LOGINคืนนี้แม่ชบามีเวรต้องเฝ้าลุงฤทธิ์ตามลำพัง ท่านนั่งเฝ้าอยู่คนเดียวโดยไม่มีลูกน้องที่เหลือของเราคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา"พี่กฤษณ์! เราต้องรีบไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย!" ผมหันหลังกลับแล้ววิ่งลงบันไดเรือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"มีอะไรอีก บอส?!ไพโรจน์ไปโผล่ที่นั่นเหรอ?!" ชายร่างยักษ์วิ่งตามผมมาด้วยความงุนงง"แม่ชบาโดนโจมตี! รปภ.ของโรงพยาบาลถูกตัดออกจากระบบหมดแล้ว!" ผมกระโดดขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับรถตู้ผมเหยียบคันเร่งมิด ฝ่าฝูงชนเจ้าหน้าที่ท่าเรือออกไป ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรจากความวุ่นวายของท่าเรือสีเลือดแห่งนี้ ความหวาดกลัวอันเงียบงันกำลังเกิดขึ้นแม่ชบาไม่รับรู้ถึงความน่ากลัวรอบตัวเลยแม้แต่น้อย ท่านไม่รู้เรื่องเลยว่าระบบรักษาความปลอดภัยที่สำคัญของโรงพยาบาลแห่งนั้นได้หายไปแล้วแม่ชบานั่งอยู่อย่างสงบบนเก้าอี้มุมห้อง เพื่อเฝ้าดูผู้ช่วยผู้ซื่อสัตย์ที่ยังคงนอนไม่ได้สติ หญิงผู้มีจิตใจอ่อนโยนจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือสวดมนต์ข้างเตียงคนไข้เสียงเครื่องช่วยหายใจที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอคือเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบ ไม่มีสัญญาณเตือนภัยหรือสิ่งผิดปกติใดๆ เล็ดลอดเข้าหูแม่ของผมเลยทั้งที่ในว
"ไอ้ระยำสองคนข้างบนนั่นผมเล็งไว้แล้ว บอส" พี่กฤษณ์ก้มลงบรรจุกระสุนปืนไรเฟิลใหม่ อดีตขาใหญ่ท่าเรือลุกขึ้นสาดกระสุนสังหารออกไปเป็นชุดทันทีพลซุ่มยิงของศัตรูสองคนร่วงหล่นลงมาจากหอคอยเหล็กทันทีหลังจากถูกกระสุนเจาะทะลุหน้าอก"ทางเข้าเปิดกว้างแล้วผู้กอง! บุกเข้ามาเลย!" ผมส่งสัญญาณมือเรียกกองกำลังเสริมจากหลังแนวกั้นคอนกรีต"บุกเข้าไปอย่าหยุด! อย่าปล่อยให้พวกมันได้หายใจ!" ผู้บังคับบัญชาสั่งการผ่านโทรโข่ง"ทีมมังกรฟ้า คุ้มกันกราบซ้ายไว้!" ผู้บังคับบัญชาออกคำสั่งเพิ่มเติมกับลูกน้อง"ทีมหมอกเงิน บุกขึ้นบันไดหลักเดี๋ยวนี้!" รองผู้บังคับบัญชาตะโกนพร้อมยกโล่กันกระสุนขึ้นระดับอก"รับทราบครับ ผู้กอง!" หน่วยสวาทของตำรวจบุกทะลวงเข้าไปพร้อมกันเพื่อยึดพื้นที่กองกำลังชั้นยอดตั้งแถวโล่เหล็กบุกฝ่าพื้นที่ขนถ่ายสินค้าที่เปิดโล่ง เมื่อเสียเปรียบทั้งเรื่องอาวุธสงครามและจำนวนคน รูปขบวนของศัตรูจึงแตกพ่ายยับเยินแนวป้องกันของพวกทหารรับจ้างของไพโรจน์ไม่สามารถต้านทานการบุกโจมตีอย่างหนักหน่วงของเจ้าหน้าที่รัฐได้เลย ความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ลุกลามไปถึงลูกน้องที่เหลือของมาเฟียการเมืองบนดาดฟ้าเรือสินค้าทันทีพวกป
ใกล้จะห้าทุ่ม ขบวนรถของเจ้าหน้าที่ก็เริ่มชะลอความเร็วลง และจอดเทียบไหล่ถนนลาดยางอย่างนุ่มนวล พวกเราซ่อนตัวกันอย่างเป็นระเบียบอยู่นอกรั้วลวดหนามของพื้นที่ท่าเรือเอกชนที่ถูกปล่อยให้มืดสนิท ไม่มีไฟส่องสว่างด้านนอกเลยเจ้าหน้าที่หลายร้อยนายในชุดดำทั้งตัวและสวมหมวกกันกระสุนลงจากรถมายืนบนถนนโดยแทบไม่มีเสียง หน่วยรบพิเศษล่าคนเฮียงกลุ่มนี้จัดแถวอย่างเป็นระเบียบ สะพายปืนอัตโนมัติเตรียมรับคำสั่งบุกเข้าจากผู้บัญชาการภาคสนามภายในห้องควบคุมของรถบัญชาการที่เต็มไปด้วยหน้าจอมอนิเตอร์ ความตึงเครียดทางดิจิทัลกำลังดุเดือดอย่างหนัก เฮียยอดทองดูเหมือนจะลงมาช่วยด้วยตัวเองในการเจาะระบบกล้องวงจรปิดตรงประตูหลัก โดยใช้คอมพิวเตอร์พกพาที่เขาดัดแปลงมา"ระบบเข้ารหัสของท่าเรือเอกชนแห่งนี้หนาพอตัวเลยครับ คุณชาย" เฮียยอดทองใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก"จะเจาะเข้าไปได้ก่อนรอบลาดตระเวนด้านนอกผ่านมาไหม เฮีย?" ผมถามพลางมองชุดโค้ดที่วิ่งไม่หยุดบนหน้าจอมอนิเตอร์ด้วยความกังวล"เหลือแค่บายพาสเส้นทางหลักของเซิร์ฟเวอร์พวกมันด้วยโทรจันพิเศษเท่านั้นครับ" นิ้วของชายเชื้อสายจีนคนนั้นเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วบนแป้นพ
เสียงตุ๊ดดังก้องของปืนที่ผมดึงออกเมื่อกี้ ทำให้คนที่นั่งเบาะหลังสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ อัญชัญยังคงขดตัวอยู่ตรงนั้น กอดเข่าทั้งสองข้าง สายตาที่บวมเป่งมองว่างๆ ไปทางหน้าต่างตั้งแต่ที่ออกจากโรงงานน้ำแข็งก้อน เด็กสาวคนนี้ก็ยังไม่พูดอะไรสักคำ เสียงครางเบาๆ เป็นระยะๆ ของพวกอันธพาลที่ถูกจับมัดไว้ในท้ายรถตู้ ทำให้ไหล่เธอสั่นเกร็งด้วยความกลัว“เฮ้ พี่กฤษณ์ เราไม่น่าจะพาอัญชัญกับไอ้ตัวที่เป็นเชลยนั้นไปถึงท่าเรือได้นะ” ผมพูดแล้วหันไปทางพี่กฤษณ์“ผมจัดการไว้แล้วครับ บอส ลูกน้องของผมไปรออยู่ที่พักรถกิโลสามสิบห้า ส่วนคุณอัญชัญให้พาไปส่งกลับที่เช่าที่พักก่อน ส่วนไอ้เชลยนั่น เราจะส่งให้ชุดเฉพาะกิจที่จุดนัดหมาย” พี่กฤษณ์ตอบ โดยยังไม่ละสายตาจากถนน“ดีเลย ชุดเฉพาะกิจก็น่าจะต้องใช้คำให้การเขาไปทำเอกสารรายงานด้วย” ผมพยักหน้าอย่างพอใจในที่สุดอัญชัญก็เงยหน้าขึ้นพอได้ยินชื่อของตัวเองถูกเรียก เสียงเธอแหบแห้ง แทบจะไม่เหลือแรง เพราะร้องไห้มานานเกินไป“บัญญัติ… ฉันขอโทษจริงๆ นะ ฉันรู้ว่าตอนนี้นายยังโกรธฉันมาก”ความโกรธในรถเมื่อกี้ของผม จริงๆ ยังไม่หายหมด แต่พอเห็นหน้าที่ซีดเผือดเต็มไปด้วยรอยน้ำตา ความขุ่
ด้วยวิธีทรมานร่างกายโดยการถอนเล็บมือ ห้องนี้จึงกลายเป็นสถานที่ทรมานราวกับนรก แรงดึงอันรุนแรงจากอดีตนักเลงข้างถนนคนนั้นกระชากชั้นป้องกันปลายนิ้วออกมาอย่างบังคับจนเลือดไหลเสียงกรีดร้องยาวด้วยความเจ็บปวดดังก้องสนั่นในห้องปิดแห่งนี้ เสียงร้องโหยหวนชวนเวทนานั้นสะท้อนกับผนังคอนกรีตหนา บาดหูทุกคนที่ได้ยินอัญชัญปิดหูแน่น พลางซ่อนใบหน้าไว้หลังไหล่ของผม เธอขดตัวด้วยความหวาดกลัว ไม่อาจทนเห็นความโหดเหี้ยมตรงหน้าได้ผมเพียงยืนกอดอก มองดูกระบวนการอำมหิตนี้ด้วยสายตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ไม่มีพื้นที่สำหรับความเมตตาให้เบี้ยของไพโรจน์ที่หมายเอาชีวิตครอบครัวของผม"นั่นเพิ่งเล็บเดียว แกยังเหลืออีกเก้าเล็บให้ถอน" พี่กฤษณ์หันคีมกลับไปอีกครั้ง"พอแล้ว! พอแล้ว พี่! เจ็บชิบหายเลย ไอ้เหี้ย!" ชายคนนั้นกลิ้งไปมาบนพื้น พลางกุมปลายนิ้วที่แดงก่ำของตัวเอง"ที่ซ่อนของกรรมการบริษัทตัวปลอมนั่นอยู่ที่ไหน?!" ผมตวาดพลางก้าวเข้าไปข้างหน้า"ผมไม่รู้ที่อยู่แน่ชัด! พวกมันย้ายที่กันบ่อย!"พี่กฤษณ์ไม่ผ่อนปรนให้เลย และหนีบเล็บนิ้วกลางของเชลยคนนั้นทันที การกระชากอย่างหยาบคายครั้งที่สองเกิดขึ้นอีกครั้งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เสียงกระดูกดังร้าวดังอย่างน่าสะอิดสะเอียน ทำลายความเงียบของลานจอดรถใต้ดิน จมูกของชายคนนั้นหัก เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาเปื้อนแจ็กเก็ตหนังของเขา ร่างใหญ่ของเขาล้มครืนลงไปขวางทางออกของบันไดเลื่อนที่หยุดทำงานตรงมุมสุดของลานจอดรถ ศัตรูที่ยังมีสติอยู่เพียงคนเดียวเริ่มถอยเท้าไปข้างหลังชายในแจ็กเก็ตหนังคนนั้นสั่นเทาอย่างหนัก เมื่อเห็นพวกพ้องของตัวเองนอนแน่นิ่งหมดสภาพ ความหวาดกลัวต่อความดุดันของคู่หูนักสู้ข้างถนนทำให้ความกล้าของนักเลงรับจ้างคนนั้นหดหายไปในพริบตาเขาโยนมีดพับลงบนพื้นแล้วพยายามหันหลังกลับ แผนหลบหนีไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุดของเขาถูกสัญชาตญาณเฉียบคมของเพื่อนเก่าผมอ่านออกหมดแล้วน่าเสียดายที่มือใหญ่ของพี่กฤษณ์คว้าคอเสื้อด้านหลังแจ็กเก็ตของเขาไว้ได้ก่อน นักเลงเชลยคนนั้นถูกลากอย่างหยาบคายไปตามพื้นทันที"ไว้ชีวิตด้วยครับ พี่! ผมแค่ถูกสั่งมาเฉยๆ!" "ปากมากนะมึง ไอ้เวร! เข้าไปในนั้น!" "มือผมเจ็บนะครับ พี่! ปล่อยผมเถอะ!" "กูจะหักคอมึง ถ้ายังกล้าตะโกนแหกปากอยู่ตรงนี้!"ชายร่างยักษ์ใช้เข่ากดกรามของเชลยไว้ แล้วเปิดประตูท้ายรถตู้ ศัตรูของเราถูกยัดเข้าไปในท้ายรถเช่าอย่างรุนแรงราวกับกระสอบข
"บัญญัติ ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป แกมาคอยดูแลลูกสาวทั้งสามคนของฉัน!"ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบรับหรือแค่พยักหน้าแต่อย่างใด เสียงอันแข็งกร้าวก็ดังมาจากทางบันไดก แทรกขัดจังหวะพวกเราเสียก่อนเจ้าของเสียงคือคุณหนูลลิตา ลูกสาวคนโตของคุณนายอารยา เธอสวยหยาดเยิ้มก็จริง แต่ร้ายยิ่งกว่าแม่เสือที่หวงลูกน้อยเสียอี
"ขะ-ขาว เนียน หุ่นก็เพรียว! แล้วก็ หลังนี่โคตรสวยเลย ให้ตายสิ นี่มันนางฟ้าหรือไงวะ? แต่นางฟ้าทำไมตัวเล็กจังเลยล่ะ?"คุณหนูดาราก้มตัวเล็กน้อย ยกขาข้างหนึ่งขึ้นวางบนเก้าอี้ตัวเล็กที่บุผ้ากำมะหยี่ มือของเธอกำลังทาโลชั่นลงบนน่องเรียวที่ทั้งยาวทั้งเนียน"โอ้โห แม่เจ้าโว้ย… นี่ตาฉันฝาดหรือมีนางฟ้ามาอาบน
เอี๊ยดดดดดด!รถหยุดกะทันหัน ห่างจากตัวรถบัสบ้าคันนั้นแค่ไม่กี่เซนติเมตร แรงสั่นสะเทือนค่อนข้างแรงจากการเบรกฉุกเฉินร่างของคุณหนูกัญญาพุ่งไปข้างหน้าเพราะเธอคาดเข็มขัดนิรภัยไม่ถูกต้อง ยังดีที่ถุงลมนิรภัยไม่ทำงานแต่เพราะความตกใจกลัวจนแทบขาดใจเมื่อเห็นกันชนรถบัสอยู่ตรงหน้า คุณหนูกัญญาจึงคว้าอะไรสักอ
ตอนที่ผมยื่นแก้วน้ำอุ่นให้เธอที่หน้าประตูห้องคนรับใช้ นิ้วเรียวยาวของเธอก็ตั้งใจแตะมือผมค้างไว้นานเป็นพิเศษชุดนอนผ้าไหมสีชมพูอ่อนบางเฉียบของเธอโปร่งให้เห็นภายใต้แสงไฟทางเดินสลัว เผยให้เห็นสัดส่วนร่างกายสาวน้อยที่แน่นกระชับรัดรูปคุณหนูดารามองฉันผม ก่อนจะเขย่งปลายเท้าเล็กน้อย โน้มหน้าเข้ามาใกล้หูฉ







