LOGINเธอคิดว่าเขารักเธอจากใจจริง แต่มันเป็นเรื่องโกหกมาตลอดเมื่อวันหนึ่งสามีที่รักพาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในบ้าน
View Moreอธินินทร์นั่งเคาะนิ้วลงบนโต๊ะรับประทานอาหารรอสามีกลับมาทานพร้อมกัน ทว่าตอนนี้เลยเวลาตั้งโต้ะไปเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วเขาก็ยังไม่มีวี่แววจะกลับมา หญิงสาวจึงให้แม่บ้านจัดสำรับสำหรับเธอคนเดียว กินไปไม่กี่คำก็วางช้อนลงเมื่อรู้สึกอิ่ม หญิงสาวเอ่ยขอโทษแม่บ้านอาวุโสที่ทานข้าวเพียงครึ่งทัพพีก็ไม่หมดจาน จากนั้นก็ลุกไปนั่งรอเขาที่โซฟาห้องรับแขก เล่นมือถือไปเรื่อย จนกระทั่งเวลาหนึ่งทุ่มครึ่งรถของชายหนุ่มที่เธอรอก็วิ่งเข้ามาจอด
หญิงสาวลุกขึ้นเดินเข้ามาทักทายเมื่อเห็นหน้าสามีกลับมาบ้าน
“งานยุ่งเหรอคะ ทำไมกลับช้าจัง นินทร์รอทานข้าว ส่งข้อความไปคุณก็ไม่ตอบ”
อธินินทร์ยิ้มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้จะต่อว่าเขาสักนิด แต่คำตอบที่เธอได้กลับมาทำเอาหญิงสาวหน้าชาดิก
“จะรอทำไม ปากใครก็ปากคนนั้น หิวก็กินท้องไม่ได้ติดกันนี่”
พูดจบเขาก็เดินกลับขึ้นห้องโดยไม่คิดจะสนใจความรู้สึกคนฟังเลยสักนิดว่ามันจะพังเพราะคำพูดห้วน ๆ จากปากเขาขนาดไหน
นั่นสินะ ปากใครก็ปากมัน ท้องไม่ได้ติดกัน ต่อไปก็ไม่ต้องคอยถามคอยทักอีกแล้ว พอซะที ร่างบางปล่อยลมออกจากปากแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะผ่อนออก เขากลับมาแล้วเธอก็จะได้กลับขึ้นห้องเสียที ห้องนอนที่มีแต่เธอเท่านั้น ส่วนเขาแยกออกไปนอนอีกห้อง พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันใหม่
เช้าวันต่อมาอธินินทร์ไม่ได้เห็นหน้าสามีที่โต๊ะอาหารด้วยซ้ำ เขาลงมาแล้วก็ขับรถออกไปทำงานเลย ส่วนเธอยังคงอยู่ที่บ้าน ระหว่างวันในช่วงเช้าขณะที่เธอกำลังเดินดูแปลงกุหลาบรูปภาพหนึ่งก็ถูกส่งเข้ามาในช่องทางไดเรกเมสเสจของแอปพลิเคชันสาธารณะของอธินินทร์ เป็นภาพภายในห้องทำงานของสามีเธอ องค์ประกอบของภาพนั้นยังเห็นเสื้อสูทตัวที่เขาสวมออกจากบ้านเช้าวันนี้พาดอยู่ที่พนักเก้าอี้ พร้อมข้อความที่ถูกส่งต่อมาจากคนที่ใช้นามว่า
นางฟ้าสีเทา : รู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้กัน
อธินินทร์เห็นทั้งภาพและข้อความมือก็ถึงกับกำมือถือแน่น มันจะเป็นใครไปไม่ได้เด็ดขาดที่จะส่งภาพและข้อความแสดงความใกล้ชิดแบบนี้มากวนประสาทเธอถ้าไม่ใช่เลขาหน้าห้องของสามีเธอ
“อยากเปิดศึกกันนักใช่มั้ย ได้”
หญิงสาวที่เป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายเห็นภาพและข้อความนั้นก็ขับรถออกจากบ้านเพื่อไปหาสามีที่บริษัท เธอไปพร้อมกับอารมณ์เดือดขั้นสุดพร้อมกระชากหน้ากากผู้หญิงหน้าไม่อายออกมา อธินินทร์มีอำนาจที่จะขึ้นไปยังชั้นของผู้บริหารที่สามีนั่งทำงานอยู่โดยที่พนักงานรักษาความปลอดภัยไม่กล้ามายุ่มย่าม เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องแน่นอนว่าไม่พบกับลีลาวดี เลขาอกเด้งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตที่มีทั้งความโกรธและความเศร้าโศกเจือปนตวัดมองไปที่ประตูหน้าห้องทำงานเขา หัวใจเต้นระส่ำ ถ้าเธอเปิดประตูเข้าไปแล้วพบว่าพวกนั้นกำลังบรรเลงเพลงรักกันอยู่เธอจะทำอย่างไรนะ เข้าไปกระชากพวกมันออกจากกัน หรือยืนดูให้ความเจ็บปวดมันทิ่มแทงตัวเธอเอง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด วันนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ให้มันเกิด เธอมาตัวเปล่าไม่ได้พกอาวุธ อย่างมากก็มีแค่มือที่จะตบนังเลขานั่นได้สักฉาด
คิดแล้วมือเรียวก็กำแน่นเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูนขึ้นมา ริ้วรอยแดงเรื่อจากความรู้สึกเจ็บผสมแค้นพาดผ่านดวงตา สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปลอบขวัญตัวเองกับภาพที่จะเจอต่อจากนี้ ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป
ผลัวะ!
อธินินทร์ผลักประตูที่ไม่ได้ล็อกเข้าไปอย่างแรงส่งผลให้คนในห้องที่นั่งประชุมกันอยู่หันมามองเป็นตาเดียว สองคนมองด้วยสายตาประหลาดปนตกใจ อีกคนมองด้วยสีหน้ายิ้ม ส่วนคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะจ้องมองมาด้วยความไม่พอใจที่สุด
ก่อนเสียงของใครคนหนึ่งจะพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“คุณนินทร์ ดิฉันไม่ทราบว่าคุณจะมาเวลานี้”
มันคือน้ำเสียงที่ดัดหวานของลีลาวดี เลขาหน้าห้องที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้หกเดือนของปรศุ
“ก็ใครล่ะ ที่คอยกวนประสาทฉัน เธอไม่ใช่เหรอ”
“คุณนินทร์พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ ดิฉันไม่รู้เรื่อง”
ลีลาวดีทำสีหน้าเหมือนกำลังถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม มองไปยังชายหนุ่มด้วยท่าทางขอความช่วยเหลือ ก่อนจะหันมาตอบ
“ไม่ต้องมาตอ...”
“หยุด!” เสียงที่เข้มที่สุดดังขึ้น มองดูก็รู้ว่าสีหน้าของปรศุตอนนี้โกรธคนที่ถือวิสาสะเข้ามามากแค่ไหน
“คุณกลับบ้านไปก่อนนินทร์ ผมกำลังคุยกับลูกค้า...รายใหญ่”
เขากดเสียงต่ำ ใช้สายตาจ้องมองไปที่เธอสื่อถึงความเด็ดขาด อธินินทร์ยืนหายใจหอบแรง ยิ่งมองไปยังหน้าเลขาที่ทำเป็นใสซื่อเธอยิ่งแทบควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ แต่เมื่อเห็นว่าเขามีแขกที่เธอไม่รู้จักนั่งอยู่ด้วยอธินินทร์ก็รู้สึกตัวและไม่อยากทำให้เสียหน้าไปกว่านี้
“ก็ได้ ฉันจะกลับไปรอที่บ้าน แล้วเราค่อยคุยกัน...ขอโทษคุณทั้งสองคนด้วยนะคะ”
เธอพนมมือไหว้พร้อมกับก้มศีรษะลงในกิริยานอบน้อม ทำให้หญิงชายวัยกลางคนทั้งสองวางสีหน้าลงได้และพนมมือตอบ
ก่อนออกจากห้องหญิงสาวไม่ลืมส่งสายตาเอาเรื่องไปยังลีลาวดี ที่เธอมั่นใจว่าเป็นตัวการทำให้สามีของเธอเปลี่ยนไป
เมื่อภรรยาที่ทำตัวน่าเกลียดออกไปปรศุก็เอ่ยคำขอโทษลูกค้าที่นัดมาคุยธุรกิจด้วยอีกครั้ง คุยธุรกิจเสร็จเขาก็ส่งลูกค้าทั้งสองคนกลับไป ทว่าเลขาสาวสวยยังคงยืนกุมมือประสานกันไว้ด้านหน้าเหมือนยังมีเรื่องอะไรที่ต้องพูดกับเขาอีก
“คุณยังมีอะไรรึเปล่าคุณเลขา”
“ค่ะ คือ เรื่องที่คุณอธินินทร์มาอาละวาดเมื่อสักครู่ลิลลี่ไม่ได้เป็นคนทำจริงๆ นะคะคุณราม”
ดวงตาคมจ้องเข้าไปในดวงตาที่ฉายแววดูหวาดหวั่นปนทอดสะพาน ก่อนจะเอ่ยออกมา
“ผมต้องการให้คุณแทนตัวเองว่า ‘ดิฉัน’ มากกว่าแทนด้วยชื่อเล่น และเรียกผมว่า ‘ประธาน’ ไม่ใช่เรียกชื่อ”
คำสั่งนี้ทำให้รอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนเรียวปากค่อย ๆ หุบลง
“ค่ะ ท่านประธาน แต่เรื่องที่คุณนินทร์มา....”
“คุณออกไปทำงานได้แล้ว” น้ำเสียงมีความเข้มขึ้นอีกระดับตัดบทที่เลขากำลังจะอธิบาย
“ค่ะ”
ประตูห้องปิดลงปรศุก็ได้ยกนิ้วคลึงขมับตัวเองอย่างเหนื่อยหน่าย
“เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน”อธินินทร์ยืนหอบหายใจแรง หัวใจแทบระเบิดด้วยความโกรธที่อัดอั้นอยู่ภายใน เธอต้องสะกดกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจ เสียใจ เจ็บใจ และแค้นใจไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าสองแม่ลูกตัวร้ายนั่น เธอจะไม่ยอมให้พวกมันเก็บไปหัวเราะเยาะเธอได้ในภายหลังปรศุพาเดหลีและมารดาไปพักที่บ้านพักหลังเล็กด้านหลังตึกใหญ่ บ้านหลังนี้สร้างขึ้นไว้สำหรับรับรองแขก เป็นบ้านหลังเล็กกะทัดรัดน่ารัก มีสองห้องนอนและห้องรับแขกในตัว รอบบ้านเป็นสวนร่มรื่นและมีธารน้ำเล็ก ๆ ไหลผ่าน ห่างจากตัวตึกใหญ่ไม่ไกล ให้ความเป็นส่วนตัวมากพอสมควร“น้องหลีกับคุณน้าพักที่นี่กันไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน พักให้สบายใจนะครับ”ปรศุหันไปมองหน้าหญิงสาวที่กำลังยกมือซับน้ำตาโดยไม่พูดอะไร คนเป็นแม่จึงรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุแบบเอ็นดูว่า“ขอบคุณพี่เขาสิคะ ที่ช่วยเราแม่ลูก”เดหลีส่ายหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาทั้งน้ำตานองหน้าอีกครั้ง เอ่ยว่า“หลีว่าเราไม่ควรอยู่ที่นี่นะคะคุณแม่ พี่รามแต่งงานแล้ว แล้วยังแต่งกับคนที่...จ้องจะทำร้ายเรา หลีกลัวค่ะแม่”“ไม่เอาน่าลูก ตอนนี้เราเพิ่งกลับไทย ยังไม่มีแผนว่าจะไปที่ไหนทำอะไร เลยนะคะ พี่เขาให้มาพักที่บ้านก็ดีแล้
อธินินทร์เคยรู้จักผู้หญิงสองคนที่ปรศุกำลังพาเข้ามาในบ้าน เธอถลาวิ่งออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นสองคนนี้อีกครั้ง“พวกแกสองคนมาที่นี่ได้ยังไง”“พี่รามช่วยเดหลีกับคุณแม่ด้วยค่ะ ผู้หญิงคนนี้เคยร้ายกับเรามาก...ฮึก”“พวกตอแหลได้โล่ เจอกี่ทีก็ยังตอแหลเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”“หยุด!” ปรศุตะคอกเสียงดัง“ฉันไม่หยุด คุณพาสองคนนี้เข้ามาในบ้านได้ยังไง พาเข้ามาได้ยังไง รู้จักพวกมันเหรอ” อธินินทร์โกรธจัดขึ้นเสียงกลับท่าทีเกรี้ยวกราด“ใช่ ผมรู้จักพวกเขา” ปรศุไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับท่าทีของภรรยา เพราะเธออาละวาดหึงหวงน่าเกลียดแบบนี้กับลีลาวดีมาหลายครั้งจนเขาเอือมระอา“รู้จักในฐานะอะไร”“แฟนค่ะ ลูกสาวฉันเป็นแฟนกับคุณราม”ดาหลาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเสมือนเป็นผู้ดีคอยปกป้องลูกสาวที่กำลังโดนรังแกอย่างไม่เป็นธรรมแม้ได้ยินดังนั้นหัวใจของอธินินทร์แทบจะหยุดเต้นแต่เธอก็ต้องแสร้งตีหน้ายิ้มแล้วบอกว่า“เหรอ แต่ฉันเป็นเมีย เมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณราม”“นิ... นี่คุณรามแต่งงานกับผู้หญิงที่ใจร้ายกับแม่กับเดหลีขนาดนี้ยังไงคะ แต่งตอนไหนทำไม...ฮึก คุณแม่เราออกไปอยู่ที่อื่นกันเถอะค่ะ หลีกลัว...ฮือ”เดหล
อธินินทร์กลับเข้ามานั่งสวย ๆ ในงานมองผู้บริหารคนใหม่ของอัครากรุ๊ปที่ขึ้นไปกล่าวคำขอบคุณแขกในงานด้วยสายตาชื่นชมจนเก็บไม่อยู่ ปรเมศวร์ดูจะเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมากถ้าใครได้อยู่ใกล้คงมีความสุขไปตลอดชีวิต“มองอะไรนักหนา”ปรศุที่มองเห็นสายตาแบบนั้นของเธอก็ไม่ค่อยพอใจ“มองว่าที่สามีใหม่ค่ะ”“เหอะ ผู้หญิงร้ายกาจอย่างเธอไม่เหมาะสมกับผู้ชายแบบนั้นหรอก”“แล้วผู้หญิงอย่างฉันต้องเหมาะสมกับผู้ชายแบบไหนเหรอคะ...แบบคุณ?” หญิงสาวเลิกคิ้วทำหน้ายียวน“ไม่”“งั้นคุณก็ไม่ต้องมาสนใจ ตอนนี้ฉันกำลังจ้องจะจับผู้ชายคนอื่นหลังได้เงินร้อยล้านจากคุณแล้ว”“ฝันไปเถอะ”อยู่ในงานถึงเวลาอันสมควรปรศุกับอธินินทร์ก็พากันกลับ จะว่าได้เวลาสมควรแล้วกลับก็ไม่ถูกนัก เป็นเขาต่างหากที่เป็นคนบอกให้เธอกลับเพราะไม่ชอบเวลาที่เธอเดินไปคุยทำความรู้จักกับใครแล้วมีผู้ชายอื่นมองลีลาวดีเดินตามหลังคนทั้งคู่มาไม่ห่างชายหนุ่มจึงหันไปบอกกับเลขาสาวว่า“ผมจะให้คนขับรถไปส่งคุณแล้วกัน”“แล้วท่านประธานจะกลับยังไงคะ”อธินินทร์ส่งรอยยิ้มออกมาพร้อมกับตอบแทนสามี “ก็กลับกับเมียไงคะ”ปรศุหันไปมองรอยยิ้มแป้นแล้นแต่แฝงนัยบนใบหน้าเมียที่ไม่รัก ถึงจะไม่ชอบส
อธินินทร์เรียกให้ช่างแต่งหน้าทำผมมาแต่งตัวให้เธอที่บ้านพร้อมทั้งเลือกชุดที่คิดว่าสามารถเข้าได้กับทุกลุคของสามี วันนี้หญิงสาวสวมชุดราตรียาวสีแชมเปญเงินผ้าปักเพชรเป็นแบบเข้ารูปเผยสัดส่วนและโชว์แผ่นหลังขาวเนียนดูสวยสง่าและมีความเซ็กซี่อย่างน่ามอง ก่อนออกจากบ้านหญิงสาวก็หมุนตัวอยู่หน้ากระจกสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอธินินทร์สวยเหลือเกิน เธอไม่ใช่คนหลงตัวเองแต่พอมองผู้หญิงที่สะท้อนอยู่ในกระจกนั้นก็ต้องยอมรับว่าตัวเองสวย สวยแบบที่ผู้ชายหลายคนใฝ่ฝันถึง ก่อนที่แววตาเธอจะแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าเมื่อคิดถึงผู้ชายอีกคนที่ได้ครอบครองและเสพสุขกับร่างกายของเธอแต่เมื่อถามหาความรักกลับไม่หลงเหลือแม้แต่น้อย หรือว่า...มันอาจไม่มีมาแต่แรกแล้ว‘ถ้าฉันไม่รักคุณมากขนาดนี้ ฉันคงไปจากคุณนานแล้ว’อธินินทร์ต้องนั่งรถตู้ไปที่งานเพียงลำพังแล้วไปเจอกับสามีที่นั่น ก่อนลงจากรถหญิงสาวพยายามปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มเพื่อมารยาททางสังคมที่ต้องพร้อมสำหรับพบปะพูดคุยกับแขกคนอื่น ๆ ที่มาร่วมงาน แม้ในใจจะขมฝาดเพียงใดก็ตาม บางคนก็เป็นคนที่เธอรู้จัก บางคนก็เป็นเพื่อนบิดาและมารดาที่เข้ามาทักทายเธอก่อน