดเพี้ยน อัยยาเป็นเพื่อนของตะวันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่นั่งหลังห้อง ต้องคอยส่งการบ้าน ตะวันสั่งอะไรเธอก็ต้องทำ แม้เรื่องนั้นจะเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากทำแค่ไหนก็ตาม จนถึงวันนี้ที่เธอยังคงเดินตามหลังเขาไม่เปลี่ยน จากนั้นตะวันก็เดินไปนั่งลงบนม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ อัยยาขยับตามไปนั่งตรงข้าม ก่อนจะยื่นกล่องข้าวในมือให้ ใบหน้าระรื่นเหมือนพยายามทำให้บรรยากาศดูเป็นเรื่องปกติ อัยยาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ย ตะวันก็เสริมเสียงเรียบเย็น “บอกให้ไปไง! ไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง” น้ำเสียงนั้นทำให้เธอต้องรีบปิดกล่องข้าวลงอย่างเงียบงัน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ทั้งที่แววตาไม่เหลือความสดใสเหมือนก่อนหน้า “งั้นเราเข้าเรียนก่อนนะ…มีอะไรก็ทักมาแล้วกัน” ตะวันไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง ร่างสูงเพียงเอนหลังพิงม้าหินอ่อน ปล่อยสายตาว่างเปล่าไปยังสนามหญ้าเบื้องหน้า สีหน้าฉายแววเบื่อหน่ายราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่คู่ควรกับความสนใจแม้เพียงน้อยนิด อัยยานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นและเดินจากไปอย่างเงียบงันตอนที่ 11อย่ายุ่งกับเธอ “ตะวัน...ตะวันเป็นอะไร...”ร่างเล็กวิ่งฝ่าฝูงชนขึ้นมาถึงโซนวีไอพีด้วยลมหายใจหอบถี่ ทว่ายังไม่ทันเอ่ยจบประโยค เสียงก็ขาดหายไปกลางคันภาพตรงหน้าทำให้เธอชะงักงัน ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีบาดเจ็บหรือเดือดร้อนอย่างที่คิด ตะวันเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์ มุมปากยกยิ้มจาง ๆ ขณะมีสาวสวยสองคนแนบกายอยู่ทั้งซ้ายและขวา ราวกับไม่เคยมีสายโทรศัพท์เร่งด่วนเมื่อครู่เกิดขึ้นเลย“อ้าวมาแล้วเหรอ...นั่งดื่มก่อนสิ”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเรียบเฉย ไร้แววใส่ใจ ร่างเล็กนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น หัวใจเหมือนถูกกระชากแรง ๆ ความเย็นวาบแล่นขึ้นมาจุกแน่นที่อก น้ำตาคลอเบ้าจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่า แม้จะพยายามกลั้นไว้ แต่ความรู้สึกผิดหวังกลับท่วมท้นจนแทบยืนไม่ไหว“ตะ..ตะวันเรียกเรามาทำไมเหรอ”“ก็ชวนมาดื่ม...”“เรารีบมา...เพราะคิดว่าตะวันอยู่ในอันตราย แต่ตะวันกลับเรียกเรามาเพราะเรื่องแค่นี้เหรอ”“อัยยาอย่างี่เง่าได้ป่ะ...ปกติกูเรียกมึงมา มึงก็มาตลอด ครั้งนี้ทำเป็นโมโหไปได้”“ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เราไม่สบายอยู่นะ ท้องก็ปวดมากด้วย เราห่วงตะวันมาก ๆ มากจนลืมความเจ็บปวดของตัวเองไปเลย”“......”“ตะวันคิดว่า
ตอนที่ 10ถ้าหายไปก็คงไม่มีใครคิดถึง“บอกมาว่าแกเอามันมาใช้ทำอะไร”อัยยาก้มหน้าลง ร่างบางสั่นระริก ริมฝีปากขยับเล็กน้อยแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา“แกอยากทำให้แม่ผิดหวังนักหรือไง”หญิงสาวรีบส่ายหน้า น้ำตาคลอเบ้า “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะแม่ หนูแค่…แค่”“แค่อะไร!” แม่ตัดบททันควัน สายตาคมกริบมองลูกสาวด้วยสายตาผิดหวังร่างเล็กคุกเข่าลงตรงหน้ามารดา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา ดวงตาที่อยู่หลังเลนส์แว่นสั่นไหว ก่อนจะพูดออกมาเสียงแผ่วเบาแทบหลุดหาย“แม่…ลงโทษหนูเถอะค่ะ” คนเป็นแม่พยักหน้าช้า ๆ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “ได้! แกจะบอกใช่มั้ย ว่าเอาของพวกนี้มาทำไม”อัยยาได้แต่ก้มหน้าลง ไม่อาจเอ่ยคำตอบ ร่างกายสั่นไหวตามแรงสะอื้นเปียะ! ไม้เรียวยาวฟาดลงกลางหลังบาง ความเจ็บแปลบแล่นวาบไปทั่วร่าง ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกจนตัวงอ “ฮึก!…”“ฉันสอนให้แกเป็นคนแบบนี้หรือไง!”เสียงแม่สั่นเครือ แฝงความเจ็บปวดและผิดหวังอย่างชัดเจนเปียะ! ไม้เรียวฟาดลงกลางหลังอีกครั้ง ความเจ็บปวดแล่นซ่านจนร่างบางสะท้าน หายใจสะดุด น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย“ฮึก!…”“ที่ฉันทำไปก็เพราะหวังดีกับแกทั้งนั้น…เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉัน
ตอนที่ 9เลิกตามฉันสักทีอัยยานั่งอยู่บนอัฒจันทร์ริมสนามบาส มือเล็กกุมขวดน้ำไว้แน่น สายตาทอดมองไปยังสนามตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ รอบตัวมีผู้คนเพียงประปราย จนกระทั่งรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนนั่งลงข้าง ๆ หญิงสาวหันไปมองตามสัญชาตญาณ ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่เธอไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่“นายมาทำไมอีก”แทนเหลือบมองหน้าเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉย“ฉันอยากนั่งตรงนี้ มีปัญหาอะไร เธอซื้อไว้เหรอ”อัยยาหันหน้าหนีคล้ายเบื่อหน่าย“ขี้เกียจจะคุยกับนาย”“มานั่งมองไอ้ตะวันมันเหรอ…”“ยุ่งอะไรด้วย” “ ทำไมเธอรำคาญฉันขนาดนั้นหรอ” “ใช่ ฉันรำคาญ นายเลิกตามฉันสักทีได้มั้ย เรื่องวันนั้นฉันไม่เอาโทษนายขอแค่นายเลิกยุ่งกับตะวันแล้วก็กับฉัน”“เห็นทีจะยาก…เพราะฉันรู้สึกถูกชะตากับเธอ”“ประสาทรึไงน่ารำคาญชะมัด”“แล้วเธอคิดว่าไอ้ตะวันมันไม่รำคาญเธอเหรอ ความรู้สึกที่เธอรำคาญฉัน…กับความรู้สึกที่มันรำคาญเธอ มันก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก”“…”“เพราะฉะนั้นแล้วเธอเข้าใจความรู้สึกของไอ้ตะวันมันหรือยัง”หญิงสาวหันไปมองหน้าแทน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาราวกับย้ำกับตัวเอง“ตราบใดที่ตะวันยังไม่ได้ไล่ฉันออกจากชีวิต…ฉันก็ไ
ตอนที่ 8ยุ่งกับมัน ก็ห้ามมายุ่งกับกู“ซี๊ด! อื้ม ตะวันขา ช่วยเน่หน่อยสิคะ...”เสียงครางกระเส่าหวานออดอ้อนเล็ดลอดออกมาจอปลายสาย เนินอกขาวเนียนสะท้อนบนหน้าจอ ทว่าอีกฝ่ายกลับแสดงสีหน้าไร้อารมณ์“วันนี้อารมณ์ไม่ดี พอแค่นี้เถอะ”“เดี๋ยวสิคะ...เน่ทำให้ตะวันอารมณ์ดีได้น๊า”เสียงเล็กแหลมยังคงตอแยไม่เลิก ขณะร่างนั้นเอนอกเข้าหา คล้ายตั้งใจปลุกเร้าอารมณ์ของคนตรงหน้า“ฉันอาจจะอารมณ์ดีขึ้นก็ได้...ถ้าได้เห็นหน้าเธอ”“หื้ม....แล้วตรงนี้ของเน่ ทำให้ตะวันอารมณ์ดีไม่ได้เหรอคะ”นิ้วเรียวเล็กลากไล้แผ่วเบาบนเนินอกอวบที่มีเพียงบราสีหวานปกปิด“....”“หรือว่า...อยากจะดูตรงอื่น”น้ำเสียงนั้นหวานยั่วจนคนฟังยากจะไม่เผลอไหวเอน ทว่าตะวันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้เขาไม่รับรู้อะไรนอกจากอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเอง“ไว้วันหลังเถอะ แค่นี้นะ ฝันดี”“เดี๋ยวสิ...”ยังไม่ทันสิ้นเสียง ตะวันก็กดวางสายลงทันที น้ำเสียงก่อนตัดสายแข็งกระด้าง ปนความหงุดหงิดที่ไม่คิดปิดบัง คนที่ถูกตัดสายได้แต่นั่งนิ่ง มองหน้าจอที่มืดสนิท ความรู้สึกจุกวูบแล่นขึ้นมาในอก คล้ายจะเข้าใจอะไรบางอย่าง หรือว่าเขา





